ตอนที่ 9: แดดบ่ายปลายคลองกับน้ำพริกลงเรือสูตรคุณยาย
> คำถามประจำตอน: ผักพื้นบ้านชนิดใดที่มีใบสีเขียวเข้ม รสมันอมฝาดเล็กน้อย และนิยมนำมาเคียงกับน้ำพริกเพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเืตามภูมิปัญญาไทย? (ดูคำตอบหลังจบตอน)
>
แสงแดดยามบ่ายคล้อยทอดเงายาวทาบทับผืนน้ำในคลองสายเล็ก เสียงพายกระทบน้ำเบาๆ ของเรือแจวพานิชย์เคลื่อนผ่านศาลาไม้ "เรือนโอสถรส" ช้าๆ ลมพัดโชยกลิ่นอายดินโคลนและไอน้ำจางๆ ช่วยคลายความร้อนระอุของ่บ่ายวันใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม ทว่าบรรยากาศภายในครัวเปิดโล่งหลังบ้านกลับเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะครื้นเครงของแก๊งหมอเจ็ดชาติที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบสำหรับมื้อว่างยามบ่าย
มินจุน หนุ่มฮันกุกผู้ขึ้นชื่อเื่การทำอาหารหมักดองกำลังยืนถือครกหินขนาดเล็ก ตำกระเทียมและกะปิย่างไฟอ่อนๆ จนหอมฟุ้ง ก่อนจะหันไปแกล้งแซวหลงเฟิงที่กำลังนั่งตั้งอกตั้งใจแกะสลักหัวหอมแดงเป็รูปดอกบัวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดราวกับกำลังผ่าตัดสมอง
"นี่หลงเฟิง นายทำหน้าเครียดเหมือนคนกำลังจะไปขึ้นเขียงปะาแบบนั้น ระวังนะ เดี๋ยวรอยย่นบนหน้าผากจะลึกกว่าร่องน้ำในคลองซะก่อน ฮ่าๆๆ" มินจุนหัวเราะร่าพลางใช้ทัพพีเคาะขอบครกเบาๆ
หลงเฟิงเงยหน้าขึ้นจากเขียงไม้ ปรายตามองเพื่อนสนิทด้วยแว่นสายตากรอบบางก่อนจะสวนกลับทันควันด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง "ฉันไม่ได้เครียดเื่ปะาหรอกมินจุน แค่กำลังใช้พลังชี่คำนวณอยู่ว่า ถ้าวันนี้นายยังเผลอใส่พริกขี้หนูลงในน้ำพริกจนเผ็ดทะลุพิกัดเหมือนสัปดาห์ก่อนอีก ฉันควรจะเอานายไปแช่น้ำเกลือล้างท้องหรือเอาไปฝังดินเพื่อปรับสมดุลธาตุไฟดี"
เสียงหัวเราะดังลั่นศาลาทันที ปรียา สาวภารตะที่กำลังหั่นมะอึกและมะเขือพวงสีเขียวสดถึงกับสำลักเสียงหัวเราะ รีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาแล้วเสริมขึ้นด้วยความหมั่นไส้ "จริงที่สุด! วันนั้นฉันชิมน้ำพริกฝีมือมินจุนเข้าไปคำเดียว นึกว่ากำลังกินลาวาูเาไฟพ่นพิษใส่ลิ้น ดีนะที่หมอศานต์ช่วยชีวิตไว้ทันด้วยการแจกนมจืดคนละกล่องใหญ่ ไม่งั้นลิ้นพวกเราคงไหม้เกรียมกลายเป็ตอตะโกไปแล้ว"
หมอศานต์ แพทย์แผนปัจจุบันสายเวชศาสตร์ป้องกัน ไม่รอช้า รีบฉีกยิ้มกว้างแล้วชูมือขึ้นขอแจมปล่อยมุกแป๊กตามสไตล์ทันที "พูดถึงเื่เผ็ดร้อนจนลิ้นพังแล้วนึกถึงมุกนี้ขึ้นมาพอดี... ทำไมเวลากินอาหารเผ็ดจัดๆ คนเราถึงต้องรีบวิ่งไปควานหาน้ำเย็นกินรู้ไหมครับ?"
ทุกคนในศาลาหันไปมองเป็ตาเดียวโดยพร้อมเพรียงกัน หลงเฟิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเชิงยอมแพ้ "ทำไมล่ะ หรือว่าเป็เพราะความเผ็ดไปกระตุ้นต่อมรับรส?"
"เปล่าเลย" หมอศานต์หัวเราะชอบใจ "ก็เพราะว่าพวกเขากลัวจะ 'พ่นไฟ' เผาบ้านคนข้างๆ ยังไงล่ะ!"
เงียบ... เสียงจิ้งจอกสมมติร้องระงมในอากาศทันที ทุกคนนิ่งค้างไปสามวินาที มินจุนตบโต๊ะฉาดใหญ่แล้วหัวเราะก๊าก "โอโห หมอศานต์! มุกนี้ฝุ่นเขรอะยิ่งกว่าตำราแพทย์โบราณยุคหินซะอีก เล่นเอาครกหินเกือบะโหนีลงคลองแล้ว!"
น้ำริน หญิงสาวเ้าของเรือนเดินถือตะกร้าผักจิ้มสดๆ ที่ล้างทำความสะอาดจนกรอบน่ากินออกมาจากหลังบ้าน ส่ายหัวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ปนเสียงหัวingเราะอารมณ์ดี "เอาล่ะๆ เลิกแซวกันแล้วมาตั้งใจทำมาหากินกันดีกว่า วันนี้เรามีเมนูเด็ดไทยโบราณที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญและบำรุงธาตุไฟใน่บ่ายมานำเสนอ นั่นคือ 'น้ำพริกลงเรือสูตรโบราณใส่กุ้งแห้งป่นและหมูหวานเนื้อนุ่ม' ที่ปรับสูตรให้รสชาติกลมกล่อม หอมหวานเค็มเผ็ดกำลังดี ไม่จัดจ้านจนแสบคอด้านใน เพื่อให้เหมาะกับผู้สูงอายุและคนรักสุขภาพในชุมชนของเรา"
ธรณ์ นักโภชนาการหนุ่มผู้เชี่ยวชาญเื่ IF ขยับแว่นแล้วอธิบายเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง "สำหรับน้ำพริกลงเรือหม้อนี้ นอกจากจะได้โปรตีนคุณภาพดีจากกุ้งแห้งและเนื้อหมูเคี่ยวซอสมะขามรสละมุนแล้ว เครื่องพริกแกงยังช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญและปรับสมดุลอินซูลินได้อย่างยอดเยี่ยม เหมาะมากสำหรับมื้อบ่ายใน่เวลาเปิดหน้าต่างการกิน (Eating ) ครับ"
ในขณะที่ทุกคนกำลังช่วยกันเตรียมเครื่องเคียงผักพื้นบ้าน เคนตะ เชฟาุโชาวญี่ปุ่นผู้เคร่งครัดเื่ความสดตามฤดูกาล ก็ออกปากแนะนำวิธีสังเกตความสดของผักเคียงให้ทุกคนฟังเพลินๆ "การเลือกผักเหนกล้าและผักพื้นบ้านสำหรับจิ้มน้ำพริก ให้สังเกตว่าใบต้องมีสีเขียวสด ไม่ช้ำน้ำ กรอบแน่น และไม่มีรอยแมลงกัดแทะรุนแรง ถึงจะเป็ผักที่อุดมไปด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระสูงสุดครับ"
น้ำรินพยักหน้ารับแล้วลงมือปรุงตามขั้นตอนอย่างคล่องแคล่ว "เริ่มต้นด้วยการโขลกพริกขี้หนูสวน กระเทียม และกะปิย่างไฟให้เข้ากันจนละเอียด จากนั้นใส่เนื้อมะอึกซอยและน้ำตาลปี๊บแท้ลงไปโขลกเบาๆ ตามด้วยน้ำมะนาวแท้และน้ำปลาดีเพื่อปรับรสชาติให้เปรี้ยวเค็มหวานกลมกล่อมลงตัว ไม่โดดไปทางใดทางหนึ่ง นำกุ้งแห้งเนื้อดีโขลกหยาบผสมลงไป ตามด้วยหมูหวานเคี่ยวซอสมะขามรสละมุน นำไปผัดคลุกเคล้าในกระทะด้วยไฟอ่อนจนน้ำพริกงวดและส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟเคียงด้วยไข่เค็มแดง มะเขือพวงสด และผักพื้นบ้านนานาชนิด"
กลิ่นหอมของน้ำพริกกะปิย่างและหมูหวานเคี่ยวซอสมะขามโชยฟุ้งไปทั่วบริเวณศาลาไม้ริมน้ำ ลูกค้าประจำกลุ่มแรกอย่างลุงสมชายและป้าเพ็ญที่เพิ่งเดินเข้ามาถึงกับสูดปากด้วยความอยากอาหาร
น้ำรินตักน้ำพริกลงเรือรสกลมกล่อมเสิร์ฟพร้อมข้าวกล้องหุงสุกใหม่ร้อนๆ และผักเคียงสดกรอบ ป้าเพ็ญตักน้ำพริกคลุกข้าวคำแรกเข้าปากแล้วอุทานด้วยความพึงพอใจ "อืม... รสชาติกลมกล่อมละมุนลิ้นมาก ไม่เผ็ดจัดหรือเค็มโดดจนแสบคอ ทานคู่กับผักสดกรอบๆ แล้วชื่นใจจริงๆ หมอน้ำริน"
กลุ่มแพทย์จากเจ็ดชาติภพยืนมองภาพความสุขของผู้คนในชุมชนด้วยความอิ่มเอมใจ ศาลาโอสถรสริมคลองแห่งนี้ไม่ได้เป็เพียงสถานที่ประกอบอาหาร ทว่ามันคือพื้นที่แห่งการเยียวยาด้วยความรัก ความเข้าใจ และภูมิปัญญาธรรมชาติอย่างแท้จริง
> เฉลยคำถามประจำตอน:
> คำถาม: ผักพื้นบ้านชนิดใดที่มีใบสีเขียวเข้ม รสมันอมฝาดเล็กน้อย และนิยมนำมาเคียงกับน้ำพริกเพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเืตามภูมิปัญญาไทย?
> เฉลย: ใบยอ หรือ ผักสดพื้นบ้านอย่างมะระขี้นก / ยอดสะเดา (โดยเฉพาะยอดมะระขี้นกหรือใบยอที่มีรสฝาดมัน ช่วยกระตุ้นอินซูลินและลดระดับน้ำตาลในเืได้อย่างดีเยี่ยมตามตำรับสมุนไพรไทยโบราณ!)
>