บทที่ 29
การซื้อขาย
เมื่อได้ยินคำตอบกลับที่เรียบง่ายและรวดเร็วแบบนั้น คราวนี้ถึงที่สตรีผู้นั้นประหลาดใจบ้าง “ท่านไม่คิดว่ามันน้อยไปหรือเ้าค่ะ?”
จางหยุนยิ้มแล้วก็ตอบกลับไป “หอการค้าเหรียญ์คงไม่โกงเศษเงินหรอกกระมัง”
นางปิดปากหัวเราะ ท่าทางยามหัวเราะดูงดงามน่าชมมองขึ้นไปอีกระดับ แต่จางหยุนกับไม่ได้แสดงใบหน้าและแววตาหลงใหลออกมาเลยแม้แต่น้อย
เกี่ยวกับราคาของสัตว์อสูรที่นางแจ้งมา จางหยุนไม่มีข้อใดเห็นว่าไม่เหมาะสม ชื่อเสียงของหอการค้าเหรียญ์มีค่ามากกว่าจะมาโกงเงินเพียงเล็กน้อย ที่เทียบเท่ากับเศษเงินของหอการค้า
จำนวนเงินที่ทำการซื้อขายในครั้งนี้ อยากเห็นว่ามันมีมูลค่านับร้อยเหรียญปฐี ถ้าเกิดว่ามนุษย์ผู้รายได้ไปก็คงจะตาลุกวาว ราวกับว่าได้สมบัติก้อนโต แต่ว่าสำหรับหอการค้าเหรียญ์แล้ว จำนวนเงินเพียงแค่นี้เรียกได้ว่าเป็เพียงแค่เศษเงินจริงๆ
เพราะแบบนั้นราคาที่อีกฝ่ายเสนอมาย่อมเป็ราคาเป็ธรรม ไม่มีทางที่จะนำเอาเศษเงินเล็กๆน้อยๆเช่นนี้มาทำให้ชื่อเสียงของตัวเองเสื่อมเสีย
ส่วนเกี่ยวกับค่าตอบแทนที่ได้รับในครั้งนี้ อย่ามองว่าจางหยุนเพียงแค่สังหารสัตว์อสูรไปสองตัว ก็ได้รับเงินที่เป็เงินเทพซีนมาถึง 240 เหรียญปฐี
ไม่ใช่ผู้บำเพ็ญขอบเขตผนึกตัมเถียนขั้นต้นผู้ใดจะสามารถทำได้แบบจางหยุน เพราะว่าผู้บำเพ็ญปกติทั่วไปถ้าเกิดว่าเป็ผู้บำเพ็ญขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นต้น ไม่มีทางสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นกลางได้อย่างแน่นอน
ผู้บำเพ็ญระดับนั้นทำได้เพียงแค่สังหารสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นต้น ที่เมื่อนำมาขายแล้วก็มีราคาอยู่ราวๆ สิบเหรียญปฐีถึงร้อยเหรียญปฐี
แล้วอีกอย่างการที่จะสังหารสัตว์อสูร ผู้บำเพ็ญมักจะรวมตัวกันเป็กลุ่มเพื่อสังหารแล้วก็แบ่งผลประโยชน์ เพราะว่าสัตว์อสูรนั้นมีความแข็งแกร่งมากกว่าผู้บำเพ็ญเผ่ามนุษย์
อาจจะเป็เพราะว่าพร์ร่างกายที่แข็งแกร่งเป็พิเศษ สำหรับผู้บำเพ็ญภายในเมืองวายุแดง ที่ส่วนใดเป็ผู้บำเพ็ญอิสระไม่ได้มีระบบสืบทอดเช่นสำนัก พวกเขาไม่ได้มีเคล็ดวิชาที่แข็งแกร่ง เพราะแบบนั้นความแข็งแกร่งของพวกเขาย่อมไม่สามารถสู้กับสัตว์อสูรระดับเดียวกันได้
นั่นจึงทำให้ถ้าเกิดว่าอยากจะสังหารสัตว์อสูรระดับเดียวกัน พวกเขาต้องรวมตัวกันหลายคน ผลประโยชน์ที่จะได้รับเองก็ถูกแบ่งแยกออกไปอีก
อย่างเช่นผู้บำเพ็ญระดับผนึกตันเถียนขั้นต้น รวมตัวกัน 5 คนไปสังหารสัตว์อสูรระดับ 1 ขั้นต่ำสักตนนึง
เมื่อสังหารได้แล้วนำมาขายที่หอการค้าเหรียญ์ อาจจะได้รับเงินสัก 50 เหรียญปฐี เมื่อแบ่งกันแล้วพวกเขาเองก็จะได้รับเงินเพียงแค่คนละ 10 เหรียญปฐีต่อวันเท่านั้น
ลำพังเพียงแค่โรงเตี๊ยมภายในเมือง ส่วนใหญ่ถ้าเกิดว่าเป็โรงเตี๊ยมเซียนก็มีค่าเปิดห้องพักแต่ละคืนอยู่ที่ 2 เหรียญปฐีแล้ว นี่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆอีก
เพราะแบบนั้นอย่ามองว่าจางหยุนในตอนนี้ได้รับเงินมาง่ายดาย ที่เขาได้รับเงินมาให้ได้แบบนี้ก็เป็เพราะว่าเขามีซากเทวะ ที่เทียบเท่ากับผู้ฝึกตนขอบเขตไปผนึกตันเถียนขั้นปลายถึงสองตน แล้วยังมีซากเทวะที่มีระดับเทียบเท่ากับผนึกตันเถียนขั้นกลางอีกตน
เพราะว่ามีพวกมันอยู่จนสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับนี้ แล้วก็ไม่ต้องแบ่งผลประโยชน์ให้กับใคร จางหยุนเลยได้รับเงินส่วนนี้มาเต็มๆ
เพราะแบบนั้นแล้วการออกล่าสัตว์อสูรและสังหารทำเงิน มันไม่ใช่เื่ที่ง่ายดายขนาดนั้น ที่มันง่ายก็เป็เพราะว่าเขามีความพิเศษ แน่นอนว่าจางหยุนย้ำเตือนเื่นี้อยู่ภายในใจของตนเอง เขาพยายามไม่หลงระเริงไปเกี่ยวกับเื่นี้ เพราะมันอาจจะทำให้เขาเกิดความประมาทแล้วก็อาจจะทำให้เขาผิดพลาดได้
หญิงสาวที่รับหน้าที่ดูแลต้อนรับจางหยุน นางก้าวเดินเข้าไปใกล้ร่างของสัตว์อสูรทั้งสอง โบกมือแล้วก็เก็บพวกมันเข้าไปภายในแหวนเก็บของของตนเอง
“นายท่านมีความ้าอันใดอีกหรือไม่เ้าค่ะ?” นางหันมาถามด้วยรอยยิ้ม
จางหยุนราวกับเตรียมคำตอบมาอยู่ก่อนแล้ว เมื่อนางถามขึ้นมาจึงพูดออกไปอย่างรวดเร็ว “ข้าอยากจะขอซื้อแผนที่ภายในเมืองวายุแดง และแผนที่ของหุบเขาอวี้เฟิง จริงสิ! มีตำราที่เปิดเกี่ยวกับพื้นฐานของการบำเพ็ญหรือไม่ พวกความรู้ทั่วไปแบบละเอียดน่ะ ข้าอยากจะซื้อไปฝากรุ่นหลังที่เพื่อก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการบำเพ็ญน่ะ”
สตรีผู้นั้นยิ้มรับจากนั้นก็พยักหน้า “ได้สิเ้าค่ะ”
เพียงแต่ว่าก่อนที่ตัวของน่าจะเดินออกไป นางหยิบบางอย่างออกมาจากแหวนเก็บของของตนเอง
จางหยุนมองเห็นของที่นางหยิบออกมาจากแหวนเก็บของ มันเป็ตำราเล่มหนาเล่มหนึ่งที่มีความหนามาก
จางหยุนไม่เคยเห็นสมุดหรือว่าตำราแบบใดที่หนาขนาดนี้มาก่อน ด้านในคงจะมีเนื้อหาหลายพันหน้าเลยกระมัง
นางเดินมาด้านหน้าจากนั้นก็ยื่นส่งตำราเล่มนั้นมาให้ “ระหว่างรอ ในนี้มีของที่หอการค้าของพวกเราขาย เชิญท่านเปิดดูเพื่อ้าของชิ้นใด ก็สามารถบอกบ่าวได้”
จางหยุนรับมันเอาไว้ ก่อนจะก้มมองดูหน้าปกของตำรา มีตัวอักษรถูกเขียนเอาไว้ว่า รายการสินค้าระดับต้น
เมื่อทำหน้าที่ของตนเองเสร็จแล้ว หญิงสาวก็ยิ้มพยักหน้าจากนั้นก็หันหลังเดินออกไป นางปิดประตูห้องอย่างนุ่มนวลจนแทบจะไม่มีเสียงเลยแม้แต่น้อย
จางหยุนจ้องมองรายการสินค้าในมือของตนเอง เขาหย่อนก้นนั่งลงที่เก้าอี้รับแขกกลางห้อง จากนั้นก็เริ่มทำการเปิดดูหน้าแรก
เมื่อลองเปิดดูหน้าแรกแล้ว เขาเองก็ยืนยันได้แล้วว่านี่เป็สมุดรายการสินค้าจริงๆ เปิดไปเนื้อหาหน้าแรกก็พบเห็นสินค้าที่ถูกเขียนไว้ภายในนั้น มีรายละเอียดอย่างชัดเจนไม่เพียงแค่นั้นยังมีการวาดรูปประกอบด้วย
รูปนี้ถูกวาดด้วยหมึกหลายสีทำให้มองเห็นถึงความงดงามและสมจริง จางหยุนเขียนว่าของที่ถูกเขียนเอาไว้บริเวณหน้าแรกเป็ของวิเศษที่เป็โอสถรักษาแผล มันมีราคาห้าเหรียญปฐี สามารถรักษาาแภายนอกของผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นต้นได้
จางหยุนได้รับสมุดเล่มนี้มาอยู่ในมือ เขาเองก็รีบเปิดดูอย่างรวดเร็ว นี่ถือว่าเป็โอกาสดีที่เขาจะได้เปิดหูเปิดตาเกี่ยวกับสมบัติที่ขายภายในหอการค้าเหรียญ์
ไม่เพียงแค่นั้นจางหยุนยังมีสมบัติที่อยู่ภายในตัวอีกหลาย บางทีมันอาจจะมีวางขายสมบัติชนิดเดียวกันภายในหอการค้าแห่งนี้ เขาจะได้รู้สักทีว่ามันคือสมบัติอะไร เพราะแบบนั้นจางหยุนจึงรีบค้นหาอย่างรวดเร็ว
จางหยุนรีบเปิดไปในหมวดหมู่ยันต์อักขระ ก่อนหน้านี้เขาได้รับยันต์อักขระมาหนึ่งแผ่น ได้มาจากองค์ชายของราชวงศ์ชิง
อีกฝ่ายเตรียมที่จะเปิดใช้งานมันตอนที่กำลังจะหลบหนี จางหยุนสงสัยมาตลอดว่านั่นคือแผ่นยันต์อะไรกันแน่
ในตอนนี้มีโอกาสลองเปิดหาดูเผื่อว่าจะเจอ และหลังจากนั้นไม่นานจางหยุนก็พบเจอจริงๆ เป็แผ่นยันต์ที่มีลวดลายเดียวกันเลยไม่มีความแตกต่าง มันคือแผ่นยันต์ระดับหนึ่งขั้นต่ำ ชื่อของมันคือเหินฟ้า
โดยที่ความสามารถของยันต์มันก็ตามชื่อยันต์แผ่นนี้จริงๆ นั่นคือเมื่อทำการติดลงที่ขาของตนเอง ถ่ายเทปราณิญญาเข้าไปภายในแผ่นยันต์
จะสามารถเหาะเหินบนอากาศได้ในระดับหนึ่ง ความสูงและการบินนั้นสามารถบินสูงได้ถึงสิบเมตร ไม่เพียงแค่นั้นความรวดเร็วในการบิน ยังเทียบเท่ากับการเคลื่อนที่ของผู้บำเพ็ญขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นกลาง ที่เคลื่อนที่บนพื้นอย่างเต็มกำลัง เพราะแบบนั้นยันต์นี้ถือว่าเป็ยันต์ที่ไม่ธรรมดา เพียงแต่ว่าข้อเสียก็คือระยะเวลามันสามารถใช้งานได้เพียงแค่หนึ่งชั่วยามเท่านั้น หลังจากที่ใช้ไปแล้วยันต์เองก็จะสลายหายไป
จางหยุนเมื่อลองตรวจสอบราคาแล้วก็ต้องรู้สึกประหลาดใจ ที่ว่ามันมีราคาถึงหนึ่งร้อยเหรียญปฐีซึ่งเป็ราคาที่ไม่ได้ถูกเลย
เมื่อรู้คุณค่าของมันแล้วเขาเองก็ต้องเก็บรักษามันเอาไว้อย่างดี เพราะว่ามันอาจจะเป็ตัวช่วยให้เขานั้นรักษาชีวิตเอาไว้ได้