กลิ่นกำยานหอมอวลยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ในการขจัดกลิ่นอายของยาคาวและเืที่หลงเหลืออยู่ภายในเรือนเอก ทว่าไม่อาจชะล้างความรุ่มร้อนที่แผดเผาอยู่ในใจของ เม่ยเหลียน ได้เลย สองวันแล้วที่นางต้องทำหน้าที่ "ฮูหยินผู้ภักดี" เฝ้าปรนนิบัติ แม่ทัพเฉินหยาง ที่เริ่มฟื้นตัวจากพิษาแ บรรยากาศภายในห้องนอนที่กว้างขวางและโอ่อ่าบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่มองไม่เห็น ราวกับสายธนูที่ถูกขึงจนตึงเครียดและพร้อมจะขาดสะบั้นลงทุกเมื่อ
เม่ยเหลียนประคองอ่างน้ำอุ่นใบเล็กวางลงบนโต๊ะข้างเตียง นางหยิบผ้าสะอาดสีขาวนวลจุ่มลงในน้ำที่ลอยประดับด้วยกลีบดอกโบตั๋น บรรจงซับไปตามแผ่นอกแกร่งของสามีที่เริ่มมีสีเืฝาดกลับคืนมา เฉินหยางลืมตาขึ้นมองภรรยาเอก แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความชิงชังบัดนี้กลับฉายแววความสับสนและ "ความ้า" บางอย่างที่ทำให้นางต้องลอบสะท้านในใจ
"เม่ยเหลียน... เ้าดูเหนื่อยล้าไปมาก" เฉินหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพลางเอื้อมมือหนาที่เคยหยาบกร้านจากการจับดาบมากุมข้อมือบางของนางไว้ ััของเขานั้นหนักแน่นและเปี่ยมไปด้วยอำนาจอย่างที่เขาเคยเป็เสมอมา "ข้าขอโทษ... ที่่เวลาที่ผ่านมาข้าละเลยเ้าไปหาผู้อื่น"
คำพูดนั้นควรจะทำให้นางซาบซึ้ง ทว่าสำหรับเม่ยเหลียน มันกลับจืดชืดและไร้รสชาติยิ่งกว่าน้ำต้มยา นางยิ้มตอบอย่างเสแสร้ง แววตาฉายแวว "หน้ากากกตัญญู" ที่แเีจนเขาตายใจ "ท่านพี่อย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลยเ้าค่ะ หน้าที่ของภรรยาคือการดูแลสามี ยามท่านเจ็บป่วยเช่นนี้ ข้าจะไปอยู่ที่ใดได้"
ในหัวของนางกลับพลันนึกถึงััที่รุนแรงทว่ารุ่มร้อนของ อาซาน เมื่อรัตติกาลที่ผ่านมา ััของพรานหนุ่มคือไฟสวาทที่ปลุกเร้าจิติญญาให้นางรู้สึกว่าตนเองมีชีวิต ทว่าััของเฉินหยางในยามนี้กลับเหมือนโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นซึ่งพยายามจะกักขังนางไว้ในบทบาทที่นางเกลียดชัง
"เม่ยเหลียน... เข้ามาใกล้ข้าอีกนิด" เฉินหยางกระซิบพลางออกแรงดึงร่างบางให้ทรุดลงนั่งข้างกายบนเตียงกุหลาบ กลิ่นกายของบุรุษเพศที่ปนเปกับกลิ่นยาสมุนไพรของเขาเริ่มรุกรานประสาทััของนาง เขาประคองใบหน้าสวยให้สบตา แววตาของเขาบัดนี้ไม่ได้โกรธขึ้งเื่พรานป่าผู้นั้นแล้ว แต่อาการาเ็และความใกล้ชิดกลับทำให้เขากระหายที่จะ "ตีตรา" ความเป็เ้าของคืนอย่างถาวร
เขาเริ่มใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามลำคอระหงของนาง เม่ยเหลียนกลั้นลมหายใจเมื่อนิ้วหนาของเขาพาดผ่าน "รอยมลทิน" ที่เริ่มจางลงแต่ยังคงเห็นเป็ปื้นสีม่วงจางๆ ภายใต้ชั้นิั เฉินหยางชะงักไปชั่วครู่ แววตาของเขาหรี่ลงด้วยความสงสัยที่วูบผ่าน "รอยนี่... เหตุใดมันถึงยังไม่หายไปอีก?"
"กิ่งไม้ที่รั้งเกี่ยวในคืนนั้นช่างแหลมคมนักเ้าค่ะ ท่านหมอบอกว่าผิวของข้าบาง จึงต้องใช้เวลานานกว่าจะกลับมานวลเนียนดังเดิม" นางโกหกอย่างลื่นไหลพลางโน้มกายเข้าหาเขาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
เฉินหยางมองดูท่าทางออดอ้อนของภรรยา แววตาของเขาเปลี่ยนจากความสงสัยเป็ความลุ่มหลงในทันที เขารวบเอวบางเข้าไปหาตัว บดจูบลงบนริมฝีปากของนางอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง เป็จุมพิตที่เต็มไปด้วยการแสดงอำนาจเหนือกว่า เม่ยเหลียนหลับตาลงพรางปล่อยให้เขาทำตามใจ ทว่าในจิตนาการของนาง... ลิ้นที่กำลังรุกล้ำเข้ามานี้ไม่ใช่ของสามีที่เ็า แต่เป็ลิ้นที่หยาบกร้านและโหยหาของอาซาน
ความ้านอกใจเริ่มทำงานอย่างรุนแรงในมโนสำนึกของนาง นางปล่อยให้เฉินหยางโลมเลียร่างกายของตนเอง ทว่าความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นกลับเป็น้ำมันที่เติมเชื้อเพลิงให้แก่อารมณ์รัญจวนที่นางมีต่อชู้รัก ทุกครั้งที่เฉินหยางบีบเค้นลงบนทรวงอกอิ่ม นางกลับรู้สึกสะใจที่ได้รู้ว่าหัวใจและิญญาของนางนั้นอาซานได้ชิงไปนานแล้ว ร่างกายนี้เป็เพียง "เปลือก" ที่นางทิ้งไว้ให้สามีได้เชยชมเพียงเพื่อให้เขาตายใจ
เฉินหยางเริ่มรุกรานอาภรณ์ไหมสีขาวของนางจนหลุดลุ่ย มือหนาของเขาเลื่อนต่ำลงไปยังสะโพกผายพรางพยายามจะมอบบทรักเพื่อชดเชยเวลาที่เสียไป ทว่าจังหวะของเขากลับดูขัดเขินและเต็มไปด้วยความคาดหวังที่อยากให้นางสยบยอม เม่ยเหลียนครางอือในลำคอด้วยท่าทางที่แเี แต่นางกลับรู้สึกเวทนาในความอ่อนแอของชายผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ที่ไม่มีวันรู้เลยว่า ภรรยาเอกของตนกำลังจินตนาการถึงบุรุษอื่นขณะที่อยู่ใต้ร่างของเขา
"เม่ยเหลียน... เ้าช่างงดงามนัก ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาพรากเ้าไปจากข้าอีก" เฉินหยางกระซิบชิดใบหูด้วยเสียงที่หอบพร่า
ในขณะที่พายุอารมณ์ลวงตาในห้องหอกำลังดำเนินไป เสียงนกร้องที่ผิดแผกไปจากปกติที่หน้าต่างก็ดังขึ้นเป็จังหวะลับ... มันคือสัญญาณจาก อาซาน ที่แอบลอบเข้ามาในเขตเรือนชั้นใน เม่ยเหลียนลืมตาขึ้นในความมืด แววตาของนางฉายแววความมุ่งมั่นและชัยชนะ นางโอบรอบคอเฉินหยางไว้แน่นพรางตอบสนองเขาด้วยความร้อนแรงที่แสร้งทำขึ้น เพื่อให้เขารู้สึกสุขสมจนไร้การระแวดระวัง
"ท่านพี่... ข้าเป็ของท่านคนเดียวเ้าค่ะ..." นางกระซิบคำลวงที่หวานหยดย้อย ทว่านิ้วมือกลับลอบหยิบจี้หยกของอาซานที่ซ่อนไว้ใต้หมอนมากำไว้แน่น ความเย็นของหยกคือความจริงเดียวที่นางยึดเหนี่ยวไว้
เมื่อพายุอารมณ์จบลง เฉินหยางนอนแผ่หลับใหลไปด้วยความเหนื่อยล้าจากพิษาแและการตรากตรำ เม่ยเหลียนค่อยๆ ขยับกายลุกขึ้นจัดแจงอาภรณ์ด้วยแววตาที่เย็นเยียบ นางมองดูสามีที่กำลังหลับใหลด้วยความรู้สึกว่างเปล่า ก่อนจะลอบเดินไปที่หน้าต่างหน้าห้องและพบกับนกกระดาษอีกฉบับที่ถูกวางทิ้งไว้
เนื้อความในนั้นระบุแผนการที่อาซานเตรียมไว้สำหรับการ "ชิงตัว" ในคืนวันไหว้พระจันทร์ที่กำลังจะมาถึง แผนการที่ไม่ได้มีเพียงการพานางหนี แต่ยังมีการเปิดโปงหลักฐานการฏของเฉินหยางที่อาซานรวบรวมไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เม่ยเหลียนยิ้มที่มุมปากด้วยความสะใจ
นางเดินกลับไปที่เตียง มองดูใบหน้าของเฉินหยางเป็ครั้งสุดท้ายในรัตติกาลนี้ "ความสุขที่ท่านได้รับเมื่อครู่ คือรางวัลชิ้นสุดท้ายก่อนที่กรงทองแห่งนี้จะพังทลายลง เฉินหยาง... ต่อจากนี้ไป ท่านจะได้รู้รสชาติของการถูกทอดทิ้งและความพ่ายแพ้ที่แท้จริง"
นางดับเทียนในห้องจนมืดมิด ทิ้งให้สามีจมอยู่ในความฝันที่เขาสร้างขึ้นเอง ขณะที่นางเตรียมพร้อมสำหรับ "อิสรภาพ" ที่แลกมาด้วยรสสวาทและเืที่กำลังจะนองไปทั่วจวนแม่ทัพในไม่ช้า