นางรีบจากไปราวกับสายลมโดยไม่ให้โอกาสฉู่อวิ๋นเปิดปากสนทนาแม้แต่น้อย อาศัยความเข้าใจที่นางมีต่อตัวเขาในชาติก่อน จึงรู้ว่าเขาไม่เคยทำสิ่งใดโดยไม่หวังผล การที่อีกฝ่ายรีบร้อนเข้ามาทักทายและตีสนิทเช่นนี้เห็นชัดว่าไม่ได้ประสงค์ดี
ฉู่อวิ๋นเห็นนางรีบหนีห่างอย่างรวดเร็วราวกับกระต่ายพลันเม้มปากลูบใบหน้าหล่อเหลาของตน รูปโฉมของเขาไม่ได้ชวนให้ตกใจปานนั้นเสียหน่อย!
“สตรีที่เหมือนกระต่ายตื่นตูมจะเป็นคู่แข่งของหลิงเอ๋อร์ได้อย่างไร” เขาพึมพำกับตัวเองพลางส่ายหน้า จากนั้นเดินไปยังทิศตรงข้าม
ฝั่งเหยียนจื่อม่อเมื่อรู้สึกว่าสายตาที่ทิ่มแทงอยู่ข้างหลังหายไปแล้ว สีหน้าตื่นตระหนกเริ่มคลายลงจนเหลือเพียงความมืดครึ้มดุจเมฆดำปกคลุม
...ความแค้นระหว่างนางกับฉู่อวิ๋นหาใช่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้ ทว่านางลืมความแค้นที่เหยียนจื่อหลิงอาศัยอำนาจของเขาไล่ต้อนตนสู่ความตายซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ได้จริงๆ
หลังจากเหยียนจื่อม่อเดินทอดน่องกระทั่งกลับมาถึงที่จัดงาน งานเลี้ยงท่าชิงได้ดำเนินไปจนจวนจะถึงช่วงท้ายแล้ว เหยียนฉิงเหลือบมองนางอย่างไม่สบอารมณ์แวบหนึ่ง “ในเมื่อเจ้าเป็นคนของจวนผิงซีโหวแล้ว ควรแก้นิสัยแย่ๆ จากอดีต วิ่งไปทั่วราวกับคนบ้าเช่นนี้เหมาะสมเสียที่ไหน”
ตั้งแต่คนตระกูลเหยียนทราบว่านางหายไปก็แอบตามหากันอยู่นาน ด้วยเกรงว่าอีกฝ่ายจะทำเรื่องไม่เหมาะสม แต่นางกลับเดินนวยนาดเข้ามาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี่กำลังเล่นตลกกับพวกนางอยู่หรือ
บุตรสาวสายตรงที่เพิ่งมาเจอตัวเอาป่านนี้ไม่อาจพาออกมาเป็นหน้าเป็นตาได้จริงๆ
“ต่อให้น้องไม่เหมาะพาออกงานก็ยังเป็นบุตรสาวสายตรงที่แท้จริงของจวนโหว ปัญหาเรื่องการอบรมสั่งสอนนี้ย่อมเป็นความกังวลของท่านแม่ เหตุใดพี่หญิงรองต้องตีหน้าเคร่งเอ่ยเสียงเข้มเช่นนี้ด้วย”
นางเงียบเสียงครู่หนึ่งแล้วหัวเราะหยันเบาๆ น้ำเสียงแฝงความสัพยอกชัดเจน “ถึงแม้น้องจะเติบโตในชนบทห่างไกล แต่รู้มารยาทและการวางตัวระหว่างผู้เยาว์กับผู้อาวุโสดี อี๋เหนียงของพี่หญิงรองไม่ได้บอกหลักการการเป็นคนมีมารยาทแก่ท่านหรือ”
“เจ้า...”
เหยียนฉิงข่มกลั้นอารมณ์จนหน้าแดงก่ำ เดิมทีนางคิดจะทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ เหยียนจื่อม่อจะได้ทราบกฎระเบียบของจวนโหว กลับคาดไม่ถึงว่าจะถูกอีกฝ่ายเล่นงานกลับทั้งทางตรงทางอ้อมเช่นนี้
เหยียนจื่อม่อเห็นคนมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าอมชมพูพลันเผยท่าทีคล้ายจะร่ำไห้ นางขยี้ดวงตาแดงก่ำก่อนจากไปอย่างรวดเร็ว ท่าทางนั้นราวกับไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างยิ่ง
เหยียนฉิงเห็นผู้คนพากันกระซิบกระซาบก็ร้อนใจนัก ทั้งที่นางเด็กนั่นทำตัวไร้เหตุผลไม่น่าให้อภัย ทว่าเหตุใดคนที่ถูกซุบซิบนินทากลับเป็นนาง นี่นางถูกเด็กน้อยคนหนึ่งกลั่นแกล้งอย่างนั้นหรือ
เหยียนจื่อม่อเดินไปได้ระยะหนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้ากลับกว้างขึ้นเรื่อยๆ ชาติก่อนยามต้องประมือกับนางปีศาจในวังหลังเหล่านั้น นางถูกวางแผนร้ายอยู่ไม่น้อย ภายหลังยิ่งพ่ายแพ้ก็ยิ่งแข็งแกร่ง เมื่อถูกผู้อื่นทำสิ่งใดใส่ก็คืนสนองสิ่งนั้นกลับจนสุดท้ายกลายเป็นผู้มีชัย
แม้ไม่รู้ว่าสวรรค์ประสงค์สิ่งใดถึงให้นางมีชีวิตใหม่อีกครั้ง ทว่าหากเทียบกับความปรารถนาอันโหดเหี้ยมที่อยากสังหารทุกคนทิ้งไปในชาติก่อน ชาตินี้นางขอวางแผนอย่างช้าๆ ดีกว่า ไม่เช่นนั้นชีวิตคงน่าเบื่อแย่
ตอนแรกนางไม่ได้เก็บตัวประกอบเล็กๆ อย่างเหยียนฉิงมาใส่ใจ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายยืนกรานกระโจนเข้าหา เช่นนั้นก็ไม่ใช่คนที่ควรตอบแทนความชั่วด้วยความเมตตา
“พี่หญิงห้า พี่ชายสามมาตามพวกเรากลับจวน พวกเรากลับกันเถิด!”
ขณะเหยียนจื่อม่อกำลังครุ่นคิดว่าจะจัดการเหยียนฉิงอย่างไร เหยียนฟางซึ่งอยู่ไม่ไกลเดินโบกมือเข้ามาหานางตลอดทาง แม่นางน้อยผู้นี้อยู่ในวัยกำลังโต ร่างกายจึงคล้ายกับมีเรี่ยวแรงให้ใช้ไม่มีวันหมด
เหยียนจื่อม่อลอบแคะหูก่อนจะเดินตามไป ระหว่างทางเพียงทำตัวเหมือนคนใบ้คนหนึ่งและไม่สนใจวาจาแฝงความนัยของเหยียนฟาง กระทั่งอีกฝ่ายเบื่อหน่ายที่การเรียกร้องความสนใจไม่บรรลุผล จึงไม่ยุ่งวุ่นวายด้วยอีก