บทที่ 24
เคล็ดวิชาจำลองราก์
[ชื่อ สวีหยาง ระดับ ปรมาจารย์ ขั้น 2 ]
[เคล็ดวิชา จำลองราก์ ขั้น 1 [0/1000] ลมหายใจพื้นฐาน ขั้น 11 [75,860/102400] ดาบปราบมาร ขั้น 11 [75,860/102400] เคล็ดวิชากายาหยก ขั้น 11 [24360/102400] เคล็ดวิชากายาเหล็กดำ ขั้น 11 [24360/102400] เคล็ดวิชาผลาญโลหิต ขั้น 11 [24360/102400] เคล็ดวิชาล่องเมฆา ขั้น 11 [24360/102400] เคล็ดวิชาลมหายใจเต่าศิลา ขั้น 11 [24360/102400] ]
สวีหยางเปิดหน้าต่าระบบขึ้นมาด้านหน้า บัดนี้ชื่อของเคล็ดวิชาจำลองราก์ปรากฏขึ้นมาบนหน้าต่างของระบบแล้ว
หลังจากเคล็ดวิชานี้ปรากฏขึ้นเขาก็สังเกตุเห็นสิ่งที่มันแตกต่างจากเคล็ดวิชาปกติได้ในทันที สิ่งนั้นคือค่าประสบการณ์เริ่มต้นในขั้นแรกที่มัน้าถึงหนึ่งพันหน่วย
เคล็ดวิชาทั้งหมดที่เคยฝึกฝนมาก่อนหน้านี้ ใน่เริ่มต้นของเคล็ดวิชาขั้น 1 มันใช้ค่าประสบการณ์ในการอัพเกรดเพียงแค่ 100 หน่วยเท่านั้น
นั่นแสดงว่าในตอนนี้เคล็ดวิชาจำลองราก์ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็เคล็ดวิชาเซียนเพียงแค่ระดับเริ่มต้นขั้น 1 มันก็ต้องใช้ค่าประสบการณ์มากกว่าคิดวิชายุทธ์อื่นๆถึงสิบเท่า
ความแตกต่างตอนเริ่มต้นถึงสิบเท่า นั้นแสดงว่า่หลังๆเคล็ดวิชานี้ก็จะมีค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้งานในการอัพเกรดเพิ่มขึ้นเป็ 10 เท่าเหมือนกัน
เคล็ดวิชายุทธ์ของเขาอย่างวิชาลมหายใจพื้นฐาน ในตอนนี้มันอยู่ขั้นที่ 11 ต้องใช้ค่าประสบการณ์ถึง 100,000 หน่วยในการทะลวงไปยังขั้นสิบสอง
นั่นแสดงว่าถ้าเกิดว่าเขายกระดับเคล็ดวิชาจำลองราก์ไปถึงขั้นที่สิบเอ็ด ค่าประสบการณ์ที่มันจะใช้ในการทะลวงระดับก็อาจจะพุ่งสูงไปถึง 1 ล้าน
ในที่สุดสวีหยางก็รู้แล้วว่าความต่างชั้นของเคล็ดวิชาเซียนกับเคล็ดวิชายุทธ์ธรรมดามันต่างกันเพียงใด แต่สวีหยางก็สงบใจลงได้อย่างรวดเร็ว เพราะถึงอย่างไรการฝึกฝนของเขาก็ไม่ได้ยากลำบากเหมือนคนอื่นอยู่แล้ว เพียงแค่การนอนหลับหลังจากนอนหลับไปแล้วเคล็ดวิชาทั้งหมดของเขาก็จะถูกยกระดับขึ้นเองโดยที่ไม่จำเป็จะต้องเหนื่อยฝึกฝน
ต่อจากนี้ก็ต้องลองดูว่าหลังจากที่เขานอนหลับไปแล้ว ผลการฝึกฝนของเคล็ดวิชาจำลองราก์จะสำแดงออกมาในรูปแบบไหน
แม้ในตอนนี้บนหน้าต่างของระบบ มันขึ้นว่าตัวของเขาบรรลุเคล็ดวิชาขั้นหนึ่งแล้ว แต่ที่จริงมันก็เป็เพียงแค่การจดจำเนื้อหาภายในเคล็ดวิชาได้ทั้งหมดเท่านั้น ร่างกายของเขายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงจาการฝึกฝนเคล็ดวิชาเลยด้วยซ้ำ
ต้องรอให้เขานั้นนอนหลับก่อนหลังจากนั้นเคล็ดวิชาจำลองราก์จึงจะเริ่มสำแดงผล เมื่อถึงตอนนั้นเขาก็จะได้รู้ว่าเคล็ดวิชานี้มีความพิเศษอย่างไรกันแน่
สวีหยางขยับร่างกายลุกขึ้นจากที่นั่งที่ตัวเองนั่งนิ่งมาตลอดหลายวัน โชคดีที่ร่างกายนี้เป็ร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในระดับปรมาจารย์
ต่อให้นั่งแบบนี้มาเป็เวลาหนึ่งวันเต็มๆก็ยังไม่รู้สึกเมื่อยล้าอันใด ถ้าเกิดว่าเป็คนธรรมดาทั่วไปเกรงว่าในตอนนี้ร่างกายคงช้าหนึบจนไม่สามารถลุกขึ้นได้แล้ว
สวีหยางหาอาหารกินให้อิ่มท้องจากนั้นก็อาบน้ำชำระล้างร่างกาย เมื่อทำทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อยก็ได้เวลานอน
…
และแล้วเวลาก็ไหลผ่านไปถึงสามวัน
สวีหยางกำลังนอนเอนกายอยู่บนเก้าอี้หวายภายในลานเรือนที่เงียบสงบ หิมะสีขาวโพลนโปรยปรายลงจากฟากฟ้า บุรุษหนุ่มชุดขาวนอนทอดกายอยู่บนเก้าอี้หวายใต้ต้นไม้ใหญ่ภาพนี้ประหนึ่งเทพเซียนกำลังนอนพักผ่อนอย่างเกียจคร้าน
เปลือกตาที่พับปิดอยู่ของสวีหยางค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ผ่านไปสามวันหลังจากที่เขานั้นได้เรียนรู้เคล็ดวิชาอย่างจำลองราก์
หลังจากที่นอนมาตลอดสามวันที่ผ่านมาเคล็ดวิชานี้เองก็ยกระดับขึ้นไปสู่ขั้นสามแล้ว ตามเนื้อหาของเคล็ดวิชาจำลองราก์ฝึกฝนได้สูงสุดเจ็ดขั้น ภายในเคล็ดวิชากล่าวเอาไว้ว่าเมื่อบรรลุขั้นเจ็ดที่เป็ขั้นสูงสุดของของเคล็ดวิชา รากปราณของผู้ที่ฝึกฝนจะถูกยกระดับเข้าสู่ระดับใกล้เคียงกับรากปราณระดับมนุษย์ขั้นสูง
ส่วนระดับของรากปราณที่กล่าวถึงภายในตำราเคล็ดวิชาในตำราก็อธิบายเอาไว้เช่นกัน ระดับของรากปราณในที่นี้วัดจากความรวดเร็วในการสูบกลืนปราณิญญาจากฟ้าดินเข้าสู่ร่างกาย
สำหรับรากปราณของผู้บำเพ็ญมันทำหน้าที่เป็เหมือนกับแกนกลาง รับคำสั่งในการกลืนกินปราณิญญาเข้าสู่ร่างกาย ถ้าเกิดจะให้อธิบายสิ่งที่เรียกว่า รากปราณ มันก็คือตัวกลางในการทำให้ร่างกายของมนุษย์ธรรมดาสามารถดึงดูดและใช้พลังของฟ้าดินได้
เพราะแบบนั้นผู้ฝึกยุทธ์จึงจำเป็จะต้องมีสิ่งที่เรียกว่ารากปราณก่อนที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการบำเพ็ญได้ ถ้าเกิดว่าคนเราไม่มีรากปราณต่อให้ฝึกฝนไปมากเท่าไหร่ก็ไม่สามารถเข้าสู่เส้นทางแห่งการบำเพ็ญได้
คุณสมบัติของรากปราณนั้นมีมากมาย มีรากปราณบางชนิดที่มีความสามารถพิเศษหาได้ยากยิ่ง อาจจะช่วยส่งเสริมเคล็ดวิชาที่ฝึกฝน ทำให้เคล็ดวิชาเ่าั้ทรงพลังและรุนแรงขึ้น แต่คุณสมบัติพวกนั้นไม่ใช่สิ่งที่นำมาวัดระดับของรากปราณ
โดยสิ่งที่สามารถวัดระดับรากปราณได้จริงๆ มันคือความรวดเร็วในการสูบกลืนปราณิญญาเข้าสู่ร่างกาย
เพราะแบบนั้นรากปราณบางชนิดที่มีความพิเศษ หรือว่ามีความหายากแต่ถ้าเกิดว่าความรวดเร็วในการสูบกลืนปราณิญญาเข้ามาภายในร่างกายต่ำเตี้ยเรี่ยดินก็ยังถูกจัดเป็รากิญญาระดับต่ำ
ตามภายในคัมภีร์จำลองราก์ที่กล่าวถึง กล่าวว่ารากปราณโดยทั่วไปถูกแบ่งออกเป็ระดับปฐีและ์
พวกผู้บำเพ็ญส่วนใหญ่ที่เป็ผู้บำเพ็ญั้แ่กำเนิด ถือกำเนิดขึ้นมาก็มีรากปราณแล้วก็กระดูกปราณภายในร่างกาย ว่าง่ายๆก็คือเป็พวกที่มีพร์ในการบำเพ็ญ พวกเขาส่วนใหญ่ั้แ่ถือกำเนิดมารากปราณอย่างน้อยก็ถูกจัดอยู่ในระดับปฐี
ส่วนรากปราณระดับมนุษย์ที่ในเคล็ดวิชาจำลองราก์กล่าวถึง มันคือรากปราณเทียมที่ผู้ฝึกยุทธ์ควบแน่นขึ้นมา มันก็คือรากปราณที่มีระดับต่ำกว่าระดับปฐี เป็รากปราณเทียมระดับต่ำที่สุด
เพราะแบบนั้นในสายตาของผู้บำเพ็ญที่แท้จริง ั้แ่พวกเขาถือกำเนิดขึ้นมารากปราณภายในร่างกายของพวกเขา ก็อยู่เหนือกว่ารากปราณที่ผู้ฝึกยุทธลำบากลำบนพยายามควบแน่นขึ้นมาอยู่แล้ว
รากปราณของผู้ฝึกยุทธที่ควบแน่นขึ้นมา เรียกว่าถูกเรียกว่ารากปราณมนุษย์ หรือรากปราณเทียม
ในรากปราณเทียม หรือรากปราณมนุษย์ ก็มีการแบ่งระดับเหมือนกับรากปราณอื่นๆ นั้นก็คือ ระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง
สำหรับเคล็ดวิชาจำลอง์ที่ฝึกฝนไปจนถึงจุดสูงสุดของเคล็ดวิชาได้ บอกเอาไว้ว่าสามารถยกระดับรากปราณมนุษย์ของตนเองให้ใกล้เคียงกับรากปราณมนุษย์ระดับสูงได้ แต่ถึงแม้ว่าภายในตำราจะเขียนเอาไว้อย่างดิบดีว่าใกล้เคียงกับระดับมนุษย์ขั้นสูง แต่สุดท้ายแล้วมันก็ยังคงอยู่ในคือรากปราณมนุษย์ขั้นกลางอยู่ดี
แต่กระนั้นสวีหยางก็ไม่ได้สนใจมากนัก เพราะพื้นฐานขีดจำกัดของเคล็ดวิชานี้คือขั้นเจ็ด แต่ด้วยความสามารถระบบของเขาสามารถยกระดับมันขึ้นไปได้เรื่อยๆ ถ้าเกิดว่าเคล็ดวิชานี้ถูกยกระดับขึ้นไปจนถึงขั้นสิบหรือสูงกว่านั้น รากปราณที่ได้รับการหล่อเลี้ยงจากเคล็ดวิชานี้ รากปราณของเขาต้องยกระดับสู่ระดับมนุษย์ขั้นสูงได้อย่างแน่นอน เผลอๆแล้วอาจจะทะลวงไปถึงรากปราณระดับปฐี ที่เป็คุณสมบัติพื้นฐานของผู้บำเพ็ญเลยก็ได้
อีกอย่างเขาก็สามารถเสาะหาเคล็ดวิชาที่สามารถหล่อเลี้ยงรากปราณประเภทเดียวกันมาเพิ่มได้อีก พวกผู้บำเพ็ญมากมาย ที่ถือกำเนิดมาโดยที่มีรากปราณอยู่ภายในตัวอยู่แล้ว พวกเขาไม่อาจจะสนใจแล้วก็ไม่สามารถแบ่งเวลามาฝึกฝนเคล็ดวิชาประเภทหล่อเลี้ยงรากปราณได้แต่สำหรับสวีหยางมันแตกต่างออกไป
เขาสามารถหาเคล็ดวิชาประเภทยกระดับรากปราณพวกนี้มาสักหลายสิบเคล็ดวิชาพร้อมกัน จากนั้นก็ฝึกฝนทั้งหมดพร้อมกันและยกระดับเคล็ดวิชาพวกนั้นขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่เชื่อหรอกว่าคุณสมบัติรากปราณของเขาจะหยุดอยู่เพียงแค่ระดับมนุษย์
เพราะแบบนั้นเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจำลองราก์แม้มันจะมีระดับต่ำมาก แต่นี้ก็ไม่ใช่สำคัญอันใดสำหรับสวีหยาง ไม่ว่าจะเป็การเพิ่มขีดจำกัดของเคล็ดวิชา หรือแม้กระทั่งการไปหาเคล็ดวิชาอื่นๆมาเพิ่มเติม ทุกอย่างล้วนแล้วสามารถชดเชยระดับของเคล็ดวิชาที่ต่ำได้ทั้งหมด