ตอนที่ 3 — ขยะในใจและเงากระจก
ฉาก: ตลาดสดตอนเช้า — เวลาประมาณ 07.30 น.
ผู้คนจอกแจกจอแจ เสียงพ่อค้าแม่ค้าะโเรียกลูกค้าผสมปนเปไปกับเสียงรถมอเตอร์ไซค์ เฉินเดินถือตะกร้าหวายก้าวย่างด้วยความสงบ กายและใจผ่อนคลาย ต่างจากบรรยากาศอันเร่งรีบรอบตัวอย่างสิ้นเชิง
กิมหลวนเดินข้างๆ ใบหน้าแจ่มใสขึ้นกว่าเมื่อคืนมาก แต่เมื่อเธอเดินผ่านร้านขายหมูสดของ "เจ๊เหมย" ญาติห่างๆ ฝั่งแม่ที่เป็คนปากร้ายและชอบเกทับ บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันที
เจ๊เหมย:
(เงยหน้าขึ้นจากแผงหมู ยิ้มกว้างแบบมีเลศนัย พูดเสียงดังลอยๆ)
"อ้าว! หลวน! วันนี้มาเดินตลาดเองเลยเหรอเนี่ย? แหม... เมื่อคืนเห็นกู๋บอกว่าลูกสาวกู๋เพิ่งซื้อทองเส้นโตให้กู๋เป็ของขวัญวันเกิด นึกว่าหลวนจะยุ่งอยู่กับการเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ให้ลูกชายเอาไปให้อากู๋ซะอีก! ออฟฟิศนั้นปีนี้โบนัสดีไหมล่ะ?"
กิมหลวนชะงักกึก ร่างกายเกร็งขึ้นทันที ลมหายใจเริ่มสั้นกระชั้น สัญชาตญาณเดิมกำลังจะสั่งให้เธอหันไปเถียงกลับด้วยความคับแค้นใจ
เฉิน:
(แตะข้อศอกกิมหลวนเบาๆ เป็สัญญาณเตือนสติ ส่งยิ้มเปี่ยมเมตตาให้เจ๊เหมย)
"เจ๊เหมย วันนี้หมูสดน่าทานนะครับ... หลวน ไปซื้อเนื้อปลาด้านโน้นกันดีกว่า"
กิมหลวนเดินตามเฉินออกมา แม้ไม่ได้เถียงกลับ แต่หน้าตาเธอตึงเครียด อกยกขึ้นลงด้วยความอัดอั้น
--------------------------------------------------
ฉาก: สวนสาธารณะร่มรื่นใกล้ตลาด — เวลา 08.00 น.
เฉินพากิมหลวนมานั่งพักบนเก้าอี้ไม้ใต้ต้นไม้ใหญ่ ลมเย็นๆ พัดผ่านเอื่อยๆ บรรยากาศสงบช่วยดึงอารมณ์ให้ค่อยๆ เย็นลง
กิมหลวน:
(ถอนหายใจยาว พ่นลมออกทางปาก)
"พี่เฉิน... ฉันเกือบจะหลุดปากด่าเจ๊เหมยกลางตลาดแล้ว! รู้ทั้งรู้ว่าเขาตั้งใจแขวะ แต่พอได้ยินปุ๊บ ใจมันตึง แป้กขึ้นมาทันทีเลย ทำไมมันเลิกโกรธยากจังพี่?"
เฉิน:
(ยิ้มบางๆ อย่างเข้าใจ)
"หลวน... จำเื่ที่เราคุยกันเมื่อคืนได้ไหม? ความโกรธที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ ไม่ใช่ความผิดของหลวนหรอก แต่มันคือ 'การทำงานอัตโนมัติ' ของใจที่ถูกฝึกมาแบบนั้น"
เฉินขยายความต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทรงพลัง และชวนติดตาม
เฉิน:
"ที่เจ๊เหมยพูดออกมา นั่นคือ 'ขยะ' ของเขา เขาเป็คนส่งขยะมา แต่เพราะใจของเรามีความเคยชินในการรับขยะ พอขยะลอยมาปุ๊บ จิตเรามันเชี่ยวชาญในการะโตะครุบปั๊บ... แต่ถ้าหลวนสังเกตดีๆ ตอนที่ใจมันเริ่มตึงและโกรธขึ้นมา ถ้าเราไปดึงดันสู้กับความโกรธตรงๆ เราจะยิ่งเหนื่อยใช่ไหม?"
กิมหลวน:
(พยักหน้า)
"ใช่พี่ ยิ่งพยายามบอกตัวเองว่า 'อย่าโกรธๆ' มันยิ่งแน่นในอก"
เฉิน:
"ถูกต้อง... เพราะเวลาใจเราไม่มีกำลัง หรือโดนจี้จุดปมเก่า การฝืนตัดอารมณ์ฉับพลันมันทำยาก หากใจเหนื่อยล้าจนทำความว่างไม่ไหว สิ่งที่เราต้องทำคือ 'หยุดสู้' แล้วพักทำใจให้สงบและว่างเท่าที่พอจะทำได้ก่อน... ปล่อยวางกิจกรรมหรือคำพูดตอบโต้ตรงหน้าลงชั่วคราว ถอยออกมาพักผ่อนกายใจ เหมือนที่พี่พาหลวนเดินออกมานั่งตรงนี้ไงล่ะ"
กิมหลวน:
(เริ่มมองเห็นภาพ ไหล่ผ่อนคลายลง)
"ถอยออกมาพักก่อน..."
เฉิน:
"ใช่แล้ว... พอใจเราได้พัก ลมหายใจเริ่มยาวขึ้น พลังสติก็จะคืนกลับมา พอกำลังสติกลับมาปุ๊บ หลวนจะเริ่มเห็น 'ประกายความว่าง' ปรากฏขึ้นมาแป๊บหนึ่ง... เสี้ยววินาทีนั้นแหละ ที่ความโกรธจะถูกตัดขาดลงเองโดยไม่ต้องไปเฆี่ยนตีตัวเองเลย"
เฉินมองหน้ากิมหลวน ในจิตของเขาเห็นภาพคลื่นความร้อนในใจเธอค่อยๆ ลดระดับลงเหลือเพียงกระแสความสงบ
เฉิน:
"คนเราชอบคิดว่า การตอบโต้คือการแสดงความแข็งแกร่ง... แต่จริงๆ แล้ว การที่เขาโยนไฟมา แล้วเราไม่รับไว้ ต่างหากคือความแข็งแกร่งที่แท้จริง เจ๊เหมยเขาอยากแบกไฟก็เื่ของเขา แต่เรา... ไม่จำเป็ต้องเอาไฟมาเผามือตัวเอง"
กิมหลวน:
(ยิ้มออกมาได้ในที่สุด แววตาแจ่มใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด)
"เข้าใจแล้วพี่... ต่อไปนี้ถ้าขยะลอยมาอีก ฉันจะเดินหนี ถอยออกมาพักใจ ให้มันลอยผ่านไปเอง"
เฉิน:
(พยักหน้ารับด้วยความปลื้มใจ)
"ดีมากหลวน... ค่อยๆ ฝึกไป ทีละเล็กทีละน้อย กระจกเงาในใจเราที่เคยแตกร้าวและขมุกขมัว วันนี้มันเริ่มใสและสะท้อนความจริงได้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แล้วล่ะ"
ทั้งสองนั่งรับลมเย็นใต้ร่มไม้ ความเงียบอันทรงพลังโอบล้อมคู่สามีภรรยา การเยียวยาจิตใจและบทเรียนชีวิตก้าวสำคัญ... ได้เกิดขึ้นอีกขั้นหนึ่งแล้ว