ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 19:00 น. เป็ต้นไป [ส่วน eBook มาวันที่ 30/07/68 ราคาเบา ๆ เพียง 89฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 4
แสงแดดยามเช้าสะท้อนผ่านกระจกบานสูง รอยฝ้าบาง ๆ ที่เกาะกรอบหน้าต่างสีขาวซีดดูเหมือนจะหลอมรวมกับความเงียบในห้องนั่งเล่น อลิสาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ััแรกที่รับรู้ไม่ใช่ความเย็นของพื้นหินอ่อน หากแต่เป็ไออุ่นบางเบาที่แนบตัวอยู่เหนือเสื้อผ้าบางของเธอ
เธอขยับมือ ลูบััของผ้าห่มผืนบางที่คลุมตัวอยู่ ความอบอุ่นแปลกประหลาดค่อย ๆ ซึมผ่านเข้าสู่ใจ
"ไม่ใช่ของฉัน..."
เสียงกระซิบแ่เบาดังขึ้นในห้องว่าง เธอจำได้ดีว่าเมื่อคืนไม่มีอะไรห่ม ไม่มีใครอยู่ข้างกาย
เธอผุดลุกขึ้นนั่งอย่างช้า ๆ สายตากวาดมองรอบห้อง โซฟาที่ยังมีรอยยับจากการนอน แก้วน้ำวางบนโต๊ะไม้ แสงแดดที่ลอดผ่านม่านสีอ่อน ทุกอย่างเหมือนเดิม ยกเว้นผ้าห่มนี้
อลิสาโอบมันเข้าหาตัวแน่นขึ้นอีกนิด เสี้ยววินาทีหนึ่ง ใจเธอเต้นแรงอย่างไร้เหตุผล
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังมาจากทางเดินด้านหลัง เธอหันไป เห็นแม่บ้านสูงวัยกำลังเดินเข้ามาพร้อมถาดน้ำชา
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณอลิสา” เสียงของเธออ่อนนุ่มและเรียบเสมอ
อลิสาขยับตัว ห่มผ้าไว้แนบอกอย่างไม่รู้ตัว “เมื่อคืน...มีใครเอาผ้าห่มมาให้หนูเหรอคะ?”
แม่บ้านชะงักนิดหนึ่งก่อนจะวางถาดลงบนโต๊ะ สีหน้ากลับว่างเปล่าเหมือนปกติ
“เอ่อ...ดิฉันไม่แน่ใจค่ะ อาจจะเป็ใครสักคนที่ผ่านมาพอดีก็ได้”
“ใครล่ะคะ?” เสียงของอลิสาอ่อนลง ไม่ได้คาดคั้น แค่ถามด้วยความรู้สึกบางอย่างในใจ
แม่บ้านเม้มปากแน่น ราวกับกำลังกลืนคำตอบบางอย่างลงไป “บ้านนี้...บางทีสิ่งดี ๆ ก็ไม่ต้องมีคำอธิบายนะคะ”
เธอหลบสายตาไปอีกทาง พยายามวางตัวเป็กลาง แต่แววตาคู่นั้นกลับบอกอะไรอลิสาได้มากกว่าที่ปากพูด
อลิสารู้ทันทีว่าคำตอบอยู่ตรงหน้า เธอไม่ถามต่อ แค่ก้มหน้าลูบเนื้อผ้านิ่มเบา รอยยับเล็ก ๆ บนผ้าเหมือนบอกเล่าว่า...มีใครสักคนเคยถือมันไว้
“ขอบคุณค่ะ” เสียงเธอแ่เบา แม้ไม่ได้ระบุว่า ‘ขอบคุณใคร’
แม่บ้านมองเธอเงียบ ๆ ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรอีก
เมื่อเสียงฝีเท้าหายไป อลิสาก็ยกผ้าห่มขึ้นมากอดไว้แนบอกอีกครั้ง ความอุ่นที่ไม่ได้มากมาย แต่กลับซึมลึกเข้าไปในใจอย่างไม่ทันตั้งตัว
‘เขาเอามาห่มให้ฉันจริง ๆ งั้นเหรอ?’
เธอไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง แต่ทุกอย่าง...มันบอกอยู่แล้ว
อลิสาหลับตาลงชั่วขณะ ไม่ได้เพื่อหลับอีกครั้ง หากแต่เพื่อเก็บความรู้สึกเล็ก ๆ นี้ไว้ในใจ เธอรู้ดีว่าการคาดหวังมากเกินไปกับคนเ็าอย่างเขา อาจพาเธอเจ็บซ้ำ แต่ต่อให้รู้...หัวใจก็ยังเต้นแรงเพราะเื่เล็กน้อยนี้อยู่ดี
เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าดังแ่ เธอคว้าออกมาแล้วกดโทรออกทันที
[อลิสา Talking]
✆ : หนูโทรมาเช็กอาการค่ะ แม่เป็ยังไงบ้าง
เสียงปลายสายอบอุ่นแต่แฝงด้วยความอ่อนแรง
[แม่อลิสา Talking]
✆ : ดีขึ้นนิดหน่อยจ้ะลูก แต่วันนี้ยังไม่กล้าลุกไปไหน กลัวหน้ามืดเหมือนเมื่อวาน
อลิสานิ่งฟัง มือที่กอดผ้าห่มค่อย ๆ คลายออก เธอวางมันลงข้างกายแล้วขยับตัวพิงพนักโซฟา
[อลิสา Talking]
✆ : หนูคิดถึงแม่นะคะ
[แม่อลิสา Talking]
✆ : แม่ก็คิดถึงลูก แต่ไม่ต้องห่วง แม่ไหว ลูกตั้งใจทำหน้าที่ของลูกให้ดีนะจ๊ะ
เสียงปลายสายนั้นสั่นน้อย ๆ เหมือนรู้ว่าลูกสาวกำลังเหนื่อย และไม่อยากเป็ภาระ
[อลิสา Talking]
✆ : หนูจะดูแลทุกอย่างให้ได้ค่ะ
หลังวางสาย เธอนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วมองไปยังผ้าห่มที่ถูกพับไว้ข้างตัว
แม้ทุกอย่างจะยังไม่แน่นอน...แม้เขายังไม่ยอมรับการมีอยู่ของเธออย่างแท้จริง แต่เธอก็รู้แล้ว ว่าการอดทนรอ ไม่ได้สูญเปล่าเสมอไป
หากสิ่งเล็กน้อยในเช้านี้ เป็สัญญาณว่าเขายังมีหัวใจ…
เธอก็พร้อมจะอยู่ตรงนี้ รอวันที่เขาเปิดใจให้เธอจริง ๆ
และเมื่อถึงวันนั้น...
เธอจะไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว
่เย็นวันเดียวกัน
เสียงโทรศัพท์ดังเพียงครั้งเดียวก่อนอลิสาจะรีบกดรับ น้ำเสียงจากปลายสายไม่จำเป็ต้องพูดมาก เธอก็รู้แล้วว่าวันนี้จะไม่ใช่วันสบายใจอีกวันหนึ่ง
[เ้าหน้าที่โรงพยาบาล Talking]
✆ : คุณอลิสาใช่ไหมคะ? ทางเราจะเรียนแจ้งว่าอาการคุณแม่ยังคงทรงตัว แต่มีการปรับยาใหม่ ซึ่งต้องใช้ยานำเข้าราคาแพงกว่าปกติค่ะ
เธอกำมือถือแน่นขึ้นจนปลายนิ้วซีด
[อลิสา Talking]
✆ : แล้ว...ต้องใช้เดือนละเท่าไรคะ?
[เ้าหน้าที่โรงพยาบาล Talking]
✆ : โดยประมาณราว ๆ สามหมื่นถึงสี่หมื่นบาทค่ะ ยังไม่รวมค่ายาอื่นกับค่าตรวจพิเศษนะคะ
“ค่ะ...” น้ำเสียงเธอสั่นนิด ๆ ก่อนจะพยายามกลืนก้อนแข็งในลำคอ
[อลิสา Talking]
✆ : หนูจะจัดการให้ค่ะ ขอบคุณนะคะ
เธอกดวางสายก่อนที่น้ำตาจะร่วง เสียงช้อนกระทบถ้วยในครัวด้านในดังคล้ายจังหวะสะกิดใจที่ทำให้เธอหลุดจากภวังค์
อลิสามองโทรศัพท์ในมือ ความเงียบที่เข้าปกคลุมห้องรับแขกยิ่งทำให้ทุกเสียงเล็กน้อยชัดขึ้น แม้กระทั่งเสียงหัวใจตัวเอง
“แค่เดือนเดียวก็เกินเงินเดือนที่เคยหาได้แล้ว...” เธอพึมพำเบา ๆ ก่อนจะยกมือปิดหน้า พยายามกลั้นเสียงสะอื้นที่จุกคอ
เธอไม่ได้สังเกตเลยว่าเงาของชายคนหนึ่งทอดยาวเข้ามาในกรอบสายตา
พายุกลับมาพร้อมเอกสารในมือ เขาหยุดอยู่ตรงประตู ไม่พูดอะไร ร่างสูงของเขาสะท้อนในบานกระจกด้านข้าง ขณะที่เธอหันหลังให้
อลิสาเงยหน้าขึ้นพอดี ดวงตาแดงช้ำสบกับเงานั้น แววตาเธอสะดุด...แล้วรีบวางมือถือโดยไม่ทันพูดอะไรต่อ
พายุยืนนิ่ง สีหน้าอ่านไม่ออก แววตาของเขาจับจ้องใบหน้าที่รีบปั้นกลับมาให้เรียบเฉยของเธอ
“ใครโทรมา” น้ำเสียงเขาไม่ได้เข้มข้น แต่ก็ไม่ได้อ่อนโยน
“ไม่มีอะไรค่ะ” เธอเงยหน้าตอบ สีหน้าสงบนิ่งจนน่าแปลกใจ
เขาก้าวเข้าใกล้หนึ่งก้าว มือยังถือแฟ้มเอกสารไว้แน่นเหมือน้าหาอะไรยึดไว้สักอย่าง
“ดูไม่เหมือนไม่มีอะไร” เขาว่า
อลิสากลั้นหายใจหนึ่งจังหวะ ก่อนจะหลบสายตา “มันเป็เื่ของที่บ้านค่ะ หนูจัดการได้”
พายุมองเธอนิ่งนาน ก่อนจะเบนสายตาไปอีกทาง
“ห้องทำงานล็อกอยู่ ถ้าจะเข้าไป หยิบกุญแจจากแม่บ้านเอา” เขาเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ราวกับตัดบทสนทนาโดยไม่ต้องพูดให้จบ
อลิสามองแผ่นหลังกว้างที่เดินผ่านหน้าเธอไปโดยไม่มีคำถาม ไม่มีความสนใจ และไม่มีแม้แต่คำว่า ‘ช่วย’ หลงเหลือ
เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ความรู้สึกที่เหมือนถูกแช่แข็งด้วยความเฉยชาสะกดเธอจนพูดอะไรไม่ออก
ใจหนึ่งอยากเล่า อยากบอกเขาว่าทุกบาทที่เธอยอมอยู่ตรงนี้ไม่ได้มีราคาพอซื้อความรัก แต่พอเห็นสายตาเ็าแบบนั้น เธอกลับกลืนทุกคำลงคอ
พายุเดินเลยเธอไปอย่างไม่มีเสียง ทุกย่างก้าวหนักแน่นแต่แฝงความลังเลบางอย่างไว้
ระยะห่างระหว่างเขากับเธอไม่ไกล...แต่กลับรู้สึกเหมือนมีโลกทั้งใบคั่นกลาง
อลิสายกมือกอดอกแน่นกว่าเดิม ดวงตาก้มลงมองพื้น เงาสะท้อนของตัวเองในกระจกที่บานหน้าต่างสะท้อนกลับมา ทำให้เธอเห็นว่าแม้แต่เงา...ยังดูเหมือนแปลกแยก
“เงียบเกินไป…เหมือนบ้านไม่มีคนอยู่” เธอพูดกับตัวเองเบา ๆ
ไม่มีใครได้ยิน และไม่มีใครตอบกลับ
มีเพียงกำแพงที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างเขากับเธอเท่านั้น ที่ยังคงอยู่