สัตย์สาบานแห่งดวงดาว

    ตอนที่ 143 ต่อไปก็โรงฟักไข่...

    ช่วงบ่าย


    ยูรันยืนอยู่บนเนินสูง มองภาพรวมของพื้นที่โดยมีเฮยหลงกับเยว่หลินยืนอยู่ด้านหลัง


    “บ่อเพาะเลี้ยงไปถึงไหนแล้ว?”


    เฮยหลงรีบรายงาน


    “ตอนนี้ขุดเสร็จแล้วห้าสิบบ่อจากทั้งหมดหกสิบเก้าบ่อขอรับ เหลืออีกสิบเก้าบ่อ”


    ยูรันพยักหน้า


    “อืม เอาเถอะ พวกเจ้าดูรายการพวกนี้ ตอนนี้ที่เสร็จจริง ๆ มีแค่ตำหนักมรกต และปัญหาใหญ่สุดคือโรงฟักไข่กับบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ”


    รายการพัฒนายอดเขา


    สิ่งปลูกสร้างหลังเขา


    * *[X]* ตำหนักมรกต (ปรับปรุงแล้วเปลี่ยนเป็นตำหนักหลัก) เสร็จสิ้น

    * [ ] บ่อเพาะเลี้ยง `กำลังดำเนินการ 50 จาก 69`

    * [ ] ฟาร์มสัตว์บกและสัตว์ปีก `ยังไม่ได้เริ่ม`

    * [ ] สวนสมุนไพรวิญญาณ `ยังไม่ได้เริ่ม`

    * [ ] สวนผลไม้วิญญาณ `ยังไม่ได้เริ่ม`

    * [ ] โรงหมักสุรา `ยังไม่ได้เริ่ม`

    * [ ] โรงหลอมยา`ยังไม่ได้เริ่ม`

    * [ ] โรงตีเหล็ก `ยังไม่ได้เริ่ม`

    * [ ] โรงทอผ้า`ยังไม่ได้เริ่ม`

    * [ ] คลังสินค้า `ยังไม่ได้เริ่ม`

    * [ ] ห้องทำงานส่วนบุคคลของแต่ละคนสำหรับงานเอกสาร `ยังไม่ได้เริ่ม`

    * [ ] บ่อน้ำพุร้อน `ยังไม่ได้เริ่ม`

    * [ ] โรงฝึกส่วนตัว `ยังไม่ได้เริ่ม`

    * [ ] ศาลากลางน้ำสำหรับ ตกสัตว์น้ำ `กำลังดำเนินการ ความคืบหน้าตามบ่อเพาะเลี้ยง`

    * [ ] โรงฟักไข่


    สถานที่กลางเขาและหน้ายอดเขา


    * [ ] ตำหนักหลัก (ปรับปรุงแล้วเปลี่ยนเป็นตำหนักรับรอง) `ยังไม่ได้เริ่ม`

    * [ ] ปรับปรุงลาน `ยังไม่ได้เริ่ม`

    * [ ] โรงอาหารสำหรับศิษย์ฝึกงาน `ยังไม่ได้เริ่ม`

    * [ ] เรือนใหม่สำหรับศิษย์ฝึกงาน `ยังไม่ได้เริ่ม`

    * [ ] สถานที่จัดกิจกรรมอื่นๆ `ยังไม่ได้เริ่ม`


    ฝั่งตะวันออก


    * [ ] เรือนบัญชีทุบทิ้ง `ยังไม่ได้เริ่ม`

    * [ ] คลังสินค้าทุบทิ้ง `ยังไม่ได้เริ่ม`

    * [ ] ตำหนักสำหรับการฝึกสอน `ยังไม่ได้เริ่ม`


    ฝั่งตะวันตก


    * [ ] สถานที่ให้ฝึกทดลองทำบางอย่างตามความถนัดของตนเอง  `ยังไม่ได้เริ่ม`

    * [ ] เขตท่องเที่ยว และนิทรรศการ


    เฮยหลงกับเยว่หลินอ่านรายการตั้งแต่ต้นจนจบ ก่อนย้อนกลับไปอ่านใหม่อีกรอบด้วยความไม่อยากเชื่อ


    [นี่นายท่านคิดจะสร้างทุกอย่างบนยอดเขาเลยหรือ?!]


    เยว่หลินเงยหน้าขึ้นอย่างลังเล


    “นายท่านเจ้าคะ หากสร้างทั้งหมดตามรายการนี้ ยอดเขาจันทราคงไม่ต่างจากเมืองขนาดย่อมเลยนะเจ้าคะ”


    “ก็ตั้งใจให้เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว”


    ยูรันตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน


    “ในอนาคตข้าไม่ต้องการออกไปตามหาสถานที่หลอมยา หลอมอาวุธ เพาะสมุนไพร หรือซื้อวัตถุดิบจากผู้อื่นทุกครั้ง หากสร้างทุกอย่างไว้ที่นี่ พวกเราก็จัดการได้เองทั้งหมด”


    เฮยหลงชี้ไปยังสองรายการซึ่งยูรันกล่าวถึง


    “แต่เหตุใดปัญหาใหญ่ที่สุดจึงเป็นโรงฟักไข่กับบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำขอรับ?”


    “เพราะมันอาจเกิดปัญหาขึ้นน่ะสิ”


    เฮยหลงยิ่งสงสัยกว่าเดิม


    “ปัญหาอะไรหรือขอรับ?”


    ยูรันชี้ลงไปยังบ่อเพาะเลี้ยงเบื้องล่าง


    “เพราะพวกมันอยู่ดีกินดีเกินไป จนเริ่มวิวัฒนาการกันแล้วน่ะสิ”


    “พวกแกไม่เห็นหมึกกับกุ้งในบ่อหรืออย่างไร? ตัวของพวกมันใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แถมสีก็เริ่มเปลี่ยนไปแล้วด้วย”


    เขาหันกลับมามองงูทั้งสอง


    “ตอนกินพวกมัน พวกแกไม่สังเกตหรือว่าในเนื้อเริ่มมีพลังปราณปะปนอยู่เล็กน้อย?”


    “อีกอย่าง สัตว์น้ำชนิดเดียวกันซึ่งถูกนำขึ้นโต๊ะในแต่ละวันก็เริ่มมีขนาดไม่เท่ากันแล้ว บางตัวใหญ่กว่าปกติถึงครึ่งหนึ่ง บางตัวเปลือกแข็งขึ้น บางตัวรสชาติก็เปลี่ยนไป”


    เฮยหลงกับเยว่หลินชะงักพร้อมกัน


    เมื่อลองนึกย้อนกลับไป ทั้งสองก็พบว่าอาหารทะเลบนโต๊ะช่วงหลังมีความแตกต่างจากเดิมจริง ๆ เพียงแต่พวกเขาคิดว่ายูรันคัดเลือกสัตว์น้ำต่างขนาดมาทำอาหารเท่านั้น


    เยว่หลินถามอย่างไม่แน่ใจ


    “หมายความว่าพวกมันกำลังดูดซับพลังปราณ จนเริ่มเปลี่ยนจากสัตว์ธรรมดาเป็นสัตว์วิญญาณหรือเจ้าคะ?”


    “อืม ก็น่าจะใช่”


    ยูรันพยักหน้า


    “หากพวกมันดูดซับพลังปราณต่อไปจนถึงขีดสุด กระทั่งก่อกำเนิดแก่นทองคำขึ้นมาได้ สัตว์น้ำหนึ่งตัวอาจขายได้ถึงหนึ่งแสนเหรียญวิญญาณเลยก็ได้”


    “...”


    เฮยหลงกับเยว่หลินเบิกตากว้างพร้อมกัน


    “สำหรับผู้บำเพ็ญทั่วไป เพียงบำเพ็ญไปถึงขอบเขตแก่นทองคำได้ก็ถือว่าน่าเหลือเชื่อแล้ว แต่สัตว์น้ำธรรมดาพวกนี้กลับมีโอกาสวิวัฒนาการไปถึงระดับเดียวกัน”


    ยูรันลูบคางพลางครุ่นคิด


    “อีกหน่อยอาจมีวิถีของผู้ปรุงอาหารถือกำเนิดขึ้นมาโดยเฉพาะ คล้ายกับนักหลอมโอสถก็ได้”


    “เพราะวัตถุดิบซึ่งเต็มไปด้วยพลังปราณจะนำไปปรุงตามปกติไม่ได้ ผู้ปรุงต้องรู้วิธีควบคุมไฟ รักษาพลังงานภายในเนื้อ และทำให้อาหารสุกโดยไม่ปล่อยให้สรรพคุณสูญสลาย”


    เขากางมือออก


    “เมื่อถึงตอนนั้น อาหารหนึ่งจานอาจให้ผลไม่ต่างจากโอสถ เพียงแต่มีรสชาติดีกว่าหลายเท่า”


    ยูรันหันกลับมามองงูทั้งสอง


    “พวกแกคิดว่าอย่างไรล่ะ?”


    เฮยหลงมองบ่อทั้งห้าสิบแห่งเบื้องล่าง ก่อนกลืนน้ำลาย


    “หากสัตว์น้ำพวกนี้วิวัฒนาการสำเร็จทั้งหมด...”


    เยว่หลินกล่าวต่อด้วยดวงตาเป็นประกาย


    “เช่นนั้นในบ่อเหล่านี้ก็ไม่ใช่กุ้งกับหมึกแล้ว แต่เป็นเหรียญวิญญาณซึ่งกำลังว่ายน้ำอยู่เต็มไปหมดเลยสิเจ้าคะ!”


    “ก็คงใช่”


    ยูรันพยักหน้า ก่อนชี้ไปยังบ่อเพาะเลี้ยงเบื้องล่าง


    “แต่ปัญหาคือ เมื่อพวกมันเริ่มมีพลังขึ้นมา จะไม่หันไปกินตัวที่อ่อนแอกว่า แล้วทำลายบ่อรึไง?”


    “เพียงผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานคนเดียว หากต้องการระเบิดบ่อทั้งหมดนี่ทิ้งก็ยังทำได้อย่างง่ายดาย”


    เฮยหลงสีหน้าเปลี่ยนไปทันที


    “จริงด้วยขอรับ หากมีสักตัวก้าวเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐาน บ่อธรรมดาเหล่านี้คงขังมันไว้ไม่ได้แน่”


    เขาหันกลับมาหายูรัน


    “เช่นนั้นพวกเราควรจับตัวที่เริ่มวิวัฒนาการขึ้นมาแยกไว้ก่อน หรือสร้างบ่อใหม่ให้แข็งแรงพอจะกักขังพวกมันดีเจ้าคะ?”


    ยูรันมองบ่อเพาะเลี้ยงทั้งหมด ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนแผนอย่างรวดเร็ว


    “บางทีหกสิบเก้าบ่ออาจไม่พอ”


    เฮยหลงกับเยว่หลินชะงักพร้อมกัน


    “ข้าจะเพิ่มจำนวนเป็นหนึ่งร้อยบ่อ แล้วแบ่งพื้นที่ตามระดับของสัตว์ภายใน”


    เขายกนิ้วขึ้นนับ


    “สัตว์ทั่วไป ขอบเขตหลอมรวมปราณ และขอบเขตสร้างรากฐาน ส่วนบ่อที่เหลือให้ปล่อยว่างเอาไว้ก่อน เผื่อมีสัตว์ระดับสูงกว่านั้นถือกำเนิดขึ้นมา”


    ยูรันพยักหน้าให้กับแผนการของตนเอง


    “อืม เอาตามนี้แหละ”


    จากนั้นจึงหันไปสั่งงูทั้งสอง


    “พวกแกไปนับจำนวนสัตว์น้ำทั้งหมด แล้วคัดแยกพวกมันตามระดับการเปลี่ยนแปลงให้เรียบร้อย”


    “ตัวไหนยังไม่มีพลังให้แยกไว้ส่วนหนึ่ง ตัวไหนเริ่มหลอมรวมปราณก็แยกไปอีกบ่อ ส่วนตัวที่ใกล้สร้างรากฐานต้องกักเอาไว้ต่างหาก ห้ามปล่อยให้ปะปนกันเด็ดขาด”


    “ขอรับนายท่าน!”


    “เจ้าค่ะนายท่าน!”


    “หลังจัดการบ่อเสร็จแล้ว ค่อยไปดูสวนผลไม้วิญญาณต่อ”


    ยูรันชี้ไปยังพื้นที่ว่างอีกแห่ง


    “ข้าจะสร้างสวนกับวางระบบน้ำทิ้งไว้ให้ พวกแกเพียงนำปุ๋ยซึ่งหมักเอาไว้หลายวันไปเทลงตามจุดที่กำหนด”


    “ปุ๋ยเหล่านั้นทำจากวัตถุดิบของสัตว์วิญญาณ บางทีต้นไม้ธรรมดาอาจดูดซับพลังจนวิวัฒนาการเป็นต้นไม้วิญญาณได้เหมือนกัน”


    เขาโบกมือไล่


    “ระหว่างทำงานก็ฝึกก้าวพริบตาไปด้วยแล้วกัน แยกย้าย เสร็จแล้วค่อยกลับมาหาข้า”


    หลังรับคำสั่ง เฮยหลงกับเยว่หลินก็รีบมุ่งหน้าไปยังบ่อเพาะเลี้ยงทันที


    ส่วนยูรันเริ่มลงมือขยายพื้นที่ด้วยตนเอง


    คราวนี้เขาไม่คิดปิดบังพลังอีกต่อไป การขุดบ่อ ปรับพื้น ก่อขอบ วางเส้นทางน้ำ และสร้างจุดเชื่อมต่อจึงดำเนินไปอย่างรวดเร็ว


    บ่อใหม่ปรากฏขึ้นต่อเนื่องจากพื้นที่เดิม จากห้าสิบบ่อเพิ่มเป็นหกสิบ เจ็ดสิบ แปดสิบ จนกระทั่งครบหนึ่งร้อยบ่อตามแผน


    หลังจัดการบ่อเพาะเลี้ยงเสร็จ ยูรันก็ย้ายไปยังพื้นที่สำหรับสวนผลไม้วิญญาณ


    การสร้างสวนไม่ได้ซับซ้อนมากนัก เขาจัดวางต้นไม้ประมาณหนึ่งร้อยห้าสิบต้นตามระยะห่างซึ่งเหมาะสม วางระบบควบคุมน้ำและทางส่งปุ๋ยแยกตามพื้นที่ ก่อนเว้นที่ว่างรอบนอกเอาไว้สำหรับขยายสวนในอนาคต


    เมื่อลงมือทำทุกอย่างด้วยตนเอง งานซึ่งตามปกติต้องใช้คนจำนวนมากและกินเวลาหลายวันจึงเสร็จลงอย่างรวดเร็ว


    ยูรันหยิบรายการพัฒนายอดเขาขึ้นมา ก่อนแก้ไขสถานะของสองรายการ


    - *[X]* บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ `เสร็จสิ้น 100 บ่อ`

    - *[X]* สวนผลไม้วิญญาณ `เสร็จสิ้น 150 ต้น และสำรองพื้นที่สำหรับขยาย`


    หลังจากนั้นเขาก็กลับไปนั่งรอบนเนินสูงตามเดิม พลางครุ่นคิดถึงงานชิ้นต่อไป


    “ต่อไปก็โรงฟักไข่...”


    ขณะเดียวกัน เฮยหลงกับเยว่หลินยังคงทำงานอย่างหนักอยู่บริเวณบ่อเพาะเลี้ยง


    การตรวจสอบว่าสัตว์น้ำตัวใดเริ่มวิวัฒนาการไปถึงระดับไหน จำเป็นต้องควบคุมพลังอย่างละเอียด ทว่าพื้นฐานการควบคุมของทั้งสองยังไม่ดีนัก จึงต้องใช้เวลาตรวจสอบทีละตัวอย่างระมัดระวัง


    ซ้ำร้าย พวกเขายังพยายามฝึกก้าวพริบตาระหว่างเคลื่อนย้ายสัตว์น้ำไปยังบ่อใหม่อีกด้วย


    ถึงจะล่าช้า แต่ทั้งสองไม่กล้าทำงานส่ง ๆ


    หากจัดระดับผิดแล้วนำสัตว์ซึ่งใกล้สร้างรากฐานไปปะปนกับสัตว์ทั่วไป เช้าวันรุ่งขึ้นอาจเหลือเพียงสัตว์ตัวเดียวซึ่งกินทุกอย่างในบ่อจนหมด


    ทว่างูทั้งสองยังคงวุ่นวายอยู่กับการนับจำนวนและคัดแยกสัตว์น้ำอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จง่าย ๆ


    เวลาค่อย ๆ ผ่านไป จนดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำและใกล้ถึงเวลาอาหารเย็น

    คล้ายกับเรื่องสัตย์สาบานแห่งดวงดาว ที่คุณอ่าน