ผมเหลือบมอง 'ยูสเซอร์ 4298' ที่ตอนนี้กลายสภาพมาเป็คนรับใช้—ไม่สิต้องเรียกว่าคู่หูจำเป็ของผมในรอบนี้ แล้วแอบหัวเราะในใจเบา ๆเธอกำลังหัวเสียอย่างถึงที่สุดที่ต้องมาทำภารกิจร่วมกับผม แถมผมยังแกล้งนิ่งเงียบไม่ยอมปริปากปรึกษาแผนการกับเธอเลยแม้แต่คำเดียว
อันที่จริงผมอ่านหมากออกั้แ่วินาทีแรกแล้วว่าเธอได้รับบทเป็ 'นักชิมไวน์ผู้ภักดี' จากท่าทีที่พยายามปกป้องผมสุดชีวิต แม้จะแอบเสียดายอยู่ลึก ๆที่รอบนี้เธอไม่ได้เป็คนทรยศเหมือนเกมแรกเพราะผมชอบเวลาที่เธอใช้ไหวพริบหักเหลี่ยมเฉือนคมกับผมมากกว่าแต่การได้กุมบังเหียนอยู่ทีมเดียวกับเธอก็ไม่ได้แย่นัก
ั้แ่เริ่มเกมผมกวาดสายตาสำรวจผู้เล่นคนอื่นอย่างเงียบ ๆส่วนใหญ่มักเลือกเปิดเผยเป้าหมายสังหารของตัวเองอย่างโจ่งแจ้งเกินไปจนทำให้เกมนี้น่าเบื่อและจืดชืดในสายตาผมแต่ถึงอย่างนั้น ผมก็จำเป็ต้องชนะ เพราะด่านที่ผมเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อคือด่านที่ 4 ซึ่งเป็ด่านสุดท้ายของเกมนี้ต่างหาก
พอเข้าสู่เทิร์นที่ 2 ผมเหลือบมองนักชิมไวน์ของตระกูลทางซ้ายมือ เขากำลังรับบทเป็ 'นักชิมไวน์ผู้ทรยศ' และกำลังแสดงละครตบตาอย่างสุดความสามารถแม้คนอื่นจะดูไม่ออก แต่สำหรับผม... มันเป็การแสดงที่ห่วยแตกและน่าขำสิ้นดี
อืม... ผมควรทำให้เกมนี้มันน่าสนุกขึ้นหน่อยดีไหมนะ?
“ผมขอใช้แอ็กชัน...”ผู้เล่นฝั่งขุนนางกำลังจะประกาศเลือกแอ็กชันของตน ถ้าเดาไม่ผิดเขาน่าจะเลือกเทโทเคนขวดไวน์แดงเพิ่มเข้าไปดูท่าจะเชื่อใจนักชิมไวน์คนนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์
“ผมขออนุญาตกล่าวแทรกสักเล็กน้อยนะครับ”ผมเอ่ยขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ผู้เล่นทุกท่านอาจจะลืมไปแล้วว่านอกจากเป้าหมายหลักในการสังหารตระกูลอื่นแล้ว ในเกมนี้ยังมี 'นักชิมไวน์ผู้ทรยศ' แฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ช่วยของพวกคุณด้วย”
“ใช่ พวกเราไม่ลืมเื่นั้นแน่แล้วคุณจะพูดแทรกขึ้นมาให้ได้อะไร” ผู้เล่นด้านซ้ายมือแย้งขึ้นทันควัน
“ก็จากการที่พวกคุณหลายคนเลือกเปิดเผยเป้าหมายสังหารอย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้...มันจะไม่เป็การเอื้อประโยชน์ให้ผู้ทรยศเดินเกมง่ายเกินไปหน่อยเหรอครับ?” ผมยิ้มบาง พลางกวาดสายตามองผู้เล่นรอบโต๊ะด้วยแววตาเยือกเย็น
“คุณจะไปรู้ได้ยังไงว่าพวกเราเล่นแบบเปิดเผย? ผมอาจจะแกล้งทำเพื่อหลอกคุณอยู่ก็ได้” คำเถียงข้าง ๆ คู ๆด้วยอารมณ์อยากเอาชนะดันหลุดออกมา
“พวกเราจะเล่นยังไงมันก็เื่ของพวกเราคุณอย่าเข้ามาสอดหรือปั่นประสาทกันดีกว่า”ผู้เล่นที่นั่งตรงข้ามเริ่มผสมโรงแย้งขึ้นมาอีกคน
“ถ้าพวกคุณคิดแบบนั้น ผมก็ต้องขออภัยที่พูดเื่ไม่เป็เื่เชิญเล่นต่อได้เลยครับ”
ผมก้มหัวลงเล็กน้อยเป็เชิงขอโทษก่อนจะแอบเหลือบมองคู่หูแสนสวยข้างกายที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเหวอ ตาค้างเพราะไม่คิดว่าคนอย่างผมจะยอมพูดอะไรยาว ๆ เพื่อเตือนคนอื่น
“ดูท่าทางเธอจะช็อกน่าดูเลยนะ” ผมก้มลงกระซิบหยอดเธอเบา ๆ
“ม... ไม่ใช่สักหน่อยค่ะ! ฉันแค่คิดเื่น่าขนลุกขึ้นมาเฉย ๆ”ยูสเซอร์ 4298 ลนลานตอบผมต้องพยายามกลั้นขำกับท่าทีเหรอหราอันน่าเอ็นดูของเธอ
“ผมขอใช้แอ็กชันเทไวน์!”
เดาไม่ผิดจริง ๆผู้เล่นด้านข้างขยับหมากตามเกมที่ผมวางไว้เป๊ะ
“ฉันขอใช้สกิลประจำตัวล็อกแก้วไวน์สีดำไว้!นับจากนี้จะไม่มีใครนอกจากฉันที่ทำแอ็กชันเทไวน์ลงในแก้วใบนี้ได้”หญิงสาวที่เป็เป้าหมายของผมเริ่มเปิดใช้งานสกิลแล้ว หึ... น่าสนใจดีนึกว่าจะนั่งโง่จนลืมไปแล้วว่าตัวเองมีสกิลอยู่
ผู้เล่นทุกคนเริ่มผลัดกันใช้แอ็กชันวนไปมาจนโทเคนขวดไวน์ในมือเริ่มร่อยหรอจากที่ผมคำนวณ ตอนนี้ผู้เล่นส่วนใหญ่ใช้แอ็กชันเทจนหมดมือแล้วจะเหลือก็แค่ตระกูลเดอมิเซทิ, ตระกูลอะโคนิเทียร์ และตระกูลของผม
พวกเขาน่าจะเหลือขวดไวน์จำลองอย่างน้อยคนละขวดเพราะธรรมชาติตัวตนของนักชิมไวน์มักจะเลือกสลับแก้วใส่เป้าหมายของตัวเองส่วนพวกขุนนางก็คงเลือกใส่ยาถอนพิษลงในแก้วตรงหน้าเพื่อเซฟชีวิตชัวร์ ๆ
สำหรับผู้เล่นที่โทเคนหมดมักจะสั่งให้นักชิมไวน์คอยแอบดูแก้วของตัวเองแล้วเลือกผ่านเทิร์นหรือไม่ก็สลับแก้วไปมาเพื่อถ่วงเวลาจนกระทั่งเวียนมาถึงเทิร์นของผม 4298 เหลือบมองมาด้วยสายตาคาดหวัง ผมจึงหันไปมองสบตาเธอตรง ๆจนเ้าตัวชะงักไปเล็กน้อย
“เอ่อ... ท่าน้าให้ดิฉันทำอย่างไรต่อไปคะ?” เธอถามออกมาราวกับสะกดกลั้นความกระดากปากกับคำาาศัพท์ในเกม
“เทขวดสุดท้ายลงไปที่แก้วไวน์สีเหลือง”ผมกระซิบที่ข้างใบหูของเธอ
“แต่ขวดสุดท้ายที่เราเหลืออยู่มันคือยาถอนพิษสูตรพิเศษนะคะ!”เธอรีบแย้งเสียงเบา “ถ้าใส่ในแก้วใบนั้นพวกเราเองนั่นแหละที่จะไม่มีตัวช่วยยามโดนวางยาพิษ อีกอย่าง จากที่ฉันวิเคราะห์ดูแก้วใบนั้นถูกสะสมพิษไว้ปริมาณมาก ต่อให้ใส่ขวดนี้เข้าไป มันก็ลบล้างพิษไม่ได้ทั้งหมดหรอกค่ะ!”
นี่แหละคือเหตุผลที่ผมชอบเธอการสังเกตและวิเคราะห์สถานการณ์ของเธอมันเฉียบแหลมจนน่าชื่นชม คิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกเธอมาเป็หมากข้างกาย
“ทำตามที่ผมบอกก็พอ”ผมสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบเยือกเย็นก่อนจะหันหน้ากลับมา โดยไม่ต้องเดา...ตอนนี้เธอคงกำลังกำหมัดแน่นและอยากจะยกมาโบกหัวผมเต็มแก่แล้วแน่ ๆ
“ดิฉัน... นักชิมไวน์แห่งตระกูลอารานีรอส ขอเลือกใช้แอ็กชันเทไวน์ค่ะ”
“และผมขอใช้แอ็กชันหมุนแก้วไวน์ทั้งหมดทวนเข็มนาฬิกา”หลังจากเธอสิ้นสุดคำประกาศ ผมก็เอ่ยสวนต่อทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ใครตั้งตัว
ผู้เล่นจากอีกสองตระกูลที่เหลือเลือกที่จะตรวจดูและเทขวดสุดท้ายของพวกเขาจนกระทั่งแสงสว่างสีน้ำเงินสว่างวาบขึ้นใต้เท้าของผู้เล่นฝั่งตรงข้าม...
รอบสุดท้ายของกระดานนี้มาถึงแล้ว ผมเริ่มแสยะยิ้ม
“กระผมนักชิมไวน์จากตระกูลแวนวิศเซอร์ ขอประกาศผ่านเทิร์นครับ”
สิ้นเสียงระบบ ผู้เล่นขุนนางที่นั่งข้าง ๆเขาก็เริ่มแสดงอาการร้อนรนอย่างปิดไม่มิดเธอบิดข้อมือไปมาลนลานก่อนจะหันไปตวาดใส่เ้าของเทิร์น
“นายจะประกาศชนแก้วงั้นเหรอ? ไม่ได้นะ!ให้ฉันได้เล่นก่อนสิ!” หญิงสาวลนลานจนแทบสิ้นสติ นั่นเป็เพราะ 'แก้วไวน์สีดำ' ที่เธอเคยใช้สกิลล็อกเอาไว้...บัดนี้มันถูกหมุนมาตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าของเธอเองเรียบร้อยแล้ว
“ผมจะตัดสินใจทำอะไรมันก็สิทธิ์ของผม เื่อะไรต้องฟังคุณ”
“ฉันขอร้องล่ะ... ถ้านายช่วยฉันรอบนี้ครั้งหน้าฉันจะช่วยนายคืนแน่ ๆ!” น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว
“คิดว่าในเกมแบบนี้ ผมจะเชื่อคำของคุณหรือไง?”
“เฮ้! รีบประกาศชนแก้วเร็ว ๆ เข้าสิพวกเราจะได้เริ่มรอบใหม่กันสักที”ชายหนุ่มที่มีผู้รับใช้ทรยศอยู่ข้างตัวเร่งเร้าขัดจังหวะ
“ฉันขอร้องล่ะ... อย่าเพิ่งชนแก้วเลยนะ...”
ภาพความขัดแย้งตรงหน้าทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนั่งเคี้ยวป๊อปคอร์นดูละครดราม่าฉากใหญ่ที่ถูกจัดวางไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“โธ่เว้ย! อย่ามากดดันกันได้ไหมวะ! นี่มันคือเกมคุณเล่นกากเองจะมาทำตัวน่าสงสารเรียกคะแนนความเห็นใจทำไม!”เ้าของเทิร์นหมดความอดทน เขาะเิอารมณ์ใส่หญิงสาวอย่างไม่ปรานีก่อนจะตบโต๊ะเสียงดัง “ผมขอประกาศใช้แอ็กชันชนแก้ว!”
ติ๊ง! ‘ขุนนางตระกูลแวนวิสเซอร์ประกาศใช้แอ็กชันชนแก้วขอเชิญผู้เล่นทุกท่านร่วมดื่มอวยพรเพื่อฉลองชัยในรอบนี้’
สิ้นเสียงประกาศของระบบแก้วไวน์บนโต๊ะอาหารก็วาร์ปมาปรากฏอยู่ในมือของขุนนางทุกคนโดยอัตโนมัติหญิงสาวพยายามพยุงมือขืนตัวเองอย่างสุดชีวิตไม่ให้ยกแก้วขึ้นดื่มทว่าภายใต้การควบคุมเบ็ดเสร็จของระบบ ร่างกายของเธอไม่ยอมฟังคำสั่งมือที่สั่นเทาค่อย ๆ บังคับกรอกน้ำไวน์เข้าปากจนหกเลอะเทอะเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า
ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาทีร่างของหญิงสาวก็เริ่มชักกระตุกอย่างรุนแรงฟองสีขาวทะลักพ่นออกมาเต็มปากก่อนจะล้มฟุบลงไปนอนดิ้นกับพื้นห้องและไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว... ผู้เล่นขุนนางทางซ้ายมือของผมก็เริ่มมีอาการเดียวกัน
“ไอ้... คน... ทรยศ...”ขุนนางคนนั้นเค้นเสียงลอดไรฟันจ้องมองผู้ช่วยตัวเองก่อนจะล้มตึงลงไปนอนชักตาตั้งอยู่บนพื้นหิน
ติ๊ง! ‘ผู้เล่นตระกูลเวสเพ็นดอร์ฟ และผู้เล่นตระกูลเดอมิเซทีถูกวางยาพิษในงานเลี้ยงฉลอง’
‘ผู้เล่นทั้งสองคน รวมถึงนักชิมไวน์ในสังกัดจะถูกกำจัดและลบยูสเซอร์ออกจากระบบในทันที’
‘เนื่องจากนักชิมไวน์ผู้ทรยศสามารถกำจัดเป้าหมายได้สำเร็จจึงได้รับสิทธิ์เลื่อนขั้นขึ้นเป็ขุนนางตระกูลเดอมิเซทีแทนในรอบถัดไป’
ร่างของผู้เคราะห์ร้ายทั้งสามคนสลายกลายเป็ผงฝุ่นสีเทาปลิวหายไปในอากาศส่วนผู้ทรยศที่ทำภารกิจสำเร็จบัดนี้ชุดของเขาถูกเปลี่ยนเป็เครื่องแต่งกายขุนนางหรูหราพร้อมกับย้ายเข้าไปนั่งประจำตำแหน่งผู้เล่นหลักเขาแสยะส่งยิ้มให้กับผู้เล่นทุกคน แล้วนั่งหลังตรงอย่างผู้ชนะ