กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นที่ควรจะช่วยให้จิตใจสงบลงกลับไม่สามารถขับไล่ความรู้สึกสับสนที่เกาะกุมอยู่ในใจของข้าวปั้นได้เลยเธอเช็ดทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซอย่างตั้งใจแต่สายตากลับเหม่อมองไปยังมุมโต๊ะด้านในสุดของร้าน...มุมที่ชายคนนั้นนั่งอยู่เมื่อวานนี้แม้ว่าวันนี้จะไม่มีลูกค้า แต่เงาของแทนคุณก็ยังคงทอดทับอยู่ในทุกตารางนิ้วของร้าน 'เงาอักษร'
การััที่จงใจเกินกว่าจะเป็ความบังเอิญเมื่อวานนี้ยังคงติดอยู่ในความรู้สึกของเธอมันสั้น...แต่มันตราตรึง
ราวกับถูกประทับตราไว้บนิัของเธอข้าวปั้นจำไม่ได้ว่าเคยเจอผู้ชายคนนี้ที่ไหนแต่ทุกครั้งที่สบตากับดวงตาคมกริบคู่นั้นเธอกลับรู้สึกว่ามีกระแสไฟฟ้าบางอย่างแล่นผ่านร่างกาย...เป็ความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาดความคุ้นเคยที่เธอไม่อาจหาที่มาได้นี่เองที่น่ากลัวที่สุดเพราะมันทำให้เธอรู้สึกราวกับรู้จักเขามานานทั้งที่ในความเป็จริง...เขาเป็เพียงคนแปลกหน้า
“ข้าวปั้น...แกเป็อะไรของแกเนี่ย”เสียงพึมพำของตัวเองทำให้เธอต้องหยุดมือ เธอหายใจเข้าลึกๆ พยายามเรียกสติกลับคืนมาั้แ่ได้รับจดหมายปริศนา ตามมาด้วยการปรากฏตัวของแทนคุณชีวิตที่เธอสร้างขึ้นมาอย่างระมัดระวังก็เริ่มสั่นคลอน
ไม่...ฉันต้องไม่ยอมให้ใครมาทำลายความสงบนี้เธอคิดอย่างหนักแน่น ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็ใคร มาจากไหนแต่เขาไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวายในชีวิตฉัน
มะปรางเดินออกมาจากห้องเก็บของพร้อมกับลังนมที่เพิ่งมาส่ง“ข้าวปั้น! แกยังไม่เลิกคิดถึงเื่ผู้ชายคนนั้นอีกเหรอ”
“มะปราง...” ข้าวปั้นเรียกชื่อเพื่อนเสียงเบา
“ฉันรู้ว่าแกกลัว” มะปรางวางลังนมลงอย่างแรง“แต่แกต้องเผชิญหน้ากับมันสิ ถ้าเขากลับมาอีกแกก็แค่บอกว่าร้านนี้ไม่รับลูกค้าที่มาวุ่นวาย หรือถ้าเขามาแตะเนื้อต้องตัวแกอีกก็ไล่เขาไปเลย!” คำพูดของเพื่อนสนิททำให้ข้าวปั้นนิ่งเงียบไป
กริ๊ง…
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นอีกครั้งทำลายความเงียบระหว่างเพื่อนทั้งสองคนหัวใจของข้าวปั้นเต้นกระหน่ำรุนแรงราวกับรับรู้ถึงชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงเธอยกมือขึ้นมาลูบอกตัวเองเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง
และเป็จริงตามที่เธอคาดไว้แทนคุณยืนอยู่ตรงนั้น...ที่ทางเข้าร้านในชุดเสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนที่ขับเน้นให้รูปร่าง
สูงโปร่งของเขาดูโดดเด่นและน่ามองยิ่งกว่าเมื่อวานแววตาคมกริบของเขามองตรงมาที่เธอทันทีที่สบกัน...ราวกับว่าเขาไม่ได้มองใครอื่นเลยนอกจากเธอ
“สวัสดีครับ”เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาที่เคาน์เตอร์ “วันนี้
กาแฟ...คงไม่ต้องสั่งนะครับ”
ข้าวปั้นฝืนยิ้ม “ยินดีต้อนรับอีกครั้งค่ะแต่ถ้าไม่สั่งกาแฟ...คุณลูกค้ามีอะไรให้ช่วยอีกหรือเปล่าคะ”
“ผมมี” แทนคุณยิ้มเล็กน้อยรอยยิ้มนั้นไม่ได้ดูอบอุ่นเลยแม้แต่น้อยแต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนรอยยิ้มของผู้ล่าที่กำลังจ้องเหยื่อ“ผมเคยลิ้มรสกาแฟของคุณแล้ว...มันทำให้ผมติดใจผมเลยอยากจะช่วยให้ร้านคุณขายดีขึ้นไปอีก”
มะปรางที่กำลังจัดลังนมอยู่ถึงกับหันมามองขวับ“วุ่นวายตรงไหนคะ ร้านฉันเพิ่งเปิดค่ะ”
แทนคุณไม่แม้แต่จะหันไปมองมะปรางเขายังคงจ้องมองข้าวปั้นอยู่ “ผมเห็นคุณดูเหนื่อยๆผมว่าวันนี้คุณควรจะพักบ้างนะครับ”
“ขอบคุณในความหวังดีค่ะ แต่ไม่เป็ไรค่ะ”ข้าวปั้นปฏิเสธอย่างสุภาพแต่หนักแน่น “ร้านเราดูแลกันเองได้ค่ะ”
“อืม...” แทนคุณยักไหล่เล็กน้อยก่อนจะเดินอ้อมเคาน์เตอร์มาอย่างรวดเร็วโดยที่ข้าวปั้นไม่ทันได้ตั้งตัว“วันนี้คงมีลูกค้าเยอะ ผมเลยอยากจะช่วยดูแลลูกค้าให้คุณ”
“คุณ! นี่มันพื้นที่ส่วนตัวนะคะ”ข้าวปั้นรีบก้าวถอยหลัง แต่ก็ถูกเคาน์เตอร์ด้านหลังขวางไว้
“ผมรู้ครับ” แทนคุณตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์ “แต่ผมเห็นคุณดูเหนื่อยๆผมว่าวันนี้คุณควรจะพักบ้างนะครับ”
มะปรางเดินเข้ามาขวางระหว่างทั้งสองคน “คุณคะ!ออกไปจากร้านฉันเดี๋ยวนี้เลยนะคะ ก่อนที่ฉันจะแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุก”
แทนคุณหันไปมองมะปรางเป็ครั้งแรก ดวงตาคมกริบ
คู่นั้นมองมะปรางั้แ่หัวจรดเท้า ก่อนจะหันกลับมามองข้าวปั้น“ผมมาในฐานะลูกค้า...และผู้ช่วย...ผมไม่ได้ทำผิดกฎหมายอะไรเลยนะครับ”เขาพูดจบก็หยิบผ้าขนหนูที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ขึ้นมาเช็ดโต๊ะอย่างสบายอารมณ์ราวกับว่าเขาเป็เ้าของร้านนี้เสียเอง
ข้าวปั้นมองเขาด้วยความรู้สึกโมโหแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรเพราะแววตาของเขาที่มองเธอในตอนนี้มันเต็มไปด้วยความท้าทาย...และความ้าบางอย่างที่เธอไม่อยากจะรู้
ภูผาที่กำลังรับออเดอร์จากลูกค้าคนแรกของวันอยู่เงยหน้าขึ้นมา“พี่ข้าวปั้นครับ ลาเต้ร้อนแก้วหนึ่งครับ”
“ได้เลยภูผา” ข้าวปั้นตอบรับ แต่ในจังหวะนั้นเอง
แทนคุณก็ขยับตัวเข้ามาใกล้เธออย่างรวดเร็วโดยอ้างว่าจะช่วยหยิบแก้วกาแฟที่อยู่บนชั้นสูงสุด
“เดี๋ยวผมหยิบให้นะครับ”แทนคุณพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าเมื่อครู่ก่อนจะยื่นมือขึ้นไปบนชั้นวางแก้วกาแฟ
ความสูงของแทนคุณทำให้เขาต้องเอนตัวเข้ามาใกล้เธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ร่างสูงใหญ่ของเขาโอบล้อมเธอไว้จากด้านหลัง ทำให้ข้าวปั้นแทบจะหายใจไม่ออกกลิ่นน้ำหอมเย็นๆของเขาผสมกับกลิ่นกาแฟหอมกรุ่น...มันเป็กลิ่นที่ชวนให้รู้สึกสับสนและคลั่งไคล้ไปพร้อมๆกัน
“คุณ...คุณใกล้เกินไปแล้วค่ะ”ข้าวปั้นพยายามจะขยับตัวออกไป แต่ก็ถูกผนังด้านหลังขวางไว้เธอรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านเข้ามาใกล้...ใกล้จนเธอรู้สึกว่าหัวใจกำลังจะหลุดออกมาจากอกลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ใกล้ต้นคอ ทำให้ผิวของเธอวูบวาบอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“ผมขอโทษครับ”แทนคุณตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูสำนึกผิด แต่ร่างกายของเขากลับไม่ได้ถอยห่างออกไปเลย“ผมแค่กลัวว่าคุณจะหยิบแก้วไม่ได้”
“ฉัน...ฉันหยิบได้ค่ะ” ข้าวปั้นพูดเสียงสั่นเธอยื่นมือออกไปหยิบแก้วกาแฟ แต่แทนคุณกลับยื่นมือไปหยิบแก้วนั้นให้เธอก่อน
มือของเขาัักับมือของเธออีกครั้ง...คราวนี้มันไม่ใช่การแตะเบาๆแต่เป็การััที่จงใจและนานกว่าเดิม
ราวกับเขา้าจะสื่อสารอะไรบางอย่างผ่านการัันี้ข้าวปั้นเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาคมกริบคู่นั้นยังคงมองมาที่เธออย่างไม่ลดละ...ความเ็ปบางอย่างฉายแวบขึ้นในดวงตาของเขาก่อนจะเปลี่ยนเป็ความ้าที่ดิบเถื่อนอย่างรวดเร็ว
“คุณ...” ข้าวปั้นพยายามจะเอ่ยปากพูดแต่ก็ถูกเขาขัดจังหวะด้วยการพูดเสียงเบาๆ ข้างหูเธอ
“คุณจำผมไม่ได้จริง ๆ เหรอครับ...ข้าวปั้น”เสียงทุ้มต่ำของเขากระซิบเบาๆ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกสะกดจิต
ข้าวปั้นส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว“ฉัน...ฉันไม่รู้จักคุณค่ะ”
แทนคุณยิ้มบางๆ ที่มุมปาก“ไม่เป็ไรครับ...ผมจะทำให้คุณจำได้เอง” เขาพูดจบก็ผละออกจากเธออย่างรวดเร็วทิ้งให้ข้าวปั้นยืนนิ่งงันอยู่กับความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอก
ในขณะที่ข้าวปั้นกำลังพยายามควบคุมสติและเริ่มทำลาเต้ร้อนอยู่นั้นเสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าร้าน
“ข้าวปั้น! วันนี้มาเปิดร้านแต่เช้าเลยนะคนสวย”
อาร์ทชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งที่รู้จักกันมาั้แ่สมัยเรียนและเป็ลูกค้าประจำของร้านเดินเข้ามาในร้านด้วยรอยยิ้มกว้าง เขาสวมเสื้อยืดสีสันสดใสและกางเกงขาสั้นสบาย ๆซึ่งตัดกับภาพลักษณ์ดูเคร่งขรึมของแทนคุณที่ยืนอยู่ด้านหลังอย่างสิ้นเชิงอาร์ทเป็คนง่ายๆ และมีเสน่ห์ จึงเป็ที่ชื่นชอบของลูกค้าหลายๆ คนในร้าน
“อาร์ท! วันนี้มาเช้าจัง”ข้าวปั้นยิ้มกว้างด้วยความดีใจเธอรู้สึกเหมือนได้เจอกับแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิดที่แทนคุณสร้างขึ้นมา
“ก็มาหาข้าวปั้นคนสวยน่ะสิ” อาร์ทยิ้มหยอกล้อก่อนจะเดินเข้ามาที่เคาน์เตอร์และวางมือบนไหล่ของข้าวปั้นอย่างสนิทสนม“วันนี้มีลาเต้ร้อนอร่อยๆ ให้กินไหมครับ”
“แน่นอนค่ะ” ข้าวปั้นหัวเราะ“เดี๋ยวจัดให้พิเศษเลยค่ะ”
ทั้งสองคนคุยกันอย่างสนุกสนานข้าวปั้นเล่าเื่ตลกที่มะปรางเพิ่งเล่าให้ฟังทำให้อาร์ทหัวเราะเสียงดังและเอื้อมมือมาบีบไหล่เธอเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังอยู่ในโลกของตัวเองแทนคุณที่ยืนจัดโต๊ะอยู่มุมร้านก็หยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมดดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองมาที่ทั้งสองคนอย่างไม่กระพริบ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะใสๆของข้าวปั้นเป็เหมือนยาพิษที่กรีดเข้าไปในหัวใจของเขา เขาไม่ชอบ...เขาไม่ชอบที่ผู้ชายคนนี้ััเธอ...ไม่ชอบที่เธอหัวเราะอย่างมีความสุขกับผู้ชายคนอื่น...ไม่ชอบที่เธอทำตัวสบายๆกับคนที่ไม่ใช่เขา
ผู้ชายคนนี้เป็ใคร? ความคิดเดียวที่แวบเข้ามาในหัวของแทนคุณคือความโกรธที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเธอเป็ของฉัน! เธอควรจะยิ้มให้กับฉันเท่านั้น! แทนคุณกำผ้าเช็ดโต๊ะ
ในมือแน่นจนแทบจะขาดออกเป็ชิ้นๆ เขายืนนิ่งราวกับ
รูปปั้นแต่ความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขากลับทำให้มะปรางที่ยืนอยู่ใกล้ๆถึงกับรู้สึกหนาวสั่นไปถึง
สันหลัง
“คุณลูกค้าครับ”แทนคุณพูดกับอาร์ทด้วยน้ำเสียงเ็าและราบเรียบที่ทำให้คนฟังรู้สึกไม่สบายใจ“ถ้าคุณจะสั่งกาแฟ กรุณาไปยืนที่เคาน์เตอร์ด้านหน้านะครับที่ตรงนี้เป็พื้นที่ทำงานครับ”
อาร์ทมองแทนคุณอย่างแปลกใจ “คุณเป็ใครเนี่ยไม่เคยเห็นหน้าเลย”
“ผมเป็ผู้ช่วยของร้านนี้ครับ”แทนคุณตอบด้วยรอยยิ้มเ็าที่ไม่ได้สื่อถึงความเป็มิตรเลยแม้แต่น้อยก่อนจะหันไปหาข้าวปั้น “ข้าวปั้นครับ...ตรงนี้มันสกปรกไปหมดแล้วครับคุณน่าจะไปทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนนะครับ”
ข้าวปั้นมองหน้าแทนคุณด้วยความใกับการแสดงความเป็เ้าของอย่างก้าวร้าวของเขาแต่เขากลับไม่มีท่าทีว่าจะยอมถอยหนีเขาจ้องเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความ้าและความคาดหวัง
อาร์ทเห็นความผิดปกติจึงรีบดึงข้าวปั้นออกมา“ข้าวปั้น...นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย”
แทนคุณหันไปหาอาร์ทอย่างรวดเร็วดวงตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความโกรธที่พร้อมจะะเิออกมาได้ทุกเมื่อเขามองอาร์ทด้วยสายตาที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่า อย่าแตะต้องเธอก่อนจะหันไปมองข้าวปั้นอีกครั้ง
การกระทำที่ก้าวร้าวของเขาในวันนี้ทำให้ข้าวปั้นตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่แค่เื่บังเอิญอีกต่อไปแล้ว
เงาที่เธอพยายามหลบหนีมาตลอดสิบเจ็ดปีได้กลายมาเป็กรงขังที่มองไม่เห็นอย่างสมบูรณ์
ตอนที่ 3 มาพร้อมความใกล้ชิดที่น่าอึดอัดและความหึงหวงที่เริ่มเผยตัวของแทนคุณ!ชีวิตที่สงบของข้าวปั้นกำลังถูกคุกคามโดยสมบูรณ์แล้วนะคะฝากกดหัวใจและกดติดตามเพื่อเป็กำลังใจให้ผู้เขียนด้วยนะคะ!