เขาไปส่งลิซที่เมืองเอ็นท์ แล้วส่งเลนาต้าไปพักที่คฤหาสน์เดอราฟิลา
ส่วนตัวเองยังอยู่ที่จูราสซา เขามีทั้งงานบริษัทตัวเอง และการสร้างฐานลับอีกแห่งของกำแพงคราม
บางทีก็แวะไปประชุมงานกับเจสส์ เดโบร่าห์และเจ้าหน้าที่กำแพงครามที่เมืองโคดิม รัฐเพอริเนอเช่ในงานป้องกันภัยร้ายแรงด้านตะวันตก
ที่ห้องทำงานใหญ่โตของเขา ในท่าอากาศยานจูราสซา เด็กหนุ่มเอาหินมากมายที่ให้มาร์คเอามาเก็บไว้ในมิติของเขาออกมาสังเคราะห์แร่ ไม่ได้แร่ที่แปลกประหลาดเลย ครึ่งหนึ่งเป็นหิน แร่ ดินไร้ค่า บางครั้งได้มูลวัวมาด้วย
แต่ยังดีอีกครึ่งก็ยังมีเพชร ทอง อัญมณีมีค่ามาเป็นระดับหลายสิบกิโลกรัม
เขาให้เควินกับมาร์คไปเอาแร่ที่เพิ่งสังเคราะห์ซ้ำในโลกกระจกคู่ขนานอีกหลายรอบ เพื่อจะไปเหมืองอินทาคาลิมด้วยกัน
เควินวาดเส้นมิติขึ้น ทั้งสามไปปรากฏที่ชานเมืองของรัฐคาทาลิเม็ด เอารถรานวิชเทปาสออกมา มาร์คเป็นคนขับ ระหว่างเดินทาง อุปกรณ์สื่อสารของเขาก็เตือน
/วันก่อนราล์ฟบอกจะมีอะไรให้ฉันเหรอคะ ทำไมเงียบไป หรือเอาไปให้คนอื่นแล้ว
ข้อความของลิซ เธอนึกได้จึงถามเรื่องที่เขาเคยบอกเธอ แล้วพาลหาเรื่องเขาต่อ เด็กหนุ่มเหลือกตามองบนอยู่คนเดียว
/ผมทำอาวุธพิเศษให้ที่รักครับ แต่ลืมคิดไปว่า เลนาต้าเธอก็อาจจะจำเป็นต้องใช้ด้วย แต่ถ้าที่รักอยากจะใช้คนเดียวก็ไม่เป็นไรครับ ผมก็จะไม่ให้เธอ
เขาเรียบเรียงถ้อยคำก่อนพิมพ์ไป โดยให้แฟนสาวระคายเคืองน้อยที่สุด
/เฮอะ!
ลิซส่งรูปปากเชิดมา
/ไม่เป็นไรครับ ให้ลิซใช้คนเดียวก็ได้
เด็กหนุ่มส่งอิโมจิยิ้มแหะๆ ไปให้
/ไม่ต้องมาทำเป็นตามใจฉันหรอกค่ะ ทำให้เลนาต้าแค่อีกคนพอนะคะ เธอก็เหมือนพี่สาวของฉัน
แฟนสาวยอมแต่ก็ยังตอบอย่างไว้ท่า
ราล์ฟก็บอกว่าวันนี้จะไปรับเธอมาทานของหวานร้านอร่อยที่จูราสซา ลิซตอบว่าเธอไม่ใช่เด็กนะที่เอาขนมมาล่อแต่ที่จริงก็นั่งยิ้มคนเดียวมีความสุขที่แฟนเอาอกเอาใจ
สามคนเข้าไปที่เหมืองอินทาคาลิม ยามที่ป้อมด้านหน้าเห็นรถเข้ามา จำหน้าเควินกับมาร์คได้
"สวัสดี โลแกน! "
ราล์ฟบอสใหญ่เปิดกระจกทักทาย โลแกนต่างจากคนที่นี่ส่วนใหญ่ ชอบดูเรื่องราวในโลกออนไลน์ประจำสนใจเทคโนโลยี เห็นข่าวเด็กหนุ่มแทบทุกวัน เมื่อถูกทักทาย รีบออกจากป้อมยามมาโค้งเคารพแทบจะหน้าผากติดพื้น
"สวัสดีครับ คุณราล์ฟ ดีใจที่เห็นคุณมาครับ! "
ราล์ฟยิ้มพยักหน้า โบกมือให้แล้วรถก็ขับเข้าไปในเหมือง โลแกนมองตาม
ยามรักษาการณ์หนุ่มใหญ่คนนี้ทราบว่าตั้งแต่คุณราล์ฟซื้อและบริหารที่นี่แร่มีค่ามากมายก็ถูกขายออกไป มูลค่าของเหมืองตอนนี้ลือกันว่าสูงกว่าเดิมไปถึงสามเท่าแล้ว
เมื่อก่อนก็ไม่เคยเห็นมีแร่ล้ำค่าพวกนี้ปรากฏมาก่อน เด็กหนุ่มนี่เก่งกาจ จับสิ่งใดก็มีค่าขึ้นมาได้ราวกับมีเวทมนต์จริงๆ
ถึงสำนักงานเหมือง เจฟฟรีย์ ผู้จัดการเห็นราล์ฟมาเองก็กุลีกุจอดูแลพาเขาไปชมการจัดการต่างๆ เควินกับมาร์คแยกไปเอาแร่สำคัญไปไว้ที่จุดซ่อนต่างๆ
ราล์ฟเดินชมอย่างเพลิดเพลินเหมืองที่เมื่อก่อนทรุดโทรม เด็กหนุ่มจัดงบส่วนหนึ่งให้ชายร่างใหญ่เอาไปบริหารพัฒนาแล้วเจฟฟรีย์ซึ่งเป็นคนที่ระบบเลือกมาก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง สำนักงานเหมืองถูกปรับปรุงใหม่ทันสมัยสะอาดเรียบร้อยแบบอาคารในเมือง ที่อื่นๆ ก็มีการจัดระเบียบสร้างแนว สร้างกำแพงแบ่งโซนทำงานไว้อย่างดี
กิจการที่ก้าวหน้ามากมาย พนักงานใหม่รับเข้ามาไม่น้อย คนที่ทำงานอยู่เมื่อเห็นเจฟฟรี่ย์ที่ปกติไม่เคยพินอบพิเทากับใคร ชายตัวใหญ่กลับยืนตัวลีบพาเด็กหนุ่มหล่อเหลาดูเป็นวัยรุ่นร่ำรวยเดินดูสิ่งต่างๆ
บางคนจำหน้าได้จากภาพข่าวต่างก็ตื่นเต้นที่ได้เห็นบอสใหญ่มา สาวๆ ก็พากันยิ้มหวานตาเชื่อม ราล์ฟหยุดโบกมือทักทายทุกคน
จากนั้นเขาก็ไปหามาร์คกับเควิน มาร์คกำลังเอาเพชรเม็ดใหญ่ อัญมณีมากมาย ฝังลงไปลึกที่ท้ายเหมือง เวลานั้นเควินกับราล์ฟที่พลังพอกันก็สัมผัสได้ถึงพลังหนึ่งที่ไกลออกไป บางเบาแต่พวกเขารู้สึกถึงมัน
เวลาพวกเขาอยู่ด้วยกันเองจะสื่อสารกันแบบพูดออกมา แยกระหว่างความคิดเพื่อการสื่อสารที่ง่ายขึ้น
เควินมองออกไป เอ่ย
"มาจากเทือกเขาม่านหมอกบลูม"
มาร์คตอนนี้ก็รู้สึกถึงพลังได้จางๆ บอก
"พลังที่สูงกว่าเหนือมนุษย์"
"ใช่ นั่นคือพลังระดับขอบฟ้า"
ราล์ฟกล่าวเป็นคนสุดท้าย
ถอนหายใจอย่างหนักอึ้ง เจ้าของพลังระดับนั้นรู้ถึงการคงอยู่ของพวกเขาทั้งสามอย่างไม่ต้องสงสัย
หวังว่าจะไม่ใช่ศัตรูและไม่ได้กำลังเข้ามาที่วาซีเลีย
ป่วยการที่จะเฝ้าระวังต่อผู้ที่มีพลังมากกว่า และไม่รู้ว่าเป็นฝ่ายไหน ต่อให้เรียกยุติธรรมสีเทาพวกเขาทั้งหมดมาล้อมปราบก็ยังไม่รับประกันว่าอีกฝ่ายจะมีแค่คนเดียว
หากระดับขอบฟ้ามากกว่าหนึ่งคนพวกเขาอาจจะโดนบดขยี้กลายเป็นเอาชีวิตไปทิ้งแทน
ทั้งสามหันหลังแล้วก็ไปขึ้นรถขับออกไปจากเหมืองอินทาคาลิม ทิ้งเรื่องนี้ไว้อย่างทำอะไรไม่ได้
❝❝❝
ยามเย็นที่คฤหาสน์เดอราฟิลา
"นี่! มันดูสวยงาม และทรงพลังมาก! "
กระทั่งคนพูดน้อยอย่างเลนาต้าก็ต้องอุทานออกมา เมื่อราล์ฟปล่อยดาบสายฟ้าลอยกลางอากาศสองเล่ม เขาตกแต่งให้มีสายฟ้าเป็นเส้นพื้นแล้วลายเปลวเพลิงคาดทับอีกที ด้ามดาบทั้งสองเล่มแม้จะมีลายเดียวกันแต่การเดินเส้นสีของลายต่างกัน เล่มหนึ่งสีแดง อีกเล่มสีฟ้า
เด็กหนุ่มถือปลอกดาบที่ทำจากหนังอันหนึ่งสีแดง อีกอันสีฟ้า ลิซถามออกมา
"สวยจริงๆ ค่ะที่รัก ทั้งสีฟ้า และสีแดงเลย ของใครสีอะไรคะ"
"พวกคุณตกลงกันเลยครับ"
ที่จริงสีของดาบสีฟ้าก็เป็นเหมือนลักษณะเฉพาะของเลนาต้าอยู่แล้ว และลิซก็เหมาะกับดาบสีแดง แต่ก็ดีกว่าที่เขาจะให้สองสาวเลือกกันเอง
แล้วก็เป็นตามนั้น ลิซเลือกดาบสีแดง เลนาต้าเลือกดาบสีฟ้า
"ดาบนี้คือดาบสายฟ้า ที่พัฒนามาด้วยการเพิ่มพลังสายฟ้าและพลังเปลวเพลิงที่ต้องใช้พลังดวงดาวจึงจะสำแดงพลังพิเศษออกมาได้ ชื่อว่า 'ดาบฟ้าเดือด' ครับ"
เลนาต้าถือดาบในมือ เร่งพลังดวงดาวเส้นสายฟ้าและเปลงเพลิงลุกโพลงรอบดาบแสงสีขาวของสายฟ้าแลบออกมาด้วย ลิซเอาบ้างเธอที่อยู่ระดับ 9 แต่กลับเร่งพลังดวงดาวทำให้เพลิงพวยพุ่งสายฟ้าแลบปลาบออกน้อยกว่าเลนาต้าที่เป็นระดับเหนือมนุษย์นิดเดียวเอง
ราล์ฟก็ผงกหัวด้วยความชื่นชม แฟนของเขาตอนนี้พลังดวงดาวน่าจะระดับสี่ไปแล้ว ทั้งที่ยังไม่ได้เป็นเหนือมนุษย์เลย เธอยอดเยี่ยมมาก
หญิงสาวทั้งสองตื่นเต้นกับอาวุธใหม่ ลูบคลำกวัดแกว่งอย่างพอใจ เขาทำเสียงกระแอม
"อะ แฮ่ม! ต่อไปก็จะเป็นรายการต้องชำระค่าสร้างดาบแล้วล่ะ สาวๆ "
เด็กหนุ่มทำมือโอบจะไปรวบสาวทั้งสอง
เลนาต้าที่ว่องไวรีบโอบกอดลิซพาเธอบินละลิ่วไกลออกไปจากคฤหาสน์ทันที เสียงหัวเราะร่วนของสาวทั้งสองดังออกมา
"ใครบอกว่าเราจะยอมจ่ายกันคะ"
เสียงลิซหยอกล้อเขา ราล์ฟมองตาม แล้วพุ่งไปบินไล่กวดสองสาวไปมา เสียงกรี๊ดกร๊าดดังไปทั่ว
ปาโกที่รับแม่บ้านมาทำงานแล้วต้องสร้างม่านอากาศเป็นผนังพร่ามัวปิดบังไว้ จึงได้ยินแต่เสียงหัวเราะ ไม่ได้เห็นภาพราล์ฟไล่จับสาวงามทั้งสองบินฉวัดเฉวียนกันบนฟ้า
❝❝❝
โรงเก็บเครื่องบินหลังที่ 5 ของท่าอากาศยานจูราสซาเป็นโรงเก็บเก่าที่กว้างใหญ่ที่สุด ก่อนราล์ฟจะมาเทกโอเวอร์ถูกทิ้งร้างมาหลายปี ได้มีคำสั่งให้รื้อของออกไปทำความสะอาดปรับปรุงใหม่ แล้วยังได้รับการต่อเติมขยายออกไปอีกหลายเท่าจนไปชิดเกือบติดขอบรั้วของท่าอากาศยานนี้
ภายในถูกทำเป็นโดมปิดไว้อีกชั้นหนึ่ง
ราล์ฟและจาค็อปมาดูที่นี่หลายครั้ง แล้วท่านเอ็ดมันด์กับผู้การลอว์ฟาก็มา ทั้งหมดได้ข้อสรุปว่านี่คือฐานลับกำแพงครามแห่งที่สอง
ทางเข้าทางออกทางเดียว มีทางลับใต้ดินที่พวกเขาสี่คนเท่านั้นที่รู้ ป้ายด้านบนคือ 'ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานจูราสซา'
ที่เมืองเอ็นท์ บริษัทแอลอาร์ได้ดั่งใจ หัวหน้าฝ่ายผลิตคาร์ลตันแม้จะยุ่งวุ่นวายมากมายแต่ก็ไม่พลาดที่จะรับยอดสั่งซื้อปืนเซฟแอล 2 ล็อตใหญ่จากทวีฟเชชามัส
ที่สั่งถึง 820 กระบอก เป็นเงิน 7.38 พันล้านเหรียญ!
ยอดขายแรกของบริษัทอาวุธแอลอาร์สตรอง โดยที่สถานที่ตั้งยังสร้างไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ
งานนี้เขาต้องช่วยทำ ราล์ฟที่อยู่ที่กรุงบอนน์ขนวัตถุดิบเข้าสู่มิติสำนักสมดุลแห่งดวงดาว ใช้เหรียญเลียนแบบเพิ่มความสามารถให้เควิน มาร์ค การ์เซีย ปาโก และมิลรอย ให้เข้ามาในมิติมาร่วมสร้างปืนกัน
หลายวันจนเสร็จครบ ด้วยฝีมือของเหนือมนุษย์หกคน!
หากยอดสั่งซื้อมากกว่านี้ เขาคงต้องเอาผู้ช่วยนาตาลีกับผู้ช่วยเกรซออกมาช่วยผลิตอีก
แล้วปืนร้ายแรงสุดยอดแห่งยุค เซฟแอล 2 820 กระบอก ก็ถูกส่งไปที่ท่าเรือรัฐเทยิดา
คนจากทวีปแสนไกลนั้นที่ถึงกับมีระดับเหนือมนุษย์คนหนึ่งนำทีมล่องเรือมาตรวจรับของ จากนั้นก็หันหัวเรือเดินทางเป็นระยะทางนับหมื่นกิโลเมตรสู่ทวีปเชอชามัส
เงินโอนเข้าบริษัทใหม่แอลอาร์สตรอง 7 พันกว่าล้านเหรียญทันที!
บริษัทเขามีเงินสดรวม สามหมื่นล้านแล้ว!
แล้วก็มีคำสั่งซื้อแร่ไอฟอร์ทเพิ่มเติมจากแคว้นตะวันตก โดยคำสั่งซื้อนั้นถูกส่งไปที่เจฟฟรีย์ที่เหมืองอินทาคาลิม แคว้นต่างแดนนั้นต้องการแร่นี้สำหรับทำวัสดุในการผลิตอากาศยานทางทหารและพาณิชย์เป็นคำสั่งซื้อที่รวมกันมาถึง ห้าพันกรัม แร่ไอฟอร์ทที่ตอนนี้ราคาไปแตะสามแสนห้าหมื่นเหรียญต่อกรัมแล้ว
ทำให้ได้เงินเข้าบริษัทอีก 1.75 พันล้านเหรียญ!
ด้านกำแพงครามหลังจากต้องเผชิญศัตรูทรงพลังมากมาย จึงออกคำสั่งให้แต่ละกองทั่วประเทศให้รับสมัครทดสอบคนเข้ามาเป็นกองกำลังลับพิเศษจำนวนมาก
ด้วยค่าตอบแทนที่สูงลิบลิ่วกับกองกำลังที่ยังไม่ทราบชื่อ ก็ทำให้มีนักสู้ระดับ 3 ขึ้นไปสนใจสมัครมาร่วมทดสอบอย่างมากมาย โดยผู้ที่ต้องดำเนินการทดสอบที่ด้านตะวันออกก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือ หัวหน้าฝ่าย ลิซ นั่นเอง
ตอนนี้เธอเปิดเผยตัวเองแล้ว ว่าเป็นนักสู้ระดับ 9 คือมีพลังเท่ากับผู้การลอว์ฟาและจาค็อป สิ่งนี้ทำให้คนทั้งกองกำลังกำแพงครามตกตะลึงรองลงมาจากเรื่องของราล์ฟที่เป็นเหนือมนุษย์เมื่อปีก่อนเลยทีเดียว
ประโยค คนคบกับสัตว์ประหลาดย่อมไม่พ้นเป็นสัตว์ประหลาด มาซ้ำอีก!
หัวหน้าฝ่ายลิซไม่พลาดที่จะอาศัยทรัพย์สินอันมากมายของแฟนเธอ ใช้ที่ 5 ไร่จากที่ดิน 10 ไร่ในเมืองเอ็นท์ของราล์ฟกั้นรั้วมิดชิด สร้างโกดังใหญ่ชั่วคราวข้างในแบ่งส่วนต่างๆ จัดเป็นห้องทดสอบหลายห้อง
ช่วงเย็นลิซ หัวหน้าฝ่ายสาวที่คาดสายรัดข้อมือสีฟ้าแล้ว เดินดูผู้เข้าสมัครเข้ากำแพงครามที่กำลังรับการทดสอบอยู่ตามจุดต่างๆ
หญิงสาวที่อยู่ในชุดฝึกก็ไม่อาจพรางหุ่นสะโอดสะอง ใบหน้าพราวเสน่ห์ไร้ที่ติ ไม่ว่าเธอไปที่ไหนผู้มาสมัครเข้ากองกำลังล้วนมองตามตาปรอย คิดว่า หัวหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองกำลังนี้ทำไมช่างงดงาม สวยเซ็กซี่ขนาดนี้
"หัวหน้าฝ่ายลิซครับ มีคนจากบริษัทแอลอาร์ได้ดั่งใจ มาขอพบแจ้งว่ามีเอกสารมาให้เซ็นครับ"
เจ้าหน้าที่กำแพงครามระดับ 7 คนหนึ่ง มาแจ้งกับเธอ
เป็นเรื่องปกติที่บริษัทจะมีเอกสารมาให้เธอเซ็นประจำเพราะจนบัดนี้แฟนของเธอก็ยังแค่อายุ 17 ย่าง 18 เอง แต่เมื่อนั่งลงได้เห็นยอดขาย เจ็ดพันกว่าล้าน กับ 1.75พันล้าน หญิงสาวก็ต้องอ้าปากค้างอีก
นี่ราล์ฟคนรักของเธอ ทำเงินได้ราวกับเสกลงมาจากสวรรค์อย่างนี้อีกแล้วเหรอ!
พนักงานแอลอาร์ได้ดั่งใจที่ทำหน้าที่เดินเอกสารประจำ ก็ยิ้มแห้งๆ ให้หญิงสาว ไม่ใช่ครั้งแรกที่แฟนของบอสใหญ่มีปฏิกิริยาช็อกกับธุรกรรมของบริษัท
❝❝❝
นิโคลเอนร่างอยู่บนหน้าอกของเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลนอนดูรายการโทรทัศน์ ราล์ฟนั้นไม่ได้สนใจจอทีวีใหญ่โตนั้น แต่กำลังดูข่าวสารเรื่องราวกองกำลังต่างๆ ของแต่ละประเทศนอกวาซีเลีย ผ่านแท็บเล็ต
ทำงานที่จูราสซา กรุงบอนน์ แต่เขาวาร์ปไปหาลิซ เข้าไปคฤหาสน์เดอราฟิลาอยู่กับเลนาต้า แล้วพาแอนนาเบล วาเนสซ่า โซเฟียและแรนดี้ ผลัดกันไปที่มิติคฤหาสน์ฟ้าบ่อยๆ
งานตรงหน้าตอนนี้ ทำให้เขาอยู่ที่โรงแรมแกรนด์เดอวิซแทบทุกคืน
ตลอดเวลานิโคลนั้นแทบจะไม่ได้กลับห้องของตัวเอง ทำตามความปรารถนาคลั่งไคล้ของเธอ หญิงสาวปรนเปรอร่างกายให้บอสใหญ่นี้ทั้งเช้าเย็น
เธอเคยถามเขาตรงๆ ว่า เขามีแฟนที่ราวกับเทพธิดาถึงสองคนแล้ว ทำไมยังมาพัวพันกับเธอซึ่งจัดว่าเป็นคนสวยธรรมดาเท่าน้้น
ราล์ฟยอมรับกับนิโคลตรงๆ ว่า เขานั้นฝึกร่างกายจนมีความต้องการที่มากกว่าคนปกติ แม้จะรักลิซแค่ไหนแต่เธอก็ไม่สามารถรับความต้องการทางเพศของเขาได้หมด จึงต้องเผื่อแผ่มาถึงสาวๆ รอบตัวมากมาย และลิซก็พอจะรับรู้บ้าง
หญิงสาวได้ฟังแล้วก็เห็นด้วยจริงๆ ราล์ฟเป็นคนที่มีความต้องการในเรื่องนี้มากมายไม่เคยพอจริงๆ
"ตราบใดที่ฉันรับการจัดการจากราล์ฟได้ทุกครั้ง ราล์ฟก็จะไม่ทิ้งขว้างฉันใช่ไหม"
สาวผมแดงถามตรงๆ อีกประโยค
"ผมไม่ทิ้งขว้างคุณแน่นอนครับ ผู้หญิงของผมทุกคนหากไม่จากไปไหน ผมก็จะดูแลเธอไปตลอดชีวิต"
ฟังเขากล่าวแล้ว นิโคลก็ซึ้งใจ จูบเด็กหนุ่มอย่างดุดันมอบกาย ให้ความสุขเขาอย่างเต็มที่
เขาไม่อยากให้เรื่องความสามารถพิเศษมากมายของเขาปกปิดต่อเธอจนเป็นเรื่องลำบากเวลาจะเคลื่อนไหวทำอะไร จึงได้แสดงความสามารถเหนือมนุษย์ให้นิโคลดู
เมื่อรอหญิงสาวแทบจะช็อกจนอาการกลับเป็นปกติแล้ว เขาก็พาเธอเข้าไปมิติคฤหาสน์ฟ้า ทำให้ฟ้าครึ้มทั้งวัน แล้วนิโคลก็ถูกเขาจัดการที่ริมทะเลสาบไปหลายชั่วโมง
สาวผมแดงหลับใหลเหนื่อยอ่อนในห้องนอน ราล์ฟลงมาด้านหลังคฤหาสน์ เรียกการ์เซียมา หยิบวัตถุดิบคือรากไม้สองหมื่นปี เหล็ก และวัตถุดิบอื่นที่ใช้ทำดาบออกมา
จากนั้นออกแบบสร้างดาบสายฟ้าให้การ์เซียดู โดยดาบสายฟ้านี้จะใส่พลังดวงดาวของเขาลงไปควบแน่นในเส้นสายลายบนตัวดาวเพื่อไว้ไปปะทุกับรากไม้สองหมื่นปี
แม้นักสู้ธรรมดาที่ไม่มีพลังดวงดาวเมื่อฟันด้วยกำลังแรงเต็มที่ก็จะมีพลังโจมตีสายฟ้าของราล์ฟที่สะสมอยู่ฟาดลงไปด้วย แต่เมื่อใช้ไปประมาณนับหลายพันหนพลังดวงดาวหมดดาบจะมีพลังสายฟ้าได้ก็ต้องให้เหนือมนุษย์เป็นผู้ใช้หรือใส่พลังดวงดาวเข้าไป
เป็นการสร้างอาวุธโดยช่างที่เป็นระดับนักสู้เหนือมนุษย์ รวมกับความสามารถออกแบบของระบบสรรค์สร้างมา!
เด็กหนุ่มใช้เหรียญเลียนแบบกับการ์เซียให้ผู้ช่วยนี้ใช้ความสามารถออกแบบของระบบกับพลังดวงดาวของการ์เซียตัวเอง ทำดาบออกมาสิบเล่ม
คิดอีกอย่างได้ ลองเอากระจกโลกคู่ขนานออกมาให้การ์เซียเข้าไปและออกมา สามารถเอาดาบสายฟ้านี้ออกมาได้
ทดสอบแล้วมีพลัง ความสามารถเท่าต้นแบบ เขาสามารถเอามันออกมาซ้ำจากโลกกระจกได้!
---------------------