(นิยายแปล) เล่ห์มายาบุปผาพิษ

    ตอนที่ 28 แม่ทัพเซวียนเวยมาเยือนครั้งแรก (1)

            ไม่มีผู้ใดรู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่ากับจางซื่อคุยอะไรกัน ทุกคนรู้เพียงว่าตอนที่นางพาบุตรชายทั้งสองจากไป สีหน้านั้นหมองคล้ำราวกับถูกคนตบมาหลายครั้ง

            แม้สถานะของจางซื่อจะพิเศษ ทว่าความรู้สึกของตัวประกอบไม่สำคัญเช่นนี้ย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อผู้คนที่เติบโตในเมืองอันแสนมั่งคั่งวุ่นวาย นี่เป็นแค่เรื่องขบขันเอาไว้คุยกันยามว่างเท่านั้น

            รุ่งสางวันต่อมา

            เหยียนจื่อม่อมองแสงอาทิตย์อันอบอุ่นซึ่งพบเห็นได้ยาก จากนั้นลุกไปคารวะที่โถงหรงหย่างแต่เช้า นางต้องการสืบเรื่องราวจากสีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเสียหน่อย ทว่าตนเองคงประเมินผู้ที่เคยกุมอำนาจสูงสุดในเรือนหลังต่ำเกินไป ฮูหยินผู้เฒ่าซึ่งคอยดูแลบ้านอย่างเข้มงวดผู้นี้ สีหน้าอันเฉยเมยของนางไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิด ราวกับว่าไม่ได้ยื่นมือเข้าไปยุ่งเรื่องของจางซื่อโดยสิ้นเชิง

            หลังเหยียนจื่อม่อกลับมาจากการคารวะยามเช้า เจี่ยวเย่ว์ก็รีบร้อนเข้ามาหา เมื่อเห็นท่าทางอยากพูดแต่ไม่กล้าของนางจึงให้คนเฝ้าหน้าประตูไว้ ก่อนจะพาอีกฝ่ายเข้าห้องอุ่นด้านในด้วยตนเอง

            “คุณหนู พ่อบ้านหลิวส่งข่าวมาว่าตระกูลจางเหมือนจะออกจากเมืองหลวงแล้วเจ้าค่ะ”

            “อ้อ!”

            เหยียนจื่อม่อไม่ได้สนใจนัก ฮูหยินผู้เฒ่าหนุนหลังเหยียนจื่อหลิง ย่อมทราบว่าการมีอยู่ของตระกูลจางจะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง การที่ท่านแม่พาตระกูลจางออกจากหมู่บ้านชิงสุ่ยแต่แรกนั้น หนึ่งเพราะพวกเขาขอร้องอย่างอ้อมๆ สองคือไม่สามารถแบกรับชื่อเสียงเนรคุณได้ สามคือต้องการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด

            “ท่านมีแผนการอะไรหากพวกเขาจากไปหรือเจ้าคะ”

            เจี่ยวเย่ว์ถามอย่างระแวดระวัง แม้จะไม่รู้ว่าคุณหนูต้องการทำสิ่งใด แต่ตามแผนของนางตระกูลจางมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง หากคนเหล่านี้จากไป...

            “เหยี่ยวที่เคยลองบินจะไม่หยุดอยู่ในที่ที่เดียว ทำนองเดียวกันคนที่เคยสัมผัสความหรูหราย่อมไม่ยอมกลับคืนสู่ชีวิตสามัญ ต่อให้พวกเขาจากไปก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้”

            ล้วนกล่าวกันว่าคนใช้พิษตายเพราะพิษ คนริษยาตายด้วยความริษยา ส่วนคนติดการพนันย่อมพ่ายแพ้ให้แก่การพนัน...นางทราบดีว่านิสัยของคนตระกูลจางเป็นอย่างไร จึงทราบถึงจุดอ่อนร้ายแรงของพวกเขาเช่นกัน

            ...ความโลภไม่ใช่เรื่องดี

            “ให้พ่อบ้านหลิวจับตาดูต่อไป”

            หากไม่ได้เล่นลูกไม้อะไรก็คงไม่ใช่คนตระกูลจางที่นางรู้จัก ดังนั้นเพียงแค่ตั้งหน้าตั้งตาเฝ้าดูต่อไปให้ดี ส่วนเรื่องอื่นไม่จำเป็นต้องสนใจนัก

            ขณะที่เหยียนจื่อม่อเก็บตัวฝึกคัดอักษร คนกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นที่จวนผิงซีโหว เมื่อเห็นตัวอักษร ‘หลี่’ ขนาดใหญ่ ก็พอมองออกว่าสถานะของอีกฝ่ายน่ายำเกรงเพียงใด

            เจี่ยนซื่อได้รับรายงานพลันผุดลุกจากเก้าอี้ ก่อนจะกล่าวอย่างไม่มั่นใจว่า “แม่ทัพเซวียนเวยหลี่เฮ่อหรือ”

            “ขอรับ”

            “ไปตามท่านโหวกลับจวน”

            วันนี้ผิงซีโหวยังไม่กลับจวนหลังจากจบการประชุม เมื่อหลี่เฮ่อมาเยือนด้วยตนเองจำต้องมีผู้รับหน้าที่รับรองสักคน ยามนี้จึงทำได้เพียงสั่งคนออกไปตามผิงซีโหวกลับมา

            ประมาณครึ่งชั่วยามต่อมา พอผิงซีโหวที่กลับมาถึงจวนเห็นหลี่เฮ่อก็ประสานมือคารวะเบาๆ “ท่านแม่ทัพหลี่! ลมอะไรหอบท่านมาถึงที่นี่หรือ”

            “เมื่อวานเจ้าลูกหมาบ้านข้าพูดจาเหลวไหล วันนี้จึงพาเขามาขอโทษท่าน”

            นอกจากทั้งสองจะเป็นขุนนางร่วมราชสำนัก ยังเป็นแม่ทัพเช่นเดียวกัน จึงมีบ่อยครั้งที่มีข้อพิพาททางผลประโยชน์ ทำให้จวนแม่ทัพเซวียนเวยกับจวนผิงซีโหวไม่ได้ใกล้ชิดสนิทสนมกันนัก ทว่าเรื่องของบุตรชายตนเมื่อวานเหมือนจะช่วยให้ความห่างเหินระหว่างกันลดลงหน่อยแล้ว

            “ท่านแม่ทัพล้อเล่นแล้ว คุณชายบ้านท่านสง่าผ่าเผย วาจาชัดเจน จะพูดเหลวไหลได้อย่างไร”

    คล้ายกับเรื่อง(นิยายแปล) เล่ห์มายาบุปผาพิษ ที่คุณอ่าน