ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 7 ตอนที่ 194 ข้อมูลที่ทำให้หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก

            อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้มู่จื่อหลิงงงงวยและสับสนก็คือ นางรอแล้วรออีกรอให้ไทเฮาเฒ่าโจมตีนางจนแทบจะรอไม่ไหว

            ไม่รู้ว่าเป็นเพราะช่วงนี้นางไม่ได้ออกไปไหนหรือไม่จึงไม่ทราบข่าวคราวจากวังหลวงเลย ไม่รู้ว่ายามนี้องค์หญิงอันหย่ายังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว

            ตอนแรกมู่จื่อหลิงยังคงสงสัยว่า นี่จะเป็นความสงบก่อนเกิดพายุ [1] หรือไม่?

            ต้องรู้ว่าความเงียบสงบเช่นนี้ มันทำให้จิตใจของนางร้อนรนด้วยความไม่สบายใจอยู่ตลอดเวลาด้วยเกรงว่า จู่ๆ ไทเฮาจะลงมือกับนางโดยไม่ทันได้ตั้งตัวเช่นนั้นอาจทำให้นางเป็นทุกข์ได้

            อย่างไรก็ตามยิ่งเวลาผ่านไปนานวันเข้า ยิ่งมู่จื่อหลิงคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้นเพียงใดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ

            แม้ว่านางจะไม่ค่อยทะเลาะเบาะแว้งกับไทเฮาเฒ่ามากนักแต่นางก็เข้าใจในตัวของไทเฮาเฒ่าไม่มากก็น้อยสำหรับการรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นเช่นนี้ เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับไทเฮา

            แม้ว่าไทเฮาเฒ่าจะมีความร้ายกาจไม่ต่างไปจากฮองเฮาแต่นางไม่ได้มีความรอบคอบและระมัดระวังพิถีพิถันเหมือนดั่งฮองเฮา

            ต้องรู้ว่าคนอย่างไทเฮาผู้ครองตำแหน่งสูงสุดในวังหลังการอดทนอยู่อย่างสงบสำหรับนาง เป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่มาแต่เดิม

            แต่เนื่องจากมันเป็นไปไม่ได้เช่นนั้นเหตุใดไทเฮาจึงนิ่งเงียบไปนานเช่นนี้? นี่เป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกันเลย

            เมื่อลองคิดซ้ายตรองขวา [2] ดูแล้วมู่จื่อหลิงก็ยิ่งงุนงง ด้วยมีเหตุผลที่ว่าไทเฮาเฒ่าทรงเกลียดชังนางแทบตายนอกจากนี้ คราวนี้นางยังปฏิเสธที่จะช่วยองค์หญิงอันหย่าเหตุใดไทเฮาเฒ่าจึงยังนิ่งเฉยอยู่ได้

            และเรื่องที่องค์หญิงอันหย่าพิโรธจนล้มป่วยซึ่งเป็นเรื่องที่นางสันนิษฐานว่านางกำนัลทั้งสองควรจะคาดหัวนางไว้โดยตรงไม่ใช่หรือดังนั้นไทเฮาเฒ่าจะไม่เกลียดนางมากยิ่งขึ้นหรอกหรือ?

            องค์หญิงอันหย่าไม่ใช่ดวงใจของไทเฮาเฒ่าหรอกหรือ? มีบางอย่างเกิดขึ้นกับองค์หญิงอันหย่าไทเฮาเฒ่าจะสงบอยู่ได้อย่างไร หรือว่าไทเฮาเฒ่าจะตกใจจนเป็นลมสิ้นสติไปเหมือนครั้งที่แล้ว?

            มู่จื่อหลิงไม่เข้าใจเรื่องที่ไทเฮายังไม่มีการเคลื่อนไหวจริงๆ

            -

            ผ่านไปหลายวัน ทุกที่ผ่านไปยังคงเงียบสงบเช่นเดิม

            ดูเหมือนว่าช่วงนี้หลงเซี่ยวอวี่จะยุ่งกับเรื่องอื่นเขาหายตัวไปเป็นเวลาหลายวันติดต่อกัน ช่างลึกลับซับซ้อนยิ่งนักไม่ต่างจากเทพมังกรเห็นหัวไม่เห็นหาง [3]

            หลงเซี่ยวอวี่หายไปไม่เห็นแม้เงาแต่ดูเหมือนว่าเขาจะกลับมาทุกคืน

            เพราะสิ่งนี้ทำให้มู่จื่อหลิงรู้สึกเสียใจหนักใจและหดหู่ใจ

            เนื่องจากนางนอนหลับสบายบนเตียงของตนในทุกค่ำคืนแต่ในยามที่นางตื่นขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้นนางมักจะนอนอยู่บนเตียงหยกเหมันต์ในห้องโถงชั้นในอยู่เสมอ

            ในครั้งแรกที่ตื่นขึ้นมาที่นั่นมู่จื่อหลิงตกใจจนผงะ คิดว่าจู่ๆ นางก็เดินละเมอนางถึงได้มานอนอยู่บนเตียงหยกเหมันต์ในห้องโถงด้านในได้อย่างน่างุนงง

            แต่ผ่านไปอีกสองสามวันก็ยังเป็นเช่นนี้...นางนอนหลับไปบนเตียงของตนเองแต่ในวันรุ่งขึ้นกลับตื่นขึ้นมาบนเตียงหยกเหมันต์

            ไม่เพียงเท่านั้นทุกครั้งที่หลับใหลมู่จื่อหลิงมักจะรู้สึกอย่างคลุมเครือว่ามีใครบางคนเข้ามาแอบจูบและฉวยโอกาสเอาเปรียบนาง

            มีกลิ่นหอมสดชื่นของดอกเหมยเย็นเป็นกลิ่นลมหายใจที่ช่วยทำให้นางหลับใหลได้อย่างเป็นสุขตกค้างอยู่...

            ทุกครั้งที่มู่จื่อหลิงต้องการลืมตาเพื่อมองดูแต่อาการวิงเวียนศีรษะทำให้นางลืมตาไม่ขึ้นดูเหมือนว่าจะมีกลิ่นความละโมบซึ่งเป็นรสชาติที่คุ้นเคย ในท้ายที่สุดมันก็ทำให้นางหลับลึก

            จากสิ่งนี้จะเห็นได้ว่า

            ไม่จำเป็นต้องคิดมู่จื่อหลิงก็รู้ว่ามีคนพานางเข้ามาชายมากเล่ห์ผู้นั้นโอบอุ้มนางมาโดยไม่บอกกล่าวด้วยซ้ำทั้งยังแอบจูบและฉวยโอกาสจากนาง

            เมื่อนึกถึงการถูกใครบางคนเอาเปรียบทุกคืนความรู้สึกที่ซับซ้อนในหัวใจของมู่จื่อหลิงนั้นแทบจะอธิบายเป็นคำพูดได้ยาก

            สิ่งที่ทำให้มู่จื่อหลิงประหลาดใจที่สุดคือ

            ในช่วงเวลานี้นอกจากช่วงเวลาที่นางรู้สึกได้รางๆ ว่านางกำลังถูกคนเลวเอาเปรียบในช่วงเวลาอื่นในบางครั้งนางกลับไม่รู้สึกเลย

            ในช่วงเวลานั้นนางนอนหลับสนิท หลับยาวจนถึงรุ่งสาง ดูเหมือนต่อให้ฟ้าผ่าก็ไม่มีการสั่นคลอน [4]

            ไม่เพียงแค่นั้นทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา มู่จื่อหลิงรู้สึกสดชื่นไปทั้งตัว จิตใจแจ่มใส รู้สึกโล่งใจอย่างอธิบายไม่ถูกร่างกายดูเหมือนจะเต็มไปด้วยพลังงาน

            แต่หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนมู่จื่อหลิงก็ไม่สามารถเข้าใจได้ว่าหลงเซี่ยวอวี่คนเจ้าเล่ห์ผู้นั้นเหตุใดมีเตียงใหญ่อุ่นสบายถึงไม่ยอมให้นางนอนแต่กลับปล่อยให้นางนอนบนเตียงหยกเหมันต์ที่หนาวเหน็บถึงกระดูก

            ท้ายที่สุดแล้วมันเป็นเพราะเหตุใด? มู่จื่อหลิงรู้สึกหดหู่ใจมากจนนางเกือบจะข่วนผนังแต่นางก็ไม่ได้ต้องการเข้าใจเหตุผลอย่างแท้จริง

            แม้ว่าสำหรับนางแล้ว การนอนบนเตียงหยกเหมันต์ที่หนาวเหน็บจะไม่ต่างจากการนอนบนเตียงธรรมดาแต่ผู้ใดจะรู้ว่าการนอนบนเตียงที่เย็นยะเยือกเช่นนี้เป็นเวลานานจะทำให้ร่างกายของนางเกิดความเสียหายหรือไม่?

            เมื่อมาถึงจุดนี้มู่จื่อหลิงจึงเริ่มอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น

            ในที่สุด ในคืนหนึ่งมู่จื่อหลิงจึงพยายามทุกวิถีทาง เพื่อที่จะไม่ปิดเปลือกตาของตนจนกว่าจะถึงรุ่งสางนางรอให้หลงเซี่ยวอวี่ปรากฏตัวเพื่อจะได้สอบถามให้กระจ่าง

            แต่ผู้ใดจะไปรู้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ในภายหลังนางก็ยังหลับสนิท

            หลังจากนั้นเมื่อตื่นขึ้นในวันรุ่งขึ้น ไม่จำเป็นต้องพูด...นางนอนอยู่บนเตียงหยกเหมันต์ที่เย็นยะเยือกอีกครั้ง

            การฝืนไม่ให้ตนเองหลับเพื่อรอให้ใครบางคนปรากฏตัวเห็นได้ว่าไม่อาจทำตามแผนการนี้ได้

            ในเวลาต่อมาเพื่อไม่ให้ถูกเอาเปรียบอีก ในยามค่ำคืนมู่จื่อหลิงจึงตรงไปที่เตียงหยกเหมันต์อย่างเชื่อฟังในยามที่นางกำลังจะเข้านอน

            ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความประหม่าของนางหรือเปล่า...ที่แน่ๆในยามที่กำลังหลับในยามค่ำคืน นางไม่รู้สึกถึงการถูกใครบางคนเข้ามาเอาเปรียบอีก

            แต่ใครจะรู้ว่ามู่จื่อหลิงยังคงถูกแอบเอาเปรียบอยู่หรือไม่?

            -

            เวลาครึ่งเดือนผ่านไปเช่นนี้...

            ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมาในตอนแรกมู่จื่อหลิงยังสามารถอยู่ในจวนได้สองสามวัน แต่นางไม่อาจทนอยู่ในจวนอย่างเชื่อฟังและไม่ออกไปได้ตลอดไป

            หลังจากนั้นในทุกวันนอกเหนือจากการค้นคว้าเกี่ยวกับยาใหม่ๆ และการกลั่นยาพิษแล้วมู่จื่อหลิงยังไปที่หอเยวี่ยอวี่เพื่อกินแล้วชักดาบ [5] เป็นครั้งคราว

            ส่วนเหตุใดนางถึงสามารถกินแล้วชักดาบได้น่ะหรือ? นั่นเป็นเพราะการหายตัวไปของเย่จื่อมู่ในช่วงเวลานี้ดูเหมือนว่าเขาจะหายไปและไม่มีผู้ใดพบร่องรอยของเขา

            มู่จื่อหลิงไม่เคยลืมความจริงที่ว่าก่อนหน้านี้นางเคยถูกเย่จื่อมู่หลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            ชายฉลาดแกมโกงอย่างเย่จื่อมู่ผู้นี้ไม่ง่ายเลยที่จะหล่นลงไปในกับดัก แต่ผู้จัดการเย่กลับหล่นลงมาอย่างง่ายดายสำหรับมู่จื่อหลิง นางสามารถกล่าวได้เพียงห้าคำว่า นั่นไม่ใช่ปัญหา

            ดังนั้นมู่จื่อหลิงผู้ซึ่งมักจะ ‘แก้แค้นต่อความคับแค้นใจ’ มาโดยตลอด จึงใช้ประโยชน์จากการที่เย่จื่อมู่ไม่อยู่วางอุบายใส่ผู้จัดการเย่ กินแล้วชักดาบกับมื้ออาหารแสนอร่อยสองสามมื้อ

            ดังนั้นผู้จัดการเย่ผู้น่าสงสารที่เห็นการกระทำที่กินแล้วชักดาบของมู่จื่อหลิงจึงทำได้เพียงร้องไห้อย่างเงียบๆ ภายในใจ แต่เขาไม่อาจทำสิ่งใดได้!

            ผู้ใดใช้ให้เถ้าแก่ของพวกเขาบอกไว้เมื่อนานมาแล้วว่าบรรพบุรุษตัวน้อยอย่างเถ้าแก่มู่นั้นไม่มีใครสามารถเข้าไปแตะต้องได้เขาจึงไม่สามารถพูดสิ่งใดได้

            เป็นผลให้ในอีกไม่กี่วันต่อมาในยามที่ผู้จัดการเย่เห็นมู่จื่อหลิง เขาจึงมีท่าทางราวกับลูกหนี้หลบหนี้เจ้าหนี้นอกจากการหลบซ่อนแล้วก็ไม่ทำอะไรอีก

            สำหรับช่วงเวลาอื่น มู่จื่อหลิงมักจะแต่งตัวเป็นผู้ชายเพื่อเข้าดูแลหลิงซั่นถังของนาง

            ก่อนหน้านี้นางก็ทำเพียงเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดชายหนุ่มโดยไร้ซึ่งการประทินโฉมใดๆด้วยในยามนั้นนางเป็นเพียง ‘ผู้มาใหม่’ อีกทั้งนางก็ไม่ได้คิดอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนี้

            แต่ยามนี้หลิงซั่นถังเต็มไปด้วยผู้คนที่เข้ามาและออกไปมีคนจำนวนมากกว่าในยามที่ต้องจัดการกับเรื่องในวังหลวงเสียอีกหากยังใช้ใบหน้าของฉีหวางเฟยอีก มันจะเป็นการง่ายต่อการจดจำ

            ดังนั้นในยามนี้มู่จื่อหลิงจึงทำทั้งแต่งตัวและแต่งหน้า ทุกครั้งที่นางออกไปข้างนอกนางจะกลายเป็นเด็กผู้ชายที่ดูธรรมดามาก

            การปรากฏตัวของนางในเสื้อผ้าผู้ชายนั้นดูเรียบง่ายเรียบจนแทบจะจมอยู่ในฝูงชน เป็นการยากที่จะค้นพบ

            ดังนั้นเมื่อนางไปถึงหลิงซั่นถังนอกจากผู้จัดการร้านและพนักงานไม่กี่คนที่รู้ว่านางเป็นเถ้าแก่แล้วทุกคนล้วนคิดว่านางเป็นพนักงานใหม่ของหลิงซั่นถัง ซึ่งสิ่งนี้ทำให้นางสะดวกขึ้นมาก

            นับตั้งแต่เปิดหลิงซั่นถังมากิจการเจริญรุ่งเรือง ทั้งยังดำเนินไปอย่างราบรื่น

            อย่างไรก็ตามมู่จื่อหลิงไม่ทราบว่า ในอีกไม่นาน หลิงซั่นถังซึ่งดำเนินการอย่างราบรื่นกำลังจะเผชิญกับปัญหาใหญ่

            แม้จะผ่านไปครึ่งเดือนแล้วแต่ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จากไทเฮาแต่มู่จื่อหลิงไม่เคยคิดว่าเรื่องจะจบลงเช่นนี้เลย

            แต่ถึงแม้ว่านางจะออกมายังภายนอกนางก็ยังไม่ได้ยินข่าวลือใดๆ จากวังหลวง

            ในท้ายที่สุดมู่จื่อหลิงก็ทนความสงสัยในใจไม่ได้ นางจึงเรียกหากุ่ยเม่ย

            “กุ่ยเม่ยเจ้าจงไปตรวจสอบว่าในช่วงนี้เกิดอะไรขึ้นภายในวังหลวง” มู่จื่อหลิงสั่งเสียงต่ำก่อนจะพูดสองสามคำเบาๆ ว่า “ไปดูว่าไทเฮาเฒ่ายังสบายดีอยู่หรือไม่”

            “ขอรับ” กุ่ยเม่ยประสานมือคารวะแล้วหายตัวไปอย่างรวดเร็ว

            มู่จื่อหลิงมองไปทางที่ภาพติดตาจางหายไปรอยยิ้มเปล่งประกายในดวงตาของนาง

            นับตั้งแต่ที่นางถูกลอบสังหารซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลงเซี่ยวอวี่จึงได้ทิ้งกุ่ยเม่ยไว้เพื่อปกป้องนางอย่างลับๆ

            กล่าวได้ว่าเป็นการปกป้องทั้งยังกล่าวได้ว่าเป็นการเฝ้าระวัง

            มู่จื่อหลิงจะไม่เข้าใจได้อย่างไรแม้ว่าจอมมารหลงเซี่ยวอวี่ผู้นั้นจะสัญญากับนางแล้ว ว่าจะไม่ห้ามให้นางออกไปข้างนอกอีก

            นางสามารถออกไปได้ทุกเมื่อตามที่ต้องการแต่สิ่งนั้นย่อมมีราคาที่ต้องจ่ายเป็นการแลกเปลี่ยน

            ไม่ว่านางจะไปที่ใดล้วนถูกติดตามไปทุกที่แม้จะมองไม่เห็นในความมืด แต่มู่จื่อหลิงก็ยังหงุดหงิดอยู่มาก

            แต่แล้วนางก็คิดออกว่าการมีผู้เชี่ยวชาญตามคุ้มกันยามนางออกมาด้านนอกนับว่าเป็นเรื่องดี

            แม้ว่าการลอบสังหารจะเป็นฝีมือของฮองเฮาแม้ว่ายามนี้ฮองเฮาจะถูกกำจัดไปแล้ว แต่ศัตรูของนางก็จะไม่ลดลงไปด้วยเหตุนี้ดังนั้นนางจึงต้องระมัดระวังในจุดที่นางควรระวัง

            ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมากุ่ยเม่ยยังสามารถช่วยเหลือนางได้เป็นอย่างมากมู่จื่อหลิงจึงสงบลงมาก อยากตามก็ตามมา นางจะไม่ออกไปทำอะไรไม่ดีเหตุใดนางถึงต้องกลัวที่จะถูกติดตาม?

            ในยามนี้มู่จื่อหลิงและเสี่ยวหานกำลังเลือกและจัดเรียงวัตถุดิบทำยาที่โตเต็มที่ในสวนด้านหลังของตำหนักอวี่หาน

            ไม่นานกุ่ยเม่ยก็นำข่าวจากวังกลับมา

            อย่างที่ทุกคนทราบข่าวครั้งนี้ทำให้มู่จื่อหลิงตกตะลึง

            คราวนี้อาการประชวรขององค์หญิงอันหย่าร้ายแรงมาก มันหนักหนายิ่งกว่าเมื่อครั้งที่ฉีอ๋องตรัสว่า ‘นางเป็นหมาแมวที่ไหนก็ไม่รู้’ เมื่อหลายปีก่อนเสียอีก

            กล่าวได้ว่ารุนแรงยิ่งกว่า

            ดังนั้นหมอหลวงกลุ่มใหญ่ในวังจึงก้มหน้าลงอย่างสั่นสะท้านด้วยความกลัวไม่หลับไม่นอนเป็นเวลากว่าสามวันสามคืนแล้ว และในที่สุดก็สามารถช่วยองค์หญิงอันหย่ากลับจากประตูนรกได้

            มู่จื่อหลิงเดินออกจากสวนสมุนไพรยืดเอวของนางอย่างเกียจคร้านเป็นเวลานาน ก่อนจะยิ้มอย่างเหยียดหยาม“มันเป็นเวรเป็นกรรมจริงๆ”

            นางเพิ่งพูดเมื่อไม่นานมานี้ว่าต้นกล้าอ่อนแอผู้นี้จะตายง่ายขนาดนั้นได้อย่างไร? แม้จะเจ็บหนักมากถึงเพียงนั้นแต่อย่างไรก็ยังรอดกลับมาได้ มันเป็นเวรเป็นกรรมจริงๆ!

            “แล้วไทเฮาเล่าสถานการณ์ของไทเฮาเป็นอย่างไร?” มู่จื่อหลิงปัดสิ่งสกปรกบนมือของนางอย่างตั้งใจในขณะเดียวกันก็เอ่ยถามกุ่ยเม่ยไปด้วย

            กุ่ยเม่ยรายงานต่อไป

            ปรากฏว่าในวันที่องค์หญิงอันหย่าประสบอุบัติเหตุจนวันนี้ไทเฮาเฒ่าที่อยู่ภายในวังหลวงก็ยังไม่ได้พักผ่อนเลย

            ในตอนแรกไทเฮาได้มีรับสั่งออกมาหลายครั้งเพื่อนำตัวมู่จื่อหลิงมาตำหนิ

            แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ไม่ทราบสาเหตุผู้รับคำสั่งมาหากไม่สะดุดล้มตาย หรือประสบเข้ากับดินถล่มจนถูกหินทับตายก็ต้องพบโจรระหว่างทาง ทั้งร่างของเขาถูกปล้นชิงจนไม่เหลือแม้แต่เป้ากางเกง

            โดยรวมแล้ว ในช่วงเวลานี้ตราบใดที่มีคนออกมาจากวัง ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นผู้ใดตราบใดที่เดินทางมาในทิศทางของจวนฉีอ๋อง พวกเขามักจะประสบอุบัติเหตุที่น่าเศร้าและโศกนาฏกรรมมากมาย

            ---------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] ความสงบก่อนเกิดพายุ (暴风雨来临前的宁静) เป็นคำอุปมา มีความหมายว่า ช่วงเวลาแห่งความสงบความมั่นคง ก่อนความทุกข์ยากหรือความขัดแย้งจะมาถึง หรือความสงบก่อนเกิดเหตุการณ์สำคัญที่อาจทำให้ต้องสูญเสีย

            [2] คิดซ้ายตรองขวา (左想右想) เป็นสำนวน มีความหมายว่า พิจารณารอบด้าน

            [3] เทพมังกรเห็นหัวไม่เห็นหาง (神龙见首不见尾) เป็นคำเปรียบเปรย มีความหมายว่าผู้ที่ชอบทำตัวลึกลับ ไม่เปิดเผย

            [4] ฟ้าผ่าก็ไม่มีการสั่นคลอน(雷打不动) เป็นคำเปรียบเปรย มีความหมายว่า มีความหนักแน่นหรือเหตุการณ์ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

            [5] กินแล้วชักดาบ(吃霸王餐) เป็นคำสแลง มีความหมายว่า กินฟรีหรือกินแล้วไม่ยอมจ่าย

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663