หลังจากที่ลองทำซวนหน่ายเล่า*(โยเกิร์ต)เมื่อหลายวันก่อน ผลที่ออกมาเป็ไปตามที่คาด จากนมวัวธรรมดากลายเป็ซวนหน่อยเล่าที่รสชาติเปรี้ยวเล็กน้อย มันจึงเติมน้ำเชื่อมเข้าไป รสชาติจึงดีขึ้นอย่างมาก มันลองให้ท่านอาจารย์กิน ท่านอาจารย์ก็ชมชอบ วันนี้มันคิดจะลองทำหนิวโยว*(เนย) อย่างแรกมันเตียมนมประมาณหกลิตรในหม้อใบใหญ่ ตั้งไฟต้ม ระหว่างที่รอให้น้ำนมเดือด จ้าวเจียนใช้เวลานี้ อ่านหนังสือวิชากระบี่กรีดฟ้า เนื่องจากมันยังสร้างกระบี่ไร้ร่องไม่ได้ จึงยังฝึกวิชานี้ไม่ได้ เพียงอ่านเพื่อทำความเข้าใจเท่านั้น
ระหว่างนั้นเอง มันได้ยินเสียงฝีเท้าที่เร่งร้อนกำลังเดินมา จ้าวเจียนปิดหนังสือลง ประตูเปิดออก ผู้มาคือท่านอาจารย์ของมันเอง
ท่านผู้เฒ่าหน้าซีดเผือด ดึงมือจ้าวเจียวอย่างเร่งร้อน กล่าวว่า "เสี่ยวเจียน มีคนกำลังขึ้นเขามา เ้าบอกพวกมันว่า ข้าไม่อยู่ ข้าไปดินแดนัฟ้าหลายเดือนแล้ว "
จ้าวเจียนขมวดคิ้ว ถามว่า "ท่านอาจารย์หมายความว่าอย่างไร"
ท่านผู้เฒ่าตอบว่า "ไม่ต้องถามแล้ว แค่ทำตามที่ข้าบอก อย่าให้มันรู้ว่าข้าอยู่บนเขาลูกนี้" ว่าจบท่านอาจารย์ก็รีบออกไป จ้าวเจียนมองตามหลังพบว่าท่านอาจารย์หายไปแล้ว
จ้าวเจียนนั่งรออีกสักพัก ปรากฏผู้มาเยือนสองคนเดินมาถึงหน้าบ้านไม้ จ้าวเจียนไม่คิดอะไรมาก มันเชื่อใจท่านอาจารย์ หากผู้มาเยือนเป็คนอันตราย ท่านอาจารย์ต้องไม่ให้มันยุ่งเกี่ยวด้วยแน่นอน มันออกจากห้องครัวไปพบผู้มาเยือน
เป็ดังคาด ผู้มาเยือนทั้งสองไม่ได้หน้ากลัวเหมือนโจรป่าหน้าตาโเี้ แต่เป็ชายชราอายุไม่ต่ำกว่าแปดสิบปี สวมชุดขาวดูสะอาดสะอ้าน ผมยาวขาวโพลน หนวดเคราและขนคิ้วก็เป็สีข้าว ส่วนผู้มาเยือนอีกคน กลับเป็ดรุณีสวมชุดสีฟ้าผู้หนึ่ง อายุประมาณสิบสองถึงสิบสามปี แต่ที่ทำให้จ้าวเจียนตื่นตระลึงนั้นเพราะนางมีรูปโฉมที่งดงามมาก มันบอกได้เลยว่า ไม่ว่าในชาตินี้หรือชาติที่แล้ว มันไม่เคยพบเจอผู้หญิงคนไหนที่งดงามถึงเพียงนี้ ดวงหน้าเรียวงาม ริมฝีปากแบบบาง ดวงตาเรียวระหง คิ้วทรงเสน่ห์แฝงเค้าความเ็า ผมยาวดำขลับตัดกับผิวขาวดุจหิมะ นางสวมชุดยาวสีฟ้า ดึงดูดสายตาจ้าวเจียน ไม่อาจมองเมินได้
ทั้งสองผู้มาเยือน หยุดยืน จองมองที่มัน ชายชราผมขาวใบหน้านิ่ง กล่าวว่า "ต้านน้อยอยู่ที่ไหน"
ได้ยินคำว่าต้านน้อย จ้าวเจียนหัวเราะไม่ได้ร้องให้ไม่ออก ไม่คิดเลยว่าจะมีคนกล้าเรียกท่านอาจารย์เช่นนี้
มันผสานมือโค้งคารวะ ก่อนจะกล่าวว่า " ท่านผู้เฒ่าไม่อยู่ขอรับ" มันมองชายชราผมขาว อยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เพราะมันแน่ใจว่า คนที่ทำให้ท่านอาจารย์ต้องหลบหนี ต้องไม่ใช้คนธรรมดา เช่นนั้น อีกฝ่ายจะฟังคำพูดของมันหรือ?
จริงดังคาด ชายชราไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ เพียงทำหน้านิ่งเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของมัน
ชายชราเดินผ่านร่างมันไปยังบ้านไม้พร้อมกับดรุณีชุดฟ้า ระหว่างที่ทั้งสองคนเดินผ่านนั้น จ้าวเจียนััได้ถึงแรงกดดันประหลาดจากชายชรา ทำให้มันขยับตัวไม่ได้
ั้แ่เกิดมาบนโลกใบนี้ นี่เป็ครั้งแรกที่ถูกคุกคามจากผู้ฝึกตน พลังที่แตกต่างกันมากทำให้มันแทบจะฉี่ราด หน้าซีดเผือด ทำได้เพียงปล่อยให้ทั้งสองคนเดินผ่านไป
จนเมื่อชายชราเดินห่างออกไปแล้ว จ้าวเจียนถึงขยับตัวได้ มันรีบะโว่า "ท่านจะทำอะไร"
ชายชราไม่สนใจมันแม้แต่น้อย สิ่งที่ตอบกลับมา เป็เพียงสายตาที่เ็าของดรุณีชุดฟ้า ที่มองมันแบบผ่านๆเหมือนมองฝุ่นผงก็มิปาน
จ้าวเจียนกัดริมฝีปากแน่น แต่ทำอะไรมิได้ จึงต้องสงบสติลง
ชายชรายืนที่หน้าประตู แต่ไม่เปิดเข้าไป เพียงหลับตาลง คล้ายกับกำลังเข้าชาญ เพียงพักเดียวก็ลืมตาขึ้น ขมวดคิ้วแน่น
จ้าวเจียนแข็งใจกล่าวว่า "ที่นี่คือถิ่นของอาจารย์ข้า ท่านกล้าบุกรุกเข้ามา ไม่กลัวอาจารย์ข้ากลับมาแล้วจะเล่นงานท่านหรือ"
ชายชราหันควับมาทันที พูดพลางขมวดคิ้ว " อาจารย์เ้า? ต้านน้อยไฉนรับคนเช่นเ้าเป็ศิษย์ เ้าก็แค่เศษเดนชั้นต่ำ อายุสิบสองแต่ยังเข้าสู่ขั้นสองไม่ได้ อย่างเ้ามีอะไรดี " มันใช้สายตาสำรวจจ้าวเจียนพลางส่ายหัว เด็กชายตรงหน้ามันเพิ่งแตกฉานขั้นที่หนึ่งเอง ไฉนถึงเป็ศิษย์ของต้านน้อยได้ ดรุณีชุดฟ้าก็ปรายตามองจ้าวเจียนเช่นกัน สายตานางยังคงเ็าเช่นเดิม
ทั้งคำพูดและสายตาที่เหยียดหยามทำเอาจ้าวเจียนต้องขมวดคิ้ว พวกท่านคิดว่าตัวเองเป็ใครกัน ทำไมถึงมองข้าด้วยสายตารังเกียจเช่นนั้น ข้าไปถล่มมารดาท่านมาหรือไง
มันไม่อาจทนต่อการเหยียดหยามเช่นนี้ได้ ในใจรู้สึกโกรธเกรี้ยวถึงที่สุด จึงกล่าวเสียงแข็งว่า "ท่านคิดว่าข้าไม่เหมาะจะเป็ลูกศิษย์ของท่านอาจารย์งั้นรึ ดี ดี งั้นท่านกล้าฆ่าข้ารึเปล่า"
ได้ยินเช่นนั้น ชายชราขมวดคิ้ว ก่อนจะหัวร่อฮาฮา กล่าวว่า "เ้าเด็กนี่ เ้าแน่ใจรึ"
จ้าวเจียนยิ้มอย่างสมเพชตนเอง กล่าวว่า "นี่ไม่เกี่ยวกับอาจารย์ของข้า แต่มันเกี่ยวกับท่านที่เหยี่ยดหยามข้า บอกว่าข้าเป็เศษเดน ท่านสิเศษเดน!"
ดรุณีชุดฟ้าสีหน้าเคร่งเครียด นางไม่ชมชอบที่มีคนต่อว่าท่านตาของนางเช่นนี้ นางจึงก้าวเข้าหาเด็กชายหวังจะสังสอน แต่ถูกท่านตาขยับมือห้ามไว้
"เ้า้าอย่างไรว่ามา" ชายชรากล่าวเสียงเรียบ
จ้าวเจียนยิ้ม ชี้ไปที่ดรุณีชุดฟ้า กล่าวว่า "ชีวิตข้ากับชีวิตนาง ข้าให้ท่านโจมตีข้าหนึ่งครั้ง ถ้าข้าไม่ตาย นางต้องแต่งให้กับข้า เป็ภรรยาข้า"
ดรุณีชุดฟ้าเปิดตากว้าง นางรู้สึกโกรธแค้น แต่ความโกรธแค้นก็หมดไปสิ้นเมื่อคิดได้ว่า ท่านตาของนางหวงนางมากขนาดไหน เ้าเด็กตรงหน้านี้ชะตาขาดแล้ว
ท่านตาสีหน้านิ่งเรียบ แต่ดรุณีชุดฟ้ารู้ว่า ตอนนี้ท่านตากำลังโกรธถึงที่สุด มันไม่พูดอะไรมาก เพียงกล่าวว่า "ตกลงเ้าจะตายสมใจ" น้ำเสียงที่เ็าทำให้จ้าวเจียนหวาดหวั่น
ชายชราไม่รีรอ ตอนนี้เองที่ร่างของจ้าวเจียนถูกกดดันด้วยพลังจิตรุนแรง มันขยับตัวไม่ได้และหน้าซีดลงหลายส่วน อย่างน้อยก็ควรให้มันตั้งตัวก่อนไม่ได้หรือ
จ้าวเจียนพยายามเค้นพลังจินตภาพให้สะสมในร่างกายมากที่สุด เท่าที่จะทำได้ มันไม่ได้โง่ถึงขนาดยอมสละชีวิตเพื่อศักดิ์ศรี แต่ที่มันยอมเดิมพันครั้งนี้เพราะมีไพ่ตายซ่อนอยู่
ชายชรายกแขนขวาขึ้น มวลอากาศที่อยู่รอบๆมือเหี่ยวย้นและซีดขาวนั้น ปลดปล่อยไอน้ำแข็งเยือกเย็นกระจายออกไป ทันใดนั้น ไอน้ำแข็งก่อตัวเป็หอกน้ำแข็ง ค่อยๆ ยาวขึ้นกว่าสองเมตรอยู่กลางอากาศ ประกายฆ่าฟันรุนแรงกระจายออกจากปลายหอกที่คมปราบ แสงสีฟ้าราวกับแสงแห่งความศักดิ์สิทธิ์กระจายออกมา
ทำเอาจ้าวเจียนตาพร่ามัว
ฉับพลันนั้นเอง ต้นไม่และต้นหญ้าบริเวณโดยรอบต่างถูกแช่แข็งเป็บริเวณกว้าง ร่างของจ้าวเจียนก็เริ่มมีแผ่นน้ำแข็งปรากฏขึ้น แต่ก่อนที่น้ำแข็งจะปกครุมทั่วทั้งร่างมันนั้นประกายสีดำเงาวับ ปิดบังใบหน้าของมันจนมืดสนิด ไม่มีใครสังเกตุเห็น
จากนั้นทั่วทั้งร่างของมันพลันกายเป็รูปแกะสลักน้ำแข็งแล้ว
การโจมตีเกิดขึ้นต่อเนื่อง
หอกน้ำแข็งคมปราบสั่นเทิ้มรุนแรงราวกับกำลังเร่งอำนาจให้ถึงขีดสุด เมื่อสะสมพลังได้ถึงจุดหนึ่งแล้ว แสงสีฟ้าส่องประกายเจิดจ้า ก่อนจะพุ่งเข้าใส่หน้าอกจ้าวเจียนโดยพลัน
ระหว่างนั้น คลื่นพลังอันรุนแรงกระจายออกมา ทำให้น้ำแข็งตามต้นไม้ใบหญ้าแตกกระจายเป็เศษกระจกปลิวว่อน เพี่ยงไม่ถึงชัวพริบตา น้ำแข็งที่เกาะร่างจ้าวเจียนพลันแหลกละเอียดแทนที่ด้วยประกายหอกคมปราบที่ประทะเข้าใส่ ปลายหอกนั้นปักเข้าที่หน้าอกจ้าวเจียนอย่างจัง!
ร่างของมันสั่นเทิ้ม ย้อมด้วยสีแดงโลหิด แต่ปลายหอกหาได้ปักเข้าหน้าอกของมันไม่ แต่แรงกระแทกก็ทำให้ร่างของมันกระเด็นไถลไปหลายสิบเมตร
ชายชราแววตาหวั่นวิตก มันหน้าซีดเผือด ร้องในใจว่าผิดท่า กล่าวเสียงสั่นว่า "มันยังไม่ตาย" โดยพลันนั้นร่างมันหายไปในพริบตา ปรากฏตัวอีกครั้งที่เบื่องหน้าของจ้าวเจียน
ร่างของจ้าวเจียนก็ถูกแรงกดดันของพลังจิตรุนแรง กดร่างแนบไปกับพื้น จนหน้าดินยุบลงไป ร่างของมันยิ่งอาบไปด้วยเืมากกว่าเดิม ชายชราสีหน้าเคร่งเครียด มันไม่ยอมเด็ดขาด จ้าวเจียนต้องตกตาย!
ฉับพลันนั้นเองผู้เฒ่าต้านต้าน ก็ปรากฏตัวขึ้น มันผลักมือออกไปเกิดกระแสลมรุนแรง ดันร่างชายชราผมขาวถอยไปหลายก้าว ต้านต้านกล่าวว่า "ศิษย์พี่ไฉนไร้ยางอายเช่นนี้"
ชายชราผมขาวขมวดคิ้วนิ้วหน้า กล่าวว่า "เ้าไฉนโพล่มาตอนนี้ ลูกศิษย์เ้าบังอาจนัก เ้าสังสอนมันบ้างหรือไม่"
"ศิษย์พี่เื่อื่นล้วนไม่สำคัญ ที่สำคัญคือ จ้าวเจียนต้องไม่ตาย ถ้ามันตายตระกูลฉินของท่านต้องจ่ายราคาแพงแน่ ท่านอาจไม่รู้ มันคือบุตรของจ้าวซื่อซื่อ!"
สิ้นคำนั้น ชายชราหน้าเคร่งเครียดทันที สำนักิหากไม่มีตระกูลจ้าวจะเป็สำนักิได้อย่างไร จ้าวซื่อซื่อศิษย์เอกของสำนักิที่นำทัพปราบลัทธิกลืนกลิน เสี่ยงเป็เสี่ยงตายอยู่ที่โลกภายนอก หากรู้ว่าลูกในไส้ถูกอดีตเ้าสำนักทำร้ายาเ็สาหัสจะเป็อย่างไร
หากมีคนในสำนักรู้เื่ที่มันทำร้ายลูกของจ้าวซื่อซื่อาเ็ปางตาย อำนาจของฉินซื่อหงในสำนักต้องสั่นคลอนเป็แน่
ดรุณีชุดฟ้าเปิดตากว้าง นางคิดไม่ถึงว่าจ้าวเจียนจะเป็บุตรของจ้าวซื่อซื่อ
แน้นอนจ้าวเจียนที่สลบไปั้แ่โดนหอกน้ำแข็งแท็งใส่ มันไม่อาจได้ยินการสนทนาระหว่างอาจารย์มันกับชายชราผมขาว
.....
เจ็ดวันต่อมา จ้าวเจียนฟื้นคืนสติ เพราะชุดเกาะที่เกิดจาก,ดำน้อย*(หญ้าดำ) ช่วยป้องกันการโจมตีจากหอกนั่น มันถึงมีชีวิตรอดมาได้
ท่านผู้เฒ่าเห็นมันฟื้นแล้วจึงกล่าวว่า " เ้าไฉนหาเื่ใส่ตัวเช่นนั้น ปกติเห็นเ้ารู้จักแต่หลีกเลี่ยงปัญหา ไฉนวันนั้นถึงทำตรงกันข้าม"
จ้าวเจียนตอบเสียงแหบพร่า "ข้าอยากได้แม่นางผู้นั้น"
ท่านอาจารย์ร้องเพ่ยคำนึง กล่าวว่า "ไฉนเ้ากลายเป็ตัวโง่งม หรือเพราะเห็นหญิงงามครั้งเดียวก็กลายเป็เช่นนี้ ข้าจะไว้ใจปล่อยให้เ้าลงเขาได้อย่างไร"
จ้าวเจียนยิ้มฝืด กล่าวว่า "ตาแก่นั่น ดูถูกศิษย์ ดูถูกท่านอาจารย์ แถมยังเรียกท่านอาจารย์ว่าต้านน้อย ศิษย์ได้ยินแล้วจึงโกธแทนท่านอาจารย์" คำพูดของมันทีเล่นทีจริง ทำเอาท่านผู้เฒ่ายิ้มไม่ได้ร้องให้ไม่ออก จึงกล่าวว่า "งั้นเ้าไม่ได้อยากแต่งกับฉินเทียนจริงๆหรอกหรือ"
"ฉินเทียน?"จ้าวเจียนทวนชื่อนั้น
ท่านผู้เฒ่ากล่าว "แม่นางชุดฟ้า"
จ้าวเจียนร้องอ้อ กล่าวว่า "ข้าอายุสิบสองขวบแล้ว แค่รู้สึกอยากแล้ว"
ท่านอาจารย์ร้องเพ่ย กล่าวว่า "เ้าอยากอะไร"
จ้าวเจียนยิ้มลามก กล่าวว่า "ท่านก็ทราบ"
ทั้งสองคุยเล่นกันไม่นาน ท่านผู้เฒ่าบอกจ้าวเจียนว่ามันต้องไปจัดการบางอย่างที่ดินแดนัฟ้า ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเมื่อไหร่ เช่นนั้นมันจึงกำชับจ้าวเจียน ไม่ให้มันลงจากเขาจนกว่าจะก้าวเข้าสู่ขั้นสามของผู้ฝึกตน และบอกว่า เมื่อมันเข้าสู่ขั้นสามแล้ว ให้เดินทางไปยังแคว้นต้าชิง และสอบเข้า,สำนักฝึกฝน มันเตรียมเอกสารไว้ให้ชุดนึงสำหรับสมัคเข้าสอบ ที่จริงแล้วมันไม่อยากเดินทางไปยังดินแดนัฟ้าจึงพยายามหลบหน้าศิษย์พี่แต่คิดไม่ถึงว่าจ้าวเจียนจะหาเื่ใส่ตัวเช่นนั้น เมื่อเจอกับศิษย์พี่แล้วมันก็ต้องทำตามคำสั่ง
เมื่อกล่าวสิ่งที่ควรกล่าวกับจ้าวเจียนแล้ว ท่านผู้เฒ่าจึงออกเดินทาง
หลังจากที่ท่านอาจารย์ไปได้สามวัน จ้าวเจียนก็สามารถสร้างกระบี่ไร้รองและประทับมันลงในกระบี่หงส์ก้าวสู่ขั้น[เสมือน]หรือขั้นสองของผู้ฝึกตน จากนั้นอีกหนึ่งเดือนจ้าวเจียนฝึกวิชากระบี่กรีดฟ้าจนแตกฉานขั้น[เสมือน]หรือขั้นสองของผู้ฝึกตน
จากนั้นอีกสามปีจ้าวเจียนก้าวเข้าสู่ขั้น[ผสาน]หรือขั้นสามของผู้ฝึกตน เตรียมตัวลงจากเขา ไปยังแคว้นต้าชิง
.....
*คุยกันสักเล็กน้อย
จากนี้จ้าวเจียนจะต้องเผชิญกับโลกกว้างเพียงลำพัง แน่นอนว่า สำหรับมันหาใช้เื่ยากเย็นไม่ ด้วยฝีมือการวาดภาพ และความรู้เื่ของอาหาร มันอย่างไรก็ไม่อดตาย แม้ในเมืองหลวงแคว้นชิงค่าครองชีพจะสูงอยู่ก็เถอะ