บทที่ 19
"…ท่านน่าจะต้องอาบน้ำกับข้านะ" เขาพูดหลังจากกลบเกลื่อนสีหน้าแล้ว
เมฟทำเป็ไม่สนใจและตอบกลับ "ข้าไม่มองหรอก ไม่ต้องสนใจ"
เ้าพูดแบบนี้ไปแล้วนี่
"งั้นก็หมายความว่าไม่มีความมั่นใจน่ะสิ"
เมฟหัวเราะออกมาสั้น ๆ ราวกับคิดว่ามันเป็เื่ตลก นี่เป็รอยยิ้มครั้งแรกที่อีอันเห็น
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกสบายใจมากขึ้นหลังจากผ่านการต่อสู้ในาจนกระทั่งได้พูดคุยกันเมื่อครู่
"ข้าก็เหนื่อยเหมือนกัน เราต้องประหยัดเวลา อีกอย่างหนทางพรุ่งนี้ยังอีกยาวไกล"
เมฟพูดออกมาขณะเริ่มถอดเกราะศอกอีกข้างอย่างนิ่งเฉย
"อืม…ก็ใช่"
ในที่สุด อีอันก็คลายเชือกรัดเกราะแข้งออก
ไม่มีการสนทนาใด ๆ เพิ่มเติม มีแต่เสียงถอดชุดเกราะอย่างต่อเนื่อง
"นายท่านก็จะอาบด้วยใช่ไหมขอรับ"
ฟิลลิปเดินกลับเข้ามา เขาล้างมือและแขนจนสะอาดและยังถือผ้าที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำมาด้วย เขารีบเข้ามารับชุดเกราะที่เมฟถอดออกอย่างรวดเร็ว
"ข้ารู้สึกขอบคุณเ้าอยู่เสมอเลยนะ ฟิลลิป"
"มันเป็หน้าที่ของข้าขอรับ นายท่าน"
ฟิลลิปค่อย ๆ วางชุดเกราะลง จากนั้นเขาก็มองไปที่อีอันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
อีอันผงกศีรษะขึ้น
ฟิลลิปซึ่งเดินเข้ามาใกล้ชุดเกราะหนังอย่างรวดเร็วมองห่อผ้าที่อยู่ข้าง ๆ ราวกับจะทะลุไปถึงข้างใน
"ถ้าล้างสะอาดแล้วจะทาน้ำมันต่อเลยไหมขอรับ?"
"อืม"
ตอนนี้ไม่มีคนที่ไว้ใจได้เลย
อีอันที่กลั้นเสียงหัวเราะลุกขึ้น เมฟที่สวมชุดเย็บหนาสีแดงก็ลุกขึ้นตามด้วย
พอเธอถอดชุดเกราะแล้วก็เห็นศรีษะที่เล็กกว่าอีอันประมาณครึ่งหนึ่งได้
"ทางต้นน้ำข้างบนนั้นดูกว้างกว่าเล็กน้อย ถ้าไปอาบน้ำตรงนั้นจะสะดวกกว่านะขอรับ นายท่าน"
ฟิลลิปพูดขึ้นขณะถือชุดเกราะอยู่ เขามีสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเมฟเลย
"ตกลง เดี๋ยวกลับมานะ ไปกันเถอะ อีอัน"
เมฟพยักหน้าแล้วเดินไปอย่างช้า ๆ
"…"
โลกนี้เป็แบบนี้หมดเลยสินะ ตอนแรกคิดว่าปรับตัวเข้ากับโลกนี้ได้หมดแล้ว แต่บางครั้งยังคงรู้สึกงุนงงเหมือนคนสมัยใหม่หลังจากผ่านไปนานแล้วก็ตาม
อีอันเดินตามออกไปพลางคิดแบบนั้น
เหมือนที่ฟิลลิปบอก หากขึ้นไปทางต้นน้ำอีกเล็กน้อย ลำธารก็กว้างขึ้น
แสงจันทร์ที่ส่องผ่านหมู่เมฆดำนั้นแผ่กระจายเป็ลำแสง ตกกระทบบนพื้นผิวของคลื่นน้ำ ซึ่งเป็ภาพแห่งความเงียบสงบและสันติสุขที่หาดูได้ยากในโลกนี้
"ข้าว่าเ้าควรจะลงไปก่อนนะ"
เมฟที่กำลังเดินอยู่เงียบ ๆ ก็พูดขึ้นมา
อีอันเกาจมูกของเขาและหยุดเดิน
"เข้าใจแล้ว"
"ข้าจะขึ้นไปข้างบนอีกสักหน่อย"
เมฟเดินห่างออกไป มองแล้วให้รู้สึกเหมือนพวกผู้ชายสวมเสื้อโคตที่ชอบโชว์ของลับเลย
อีอันพึมพำพลางถอดเสื้อผ้าออกอีกครั้ง จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ เดินไปที่กลางลำธาร น้ำเย็นมากจนใแต่ก็รู้สึกเหมือนจิตใจปลอดโปร่งมากขึ้น
น้ำตรงกลางลำธารสูงถึงแค่ต้นขา อีอันจึงคุกเข่าและจุ่มตัวลงไป ค่อย ๆ ล้างความเหนียวเหนอะหนะและความอึดอัดของร่างกายออกไป
ไม่นานเสียงน้ำก็ดังขึ้นอีกครั้ง
เมฟลงน้ำแล้วซึ่งไม่ได้ห่างไกลอย่างที่คิด
…จะทำอย่างไรกับเื่นี้ดี
อีอันเทน้ำเย็นลงบนใบหน้าหนึ่งครั้งและล้างร่างกายอย่างเงียบ ๆ
ขณะที่มีแต่เสียงน้ำไหลต่อเนื่องนั้น
"เมื่อกี้มีอะไรที่ยังไม่ได้ถาม"
ทันใดนั้นเมฟก็พูดออกมาขณะที่อีอันกำลังล้างเืที่ติดอยู่ที่เอวผ่านไหล่และหน้าอก
"พูดมาเลย"
"ไม่าเ็ตรงไหนใช่ไหม?"
ถามเร็วจริง ๆ อีอันยิ้มและตอบกลับ "ไม่มี ท่านล่ะ?"
"ข้าก็ไม่มีเหมือนกัน น่าทึ่งมาก เ้าสู้กับมนุษย์หมาป่ามาแท้ ๆ แต่ไม่าเ็สักแผลเลย"
"ข้าดวงดี"
"เป็ไปไม่ได้ ข้าเห็นที่เ้าต่อสู้นะ จะว่ายังไงดี..."
เมฟคิดคำพูดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดออกมา "แปลกดีนะ จะว่าไม่มีรูปแบบตายตัวได้ไหม เ้าเหมือนนักสู้จริง ๆ มากกว่าข้าที่เป็อัศวินเสียอีก"
"ท่านจะบอกว่าข้าไม่มีพื้นฐานงั้นสิ"
เมื่อได้ยินคำตอบแบบนั้น เมฟรีบพูดเสริมอย่างรวดเร็ว "ไม่ได้หมายความอย่างนั้น"
"ข้าเองก็ไม่ได้หมายความอย่างนั้น ที่ไม่มีพื้นฐานก็เป็ความจริง เพราะข้าไม่เคยเรียนจริง ๆ จัง ๆ"
มีเสียงหายใจสั้น ๆ ตามมา
"ล้อเล่นสนุกจัง ั้แ่เมื่อกี้แล้ว"
ไม่ได้ล้อเล่นสักหน่อย
"ท่าทางที่ทำกับฟิลลิปก็เหมือนกัน อีอัน เ้าไม่น่าใช่ทหารรับจ้างธรรมดาแน่ ๆ แต่ก็อย่างว่า…ทุกวันนี้มีคนใช้ชีวิตอิสระแต่มาจากตระกูลขุนนางอยู่ไม่น้อย"
มือของอีอันที่กำลังเช็ดหลังอยู่หยุดลง
"มาจากตระกูลขุนนาง…?"
"เ้าไม่อาจซ่อนความฉลาดหรือสติปัญญาที่แฝงอยู่ในคำพูดได้หรอก แม้ว่าเ้าจะทำตัวเป็ทหารรับจ้าง"
นี่มันเื่ไร้สาระอะไรอีกเนี่ย "ข้ามาจากข้างถนนจริง ๆ"
เสียงลมหายใจแ่เบายังคงดำเนินต่อไปอีกครั้งเมื่อได้ยินคำตอบของอีอัน
อีอันตระหนักได้ว่านั่นเป็เสียงตอนที่เมฟหัวเราะ
"เข้าใจแล้ว หากเ้าไม่อยากบอก ก็คงต้องว่าตามนั้น"
อีอันอยากถามว่าตลกมากเหรอ แต่สุดท้ายเขาก็หัวเราะแห้ง ๆ เพราะเข้าใจเหตุผลที่ทำให้เมฟเข้าใจผิดเช่นนั้น
ไม่ใช่คำที่เข้าใจยากอะไรเลย แต่โลกนี้เป็โลกที่คนส่วนใหญ่อ่านหนังสือไม่ออก
อีอันที่เป็คนในยุคปัจจุบันเลยดูมีความรู้ค่อนข้างมาก และในโลกนี้ ความรู้แค่นั้นก็เพียงพอที่จะเป็หลักฐานว่ามีเชื้อสายมาจากชนชั้นสูงได้แล้ว
ความรู้และสติปัญญาเป็คุณสมบัติของพวกชนชั้นสูงเท่านั้น
เสียงเรียบนิ่งของเมฟยังคงดำเนินต่อไป "ไม่ว่าใครก็ต้องมีสักเื่หนึ่งที่ไม่อยากพูด"
"ท่านมีเื่แบบนั้นด้วยเหรอ"
อีอันถามกลับทันที เขาถามเพราะคิดว่าถ้าปล่อยไปแบบนี้แล้วความเข้าใจผิดคงไม่จบสิ้นสักที เขาไม่ได้อยากรู้จริง ๆ
อย่างที่คาดไว้ เมฟหยุดพูด
เริ่มเงียบแล้วสินะ
ในขณะที่อีอันตั้งใจอาบน้ำอยู่นั้น
"…บอกว่าไม่มีก็คงไม่ได้"
เมฟพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"ข้าไม่ใช่สตรีแห่งตระกูลริอูเรล แต่ข้าเป็สาวกแห่งทีร์เอ็นและตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตในฐานะศัสตรีของอาณาจักร"
อีอันไม่คิดว่าจะได้ฟังคำตอบ เขาเลียริมฝีปากอย่างไม่พอใจนิด ๆ
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเปิดปากพูดจริงจัง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่นึกว่าจะได้รับฟังเื่ที่ไม่ได้อยากรู้
"นี่เป็คำถามที่ข้าไม่เคยถามมาก่อน"
อีอันรีบชิ่งพูดก่อน
"ทีร์เอ็นคือเทพองค์ไหน"
ไหน ๆ ก็พูดออกมาแล้ว เลยอยากจะไขข้อสงสัยที่ค้างคาใจเพราะเมฟเป็สาวกของทีร์เอ็น
สาวกหมายถึงบุคคลที่ได้รับพรจากพระเ้าแล้วมีอำนาจ
ดูเหมือนว่าพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เมฟมีคืออำนาจนั้น
เพราะไม่รู้ว่าวันใดวันหนึ่งจะเป็ศัตรูกัน เลยพยายามเก็บข้อมูลให้มากที่สุด ถ้าหาวิธีรับมือได้ง่าย ๆ ด้วยก็จะยิ่งดี
นอกจากนี้ ดูเหมือนจะไม่แพ้เขาจึงไม่จำเป็ต้องใช้กลยุทธ์การโจมตีซึ่งหน้า
"เ้าอยากรู้จริง ๆ เหรอ?"
เมฟถามกลับ
อีอันยักไหล่
"ข้าไม่ค่อยสนิทกับพวกพระเ้าเท่าไหร่ เคยได้ยินแค่ชื่อมาก่อน แค่นั้นเอง"
ในโลกอะควิลโลเนียมีพระเ้าอยู่มากมาย หากผู้เล่นไม่ได้ค้นหาด้วยตัวเองก็จะไม่มีคำอธิบายพระนามและความหมายของพระเ้า
ทีร์เอ็นก็เช่นกัน
แม้ว่าจะมีเนื้อหาที่เอ่ยถึงชื่อหรือมีในบทสวดที่พวกอัศวินพูดถึงอยู่บ่อย ๆ ก็ตาม แต่ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับอีอันที่เป็นักเวท และไม่ใช่ชื่อที่ถูกกล่าวถึงเป็สำคัญในเควสต์หรือเนื้อเื่ของเกม