ย้อนเวลาไปกอบกู้ประเทศ

    ตอนที่ 22

    ขณะที่ตกอยู่ในภวังค์ จิตของอาโนอิทอสกำลังหลับใหลอยู่ในห้วงแห่งความว่างเปล่า ตอนที่กำลังกึ่งหลับกึ่งตื่น อาโนอิทอสก็เหมือนได้ยินเสียงคร่ำครวญของชายคนหนึ่ง 

    "ข้าจะเลาะกระดูกพวกมันออกมาให้หมด! ถึงกับกล้าบุกมาที่อาณาเขตและทำเช่นนี้กับอาโนอิทอส! ข้าจะไปพาลูกน้องทั้งหมดมาขยี้พวกมัน!"

    "เจ้าควรใจเย็นๆก่อน! พวกมันเป็นดยุคใหญ่ อีกอย่างกล้าลอบสังหารเจ้าชาย ดูยังไงพวกมันก็ไม่ได้มีแค่ฝ่ายเดียวแน่!" 

    "ข้าไม่สนว่าพวกมันมีกี่คน! ข้าเคยสังหารเทเซริสและดยุคทุกคนที่ปกป้องมันแล้วเมื่อสองปีก่อน ตอนนี้ข้าก็จะทำเช่นเดิม มันจะยากสักเพียงใดเชียว!" 

    บางทีอาโนอิทอสก็ได้ยินเสียงที่คล้ายคามิวดุสกับเกลนทะเลาะกัน 

    บางทีก็เป็นเสียงผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งทะเลาะกับเกลน 

    "ข้าจะติดต่อดยุคซาราทัสเขาเป็นสหายกับท่านปู่ตั้งแต่ข้ายังไม่เกิด เขาติดหนี้บุญคุณอิสคลีโรสครั้งหนึ่ง ข้าจะไม่ยอมให้เมอร์เซ่และพวกขุนนางทุจริตทำอะไรตามใจชอบหรอก!" 

    "ท่านหญิง ท่านควรจะใจเย็นๆก่อน ฝ่ายนั้นมีกำลังพลของดยุคใหญ่ 7 คนรวมกัน ท่านและซาราทอสแค่สองขั้วอำนาจไม่สามารถทำอะไรพวกมัน 7 คนได้หรอก ยังไม่นับว่าอิสคลีโรสไม่ใช่ขุนนางใหญ่แบบสมัยก่อนอีกแล้ว ตระกูลท่านในตอนนี้อ่อนแออย่างมาก" 

    บางทีเขาก็ได้ยินเสียงชายชราที่คล้ายฟีโรโซฟอสกับเสียงเด็กสาวที่คล้ายพาเน่คร่ำครวญข้างๆ 

    "ฝ่าบาทขัดคำสั่งบิดาและต่อต้านดยุคทั้ง 7 ถึงเพียงนั้น ข้าที่เป็นที่ปรึกษาควรจะเดาออกว่าพวกมันอาจจะส่งมือสังหารมาแท้ๆ ข้าบกพร่องในหน้าที่! ข้าเป็นที่ปรึกษาที่ใช้ไม่ได้!" 

    "ฮือ ฮือ ฮือ ฝ่าบาท...ข้ายังไม่ได้ทดแทนบุญคุณท่านเลย ฮือ ฮือ" 

    มีผู้คนมากมายเข้ามาเยี่ยมเขา นี่เป็นครั้งแรกของอาโนอิทอสที่มีคนเป็นห่วงขนาดนี้ เผ่าเอกซ์โซชอสไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกกันแบบมนุษย์ อาโนอิทอสรู้สึกถึงความรักจากทุกคนเวลาคนพวกนั้นมาเยี่ยม ทุกครั้งที่มา คนเหล่านั้นทำให้หัวใจของอาโนอิทอสรู้สึกอบอุ่น อาโนอิทอสไม่ได้เกลียดความรู้สึกแบบนี้เลย 

    ดวงตาของอาโนอิทอสค่อยๆเบิกขึ้น สิ่งแรกที่เขาเห็นก็คือเพดานสีขาวที่มีลวดลายดอกไม้ประดับ พอหันไปด้านข้างก็เห็นชายวัยกลางคนที่รู้จักกำลังหลับอยู่ อย่างหนึ่งที่อาโนอิทอสรู้ตลอดช่วงเวลาที่หมดสติก็คือหัวหน้าทหารรักษากำแพงจะนั่งเฝ้าอาการเขาตลอด 24 ชั่วโมงเสมอเพราะรู้สึกผิดที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เกลนเป็นคนเดียวที่พยายามสงบสติของคนอื่นๆที่เข้ามาเยี่ยมถึงแม้ตัวเองจะละเมอบ่นจะฆ่าเมอร์เซ่ข้างๆหูเขาตอนหมดสติตลอด 

    เกลนค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากหลับใหล พอเห็นอาโนอิทอสไม่ได้กำลังนอนหมดสติแต่ฟื้นขึ้นมาแล้ว มันก็ทำให้เขาตกใจ"ฝะ ฝ่าบาท! ทรงฟื้นแล้วหรือพะย่ะค่ะ!" 

    "หมอ! หมอ!" หลังความตกใจ เกลนรีบร้อนไปเรียกหมอมาตรวจอาการอาโนอิทอส เมื่อโคเรเฟลเพื่อนของฟีโรโซฟอสตรงจร่างกายอาโนอิทอสเสร็จเขาก็ยืนยันว่าอาโนอิทอสหายแล้ว หลังได้ยินคำนั้นความกลัดกลุ้มที่เกาะกินใจมาตลอด 3 วันก็หายไปแล้วเปลี่ยนสีหน้าของเกลนให้โล่งใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน 

    เกลนมองอาโนอิทอสด้วยความเสียใจ "กระหม่อมต้องขออภัยฝ่าบาทด้วยจริงๆขอรับ เป็นเพราะกระหม่อมจึงเกิดเรื่องนี้ขึ้นกับฝ่าบาท หากกระหม่อมเร็วกว่านี้คงจะปกป้องฝ่าบาทได้!" เกลนก้มหัวลงด้วยความละอาย นี่เป็นคำพูดที่เขาเก็บกั้นมาตลอดตั้งแต่ปล่อยให้อาโนอิทอสโดนยิง 

    อาโนอิทอสปัดมือไปมา "ท่านหัวหน้ากองไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอก ข้าพเจ้าเป็นผู้เอาตัวเข้าไปบังท่านเพอินาสเอง ที่โดนยิงเป็นความตั้งใจของข้าพเจ้าอยู่แล้ว ท่านหัวหน้ากองไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดเลย" 

    เกลนมีใบหน้าที่ดำมืด "เป็นเช่นนั้นไม่ได้พะย่ะค่ะ กระหม่อมเป็นทหารของฝ่าบาท หน้าที่ปกป้องฝ่าบาทเป็นความรับผิดชอบของกระหม่อม การที่ปล่อยให้นายเหนือหัวต้องบาดเจ็บจนเกือบตายขนาดนั้นถือว่ากระหม่อมทำหน้าที่ไม่ได้เรื่องอย่างมาก" 

    เกลนนึกถึงกระสุนที่เจาะร่างอาโนอิทอสกว่า 26 เม็ด จากนั้นใบหน้าก็เต็มไปด้วยความเสียใจ ในตอนนั้นทั้งเขาและหมอต่างก็คิดว่าอาโนอิทอสหมดหนทางเยียวยาแล้ว เพราะขนาดกระสุน 1 นัดก็มากพอสังหาร 'อิสโซกีโอ' หรือ 'คาฟาลิ' ได้แล้ว แต่อาโนอิทอสโดนไป 26 นัดทั่วร่าง เขาเกือบจะเสียสติจนบุกไปคฤหาสน์เมอร์เซ่แล้ว 

    โชคดีที่เทพแห่งความตายไม่ยอมรับดวงวิญญาณของอาโนอิทอส ทำให้อาโนอิทอสที่อยู่ปากเหวแห่งความตายแล้วเกิดปฏิหาริย์รอดมาได้ ทุกคนต่างคิดว่าเป็นเพราะทวยเทพช่วยเหลืออาโนอิทอส 

    อาโนอิทอสไม่พูดอะไร ในความเป็นจริงมันไม่ใช่ปาฏิหาริย์แต่ร่างกายของเผ่าเอกซ์โซชอสแค่เป็นอมตะ เหมือนกับเผ่าใต้พิภพ ต่างกันอย่างเดียวที่พวกใต้พิภพกลัวไฟ เอกซ์โซชอสอย่างพวกอาโนอิทอสกลัวความหนาว 

    อาโนอิทอสเมินใบหน้าที่เสียใจของเกลนแล้วถามเรื่องอื่น "จะว่าไปตั้งแต่เกิดเรื่องผ่านมาได้กี่วันแล้ว และคนอื่นๆเป็นอย่างไรกันบ้าง?" 

    เกลนยังมีสีหน้าที่เสียใจอยู่ ยิ่งเห็นอาโนอิทอสเป็นห่วงคนอื่นแม้ตัวเองเพิ่งรอดตายมาเขาก็ยิ่งรู้สึกละอาย เกลนบอก"ทุกคนปลอดภัยดีพะย่ะค่ะ ตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นก็ผ่านมาได้ 3 วันแล้ว หลายคนที่ได้ข่าวว่าฝ่าบาทถูกยิงก็รีบมาดูอาการ ทุกคนรู้สึกเสียใจต่อท่านอย่างมากโดยเฉพาะเพอินาสและกลุ่มชามิวลอส คนเหล่านั้นมีอคติต่อฝ่าบาทมาตลอดเพราะสิ่งที่ฝ่าบาททำกับพวกเขาไว้ในอดีต แต่หลังจากเรื่องที่เกิดขึ้น เพอินาสรู้สึกเสียใจที่คิดไม่ดีต่อฝ่าบาทมาตลอด ส่วนพวกกลุ่มอคติก็เริ่มละอายใจและเข้าร่วมกองทัพเพื่อเอาคืนให้ฝ่าบาท" 

    "เอาคืน?" อาโนอิทอสอึ้ง 

    เกลนพยักหน้า "เมื่อเห็นฝ่าบาทรักเพอินาสที่เป็นประชาชนขนาดนั้นมันทำให้การกระทำของฝ่าบาทได้ใจของประชาชนมากมาย มากจนทำให้พวกเขาหลายคนหันมาภักดิ์ดีต่อฝ่าบาทด้วยใจจริง จนอยากจะช่วยเหลือฝ่าบาทแก้แค้น เพอินาสก็เป็นหนึ่งในนั้นแต่เขามีลูกสาวทำให้เขาไม่อาจทิ้งเธอแล้วเข้ากองทัพได้" 

    อาโนอิทอสไม่ได้รู้สึกดีใจนักที่มีคนอยากไปเสี่ยงตายเพื่อเขา เขาถาม "ท่านบอกว่าพวกท่านกำลังระดมคนไปแก้แค้นรู้แล้วอย่างนั้นหรือว่าคนร้ายเป็นใคร?" 

    เกลนพยักหน้า "พวกเรารู้ตัวคนร้ายแล้ว คนร้ายก็คือดยุคดาโก 1 ใน 7 ดยุคใหญ่มือขวาของบิดาฝ่าบาท ตอนนี้ทั้งคามิวดุสและคู่หมั้นของฝ่าบาทต่างระดมกำลังพลของตนเพื่อเตรียมจะบุกไปอาณาเขตของดาโก แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีใครกล้าลงมือจริงๆจังๆเพราะรอข้อมูลยืนยันกำลังรบของอีกฝ่าย เราไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะสู้เพียงลำพัง เราคิดว่าดาโกอาจจะมีดยุคใหญ่ 6 คนที่เหลือหนุนหลังด้วย หากดยุคใหญ่ทั้ง 6 หนุนหลังการต่อสู้ก็ไม่ง่าย" 

    คามิวดุสเคยทำลายกองทัพขนาดครึ่งหนึ่งของฝ่ายศัตรูมาแล้วเมื่อ 5 ปีก่อน แต่เขาไม่เคยสั่งคนของตัวเองไปสู้แบบซึ่งหน้าแต่ใช้วิธีทำลายจากภายใน ถ้าหากใช้วิธีนั้นคามิวดุสสามารถขยี้ 7 ดยุคใหญ่ได้แต่นั่นต้องใช้เวลานาน 

    ส่วนเลวี่ก็เป็นดยุคที่ตกต่ำ ถึงครั้งหนึ่งจะเคยยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับ 7 ดยุคใหญ่แต่ตอนนี้ก็เป็นแค่ดยุคที่อ่อนแอที่สุดกำลังรบที่เธอมีส่วนใหญ่มาจากซาราทอส

    สุดท้ายตอนนี้สองคนก็ยังไม่ได้ทำอะไร 

    "แล้วทหารของข้าพเจ้าล่ะ?" อาโนอิทอสไม่ได้ผิดหวังที่คามิวดุสและเลวี่ยังไม่กล้าลงมือ กลับกันเขาโล่งใจด้วยซ้ำที่สองคนไม่เอาชีวิตตัวเองไปทิ้งเปล่า เมื่อกำลังรบสำคัญทั้งสองคนของเขายังไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม อาโนอิทอสก็ถามถึงกำลังรบที่สามที่อาโนอิทอสตั้งความหวังที่สุด 

    "ฝ่าบาทหมายถึงทหารฝึกหัด 30 นายที่ฝ่าบาทกำลังปั้นน่ะหรือพะย่ะค่ะ?" 

    อาโนอิทอสพยักหน้า 

    เมื่ออาโนอิทอสยกทหาร 30 นายที่เคยเป็นของเขาขึ้นมา เกลนก็มีแววความประทับใจเล็กๆเมื่อเทียบปฏิกิริยาทหาร30 นายกับคามิวดุสและเลวี่หลังรู้ข่าวอาโนอิทอสถูกลอบสังหาร เกลนบอก "ทหารของฝ่าบาทสุขุมเยือกเย็น ไม่ลงมือทำอะไรตั้งแต่ที่รู้ว่าฝ่าบาทปลอดภัย พวกเขาเพียงแค่รอให้ฝ่าบาทฟื้นแล้วออกมาสั่งการด้วยตนเอง" ทหารที่ดีคือผู้ที่ไม่ทำอะไรตามอารมณ์ตนเองแต่ทำตามคำสั่ง ถึงกับสะกัดกั้นความโกรธและเยือกเย็นได้ขนาดนั้นแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเคารพคำสอนของอาโนอิทอสอย่างดี 

    อาโนอิทอสพยักหน้า รู้สึกพึงพอใจกับเด็กปั้นของตนที่สุด 

    อาโนอิทอสลุกขึ้นจากเตียง เมื่อพบว่ากองกำลังที่สำคัญที่สุดยังไม่ได้ไปกำจัดศัตรูด้วยตัวเอง เขาก็หันมองเกลนแล้วยิ้ม "ท่านหัวหน้ากอง ตามข้าพเจ้ามา ข้าพเจ้าจะยืนยันข้อสรุปเรื่องที่เราทะเลาะกันว่าฝ่ายไหนดีกว่าให้ท่านเข้าใจแจ่มแจ้งในวันนี้" 

    เกลนแสดงสีหน้าที่สับสน "ฝ่าบาทหมายความว่าอย่างไร?" 

    อาโนอิทอสไม่ตอบคำถามเกลนแต่สั่งให้อีกฝ่ายไปเรียกทหารฝึกหัด 30 นายมา 

    ใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง ทหารฝึกหัดทั้ง 30 นายที่รู้ว่าอาโนอิทอสฟื้นแล้วและเรียกระดมพล พวกเขาก็มาตามคำสั่งของอาโนอิทอสราวกับรอคอยช่วงเวลานี้มาตลอด ลิโกดูตื่นเต้นที่สุด

    เกลนไม่รู้ว่าอาโนอิทอสคิดจะทำอะไร แต่สีหน้าของทหารฝึกหัดและลิโกดูตื่นเต้นมาก

    "ท่านหัวหน้าทหารรักษากำแพง สิ่งนี้จะช่วยทำให้ท่านเข้าใจอย่างแน่นอนว่าศักยภาพที่สำคัญที่สุดของมนุษย์คือสติปัญญา" อาโนอิทอสว่าแบบนั้น จากนั้นก็พาเกลนไปที่ทุ่งร้างแห่งหนึ่ง ที่นี่เป็นทุ้งร้างในเมืองเซสตอส เป็นที่ที่อาโนอิทอสย้ายฐานขีปนาวุธและคลังอาวุธจากทุ่งโซวาโรสมาที่นี่ ด้วยพ๊อกเกตมิติมันสามารถย้ายสิ่งของไปไหนมาไหนก็ได้ 

    ตอนนี้ไม่ได้มีแค่ฐานขีปนาวุธเท่านั้น แต่ทั้งฐานบก และฐานอากาศก็ถูกย้ายจากยานเอกซ์โซชอสมาที่นี่แล้ว 

    "นะ นะ นี่มันอะไร!?" เกลนที่เห็นโครงเหล็กขนาดมหึมาแปลกประหลาดมากมายก็อึ้งจนพูดไม่ออก มันมีรถอ้วนป้อมขนาดใหญ่คล้ายๆรถสิบล้อที่อาโนอิทอสเอาให้เขาดูวันนั้นแต่รถอ้วนคันนี้กลับมีวัตถุน่ากลัวที่คล้ายกระบอกปืนขนาดใหญ่อยู่บนหัว ถัดออกไปเป็นรถที่คล้ายๆนกขนาดใหญ่ มันมีปีกสองข้างและมีวัตถุคล้ายปืนกลติดที่ปีก ข้างๆปืนกลมีแท่งเหล็กขนาดใหญ่ดูน่ากลัวติดไว้มากมาย 

    เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ดูน่ากลัวที่สุดเป็นโครงเหล็กสูงยาวขนาดใหญ่กว่า 10 เมตรที่ตั้งชูชันขึ้นฟ้า ในโครงนั้นมีแท่งเหล็กคล้ายๆกับแท่งเหล็กที่ติดอยู่ใต้ปีกรถนกนั้น แต่แท่งเหล็กนี่มีขนาดใหญ่กว่าร้อยเท่า 

    วัตถุเหล่านี้มันคืออะไรกัน? 

    "เอาล่ะ พลทหารพิสตอส ท่านจงนำทหารฝึกหัดคนอื่นๆขึ้นเครื่องบิน พวกท่านได้รับภารกิจทำลายคฤหาสน์คาโกให้พังพินาศภายใน 24 ชั่วโมง" 

    "ขอรับ!" 

    อาโนอิทอสสั่งการออกไป ส่วนทหารฝึกหัดพิสตอสและทหารฝึกหัด 29 นายที่เหลือก็ขานรับแล้ววิ่งไปขึ้นเครื่องบินรบตนเองตามที่อาโนอทิอสสอน 

    เกลนที่ได้ยินคำสั่งอาโนอิทอสก็หน้าซีด "ฝะ ฝ่าบาท จะสู้กับคาโกหรือพะย่ะค่ะ!? ระ เราไม่รอฟังข่าวก่อนหรือพะย่ะค่ะ!?" 

    "ไม่จำเป็น ข้าพเจ้าแค่จะโจมตีแย็บข้าศึกกลับเป็นคำเตือนเล็กน้อยเท่านั้น" 

    "ละ แล้วพวกนั้นจะไม่เอาคืนหรือพะย่ะค่ะ? กระหม่อมว่าเราควรปรึกษาเรื่องนั้นกับคามิวดุสและท่านเลวี่ก่อนนะพะย่ะค่ะ" 

    เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา อาโนอิทอสก็หันกลับมามองเกลนแล้วยิ้ม "ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกท่านหัวหน้ากอง หลังจากการเตือนครั้งนี้ข้าพเจ้ามั่นใจว่าจะไม่มีดยุคคนไหนกล้ายุ่งกับเราอีกเลย" อาโนอิทอสว่าแบบนั้น ส่วนเกลนก็พูดไม่ออก 

    อาโนอิทอสพาเกลนขึ้นเฮลิคปอเตอร์แล้วลิโกก็ขับตามที่เขาสอน มุ่งหน้าไปที่สนามรบ 

    "เห้ย! แม่ข้า! เศษเหล็กลอยได้!" เกลนที่ขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรกก็แสดงอาการไม่ต่างจากลิโกและทหารฝึกหัดคนอื่นๆตอนเห็นอาโนอิทอสสอนขับเครื่องบินตอนแรก 

    เฮลิคอปเตอร์นี้เป็นเฮลิคอปเตอร์จู่โจมสำหรับการรบ ทำให้มันเคลื่อนที่เร็วเป็นพิเศษ ใช้เวลาไม่นานลิโกก็พาเกลนลอยมาถึงคฤหาสน์ของดาโกแล้ว ตอนนี้เครื่องบินรบ 30 ลำไล่รุมยิงมิสไซล์ใส่คฤหาสน์ดาโก พังทำลายคฤหาสน์จนย่อยยับ ดาโกที่อาศัยอยู่ด้านในตายไปนานแล้ว ทหารนักรบเกราะ3000 นายที่ปกป้องหน้าคฤหาสน์ทำอะไรไม่ได้นอกจากวิ่งห่างจากคฤหาสน์ด้วยความกลัว 

    เกลนอึ้ง มองทหารเกราะหนักพวกนั้นที่วิ่งหนีอย่างหวาดกลัวด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา นั่นเป็นทหารชั้นยอดที่มีน้อยนิดในอาณาจักร เป็นผู้ที่ยืนหยัดต่อหน้า 'อิสโซกีโอ' และ 'คาฟาลิ' ได้โดยไม่หวั่นเกรง แต่ตอนนี้ ทหาร 3000 นายเหล่านั้นกลับทำอะไรไม่ได้นอกจากวิ่งหนีแตกพ่ายเหมือนเด็กน้อยสู้กับผู้ใหญ่ 

    ดาบและหอกจะไปมีประโยชน์อะไรเมื่อศัตรูโจมตีจากท้องฟ้า? ไม่ใช่นี่เป็นพลังของพระเจ้าหรอกหรือ? เกลนเกรงว่าแม้แต่ 'สเกได' ที่สังหารพ่อของเขาก็คงจะทำอะไรไม่ได้หากเจอนกเหล็กนี้ของฝ่าบาท 

    "นี่คือปัญญาประดิษฐ์...อาวุธที่เกิดจากศักยภาพสมองของมนุษย์อย่างงั้นหรือ?" เกลนพลันเข้าใจในที่สุดว่าอะไรกันแน่ที่สำคัญกว่าระหว่างสมองกับร่างกาย