เลี่ยงหรงรู้ว่าอารมณ์ของพี่เหลียงมิค่อยดีนัก เมื่อเรียกรถม้าเพื่อไปยังทะเลระหว่างทางก็มีลมพัดอ่อนๆเข้ามา จนในที่สุดก็มาถึงทะเล
เหลียงซานมาเลี่ยงหรงไปตรงโคดหิน มีหินที่วางเรียงราบอันเกิดจากคลื่นทะเลที่ซัดเข้ามา เลี่ยงหรงนั่งอยู่อย่างเงียบๆมองไปยังทะเลที่ตอนนี้ก็เริ่มใกล้ตะวันลับฟ้าอันเกิดภาพอันสวยงาม
นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่มิได้มองภาพแบบนี้
“ หรงเอ๋อร์พี่มักทำให้เ้าลำบากใจตลอดเลย “ เหลียงซานคงหมายถึงเื่ของสตรีที่มักจะมาหาอยู่เรื่อยๆ
“ พี่คิดมากเกินไปแล้ว “ ถ้าหากพี่มิได้ให้ข้าต้องเจ็บช้ำอีก ข้าก็ไม่เคยโกรธพี่หรอก
“ หรงเอ๋อร์ “ เหลียงซานคิดว่าต้องรีบกำจัดของน่ารำคาญได้แล้ว ดูก็รู้ว่าแต่ละคนมิมีความจริงใจแม้แต่น้อย สร้างแต่ความน่ารำคาญให้รำคาญใจ เห็นทีก็คงต้องกำจัดให้เด็ดขาดเสียแล้ว
เลี่ยงหรงเป็ฝ่ายเดินเข้าไปกอดเหลียงซานหวังจะคลายความเครียดของอีกฝ่ายลงมาบาง ตนรู้ว่าพี่เหลียงเหนื่อยแค่ไหน เื่ภายในราชสำนัก เื่ของกองทัพ ทำถึงขนาดนี้นับว่าเก่งมากแล้ว
“ ขอบใจเ้ามาก “ เหลียงซานก็กอดกลับ ทั้งคู่ยืนอยู่ตรงนี้สักพัก ก็ปล่อยมือออก
“ มิเป็อันใด “
“ จริงสิพี่ได้ยินมาว่าจะมีการลอยโคมกัน “ จริงๆอยากจะชวนั้แ่เห็น แต่พอเห็นพวกสตรีน่ารำคาญฏเื่นี้ไปเสียสนิทเลย
“ ได้ “ เลี่ยงหรงเองก็ยังมิเคยมาลอยโคมสักครั้งแม้ทั้งอู๋ซวนหรือลู่เฟินจะเคยมาชวนก็ตาม แต่เพราะว่ามิชอบคนเยอะเลยมักจะปฏิเสธทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ไปกับพี่เหลียงคนนี้เลี่ยงหรงก็มิคิดอันใดมาก
“ เช่นนั้นก็กลับกันเถิด “
ทางหลิวหยาง
“ เช่นนั้นจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดีหรือ “ ทั้งคู่เดินมาถึงบริเวณป่าไม้ใกล้ๆกับท่าเรือ ซึ่งตรงถือได้เป็ทางที่ชาวบ้านมักจะมาหาของป่าบางรวมถึงเป็ทางผ่านไปยังตลาดกับหอโคมเขียวอีกด้วย
“ อย่างพวกรอยเท้า เื เ้าคิดว่าคนร้ายจะทิ้งร่องรอยไว้หรือไม่ “ บริเวณป่าไม้ตรงที่ทั้งคู่ยืนดูตอนนี้ยังมิมีมือปราบเข้ามาตรวจสอบมากนัก เพราะเป็่เทศกาลทำให้มือปราบมีจำนวนไม่พอ นี่คงเป็ช่องว่างชั้นดีเลยก็ได้ที่คนร้ายเล็งเห็น
“ งั้นแยกย้ายกันไปดูเถิด “ หลิวหยางพยักหน้าพรางเห็นด้วย
ลู่เฟินเดินสำรวจอยู่ใกล้ๆกับแม่น้ำดู ก็เห็นว่ามีรอยเท้าอยู่มาก มีหลายขนาดด้วย มีทั้งเด็กและสตรีเป็ส่วนมาก อาจเป็ไปได้ว่ามีผู้ใดมาใช้น้ำบริเวณแถวนี้ละมั้ง แต่แถวๆนี้ก็มิได้อยู่ใกล้กับจวนสักจวนเลย
งั้นลองไปหาอีกทีดีกว่า
ใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วยามในการหาร่องรอย หลิวหยางพบรอยเือยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีพุ่งหญ้าปกคลุมเอาไว้ แถมบริเวณพุ่งหญ้าตรงนั้นก็มีกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยจางๆ จึงมีความเป็ไปได้ว่าคนร้ายอาจจะมีการเปลี่ยนเสื้อผ้าตรงนี้ เพราะถ้ากันตรงนี้ต้องมีรอยเืที่มากกว่านี้ มิมีทางที่จะเก็บกวาดรอยเืที่ตัดออกมาได้อย่างแน่นอน
นอกจากนั้นบนต้นไม้ที่พบก็ยังพบกับเศษผ้าที่ห่อมีดขนาดเล็กเอาไว้ นี่จะเป็อาวุธของคนร้ายหรือไม่นั้นก็ต้องให้หมอตรวจสอบอีกที
หลิวหยางกลับมาที่เดินพร้อมกับเล่าทุกอย่างที่เจอให้ลู่เฟินได้ฟังอย่างละเอียด
“ สมแล้ว “ ลู่เฟินเอยชมเพราะดูแล้วคนร้ายเองก็ซ่อนดีอยู่มิใช่น้อย
“ หึๆ “
“ ขำอันใดของท่านกัน “
“ เปล่าๆ อืมข้าคิดว่าคนร้ายอาจจะกลับมาที่นี่ “ มีทั้งรอยเือยู่ถึงจะมิมากก็ตาม แถมยังมีอาวุธมาอีกด้วย ความเป็ไปได้ก็ยังสูงอยู่ว่าอาจจะกลับมาทำลายหลักฐาน
“ ได้ “
เมื่อตกลงกันได้แล้วทั้งคู่ก็มายืนหลบอยู่บนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง รอมานอนพอสมควรก็เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวบางอย่างกำลังใกล้เข้ามา
เป็สตรีเพราะรูปร่างค่อนข้างเพรียวตามฉบับของสตรี ไม่สูงมาก ค่อนข้างตัวเล็ก สวมชุดสีดำปิดหน้า เหลือเพียงแต่ตาเอาไว้ เป็อย่างที่คิดนางผู้นี้มาเอาอาวุธที่วางเอาบนต้นไม้
หืม เหมือนจะหยิบอะไรเอามาน่ะ
อ่า เอามาดับกลิ่นนี่เอง
นางมิได้กำจัดเืออก แต่เอาสัตว์ที่นางพึ่งไปล่ามาเมื่อสักครู่แล้วเอาเืของมันมาทับเืของคนอีกที แล้วเอาศพของสัตว์ตัวนั้นวางไว้ข้างๆแทน แล้วก็จากไปอย่างรวดเร็ววรยุทธ์มิธรรมดาเลย
ฝีมือไม่เบาเลยทีเดียว
“ นางไปแล้ว “ ตอนนี้จำเป็ต้องปล่อยตัวคนร้ายไปก่อน
“ อืม แต่ก็ใช่ว่านางจะเป็คนร้ายเสมอไปเพราะอาจถูกสั่งให้มาทำลายหลักฐานก็เป็ได้ “
“ แต่ที่ข้าสังเกตเห็นนางตรงดิ่งเข้ามาตรงนี้พอดี ราวกับนางรู้อยู่แล้ว ถ้าเกิดถูกสั่งก็มีการมองซ้ายมองขวาเพื่อหาบางแหละ แต่นี่ไม่ลังเลเลย แสดงว่านางรู้อยู่แล้ว “
“ อืมสมเหตุสมผล เช่นนั้นกลับกันเถิดนี่ก็จวนใกล้จะมืดแล้ว “
ทั้งคู่กลับมาที่กองมือปราบเพื่อถามว่าทางหอโคมเขียวเป็เช่นไรบางก็ได้ข้อมูลมามิน้อย หลิวหยางขอกระดาษกับหมึกเพื่อเอามาวางอาวุธที่ตนพบเจอแล้ว เมื่อวาดเสร็จแล้วก็ยื่นให้หมอตรวจสอบดู ว่าอาวุธแบบนี้สามารถตัดแขนหรือขาได้หรือไม่
ปรากฏว่าทำได้ แต่ต้องมีความชำนาญเป็อย่างยาก แล้วต้องรู้จุดของเื จุดตายอีกด้วย
นั้นบ่งบอกได้เลยว่าคนที่ทำเช่นนี้โหดร้ายเพียงใด
ทั้งคู่มาถึงภายในงานก็เห็นโคมลวดลายต่างวางเรียงรายอยู่ตามหน้าร้านเต็มไปหมด ทำเอามิรู้เลยว่าจะเลือกร้านไหนดี
“ เ้าอยากได้โคมรูปอันใดรึ “
“ พี่เหลียงเลือกให้ข้าดีกว่า “ เลี่ยงหรงไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรเลยให้ชินอ๋องเลือกให้ดีกว่า
เหลียงซานมองดูร้านขายโคม เมื่อเดินมาอยู่ร้านหนึ่งก็มีพ่อค้ากำลังเรียกลูกค้าอยู่
“ คุณชายท่านนั้น สนใจโคมกระดาษหรือไม่ขอรับ “ เมื่อเห็นโคมกระดาษที่แขวนอยู่ สีสันสดใสดูงดงาม บางอันมีการตกแต่งลวดลายน่ารักน่าเอ็นดู จึงเลือกซื้อมาอันหนึ่ง
ไม่นานนักเหลียงซานก็กลับมาพร้อมกับโคมกระดาษที่ซื้อมาเป็รูปกระต่าย
“ แมว ? “ สำหรับเหลียงซานแล้วเลี่ยงหรงก็เป็แมวตัวหนึ่ง ที่ดูจะหยิ่งๆไปบ้าง ดุหน่อยๆ ก็เหมาะกับเ้าตัวดี
“ ไปลอยกันเถิด “ ไม่ให้แมวขี้สงสัยได้เอยอันใดเพิ่มเติม เหลียงซานจึงรีบพาเลี่ยงหรงมาที่ริมแม่น้ำ
เมื่อทั้งคู่มาถึงริมน้ำ ก็อธิษฐานแล้วปล่อยโคม
" หรงเอ๋อร์ขอพรอันใดรึ "
" มิใช่ว่าถ้าบอกไปทำอธิษฐานจะไม่เป็จริงหรอกหรือ "
" ฮ่าๆ "
" เป็ครั้งแรกที่ข้ามา ก็เลยขอให้ได้มาอีกในปีหน้า แล้วท่านเหล่า " แต่สุดท้ายก็เนเลี่ยงหรงที่ตอบออกมา
ท่านอ่อนยิ้มแล้วตอบมาว่า
" ขอให้ข้าได้ลอยโคมกับเ้าอีก "
หลังจากลอยโคมเสร็จทั้งคู่ก็กลับมาที่จวน ก่อนจะแยกย้ายไปจัดการธุระส่วนตัว เลี่ยงหรงตื่นมาอีกทีในปลายยามเหม่าก่อนจัดการอาบน้ำ
เมื่อเดินออกมาได้กลิ่นหอมๆออกมาจากห้องครัว จึงเดินเข้ามาในห้องครัวจึงเห็นเหลียงซานกำลังทำอาหารอยู่
“ อะ…เอ่อ มีอันใดให้ข้าช่วยหรือไม่ “ เลี่ยงหรงถามถึงตนจะทำมิเป็ก็ตาม แต่จะให้ยืนอยู่เฉยๆรอทานอย่างเดี๋ยวก็อย่างไงๆอยู่
“ หรงเอ๋อร์ เ้าช่วยพี่จัดโต๊ะเถอะ อาหารใกล้จะเสร็จแล้ว “
“ แล้วพี่หลิวหยางกับลู่เฟินละ “ เมื่อวานตอนที่กลับมาก็มิเห็นทั้งสองคนเลย อาจจะพักที่กองมือปราบละมั้ง
อาหารของพี่เหลียงยังคงอร่อยเมือนเดิม เลี่ยงหรงยอมรับว่าตนชอบอาหารที่พี่เหลียงทำมาก ไม่นานก็ทานกันเสร็จกำลังจะเก็บจานนั้นจู่ๆ ลู่เฟินก็รีบเข้ามาท่าทางดูรีบมาก
“ ท่านอ๋อง มีศพเกิดขึ้นขอรับ “ หะ!! หรือว่าจะเป็ศพที่สอง
ลู่เฟินเล่าว่ามีชาวบ้านคนหนึ่งกำลังจะไปเก็บของป่าไปพบศพ ซึ่งศพนี้เหมือนกับศพแรกไปว่าจะเป็ชุดที่ใส่ ใส่สีเดียวกัน ลวดลายเดียวกัน รวมถึงกลิ่นน้ำมันหอมระเหยด้วย ศพที่สองนี้ถูกตัดขาข้างซ้าย สภาพศพก็เน่าเปื่อย มีรอยรัดที่คอ ตอนที่พบศพเหมือนศพจะชื่นๆอยู่เล็กน้อย แล้วป่าที่ว่านั้นก็เป็ป่าที่หลิวหยางกับลู่เฟินพึงไปตรวจสอบมาเมื่อวาน
ชินอ๋องและเลี่ยงหรงเมื่อได้ฟังที่ลู่เฟินเล่าก็รีบพากันไปกองมือปราบทันที ตอนนี้คดีคืบหน้าน้อยมาก เพราะเป็่เทศกาลทำให้มีคนเยอะมากกว่าปกติ แล้วยิ่งสภาพศพก็ไม่สมบูรณ์ทำให้ไม่เห็นใบหน้าทำให้ตามตัวได้ยากยิ่ง
กองมือปราบ
เมื่อไปถึงกองมือปราบกลับวุ่นวายเป็อย่างมาก จึงเดินเข้าไปหาพี่หลิวหยางที่ตอนนี้คิ้วแทบจะชนกันแล้ว
“ เกิดอันใดขึ้น “
“ มีแจ้งเมื่อสักครู่พบศพที่สาม “ เดี่ยวสิก่อนหน้านี้ยังเป็ศพที่สองอยู่เลย เกิดขึ้นไปหรือไม่
“ ศพที่สาม ? “
“ ศพที่สามพบเจอที่หอโคมเขียว ข้าจึงสั่งให้นำศพออกมา รวมถึงปิดหอโคมเขียวชั่วคราวตอนนี้กำลังสอบสวนอยู่ “ พึ่งเปิดได้ไม่นานก็ต้องปิดตัวลงอีกแล้ว
หนึ่งเค่อต่อมา
เมื่อศพที่สามมาถึงก็รีบตรวจสอบโดยทันที เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นลักษณะทางกายภาพเหมือนกับสองศพก่อนหน้านี้ ส่วนที่ต่างคือแขนขารวมถึงนิ้วมือนิ้วเท้าทั้งสองข้างยังอยู่ครบน่าแปลกมาก
“ เป็ไปได้หรือไม่ว่าคนร้ายไม่ทันตัดแขนหรือขา แต่มีคนมาพบศพก่อน “ ลู่เฟินเอยตามที่ตนคิดออกมา
“ เป็ไปได้ หรือไม่ก็เป็การจงใจ “ หลิวหยางคิดตามถึงความเป็ไปได้
“ แล้วร้านเสื้อผ้า ร้านขายน้ำมันหอมระเหย หาเจอรึยัง “ เหลียงซานหันไปถามสหายของตนที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ เมื่อเช้ามีรายงานมา “
“ เป็อย่างไรบ้าง “
“ เจอร้านน้ำมันหอมระเหยแล้ว คนขายบอกว่ามีบุรุษผู้หนึ่งมาซื้อกลิ่นชนิดนี้เป็จำนวนมาก รูปร่างเป็ชายร่างสูง ผอมเพรียว แต่ใสผ้าคลุมจึงมองเห็นหน้ามิชัด “ คงมิได้คนร้ายตัวจริงหรอก คงจะทำงานกันเป็กลุ่ม
“ ตอนนี้ข้าส่งคนไปตามหาแล้ว “ นับว่าเป็อีกจุดหนึ่งที่เป็จุดเด่นคงเป็เสื้อผ้ากับน้ำมันหอมระเหยเนี่ยแหละ คนร้ายทำไปทำไมกัน
“ พี่เหลียงมีอันใดหรือ “
“ พี่คิดว่าการที่ใช่น้ำมันหอมระเหยเช่นนี้มีเป้าหมายบางอย่าง “ ตามจริงจะดับกลิ่นของศพได้เนี่ยเหลียงซานคิดว่าน้ำมันหอมระเหยเนี่ยมันเอาไม่อยู่หรอก ยิ่งศพแรกที่เน่าเปื่อยแล้วใหญ่เลย
“ มนต์ดำ “ หลิวหยางพูดขึ้นมาตามสิ่งที่เหลียงซานกำลังคิดอยู่ออกมา
“ ใช้ “
หนึ่งชั่วยามต่อมา
มือปราบที่สอบสวนที่หอโคมเขียวกลับมารายงาน ว่าศพที่พบเป็นางโลมของที่นี่ เพราะนางมีรอยปานรูปกลีบเหลียนฮวาซึ่งอยู่ตรงข้อมือข้างขวา หน้าตาของนางนั้นสละสลวย รูปร่างน่าถนุถนอม นางเป็คนพูดน้อยแถมยังชอบพูดเสียงเบาอีก แต่เมื่อสามวันก่อนนางบอกกล่าวจะไปเยี่ยมบิดา เพราะฉะนั้นใน่สามวันนี้จึงมิใครพบเห็นนาง
ซึ่งเป็่เวลาเดียวกันกลับศพแรกที่หายไปสามวันก่อนแล้วมาอีกทีก็กลายเป็ศพแล้ว ในส่วนของศพที่สองยังมิมีข้อมูลอันใดมากนัก เพราะผู้พบเจอเป็ชาวบ้านที่บังเอิญมาพบ จึงยังมีการสืบสวนกันต่อไป
งั้นแสดงว่าสถานที่ที่ฆาตกรรมอาจมิใช่หอโคมเขียว แต่ทำให้ถึงเอาศพไปไว้ที่นั่นที่ที่มีคนรู้จักนาง ทำให้ถึงไม่เอาไปไว้ที่อื่น แท้จริงหอโคมเขียวนี้บางสิ่งบางอย่างซ่อนอยู่กันแน่