ตอนที่ 4 (ภาค 2): ศึกหุบเขาหลงซาน
เสียงสะท้อนแห่งหุบเขา มิได้ตอบรับเพียงเสียงะโของผู้คน…แต่คือเสียงของความหวังที่ไม่ยอมแพ้แม้ต่อชะตาฟ้าดิน
ลมหนาวจากแดนเหนือพัดวูบแรกเข้าปะทะใบหน้าขุนศึกเฟิงิ ขณะเขายืนอยู่บนโขดหินสูงสุดของหุบเขาหลงซาน ทอดสายตามองออกไปยังทิวเขาสูงตระหง่าน และธงสีขาวประดับลายอสรพิษของแคว้นเป่ยซวี่ที่ปักแน่นเหนือเนินฟากโน้น
แม่ทัพไป่หลงเทียน กองทัพเกรียงไกรนับหมื่นนายกำลังจ่อค่ายหน้าหุบเขา หวังจะตีทะลวงเข้ากลางแคว้นหลันชิง
เฟิงิขบกรามแน่น ดวงตาเรียบนิ่งราวน้ำแข็งใต้พายุ
“ถึงเวลาที่ข้าจะทดสอบ…ว่าสายลมจะต้านพายุได้หรือไม่”
ยามสองคืนก่อนศึก — ที่ประชุมกลางค่ายขอบฟ้าคราม
บนโต๊ะกลางกระโจมวางแผนการรบ แผนที่ผืนใหญ่ถูกขึงแน่นจนทุกเส้นพรมแดนปรากฏชัด
ซูเหวินชี้ปลายธนูไปยังค่ายศัตรู
“กองทัพเป่ยซวี่แบ่งกำลังเป็สามแนว
แนวหน้าตีตรงผ่านหุบเขา แนวขวาเคลื่อนผ่านป่าทึบเพื่อล้อมจากด้านข้าง
แนวซ้ายปักหลักรอคุมเสบียงและทางหนี”
เหยียนหลีกอดอกพิงเสา พลางกล่าวเสียงเย็น
“ไป่หลงเทียนเตรียมแผนมาอย่างดี ขบวนหลักล่อพวกเราให้ปะทะตรง
ขณะที่หน่วยข้างปีกจะโอบล้อมฆ่าพวกเราทีละน้อย”
เฟิงิจ้องแผนที่เนิ่นนาน
ก่อนจะกล่าวเสียงหนักแน่น
“ถ้าศัตรูมั่นใจนัก…ก็ปล่อยให้มันมั่นใจต่อไป
ข้าจะ ล่อพายุให้โหมเข้ามาตรงหน้า แล้วพัดมันกลับไปด้วยแรงลมของข้าเอง!”
กลศึก “ลมหวนฟาดพายุ”
ยามเช้าก่อนศึก
หุบเขาหลงซานเงียบงันผิดปกติ
ทหารเป่ยซวี่เร่งเสริมแนวรบเต็มพิกัด มั่นใจเต็มที่ว่ากองทัพขอบฟ้าครามไม่อาจต้านทัพพวกตนได้
แม่ทัพไป่หลงเทียนยืนอยู่กลางลานหินสูง ยกถ้วยสุราขึ้นยิ้มเย็น
“เด็กหนุ่มเฟิงิ…วันนี้เ้าจะได้รู้ว่าพายุจากแดนเหนือโหมแรงเพียงใด!”
—
ทันใดนั้น—เสียงกลองศึกของขอบฟ้าครามก็ดังสนั่นข้ามหุบเขา!
เฟิงิควบม้าขึ้นเนินสูงสุด ดาบในมือชี้ตรงไปยังกลางค่ายศัตรู
“ทัพขอบฟ้าคราม! เปิดค่าย! ให้มันรู้ว่า…ธงของเราจะโบกไหวเหนือซากศัตรูอย่างไร!”
เสียงโห่ร้องกึกก้องจนหุบเขาสั่นสะท้าน
ทัพขอบฟ้าครามพุ่งเข้าปะทะกับกองทัพเป่ยซวี่กลางหุบเขา
โลหะกระทบโลหะ เสียงโห่ร้องของมนุษย์กลบเสียงลม
หอกแหลมปักกระแทกโล่จนกระเด็น ดาบวาววับวาดเฉือนกลางอากาศ
เจียงหลงนำทัพม้าเบาพุ่งออกจากเงาผาหินซัดเข้าด้านหลังแนวล้อมศัตรูราวกับพายุโหมกระหน่ำ
“แทง!! แทงให้ขาด! ทะลวงเข้าไป!”
เสียงคำรามของเจียงหลงดังกระหึ่ม
เหยียนหลีและหน่วยเงาทมิฬลอบเข้าเผาเสบียงศัตรู จนกลุ่มควันดำลอยทะมึนเหนือค่ายเป่ยซวี่
แม่ทัพไป่หลงเทียนมองทุกอย่างตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา
กองทัพที่ตนมั่นใจว่าล้อมไว้แ่า กลับถูกตีโอบอย่างไร้ทางหนี
และในวินาทีนั้น…
เฟิงินำทัพทหารแนวหน้าโถมเข้าเสียดแทงตรงกลางขบวนหลักของศัตรู
เสียงดาบฟาดลงดังสนั่นกลางสนาม
โลหะหักสะท้อนแสงกับโลหิตที่สาดกระเซ็น
“ไป่หลงเทียน!” เฟิงิะโสุดเสียง
“วันนี้เ้าได้รู้แล้วว่าพายุมิใช่สิ่งเดียวที่ขยับแผ่นดิน…แต่คือสายลมที่ไม่สิ้นชื่อของข้า!”
กลางสนามรบที่อาบไปด้วยเื
ไป่หลงเทียนพ่ายแพ้เป็ครั้งแรกในชีวิต
เขาถูกล้อมโดยกองทัพขอบฟ้าคราม และจำต้องถอนทัพกลับสู่แดนเหนือด้วยความอัปยศ
ยามพลบค่ำ
ธงขอบฟ้าครามปักสงบนิ่งอยู่เหนือซากสนามรบ
ลมเหนือพัดผ่านเงียบงัน แต่ไม่มีใครรู้สึกหนาวอีกต่อไป
เพราะในวันนี้…
ชื่อของ เฟิงิ กึกก้องไปทั่วทั้งแผ่นดิน