บทที่ 9: เมียเด็ก
ผมจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่กะพริบวาบเป็จังหวะ ข้อความแชตสีส้มสดใสจากไอคอนโปรไฟล์รูปเด็กสาวน่ารักที่กำลังยิ้มแฉ่งชูสองนิ้วส่งกลิ่นอายความสดใสทะลุหน้าจอออกมา ประโยคสั้น ๆ แต่แฝงไปด้วยความออดอ้อนระคนเหงาหงอยที่ส่งมาทำให้หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ
*“พี่อลันขา... พี่วินบอกว่าถ้าว่างแล้วให้แวะมาหาเจลหน่อยน้า... เจลอยู่ห้องคนเดียวเหงามากเลยค่ะ... พี่อลันจะมาหาเจลไหมคะ? ????❤️”*
ผมนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาในห้องพักของตัวเอง ความตึงเครียดและตราบาปจากสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นกับข้าวหอมบนโซฟาของเอกยังไม่ทันจางหายดี มิตรภาพและความรู้สึกผิดบาปต่อเพื่อนสนิทเพิ่งจะช่วยกันเช็ดล้างทำความสะอาดไปหมาด ๆ ทว่าบัดนี้ เส้นทางบาปเส้นใหม่กลับทอดตัวเปิดรออยู่ตรงหน้าผมอีกครั้ง และครั้งนี้มันเป็ข้อร้องขอจาก ‘พี่วิน’ รุ่นพี่คนสนิทที่มีพระคุณกับผมอย่างล้นเหลือ
พี่วินเป็นักธุรกิจใหญ่ระดับแนวหน้าของวงการ เขาคอยช่วยเหลือเกื้อกูลผมในเื่การทำธุรกิจ ชี้แนะแนวทาง และส่งมอบโครงการงานใหญ่ ๆ ให้ผมดูแลจนสร้างตัวได้ในทุกวันนี้ สำหรับผมแล้ว พี่วินคือผู้มีพระคุณที่ผมไม่ควรคิดคดทรยศหรือล่วงเกินเป็อันขาด แต่คำฝากฝังของพี่วินที่ให้ช่วยดูแล ‘เจล’ แฟนเด็กวัยแรกแย้มที่เพิ่งเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง กลับมาพร้อมกับเสียงกระซิบอ้อนวอนของเด็กสาวขี้เหงาที่แสนจะท้าทายศีลธรรมในหัวใจ
สัญชาตญาณความ้าและไฟตัณหาในร่างกายของผมที่เพิ่งดับมอดไป เริ่มตื่นตัวและปะทุขึ้นมาทีละน้อย ความ้าที่จะััสิ่งแปลกใหม่และแรงกระตุ้นจากความสัมพันธ์ต้องห้ามส่งผลให้ผมใช้นิ้วโป้งสไลด์หน้าจอกดตอบข้อความกลับไปโดยแทบไม่ได้ผ่านการไตร่ตรอง
*“ครับ เดี๋ยวพี่แวะเข้าไปหานะครับน้องเจล”*
---
เย็นวันนั้น ท้องฟ้ายามโพล้เพล้หลังสายฝนกระหน่ำในวันก่อนเริ่มเปลี่ยนเป็สีส้มอมม่วงสลัว แสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครเริ่มสว่างไสวขึ้นตามแนวถนน ผมขับรถยนต์ส่วนตัวมุ่งตรงไปยังคอนโดมิเนียมหรูระดับไฮเอนด์ใจกลางเมือง ซึ่งเป็ห้องชุดราคาแพงลิบลิ่วที่พี่วินซื้อไว้เพื่อให้แฟนเด็กวัยใสของเขาได้พักอาศัยระหว่างเรียนมหาวิทยาลัย
ระบบรักษาความปลอดภัยของคอนโดหรูแห่งนี้เข้มงวดมาก แต่ด้วยความที่พี่วินประสานงานและแจ้งชื่อของผมไว้ล่วงหน้า นิติบุคคลจึงอำนวยความสะดวกและให้คีย์การ์ดผ่านเข้าออกกับผมอย่างง่ายดาย ผมก้าวเท้าเข้าไปในลิฟต์โดยสารความเร็วสูง หัวใจเต้นระทึกเป็จังหวะแปลก ๆ ยามที่ตัวเลขชั้นค่อย ๆ ขยับสูงขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อมาถึงหน้าห้องชุดเป้าหมาย ผมหยุดยืนนิ่งสูดหายใจลึกเพื่อจัดระเบียบความคิดและรักษาสีหน้าให้ปกติที่สุด ผมเคาะประตูห้องสองสามครั้งเบา ๆ
แกรก...
บานประตูหรูเปิดออกในเวลาอันรวดเร็ว เผยให้เห็นร่างบางของเจลที่ยืนส่งรอยยิ้มหวานแฉ่งต้อนรับผมอยู่ตรงธรณีประตู ภาพของเด็กสาววัยสิบแปดปีเศษตรงหน้าทำเอาผมตาค้างไปชั่วครู่ เจลแต่งกายด้วยชุดเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์ลายการ์ตูนสีพาสเทลตัวใหญ่ที่ยาวคลุมลงมาปิดกางเกงขาสั้นเนื้อนิ่ม เผยให้เห็นเรียวขาเนียนขาวละเอียดราวกับน้ำนมที่ปราศจากร่องรอยตำหนิ ผมม้าของเธอขยับไหวเล็กน้อยตามจังหวะขยับตัว แก้มขาวป่องนุ่มนิ่มเหมือนขนมปังอบใหม่ชวนให้ยื่นมือไปหยิกเล่น ั์ตากลมโตคู่สวยคู่นั้นเปล่งประกายสดใสไร้เดียงสา ทว่าแฝงประกายความซุกซนและซับซ้อนที่ชวนให้ลุ่มหลง
"พี่อลัน! มาจริง ๆ ด้วย เจลคิดว่าจะโดนหลอกให้รอเก้อซะแล้ว!" เจลร้องเสียงใสด้วยความดีใจอย่างปิดไม่มิด
โดยไม่ทันตั้งตัว เจลพุ่งตัวเข้ามาคว้าท่อนแขนแกร่งของผมไปกอดไว้แน่น สองมือเรียวเล็กกระชับแขนของผมแนบชิดกับอกอวบอิ่มนุ่มหยุ่นที่ชูชันอยู่ใต้เสื้อยืดตัวโคร่ง ััถึงเนินอกหยุ่นนิ่มที่บดเบียดเข้ากับท่อนแขนหนาของผมเต็มแรง ผิวััเนื้อแนบเนื้อที่ส่งผ่านผ้าบางเบาบวกกับกลิ่นกายหอมละมุนของแป้งเด็กปนกลิ่นผลไม้สตรอว์เบอร์รีอ่อน ๆ โชยปะทะจมูก ปลุกเร้าให้ความอุ่นร้อนในกายของผมเริ่มแล่นพล่านจนรู้สึกเกร็งไปทั้งตัว
"เจลปล่อยพี่ก่อนครับ เดี๋ยวคนอื่นเดินผ่านมาเห็นจะดูไม่ดีนะ" ผมกระซิบปรามเบา ๆ พยายามชักแขนออกอย่างสุภาพ ทั้งที่ใจจริงแอบเคลิบเคลิ้มไปกับความนุ่มนิ่มนั้น
"ไม่เห็นเป็ไรเลยนี่คะ พี่วินบอกว่าพี่อลันเป็เหมือนพี่ชายแท้ ๆ อีกคน เจลจะกอดพี่อลันไม่ได้เหรอคะ?" เจลทำปากยื่นหันมาค้อนขวับเลียนแบบท่าทางเด็กเอาแต่ใจ แต่ดวงตากลมโตคู่สวยกลับมองสบตาผมอย่างมีความหมายระคนล้อเลียน
เจลดึงแขนผมลากเข้าไปในห้องชุดกว้างขวาง ก่อนจะปิดประตูล็อคสนิท ห้องชุดขนาดใหญ่ที่พี่วินตกแต่งไว้อย่างหรูหรา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยเศษกระดาษชีทเรียน สมุดจด เครื่องสำอาง และถุงชานมไข่มุกวางระเกะระกะตามประสาเด็กวัยรุ่นบ้าหอบฟาง ทำให้คอนโดหรูดูมีชีวิตชีวาและไม่เงียบเหงาอ้างว้างจนเกินไป
---
"พี่อลันขา... ช่วยเจลหน่อยสิคะ พอดีเจลซื้อโต๊ะญี่ปุ่นสำหรับอ่านหนังสือมาใหม่ แต่มันต้องประกอบเอง เจลพยายามทำตั้งนานแล้วก็งงคู่มือประกอบไปหมดเลย พี่อลันช่วยเจลประกอบหน่อยน้า... น้าคะ..." เจลขยับเข้ามาใกล้เกาะไหล่ผมแน่น เขย่าตัวเบา ๆ ใช้ลูกอ้อนขั้นสุดยอดที่ผู้ชายร้อยทั้งร้อยไม่มีทางปฏิเสธได้ลง
"ได้ครับ เดี๋ยวพี่จัดการให้เอง" ผมยิ้มรับแล้วเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนพื้นห้องนั่งเล่นที่แผ่ไปด้วยชิ้นส่วนไม้และน็อตประกอบ
เจลขยับมานั่งคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ คอยส่งเครื่องมือและไขควงให้ผมเป็ระยะ ในจังหวะที่ผมต้องออกแรงกดไขควงเพื่อขันน็อตให้แน่น กล้ามเนื้อแขนของผมเกร็งตึงจนเห็นเส้นเืปูดโปนชัดเจน เจลเฝ้ามองกล้ามแขนแกร่งของผมตาไม่กะพริบ เธอเอื้อมมือเล็ก ๆ ที่นุ่มนิ่มมาลูบไล้บนท่อนแขนของผมแ่เบา ััแ่เบาของปลายนิ้วเธอร้อนรุ่มจนผมสะดุ้งวาบในใจ
"อุ๊ย... พี่อลันแข็งแรงจังเลยค่ะ กล้ามใหญ่เท่ะเิไปเลย เจลลูบดูแล้วรู้สึกอุ่นดีจัง" เจลพูดพลางแก้มแดงซ่าน ยิ้มแป้นส่งตาหวานเชื่อมมาให้
"เจลครับ... อย่าแกล้งพี่สิ เดี๋ยวโต๊ะก็ประกอบไม่เสร็จหรอกครับ" ผมบ่นยิ้ม ๆ พยายามรวบรวมสมาธิที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมาอยู่ที่งานตรงหน้า ทั้งที่แก่นกายส่วนกลางลำตัวเริ่มตื่นตัวจนคับเป้ากางเกงยีนส์หนาขึ้นทุกที
"เจลไม่ได้แกล้งซะหน่อย พูดความจริงต่างหากล่ะคะ" เธอหัวเราะคิกคัก ย่อตัวขยับตัวเข้ามาเบียดกระแซะไหล่หนาของผมจนได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นชื้นของกันและกัน
หลังจากใช้เวลาประกอบโต๊ะอยู่ครู่หนึ่งจนเสร็จเรียบร้อย เจลก็รบเร้าให้ผมทานอาหารเย็นด้วยกัน เธอสั่งอาหารยอดนิยมของเด็กวัยรุ่นอย่างพิซซ่าและไก่ทอดมาทานร่วมกันกลางห้องนั่งเล่น บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายความขัดแย้งทางศีลธรรมในใจผมไปทีละน้อย เจลพูดคุยจ้อไม่หยุดเล่าเื่ในมหาวิทยาลัย เพื่อนฝูง และเื่เรียนด้วยความสนุกสนานร่าเริงตามประสาสาวน้อยช่างคุย
ทว่าทุกครั้งที่เธอขยับปากพูด สองมือเรียวเล็กมักจะััแตะต้องตัวผมตลอดเวลา ไม่ว่าจะจับมือ ซบไหล่ หรือโน้มตัวเข้ามาป้อนเฟรนช์ฟรายส์ใส่ปากผมอย่างสนิทสนมเกินขอบเขตพี่น้อง ความใกล้ชิดที่เจลพยายามหยิบยื่นให้เปรียบเสมือนน้ำมันดิบชั้นดีที่คอยเติมเชื้ไฟสวาทในใจผมให้ลุกโชนรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
---
เมื่อความมืดเข้าปกคลุมเต็มตัว เมืองกรุงภายนอกเปล่งประกายแสงไฟระยับราวกับดวงดาวบนดิน เจลเดินไปกดสวิตช์ปิดไฟในห้องนั่งเล่นจนเหลือเพียงโคมไฟตั้งพื้นสีส้มสลัวรำไรที่ส่องแสงอบอุ่นสร้างบรรยากาศวาบหวามนุ่มนวล
"เปิดซีรีส์ดูกันดีกว่าค่ะพี่อลัน เจลมีเื่ที่อยากดูมากเลย แต่ไม่กล้าดูคนเดียวมันหลอนๆ" เจลว่าพลางะโขึ้นไปนั่งบนโซฟาหนังนิ่มตัวใหญ่
ผมเดินตามไปนั่งลงข้าง ๆ เจลขยับตัวเข้ามาเบียดชิดกับผมทันทีจนผิวกายส่วนต้นขาเปลือยเปล่าของเธอกระทบเข้ากับหน้าขาของผม ความนุ่มนิ่มและอุณหภูมิอุ่นร้อนจากร่างกายสาวแรกรุ่นแผ่ซ่านเข้ามาสะกิดความดิบในสัญชาตญาณของผมให้ตื่นเต็มตา
ตลอดเวลาที่เปิดซีรีส์ฉายบนหน้าจอทีวีขนาดใหญ่ เจลไม่ได้สนใจเนื้อเื่เลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตของเธอเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของผมเป็ระยะ เจลค่อย ๆ เอนกายขยับศีรษะกลมมนลงนอนหนุนบนตักแกร่งของผมอย่างหน้าตาเฉย เรียวขาเนียนยาวสองข้างหดชันขึ้นบนโซฟา สองมือเรียวเล็กกุมมือขวาของผมไปทาบทับไว้บนตักนุ่มของเธอ
"พี่อลันขา... อยู่แบบนี้เจลรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยจังเลยค่ะ... พี่วินไม่เคยนั่งดูอะไรแบบนี้กับเจลเลย วันๆ เอาแต่คุยโทรศัพท์เื่งาน บินไปนั่นมานี่ เจลเหงาจะตายอยู่แล้ว..." น้ำเสียงของเจลแ่เบาลง แฝงไปด้วยความจริงจังและเศร้าหมองที่เอ่อล้นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
ผมจ้องมองใบหน้าหวานน่ารักที่นอนอยู่บนตัก แสงสลัวสีส้มจากโคมไฟส่องกระทบใบหน้าจิ้มลิ้ม แก้มใส และปากอิ่มสีชมพูระเรื่อที่เผยอออกเล็กน้อยดึงดูดสายตา มือของผมที่ทาบทับอยู่บนหน้าตักนิ่มของเธอััได้ถึงความอุ่นระอุของร่างกายสาวแรกรุ่นที่หายใจกระเพื่อมไหวเป็จังหวะกระชั้นถี่ ความเคารพต่อพี่วินยามนี้เริ่มโดนไฟตัณหาแผดเผาจนกลายเป็เถ้าถ่าน
"พี่วินเขาทำงานหนักเพื่ออนาคตของเจลไงครับ" ผมพยายามเอ่ยเสียงปลอบโยน ทั้งที่น้ำเสียงเริ่มพร่าต่ำสั่นเครือจากอารมณ์ดิบที่พลุ่งพล่านจนยากจะกักเก็บ
"อนาคตเหรอคะ... เจลไม่อยากได้อนาคตหรูหราแบบนั้นหรอกค่ะ เจลแค่อยากได้กอดอุ่นๆ อยากได้คนที่อยู่ข้างๆ ในคืนที่เจลเหงาแบบนี้..." เจลพูดพึมพำพร้อมกับช้อนสายตาชื้นชุ่มน้ำตาคู่นั้นสบประสานสายตากับผมลึกซึ้ง แววตาของเด็กสาวในเวลานี้ปราศจากความซุกซนขี้เล่นหลงเหลืออยู่ มันมีเพียงแต่ประกายแห่งความเงียบเหงาโหยหาและความ้าส่วนลึกที่ยากจะถอนตัว
เจลค่อย ๆ ยันตัวขึ้นนั่งคร่อมตักของผม สองขาเรียวเล็กแยกกว้างโอบรอบสะโพกแกร่งของผมไว้แน่น สองแขนบางตวัดโอบกอดรอบคอหนาของผม สูดดมไออุ่นจากซอกคอของผมจนผมสะดุ้งตัวสั่นระริก แก่นกายร้อนแข็งตัวขยายใหญ่อัดแน่นปวดเกร็งตึงเป้ากางเกงบดเบียดเข้ากับร่องสาวอุ่นชื้นใต้ร่มผ้าของเธออย่างจงใจ
ใบหน้าหวานของเจลขยับกระชั้นชิดเข้ามาใกล้จนััถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดจมูกของกันและกัน ปลายนิ้วเรียวเล็กของเธอค่อย ๆ ลากไล้ผ่านปลายคางหนาของผมไล่ลงมาที่ลูกกระเดือก ััสั่นระริกของผิวเนื้อทำให้ศีลธรรมในสมองของผมพังทลายลงทีละชิ้น
เธอยิ้มบางมุมปาก แววตาเย้ายวนแฝงความไร้เดียงสา จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผมแล้วกระซิบประโยคท้าทายด้วยน้ำเสียงกระเส่าหวานหยดที่บดขยี้สติยั้งคิดของผมจนแหลกสลายลงในพริบตา:
"พี่อลันขา... ถ้าเจลเหงาจนกลายเป็เด็กดื้อ... พี่วินก็ไม่อยู่ด้วย... พี่อลันจะช่วยดุเจลหน่อยได้ไหมคะ... ดุแบบลึกซึ้งน้า..."
คำพูดกระตุ้นไฟราคะสั้น ๆ นำทางผมให้หลงระเริงไปกับกิเลสตัณหาต้องห้าม อลันจ้องมองริมฝีปากอิ่มสีชมพูที่อยู่ห่างเพียงไม่ถึงคืบ ลมหายใจหอบสะท้านปะปนกับกลิ่นแป้งเด็กหอมเย้ายวน ความไว้ใจและพระคุณของพี่วินจมหายไปในความมืดสลัวรอบกาย เหลือเพียงเสียงความปรารถนาเร่าร้อนในอกที่พร้อมจะะเิออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่!
---
(จบตอนที่ 9: เมียเด็ก)