มาเรียน ฮิลยาร์ด...ยืนอยู่ตรงหน้าประตูโรงพยาบาลในเสื้อคลุมขนสัตว์สีดำเธอกำลังมองดูภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ขณะที่หมอและพยาบาลช่วยกันยกเตียงของเด็กสาวขึ้นรถพยาบาลอย่างระมัดระวัง
คำมั่นสัญญาระหว่างตัวเธอกับเด็กสาวได้สำเร็จเรียบร้อยลงแล้วั้แ่เมื่อวันวาน...และเธอได้ขอให้นายแพทย์วิคฟิลด์ติดต่อไปยังศัลยแพทย์ฝีมือเอกในซานฟรานซิสโกที่เขารู้จักทันทีด้วย
นายแพทย์วิคฟิลด์ถึงกับจูบเธอที่แก้มด้วยความยินดีปรีดาที่ความคิดในการที่จะให้ความช่วยเหลือเด็กสาวผู้น่าสงสารเป็ผลสำเร็จ...เขารีบติดต่อไปหาปีเตอร์ เกร็กสัน ศัลยแพทย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดก็ถึงที่บ้าน
และแนนซี่ก็ต้องเดินทางทันทีโดยมาเรียนได้สั่งให้คนของเธอจัดเตรียมอพาร์ตเม้นท์ที่ดีที่สุดพยาบาลพิเศษอีกสองคนพร้อมด้วยตั๋วเครื่องบินชั้นหนึ่งมุ่งสู่ซานฟรานซิสโกตอนแปดโมงเช้าของวันนี้
“เด็กคนนี้ช่างโชคดีจริงๆ นะมาเรียน...” นายแพทย์วิคฟิลด์ว่า
“ฉันก็ว่ายังงั้นเหมือนกันแต่จะยังไงก็แล้วแต่เถอะนะฉันไม่อยากให้ไมเคิลรู้เื่นี้นะคะวิดกี้ถ้าเื่นี้รู้ถึงหูเขาเมื่อไหร่ ฉันจะยกเลิกเื่ที่กำลังทำทั้งหมดนี้ทันที”
“อ้าว...ทำไมล่ะเขาน่าจะมีสิทธิ์รู้นี่นาว่าคุณให้ความช่วยเหลือคู่รักเขายังไง”
“นั่นมันเป็ข้อตกลงระหว่างเราสองคนเท่านั้นอ้อ... สี่คนรวมทั้งคุณและหมอเกร็กสันด้วย ไมเคิลไม่จำเป็ต้องรับรู้เื่นี้เลยแม้ว่าเขาจะฟื้นจากสลบแล้วฉันก็ไม่้าให้ใครพูดเื่นี้ให้เขารู้แม้แต่จากคุณ ฉันไม่อยากให้เขาะเืใจ”
“ก็ได้...ถ้าคุณ้าอย่างนั้น”
“ค่ะ...ฉันอยากให้หมอร่วมมือกับฉันนะ วิคกี้”มาเรียนย้ำเพื่อความแน่ใจ
ข้อตกลงนี้จะต้องเป็ความลับตลอดไป...มาเรียนคิด...เพราะมันมีมูลค่าถึงสี่แสนเหรียญซึ่งเธอจะต้องสั่งให้ทางธนาคารโอนเงินจำนวนนี้ไปเข้าบัญชีของนายแพทย์ปีเตอร์เกร็กสันตอนเก้าโมงเช้าวันนี้...ก็ทำไม ปีเตอร์เกร็กสันจะไม่เรียกค่าตอบแทนสูงลิบลิ่วขนาดนี้เล่า ในเมื่อเขาเองก็รู้อยู่ว่ามาเรียนฮิลยาร์ดเป็ใคร
“เอาละ เมื่อเสร็จเื่แล้วคุณก็ควรจะเข้าไปทานของเช้าเสีย มาเรียน” นายแพทย์วิคฟิลด์รู้ดีว่าเขาไม่มีวันทำให้ผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนความคิดได้ ยอร์ช กัลป์ลิเวย์ก็ยังมาไม่ถึง
“ว่าไงล่ะ มาเรียน?”
“ฮื่อ...”
“เขาเตรียมอาหารเช้าไว้ให้คุณพร้อมแล้วนะ”
“เดี๋ยวก็ได้น่า วิคกี้ อีกสักเดี๋ยวเถอะ...ฉันอยากจะเข้าไปเยี่ยมไมเคิลสักหน่อยก่อน”
“ผมจะไปดูเขาให้เอง”
บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความเงียบ...แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดสว่างไปทั่วเป็ความเงียบที่สงัดเสียจนได้ยินแม้แต่เสียงหายใจแ่เบาจากร่างที่นอนไม่ไหวติงอยู่บนเตียง
มาเรียนยืนนิ่งขึงอยู่กับภาพเบื้องหน้าหัวใจเต้นระรัวอาการของไมเคิลตอนนี้ คล้ายกับก่อนหน้าที่เฟรดเดอริคจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ...โอ...คุณพระคุณเ้าช่วยด้วยเถิด...เธอคร่ำครวญอยู่ในใจน้ำตาไหลพรากลงตามร่องแก้ม
ร่างที่นอนอยู่บนเตียงเริ่มขยับเบาๆ เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้และแล้ว...ก็ลืมตาขึ้น
“แม่”
ช่างเป็คำที่ไพเราะอะไรเช่นนั้น... มาเรียนกลั้นสะอื้นกุมมือลูกชายไว้แน่น...
"ไมค์...ไมค์... แม่รักลูกเหลือเกิน...”
“แม่...ผมก็...รักแม่"
ดวงตาของหมอวิคฟิลด์แดงก่ำขณะมองภาพนั้น...
ภาพของเด็กหนุ่มที่ยังอ่อนเยาว์เสียเหลือเกินได้กลับฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่งกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็แม่ผู้ยอมเสียสละอย่างมากมายใน่เวลาสองวันที่ผ่านมานี้ที่กำลังร่ำไห้ด้วยความตื้นตันกับการมีชีวิตใหม่ของลูก...เขาค่อยๆถอยออกจากห้องนั้นอย่างเงียบกริบ ปล่อยแม่ลูกให้อยู่ด้วยกันตามลำพัง
มาเรียนก้มลงกอดลูกชายไว้ในอ้อมแขน ยกมือขึ้นลูบผมเบา ๆ
"อย่าร้องไห้สิครับแม่...ผมตื่นแล้ว... ขอบคุณพระเ้า...แต่ผมหิวจัง”
“จ้ะลูก ถ้าหมออนุญาตแม่จะสั่งให้เขาจัดอาหารที่ดีที่สุด อร่อยที่สุดในโลกมาให้ลูกจ้ะ”
“แม่...แม่ครับ... " ดวงตาของเขามองเหม่อนิ่วหน้าอย่างใช้ความคิด
“ว่ายังไงล่ะ ไมค์?”
“ผม... ผมจำได้ว่า...คืนนั้น...”
“จ้ะ...แม่รู้...ตอนนี้เบนเขากลับไปนิวยอร์กกับพ่อของเขาแล้ว เขาก็เจ็บเอาการอยู่เหมือนกันแต่ไม่เป็ไรแล้วละลูก” เธอกลั้นหายใจ รู้อยู่แล้วว่าเขาจะถามอะไรต่อไป แต่เธอก็เตรียมคำตอบไว้พร้อมแล้ว
“แล้ว...แนนซี่ล่ะครับแม่...?” ใบหน้าของเขาซีดเผือดเมื่อเอ่ยชื่อนั้นออกมา “แนนซี่เป็ยังไงบ้างครับ...?”ทันใดน้ำตาก็ไหลพรากลงเพราะคำตอบได้ปรากฏอยู่แล้วบนใบหน้าของมาเรียน
“มันช่วยไม่ได้จริงๆ ลูกหมอทุกคนได้ใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดแล้วแต่าแมันสาหัสเกินไป...เธอเพิ่งตายเมื่อเช้านี้เอง”
“แม่แน่ใจหรือครับ...แม่เห็นเองหรือครับ?”
“จ้ะ แม่นั่งอยู่ข้างๆ เธอทั้งคืนเลย”
“โอ...แนนซี่...” ไมเคิลยกมือขึ้นปิดหน้าร้องไห้เหมือนเด็กปากพร่ำเรียกแต่ชื่อเธอผู้เป็สุดที่รักของเขาขณะที่มารดาลูบหลังไหล่อย่างปรานี
มาเรียนฮิลยาร์ดจะต้องเป็ผู้ชนะเสมอ...
แนนซี่นอนอยู่ในเตียงอบอุ่นบนเที่ยวบินที่กำลังมุ่งสู่ซานฟรานซิสโกเธอได้รับการประคับประคองทะนุถนอมอย่างดีเลิศ...มีมือของใครที่ไม่เคยรู้จักคอยแตะต้องััเนื้อตัวอยู่ตลอดเวลารู้สึกอบอุ่นเมื่อจับสังเกตได้ว่ามือที่คอยให้ความช่วยเหลืออยู่นั้นแตกต่างกันทั้งนี้เพราะ...พยาบาลพิเศษที่มาเรียน ฮิลยาร์ดส่งมานั้น มีอยู่ด้วยกันสองคนคนหนึ่งมีมือที่ผอมบาง นิ้วเรียวยาวอุ้งมือค่อนข้างเย็นยามใดที่ััมือของพยาบาลคนนี้เธอมักจะรู้สึกแปลกที่มีความมั่นใจในตนเองเพิ่มขึ้น สำหรับอีกคนหนึ่งนั้นอุ้งมือค่อนข้างอุ่น ผิวอ่อนนุ่ม ทำให้รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นเสมอพยาบาลคนนี้เป็คนที่คอยฉีดยาให้พูดเสียงเบาๆ อ่อนหวานและแนนซี่ก็ปลงใจรักเสียทั้งสองคน
“อีกไม่นานแล้วนะคะที่รัก เราก็จะถึง ตอนนี้เราเห็นอ่าวซานฟรานซิสโกแล้วค่ะ”
แนนซี่ยิ้มอยู่ภายใต้ผ้าพันแผลที่ปิดไว้เต็มหน้าจะเปิดไว้ที่เพียงแค่ปากกับจมูกเพื่อหายใจเท่านั้น
ปีเตอร์ เกร็กสันก็กำลังแข่งอยู่กับนาทีแห่งการรอคอยซึ่งเหลืออยู่เพียงยี่สิบนาทีเท่านั้นที่เครื่องบินจะเข้าเขากำลังอยู่บนวกส่วนตัว พอร์ชสีดำนัดหมายที่จะมาพบกับพยาบาลที่สั่งให้มารออยู่ที่สนามบินภารกิจที่เขารับมาจากมาเรียนฮิลยาร์ดครั้งนี้เป็เื่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งแต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เงินจำนวนถึงสี่แสนเหรียญที่มาเรียนฮิลยาร์ดโอนเข้าบัญชีเพื่อเป็ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งนับว่าเป็เงินก้อนใหญ่พอดูและสามในสี่ส่วนของเงินจำนวนนั้นจะถูกผลักเข้าบัญชีส่วนตัวของเขาทั้งหมดส่วนอีกหนึ่งแสนเหรียญที่เหลือเป็ส่วนที่จะซื้อความสะดวกสบายทั้งหลายให้แก่แนนซี่เป็เวลาอีกหนึ่งปีครึ่งซึ่งเขาได้ให้สัญญากับมาเรียนแล้วว่าจะดูแลให้สาวน้อยคนนี้มีความสุขอย่างที่สุดและเขาก็รู้สึกในบุญคุณของเด็กสาวอย่างจริงใจเพราะฉะนั้น หน้าที่ของเขาไม่เพียง แต่จะช่วยให้ริ้วรอยอัปลักษณ์บนใบหน้าหายไปจนหมดสิ้นเท่านั้นแต่จะต้องรู้จักเธอให้ลึกซึ้งถึงจิติญญาด้วย ปีเตอร์ เกร็กสันขอบคุณสำหรับความเป็หนุ่มโสดของตนก็ในวาระนี้เอง
เขาจะต้องเป็ให้เธอยิ่งกว่าเพื่อนและจะต้องทำตัวให้มีความหมายอย่างที่สุดสำหรับเธอด้วย...นั่นคือสิ่งที่เขามาดหมายเอาไว้ในใจ เพราะในขณะที่ปลูกหน้าใหม่ให้กับเธอนั้นชีวิตของเธอกับเขาจะต้องดำเนินไปร่วมกันเขาจะต้องเป็ผู้ให้กำเนิดใหม่แก่แนนซี่แม็คอลิสเตอร์และจะต้องให้เวลากับการก่อกำเนิดครั้งนี้นานถึงสิบแปดเดือน...
ปีเตอร์ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา เท้าเหยียบลงบนคันเร่งการขับรถเป็เกมกีฬาประเภทหนึ่งที่เขาโปรดปรานอย่างยิ่งนอกเหนือจากการขับเครื่องบินส่วนตัว ดำน้ำเล่นสกีและไต่เขาซึ่งเขาได้ไปพิชิตมาหลายลูกแล้ว เครื่องบินลำที่แนนซี่แม็คอลิสเตอร์โดยสารมาแตะพื้นรันเวย์พอดีกับที่ปีเตอร์เกร็กสันหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่โค้งสุดท้ายของสนามบิน เพียงครู่เดียวด้วยบัตรอนุญาตพิเศษเขาก็เข้าไปยืนอยู่ตรงบันไดเครื่องบินมองเห็นรถพยาบาลจอดรอเตรียมพร้อมที่จะรับผู้ป่วยคนสำคัญนี้แล้วโดยที่พนักงานทุกคนในรถได้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของเขาอย่างเคร่งครัดเพื่อที่ว่าแนนซี่แม็คอลิสเตอร์ จะต้องได้รับความสะดวกสบายทุกประการเมื่ออยู่ในมือของเขา