โจวเถาเถาตากผ้าห่มไว้บนเสาไม้ไผ่ที่สนามหญ้า ตอนนี้น่าจะได้เวลาทำอาหารกลางวันแล้ว นางเอาปลาที่หงเอ๋อจับได้มาทำความสะอาด ทาด้วยเกลือแล้วนำไปตากแดดในลานบ้าน ปลาที่ตากแดดให้แห้งจะเก็บไว้ได้นานกว่าเดิม ตอนบ่ายนางเริ่มทำความสะอาดแปลงผัก
่เวลาที่ดีที่สุดในการปลูกผักกาดขาวคือหลังจากฤดูใบไม้ร่วง ตอนนี้ผ่านไประยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร โจวเถาเถานำเมล็ดผักที่นางซื้อมาเมื่อวันก่อน โรยปลูกจนหมดเพื่อที่จะได้มีผักไว้กินในหน้าหนาวที่จะมาถึงนี้ นางขุดหลุมและเสี่ยวหงเอ๋อเป็คนหว่านเมล็ดพันธุ์ผัก หลังจากทำงานเสร็จแล้ว โจวเถาเถาคิดได้ว่าร่างกายนางก็ไม่ได้แย่มากเท่าท่ีนางคิดเอาไว้ เมื่อวานนางเข้าไปในเมืองใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วยามก็ทั้งหอบทั้งเหนื่อยมากแล้ว แต่วันนี้นางทำงานไปนานกว่าหนึ่งชั่วยามแล้ว ร่างกายกลับไม่ได้รู้สึกเหนื่อยมากแต่อย่างใด ความแตกต่างนี้ทำให้โจวเถาเถาแปลกใจ จากความทรงจำของหวังเสี่ยวเตี๋ยที่นางได้รับรู้ ทุกปีในฤดูหนาวเป็่เวลาที่ผ่านไปได้อย่างยากลำบาก หน้าหนาวทำงานไม่ได้ ของกินก็ไม่มี คนที่ไม่มีอาหารเก็บไว้อย่างเพียงพอในฤดูหนาวจะใช้ชีวิตอย่างลำบากยากแค้น อีกทั้งจะได้ยินว่ามีคนอดอยากตายในบางหมู่บ้าน
ทุกๆ ฤดูหนาวเมื่อหวังเสี่ยวเตี๋ยหิวโหย นางจะไปที่บ้านตระกูลหวังเพื่อขออาหาร พวกเขาจะโยนข้าวหรือธัญพืชให้นางสักสองสามถุงนางจึงผ่านฤดูหนาวมาแบบนั้นได้ทุกปี
หลังจากฤดูเก็บเกี่ยวใน่ใบไม้ร่วงไม่นานนัก ครอบครัวจะมีเงินเหลือเพียงเล็กน้อยเพื่อซื้ออาหาร ดังนั้นจึงแทบไม่ต้องไปคิดถึงเื่การซ่อมแซมบ้านหรือซื้อเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มแต่อย่างใด เมื่อคิดถึงหิมะในฤดูหนาว ลมหนาวที่พัดผ่านเข้ามาในกระท่อมหลังคามุงจากที่ทรุดโทรม อีกทั้งผ้าห่มผืนบางๆ ที่แทบจะกันลมหนาวไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เสี่ยวหงเอ๋อเองก็ไม่มีแม้แต่เสื้อกันหนาว ส่วนตัวนางเองก็ไม่อาจจะใส่เสื้อคลุมตัวเดียวแบบนี้อยู่ได้ตลอดเวลา
ทุกสิ่งทุกอย่างต้องใช้เงินทั้งนั้น ในตอนนี้การหาเงินเป็สิ่งที่โจวเถาเถา้าจะทำที่สุด หมู่บ้านนี้ล้อมรอบไปด้วยูเาทั้งสามด้านมีพื้นที่เปิดเพียงด้านเดียวคือทางเข้าออกของหมู่บ้านเท่านั้น กระท่อมหลังคามุงจากสองหลังของโจวเถาเถากับลูกชายอาศัยอยู่ ก็อยู่ทางทิศใต้สุดติดกับูเา ดังคำที่ว่าอยู่ใกลู้เากินูเา อยู่ใกล้น้ำกินน้ำ
นางคิดว่าพรุ่งนี้จะขึ้นูเาไปเพื่อหาดูว่าจะมีอะไรเอามากินได้บ้างหรือไม่..บนูเามีของป่าของกินมากมาย โจวเถาเถาไม่เหมือนหวังเสี่ยวเตี๋ยที่เป็คนี้เีเอาแต่นั่งงอมืองอเท้า
คืนนั้นสองแม่ลูกนอนห่มผ้านวมที่หอมกลิ่นแดดอยู่ข้างกัน โจวเถาเถาถอนหายใจอย่างสบายอารมณ์ ในความงุนงงครึ่งหลับครึ่งตื่น หญิงสาวรู้สึกหนาวขึ้นมาเล็กน้อย นางเอื้อมมือควานหาผ้าห่ม..หาอยู่นานก็ไม่เจอ นางจึงลืมตาขึ้นอย่างง่วงงุนแต่แล้วภาพที่เห็นตรงหน้าแทบจะทำให้นางหายง่วงเป็ปลิดทิ้ง
“ทำไมถึงฝันแบบเมื่อวานนี้อีกแล้วล่ะ?” โจวเถาเถาจ้องมองไปรอบๆ บรรยากาศที่มีหมอกหนาทึบเต็มไปหมด จากนั้นจึงมองไปที่แอ่งน้ำเล็กๆ ด้านข้าง
“ฝัน?” เป็ความฝันอีกแล้วงั้นหรือ? ..โจวเถาเถาหยิกตัวเอง แต่กลับรู้สึกถึงความเ็ปที่แขน แล้วนางกลับมาที่กระท่อมมุงจากได้อย่างไร? ทันทีที่นางคิด นางก็พบว่าตนเองยืนอยู่ในกระท่อมมุงจากอีกครั้ง หากเมื่อนาง้าจะกลับไปพื้นที่มีหมอกลงหนานั้น นางก็สามารถกลับเข้าไปได้ในชั่วพริบตา หลังจากทดลองไปมาหลายครั้ง โจวเถาเถาก็ได้รู้อย่างชัดเจนว่า นางมีมิติเร้นลับอยู่ในตัวของนาง
********
มีเพื่อนๆ ที่มาอ่านแล้วสงสัยว่านางยากจนขนาดนั้นทำไมถึงอ้วนได้ โจวเถาเถาก็สงสัยเหมือนกันค่ะว่าหวังเสี่ยวเตี๋ยทำไมอ้วนขนาดนี้ นางเองก็ยังบอกว่าคิดว่าหวังเสี่ยวเตี๋ยน่าจะเป็โรค (เหมือนพวกฮอร์โมนผิดปรกติหรือ โรคอ้วนแบบนั้น)
แต่นางก็มีน้ำพุน้ำแร่ของวิเศษทั้งแช่ทั้งอาบอีกไม่นานก็ขาวสวยรวยแล้ว จริงๆ เราไม่ค่อยชอบเื่ที่มีของวิเศษสักเท่าไหร่นะคะ แต่ก็ชอบเื่นี้เพราะมีเด็กน่ารักดี เพื่อนๆ ชอบอ่านแนวนี้กันมั้ยคะ?