ทศกัณฐ์ เนบิวล่าแห่งยักษา

    บทที่ 49 ภูเขาไฟคำรามปะทะเงากลืนกิน

            เปลวลาวาและเงามืดปะทะกันกลางสนามรบอย่างรุนแรงอากาศรอบด้านบิดเบี้ยวจนแทบหายใจไม่ออก อัคนีกำค้อนลาวาแน่นเปลวไฟรอบตัวพุ่งสูงราวกับภูเขาไฟกำลังปะทุ “เข้ามา!” เขาคำรามก่อนจะพุ่งทะยานเข้าใส่พรายอีกครั้งสนับแขนทั้งสองปล่อยแรงขับมหาศาลส่งร่างเขาเร็วขึ้นจนเกิดเสียงฉีกอากาศเปรี้ยงงง!!! ค้อนลาวาถูกฟาดลงด้วยแรงทั้งหมดที่มี แต่ในวินาทีนั้นเองร่างของพรายกลับแตกกระจายเป็นเงาหลายสาย หลบการโจมตีไปอย่างฉิวเฉียด“จับไม่ได้หรอก” เสียงของพรายดังขึ้นรอบทิศทาง อัคนีหรี่ตา “เล่นซ่อนแอบเหรอ!”ฉับ! เงาหนึ่งพุ่งเข้ามาด้านหลัง กรงเล็บสีม่วงดำฟาดลงมาอย่างรวดเร็วอัคนีหมุนตัวรับทัน สนับแขนปะทะกับกรงเล็บเกิดประกายไฟกระจาย ตึงงง!!!แต่แรงกระแทกยังทำให้เขาถอยไปหนึ่งก้าว “ยังไม่หมด!”เงาอีกสองสายพุ่งเข้ามาพร้อมกัน ซ้าย ขวา บน ล่าง การโจมตีรัวเร็วเหมือนพายุอัคนีถูกกดดันจนต้องตั้งรับต่อเนื่อง เสียงปะทะดังไม่หยุด ตึง! ตึง! ตึง!“ชั้นไม่มีเวลามาเล่นแล้ว!” เขาคำราม ก่อนจะกระแทกค้อนลงพื้นอย่างแรง ตูมมม!!!คลื่นลาวาระเบิดออกเป็นวงกว้าง เงาหลายสายถูกเผาจนสลายไปทันที

            พรายปรากฏตัวอีกครั้งในระยะห่างเล็กน้อยรอยไหม้กระจายตามร่าง แต่รอยยิ้มยังคงอยู่ “อืม…เริ่มจับทางได้แล้วสินะ”อัคนีหอบเล็กน้อย “ก็แค่เงาปลอม ถ้าเผาทั้งสนามก็จบ” “งั้นลองดูนี่”พรายยกมือขึ้นช้าๆ เงามืดรอบตัวมันเริ่มรวมตัวกันเป็นวงกว้าง จากนั้นพื้นดินใต้เท้าของอัคนีก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท“อะไร” ฉับ!!! เงาจำนวนมหาศาลพุ่งขึ้นจากพื้นราวกับมือของปีศาจจับขาและแขนของอัคนีไว้แน่น “ติดแล้ว” พรายยิ้ม ก่อนจะพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงกรงเล็บรวมพลังสีม่วงดำจนหนาแน่น “ฉีก!” ฉึกกก!!!กรงเล็บฟาดเข้าที่ลำตัวของอัคนีโดยตรง เกราะหินลาวาปริแตก เสียงโลหะลั่นดังขึ้น“อั่ก!” อัคนีกระอักเลือดออกมา แต่ในวินาทีนั้นเอง ดวงตาของเขากลับลุกโชนขึ้น“แค่นี้เองเหรอ!” เปลวลาวาระเบิดออกจากร่างเขาในทันทีเผาผลาญเงาที่จับตัวเขาไว้จนสลาย

            “แกพลาดแล้ว!” เขาคว้าจังหวะที่พรายยังอยู่ใกล้ยกค้อนขึ้นสุดแรง “ลาวาปะทุ!” ตูมมมม!!! ค้อนลาวาฟาดเข้าใส่พรายในระยะประชิดแรงระเบิดมหาศาลพุ่งออกทุกทิศทาง พื้นดินแตกกระจายเป็นวงกว้างลาวาไหลทะลักออกมาราวกับภูเขาไฟแตก พรายถูกซัดกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตร ร่างกระแทกพื้นอย่างรุนแรงอัคนียืนหอบหนัก เปลวไฟรอบตัวสั่นไหวเล็กน้อย “โดนขนาดนั้น…ต้องมีผลบ้างล่ะวะ”แต่แล้ว…เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นอีกครั้ง “ฮ่าฮ่าฮ่า!” เงามืดรวมตัวกันใหม่ร่างของพรายค่อยๆลุกขึ้น แม้จะมีรอยแตกมากขึ้น แต่พลังยังคงหนาแน่น

            “ดีมาก…ดีมากจริงๆ” มันกล่าวเสียงต่ำดวงตาเริ่มส่องแสงอันตราย “ข้าจะเอาจริงแล้วนะ” ทันใดนั้นเงาทั้งสนามรบก็สั่นไหวราวกับมีชีวิต พื้นดินมืดลงเปลวลาวาของอัคนีถูกกดดันอย่างเห็นได้ชัด “แรงกดดันนี่” อัคนีกัดฟันแน่นสนับแขนเริ่มปล่อยพลังเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ค้อนลาวาในมือสั่นเล็กน้อยเพราะพลังที่เพิ่มขึ้น“ดี…ชั้นก็ยังไม่สุดเหมือนกัน” เปลวลาวารอบตัวเขาปะทุสูงขึ้นอีกขั้นอุณหภูมิพุ่งสูงจนหินละลายกลายเป็นของเหลว“มาดูกันว่า…ลาวาของชั้นจะเผาเงาของแกได้หมดมั้ย!” พรายยิ้มกว้าง“หรือเงาของข้า…จะกลืนกินไฟของเจ้า” ทั้งสองพุ่งเข้าหากันอีกครั้งเปลวไฟและเงามืดปะทะกันอย่างรุนแรง การต่อสู้ระหว่างอัคนีและพราย ได้เข้าสู่จุดที่ไม่มีใครยอมถอยอีกต่อไป

            เสียงคำรามของเปลวเพลิงและสายฟ้าดังสะท้อนอยู่ทั่วสนามรบแต่ในอีกมุมหนึ่ง…แรงลมเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างผิดปกติ เมขลาและวายุยืนเคียงข้างกันดวงตาจับจ้องไปยังดารัน ร่างยักษ์เพศหญิงที่ยืนสงบนิ่งราวกับราชินีแห่งสมรภูมิพลังสีม่วงดำรอบตัวเธอหมุนวนอย่างเป็นระเบียบ ต่างจากแม่ทัพตนอื่นที่ปะทุอย่างรุนแรง“สองต่อหนึ่ง” ดารันยิ้มบาง “พวกเจ้าคิดว่าจะมีโอกาสชนะงั้นหรือ” วายุยิ้มมุมปาก“ไม่รู้สิ…แต่พวกชั้นไม่เคยคิดจะสู้คนเดียวอยู่แล้ว” เมขลาพยักหน้าเล็กน้อย“ถ้าเป็นสองคน ก็แปลว่าเรามีทางเลือกมากขึ้น” ดารันหัวเราะเบาๆ“งั้นก็เข้ามาให้ข้าดูหน่อย”

            วินาทีถัดมา ฟุ่บ!!! วายุหายไปจากตำแหน่งเดิมกลายเป็นกระแสลมพุ่งเข้าใส่ดารันจากด้านข้าง ในขณะเดียวกันเมขลาก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า สายฟ้าเริ่มรวมตัวเหนือร่างเธอ “เริ่ม!”วายุพุ่งเข้าถึงตัวก่อน หมัดเสริมแรงลมฟาดเข้าใส่ลำตัวดารัน ตูม!!! แรงลมระเบิดออกแต่ดารันกลับยกมือขึ้นรับไว้ได้อย่างง่ายดาย “เบาเกินไป” เธอกล่าวก่อนจะสะบัดแขนสวนกลับ คลื่นพลังสีม่วงดำพุ่งออกไปวายุเบี่ยงตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด “ของแบบนี้มันต้อง” เปรี้ยงงงง!!!สายฟ้าขนาดใหญ่ฟาดลงมาจากฟากฟ้า ดารันเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกางสนามพลังรับการโจมตี เสียงระเบิดดังก้อง แสงสายฟ้ากระจายออกทุกทิศ

            “สองจังหวะ” ดารันยิ้ม “ประสานงานกันได้ดีนี่”แต่ยังไม่ทันสิ้นคำ วายุก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้เร็วกว่าเดิมหลายเท่าลมรอบตัวเขาหมุนวนเป็นพายุขนาดย่อม “งั้นลองนี่!” เขาหมุนตัวเตะเต็มแรง ตูม!!!แรงลมอัดกระแทกใส่ดารันพร้อมกับสายฟ้าที่ฟาดลงมาซ้ำอีกระลอก เปรี้ยง!!!การโจมตีประสานกันทำให้พื้นดินแตกร้าวเป็นวงกว้าง ควันฝุ่นลอยขึ้นบดบังทุกสิ่งเมขลาลงจอดข้างวายุ ทั้งสองตั้งท่าพร้อม “โดนเข้าไปขนาดนั้น” วายุพูดเบาๆ“น่าจะมีผลบ้างล่ะนะ” แต่แล้ว…เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากกลุ่มควัน ตึก…ตึก…ตึกดารันเดินออกมาอย่างช้าๆ ร่างของเธอมีรอยแตกเล็กน้อย แต่พลังยังคงเสถียร

            “ไม่เลวเลย” เธอกล่าว “แต่ยังห่างไกล” วายุหรี่ตา“แข็งชะมัด” เมขลากำหมัดแน่น สายฟ้าเริ่มรวมตัวอีกครั้ง “งั้นเร่งจังหวะ”เธอกล่าวสั้นๆ วายุพยักหน้า “จัดไป!” ฟุ่บ!!! เขาหายไปอีกครั้งคราวนี้ไม่ใช่แค่หนึ่ง แต่หลายสายลมหมุนวนรอบตัวดารัน สร้างแรงกดดันจากทุกทิศในขณะเดียวกัน เมขลาก็ยกมือขึ้นสูง สายฟ้าหลายสายรวมตัวกันเป็นก้อนพลังมหึมา“ลงพร้อมกัน!” วายุพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทางพร้อมกันเงาลมซ้อนทับกันจนแยกไม่ออกว่าเป็นตัวจริง ดารันกวาดสายตาอย่างรวดเร็วแต่ในเสี้ยววินาทีที่เธอชะงัก เปรี้ยงงงง!!! สายฟ้าขนาดยักษ์ฟาดลงมาพร้อมกับการโจมตีของวายุตูมมมม!!! แรงระเบิดรวมกันกลายเป็นพายุสายฟ้าขนาดมหึมาที่กลืนกินพื้นที่โดยรอบดารันถูกกดลงกับพื้นเป็นครั้งแรก พื้นดินยุบตัวลงอย่างรุนแรงวายุและเมขลาถอยออกมาตั้งหลัก หอบเล็กน้อย

            “ครั้งนี้ล่ะ” วายุพูดแต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ…คลื่นพลังสีม่วงดำก็ระเบิดออกจากศูนย์กลาง ตูมมมม!!!ทั้งสองถูกซัดถอยออกไปพร้อมกัน ดารันค่อยๆลุกขึ้นจากหลุมขนาดใหญ่ดวงตาของเธอเริ่มเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ “ข้าประเมินพวกเจ้าต่ำไป” เธอกล่าวเสียงนิ่งพลังรอบตัวเริ่มหมุนวนรุนแรงขึ้น “ต่อไปนี้…ข้าจะไม่ออมมือแล้ว”เมขลาและวายุยืนเคียงข้างกันอีกครั้ง ลมและสายฟ้ารอบตัวเริ่มปะทุแรงขึ้นเช่นกัน“ดีเลย” วายุยิ้ม “พวกชั้นก็เพิ่งเริ่มเหมือนกัน” 

    คล้ายกับเรื่องทศกัณฐ์ เนบิวล่าแห่งยักษา ที่คุณอ่าน