ฝ่ามือธุลีจันทราจันทราวิปโยค!!
ในสายตาของถังเฟยหู่นั้นได้เห็นภาพของดวงจันทราสีดำที่แฝงเอาไว้ด้วยวารีแห่งความตายกำลังพุ่งเข้ามาใส่ร่างของพวกเขา!ความคิดของเขาพลันแล่นขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางออก ทวนกระดูกมังกรสายฟ้าในมือพลันสลายกลายเป็นละอองปราณอย่างรวดเร็วและรวบรวมกันกลายเป็นปลอกแขนกระดูกพิษบนแขนของเขาชายหนุ่มรีบสร้างเข็มกระดูกจำนวนมากขึ้นมาไว้ในมือปราณเหมันต์แฝงเอาไว้ภายในเข็มเหล่านั้นอย่างเต็มเปี่ยมจากนั้นเขาจึงได้ขว้างซัดมันออกไปอย่างรวดเร็ว!
เข็มทิพย์ดอกเหมย ดอกอิงฮวากั้นเมฆา!!
วิชาที่มิได้ใช้มาอย่างยาวนานถูกนำออกมาใช้ในที่สุด เข็มกระดูกจำนวนมากที่เอาไว้ด้วยปราณเหมันต์อันแกร่งกร้าวได้แปรเปลี่ยนเป็นมายาปราณของกลีบดอกไม้สีชมพูรวมตัวกันและวิ่งพล่านไปมาอยู่เบื้องหน้าราวกับเกราะป้องกันรอบทิศภายเกราะนั้นก็คือร่างของชายหนุ่มและซินถงที่กำลังถูกจู่โจม!
เปรี้ยงงงง!!
ปราณวารีแห่งความตายฟาดเข้าใส่เกราะปราณอย่างเต็มแรง ร่างของพวกเขาถูกผลัดดันให้ถอยหลังไปไกลก่อนที่เกราะจะสลายไปร่างของทั้งสองบาดเจ็บเล็กน้อยแต่ก็สิ้นเปลืองปราณไปอย่างมากในการป้องกันตัวจากการโจมตีที่ไม่คาดคิดนี้ซินถงในร่างของจิ้งจอกหิมะเก้าหางได้แยกเขี้ยวออกมาอย่างโกรธเกรี้ยวนางได้อ้าปากและรวบรวมลมปราณเอาไว้เพื่อหมายจะใช้โจมตีหุ่นเชิดศพศิษย์สำนักแปดดารานั่นให้หายไปในครั้งเดียวแต่ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่เงื้อมือห้ามเอาไว้
“ช้าก่อน!”ถังเฟยหู่บอกกล่าวต่อซินถงก่อนที่จะมองไปยังหุ่นเชิดศพตนนั้นดวงตาของเขาเรืองแสงปราณเรือนรอง “อย่างเพ่งเร่งรีบจู่โจมหากเจ้าโจมตีโดนหักโหมอาจจะเป็นการสิ้นเปลืองพลังโดยเปล่าประโยชน์ ฝ่ามือที่ศพตนนี้ใช้คือฝ่ามือธุลีจันทราของสำนักแปดดาราวิชานี้มีความพลิกแพลงเป็นอย่างมาก และในเมื่อศพนี้เป็นวิชานี้ก็ย่อมต้องเป็นคนของสำนักแปดดาราการเคลื่อนไหวย่อมต่างจากพวกศพที่ผ่านมาอย่างแน่นอน หากเจ้าโจมตีโดยสุ่มสี่สุ่มห้าคงไม่เป็นการดีปล่อยข้าไปลองดูก่อนเถอะ!”
ซินถงที่ฟังดังนั้นจึงได้ถอยหลังกลับไปเพื่อรอคอยโอกาสถังเฟยหู่ก้าวไปทางเบื้องหน้าพร้อมกับโคจรปราณเก้าเยือกแข็งออกมาพลังเย็นเยือกหนาวเสียดกระดูกได้ถูกส่งออกมาจากร่างกายของชายหนุ่ม หลังจากผ่านการต่อสู้มาอย่างยาวนานปราณเหมันต์ชนิดนี้ของเขาที่อยู่ในขอบเขตขั้นแปดมายาวนานได้อยู่ในระดับสุดยอดของขั้นแปดเป็นที่เรียบร้อยแล้วซินถงเองที่เห็นดังนั้นก็อดที่จะชื่นชมอีกฝ่ายในใจเล็กน้อยไม่ได้
ฝ่ามือธุลีจันทราจันทรารวมศูนย์!
ใจกลางฝ่ามือทั้งสองข้างของเขากลายเป็นวังวนคลื่นหมุนวนกลางฝ่ามือแต่คลื่นพลังวิญญาณที่ดูดกลืนมาได้ล้วนปนเปื้อนพลังมรณะพลังวิญญาณธาตุที่ดูดกลืนมามีไม่มากเท่ากับแดนลับทะเลปีศาจแม้แต่น้อยหากเป็นผู้อื่นมาใช้กระบวนท่านี้ในห้วงมรณะแห่งนี้อาจจะถูกพลังมรณะกัดกินจากภายในร่างกายจนทำให้ถูกพลังมารแทรกซึม
แต่นั่นมิอาจใช้ได้กับเขานั่นเพราะถังเฟยหู่เองก็เป็นผู้ที่ฝึกวิชามารเช่นกัน!ปราณมรณะที่เข้ามาในร่างกายของเขาได้ถูกดูดกลืนไปโดยมุกมารทั้งสามเพื่อย่อยสลายและบ่มเพาะพลังมารให้แก่เขาพลังวิญญาณวารีถูกรวบเอาไว้ในฝ่ามือในทันใดนั้นเองที่เขาได้ผลักฝ่ามือทั้งสองข้างออกไปทางด้านหน้าและปลดปล่อยพลังปราณเหมันต์ที่หนุนเสริมโดยวิชาฝ่ามือจันทรารวมศูนย์!
ฝ่ามือธุลีจันทรา เหมันต์เยือกธุวดารา!!
ลำแสงปราณเหมันต์พุ่งตรงไปทางด้านหน้าเป็นเส้นตรง! ลำแสงปราณเหมันต์นั้นได้พุ่งใส่ร่างกายหุ่นเชิดศพระดับสี่นั้นอย่างรวดเร็วแต่หุ่นเชิดศพตนนั้นกลับพริ้วร่างกายหลบรอดอย่างรวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์ ร่างของมันพริ้วไหวหลบลำแสงปราณไปอย่างฉิวเฉียดโดยปลายเท้าของมันมีมายาปราณฝุ่นละอองสีดำจากปราณแห่งความตาย
พลังปราณมรณะท่าเท้าละอองดาว!
ที่หุ่นเชิดศพได้ใช้ออกมานั้นกลับเป็นกระบวนท่าอันลือชื่อของสำนักแปดดาราซึ่งรับว่าเป็นท่าเท้าที่เป็นคู่ปรับกับท่าเท้าเจ็ดสำเนียงท่องลมของสำนักเสียงวิญญาณหนึ่งรวดเร็วหนึ่งเชื่องช้า เป็นคู่ปรับตามธรรมชาติโดยแท้โดยท่าเท้าละอองดาวเดิมทีนั้นเป็นวิชาที่ถูกคิดค้นโดยการสังเกตการเคลื่อนที่อย่างเชื่องช้าของดวงดาราแต่ละก้าวแฝงเอาไว้ด้วยค่ายกลขนาดย่อมประเภทหนึ่งที่ใช้ต่อต้านการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วนั่นจึงทำให้วิชานี้อยู่ขั้วตรงข้ามกับท่าเท้าเจ็ดสำเนียงท่องลมที่เน้นไปที่ความเร็วราวกับวายุ
ฟิ้วววว!!
แต่ในพริบตานั้นเองที่ได้มีเข็มกระดูกพุ่งแหวกอากาศเข้ามาอย่างรวดเร็ว แต่หุ่นเชิดศพระดับสี่ก็ได้ใช้ท่าเท้าละอองดาวเพื่อหลบรอดออกมาแต่ถังเฟยหู่เองได้คาดการณ์ทุกอย่างเอาไว้แล้วด้วยวิชาตาเหยี่ยวพันลี้ในตอนนั้นเองที่เข็มกระดูกอีกเล่มได้พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่หุ่นเชิดศพจะสามารถหลบได้ทัน!
เข็มทิพย์ดอกเหมยหนึ่งเข็มทะลวงฟ้า ผสาน ด้ายแดงชิงใจ!!
เข็มกระดูกที่แฝงเอาไว้ด้วยปราณเหมันต์สุดเยือกแข็งได้แทงทะลุแขนข้างซ้ายของศพตนนั้นไปพร้อมกับด้ายปราณที่พ่วงติดไปด้วย!ด้วยแรงปะทะถึงกับทำให้ศพตนนั้นเสียสมดุลและถูกผลักไปตามแรงของเข็มเล่มนั้น!
ถังเฟยหู่ได้เผยรอยยิ้มออกมา “เสร็จข้าละ! เจ้า! เตรียมโจมตี!” ชายหนุ่มได้ตะโกนบอกกับซินถงที่เบื้องหลังซินถงในร่างจิ้งจอกหิมะเก้าหางได้รวบรวมพลังปราณเก้าเยือกแข็งเอาไว้ในปากของจิ้งจอกอย่างรวดเร็วจนเปล่งแสงปราณจากในปากนั่นถังเฟยหู่เองในพริบตานั้นก็ได้เรียกใช้เคล็ดกายหยาบมารของหมึกปีศาจออกมา! พลังกายของเขาได้ปะทุขึ้นถึงแปดเท่าในพริบตาเดียว! ชายหนุ่มร้องตะโกนออกมาพร้อมกับกระชากด้ายปราณขึ้นสู่เบื้องบนและเหวี่ยงร่างศพนั่นจนลอยขึ้นไปกลางอากาศ!
ตู้มมมมม!!
ชายหนุ่มได้ตวัดแขนกระชากร่างกายของศพนั่นลงมากระแทกพื้นอย่างรวดเร็วด้วยพลังกายของอสูร!ร่างศพกระแทกพื้นอย่างรุนแรงจนพื้นสั่นสะเทือนและแตกออกเพราะแรงกระแทกนั่น!ในตอนนั้นเองที่ชายหนุ่มได้ไขว้มือเอาไว้เบื้องหน้าพร้อมกับคีบเข็มกระดูกเอาไว้ตามง่ามนิ้วทั้งหมด
เข็มทิพย์ดอกเหมยด้ายแดงชิงใจ!
เข็มแปดเล่มพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมด้ายแดงที่ติดไปถังเฟยหู่บังคับให้เข็มกระดูกเหล่านั้นพุ่งใส่พื้นด้านหน้าจากรอบร่างกายของหุ่นเชิดศพระดับสี่ได้เกิดการสั่นขึ้นเล็กน้อยในตอนนั้นเองที่เข็มทั้งแปดได้พุ่งขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็วและเข้าพัวพันร่างกายของหุ่นเชิดศพตนนั้นเอาไว้พันธนาการ่างกายของมันเอาไว้กับพื้นอย่างแน่นหนา!
ในตอนนั้นเองที่ซินถงได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้วเช่นกัน!ซินถงในร่างจิ้งจอกได้พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วนำหน้าถังเฟยหู่ไปในพริบตานางได้กระโดดขึ้นกลางอากาศพร้อมกับปลดปล่อยลำแสงลมปราณสุดเยือกแข็งออกมาจากปากของจิ้งจอกหิมะเก้าหาง!พลังปราณที่ถูกควบแน่นจนกลายเป็นลำแสงได้พุ่งแหวกอากาศไปอย่างรวดเร็วราวกับคันศรที่ถูกพุ่งออกไปพลังเยือกแข็งราวกับจะแช่แข็งอากาศทั้งหมดให้หยุดเคลื่อนไหวไป!
นี่เป็นหนึ่งในวิชาที่ซินถงทีได้เรียนมาจากผู้อาวุโสกุ้ยหลงของพรรคอสูรอันมีนามว่าลมหายใจมังกรมารทำลายล้างแต่เดิมนั้นกุ้ยหลงในร่างมังกรมารมักจะใช้วิชานี้ออกด้วยพลังเพลิงโลกันต์ของตน แต่เมื่อซินถงได้รับสืบทอดวิชานี้มาแล้วก็ได้ปรับใช้ให้เข้ากับรูปแบบพลังของตนเองซึ่งเป็นพลังเหมันต์สุดเยือกแข็ง!
ลำแสงปราณนั้นได้พุ่งเข้าปะทะกับร่างของหุ่นเชิดศพที่ถูกพันธนาการเอาไว้อย่างถนัดถนี่!ลำแสงเยือกแข็งได้อาบไปทั่วทั้งบริเวณ แม้แต่ร่างกายของศพตนนั้นหรือแม้แต่พื้นดินรอบบริเวณก็ได้กลายเป็นทุ่งเยือกแข็งไปน้ำแข็งปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณโดยมีร่างศพเป็นจุดศูนย์กลางที่กว้างถึงสามจั้งรอบกายมัน!และถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นแต่ด้ายปราณของถังเฟยหู่ก็มิได้รับความเสียหายไปมากเท่าใดนักเพราะมันได้ถูกก่อร่างขึ้นจากปราณเก้าเยือกแข็งชนิดเดียวกันอีกทั้งชายหนุ่มยังได้หล่อเลี้ยงด้ายปราณเหล่านั้นตลอดเวลาเพราะกลัวว่าการโจมตีนี้จะทำลายหุ่นเชิดศพนั่นไม่ได้!
“จบกันสักทีนะ!” ถังเฟยหู่กล่าวออกมาพร้อมกับกระชากมือทั้งสองข้างและดึงรัดด้ายปราณในมือของตนด้ายเหล่านั้นได้พันร่างกายของหุ่นเชิดศพเหล่านั้นเข้าเรื่อยๆจนบดทำลายผิวหนังที่กลายเป็นน้ำแข็งของมันให้ปริแตก!ในชั่วพริบตานั้นเองที่ด้ายเหล่านั้นได้ขยับเคลื่อนไหวราวกับอสรพิษที่เลื้อยพันอย่างรวดเร็วจนในที่สุดร่างกายของหุ่นเชิดศพตนนั้นก็ได้แตกสลายออกกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไป!
คุณชายหน้าหยกมองภาพนั้นอย่างแปลกใจที่อีกฝ่ายสามารถชนะหุ่นเชิดศพระดับสี่ของเขาได้อย่างง่ายดายเช่นนี้“เหอะๆๆ พวกเจ้ากลับทำลายสัตว์เลี้ยงของข้าไปเสียแล้วการกระทำของพวกเจ้าช่างไม่อาจให้อภัยได้! เช่นนั้นข้าจะจับพวกเจ้าทั้งสองมาเป็นหุ่นเชิดศพของข้าเพื่อชดเชยสิ่งที่พวกเจ้าได้กระทำลงไป!”คุณชายหน้าหยกได้โคจรลมปราณมรณะสีน้ำเงินดำออกมาอีกครั้งพัดในมือทั้งสองได้สูบกลืนปราณของเขาไปอย่างหิวกระหายเพื่อกระตุ้นอาคมมรณะบนนั้น!
มือทั้งสองของคุณชายหน้าหยกได้ขยับเคลื่อนไหวและทิ้งร่องรอยปราณมรณะเอาไว้กลางอากาศเพื่อประกอบพิธีกรรมบางอย่าง!แสงปราณที่ตกค้างเอาไว้ได้วาดออกเป็นอาคมมรณะประเภทหนึ่งในทุกครั้งที่เขาขยับเคลื่อนไหวได้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับหุ่นเชิดศพของชาวบ้านที่เหลืออยู่มากขึ้นเรื่อยๆ
ร่างศพของชาวบ้านต่างกรีดร้องออกมาอย่างน่าสยดสยองผืนแผ่นดินราวกับจะสั่นสะเทือนตามเสียงร้องเหล่านั้นห้วงมรณะราวกับจะสั่นสะท้านตามเสียงกรีดร้องของเหล่าศพไร้ชีวิตพวกนั้นไป! ในตอนนั้นเองที่เบื้องหลังของเขาได้ปรากฏหุ่นเชิดศพรูปร่างแปลกประหลาดตนหนึ่งขึ้นมันเป็นร่างหุ่นเชิดศพอสรพิษขนาดใหญ่ที่ผิวหนังเต็มไปด้วยร่องรอยของเนื้อหนังที่เน่าเปื่อยดวงตาของมันเป็นสีแดงดำ เกล็ดของมันสีแดงเพลิง คมเขี้ยวของมันถึงแม้จะกลายเป็นศพไปแล้วแต่ก็แฝงเอาไว้ด้วยพลังพิษอันเต็มเปี่ยมในสมัยที่มันยังมีชีวิตและผสานเข้ากับพิษศพได้อย่างกลมกลืนนี่คือหุ่นเชิดศพของสัตว์อสูรอันมีนามว่าอสรพิษเพลิงโลกันต์!
หุ่นเชิดศพอสรพิษเพลิงโลกันต์ตนนี้มีพลังอยู่ในระดับสี่ขั้นสุดยอด นับว่าเป็นทาสอสูรหุ่นเชิดศพที่มีพลังมากที่สุดของคุณชายหน้าหยกเลยทีเดียวร่างกายของชายหนุ่มยังมีละอองปราณพวยพุ่งออกมาอยู่เรื่อยๆละอองปราณเหล่านั้นได้รวมตัวกันกลายเป็นทาสอสูรเทียมหรือก็คือเหล่าหุ่นเชิดศพอีกถึงสี่ร่างพวกมันเป็นหุ่นเชิดศพของผู้ฝึกยุทธ์ซึ่งทั้งหมดเป็นหุ่นเชิดศพระดับสามทั้งสิ้น!
“เหอะ! พวกเจ้าดันมาทำลายแผนการของข้าไปเสียสิ้น!แต่อย่างไรก็เถอะพวกศพพวกนี้ก็ยังนับว่าพออยู่บ้าง” ในตอนนั้นเองที่คุณชายหน้าหยกได้บังคับให้อสรพิษเพลิงโลกันต์ได้พุ่งร่างไปทางด้านหน้าอย่างรวดเร็วในพริบตานั้นเองที่เขาได้กระตุ้นอาคมมรณะที่กำลังร่ายอยู่และสะบัดแขนออกไปส่งให้ยันต์อาคมมรณะกลางอากาศได้บินออกไปและประทับเข้าใส่ร่างของอสรพิษเพลิง!
ตู้มมมม!!
อาคมมรณะ หลอมศพกลืนวิญญาณ!!
ในพริบตานั้นเองที่หุ่นเชิดศพของชาวหมู่บ้านตระกูลซุนได้กรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดอีกทั้งฉีกทึ้งหัวของตนเองจนเหวอะหวะในตอนนั้นเองที่ร่างของพวกมันทั้งหมดได้แตกออกกลายเป็นกองเลือดในพริบตา กองเลือดเหล่านั้นได้ลอยค้างอยู่กลางอากาศและถูกดึงดูดไปโดยยันต์อาคมมรณะที่ถูกประทับบนร่างของอสรพิษเพลิงโลกันต์!
นี่คือวิชาศาสตร์มรณะที่มีไว้เพื่อใช้บ่มเพาะหุ่นเชิดศพโดยเฉพาะ! ผู้ควบคุมวิชาศพเมื่อต้องการบ่มเพาะศพของตนเองให้พัฒนาขึ้นไม่อาจใช้วิธีธรรมดาสามัญทั่วไปได้นี่เป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้สามารถเกิดการพัฒนาของหุ่นเชิดศพโดยอาคมมรณะนี้จะทำการสังเวยหุ่นเชิดศพตนอื่นภายใต้อาณัติของผู้ควบคุมศพเพื่อเป็นพลังมรณะประเภทพิเศษที่ใช้เพื่อเพิ่มขอบเขตพลังของหุ่นเชิดศพหลังของพิธีได้ซึ่งในขณะนี้หุ่นเชิดศพหลักที่ว่านั่นก็คืออสรพิษเพลิงโลกันต์! ร่างกายของมันได้ดูกลืนพลังงานมรณะและเลือดเนื้อของศพชาวบ้านตระกูลซุนไปทั้งหมดจนสิ้น!!
คุณชายหน้าหยกออกเดินทางไปทั่วและก่อคดีฆาตกรรมไปเป็นจำนวนมากก็เพื่อเหตุผลนี้เช่นกันเขาต้องการที่จะสร้างหุ่นเชิดศพจำนวนมากเพื่อใช้อาคมมรณะหลอมศพกลืนวิญญาณในการบ่มเพาะหุ่นเชิดศพอันกล้าแข็งขึ้นมาจำนวนหนึ่งนั่นก็เพื่อเพิ่มฐานะและพลังอำนาจของตนภายในหอวิญญาณ
ในตอนนั้นเองที่อสรพิษเพลิงโลกันต์ได้เปลี่ยนแปลงไปร่างกายที่เน่าเปื่อยกว่าครึ่งของมันได้ฟื้นฟูขึ้นมาเกล็ดของมันได้ดูหนาขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งคมเขี้ยวยังเต็มไปด้วยไอพิษที่พวยพุงออกมาดวงตาสีแดงดำของมันได้กลายเป็นสีแดงเพลิงในพริบตา ดวงตาของมันได้มีเปลวเพลิงมรณะสีแดงพวยพุ่งออกมาที่สันหลังของมันได้มีกระดูกงอกเงยขึ้นมาพร้อมกับพังผืดที่เชื่อมซี่กระดูกสันหลังที่งอกขึ้นมาเข้าไว้ด้วยกัน
อสูรระดับห้า! ร่างกายของมันได้เข้าสู่ขอบเขตใหม่แล้ว!
ในพริบตานั้นเองที่คุณชายหน้าหยกได้ขยับพัดในมือเพื่อสั่งการออกไปอสรพิษเพลิงโลกันต์ในร่างใหม่ได้อ้าปากออกและพ่นเพลิงโลกันต์ออกมาในทันที เพลิงมรณะที่ปล่อยออกมาได้เกิดจากการผสานกันของเพลิงจากร่างของมันพลังมรณะของร่างศพ อีกทั้งยังมีพิษจากคมเขี้ยวของมัน!!
ทั้งสามสิ่งได้ผสานกันเป็นหนึ่งเดียวกันกลายเป็นเพลิงมรณะแห่งความตายของอสรพิษเพลิงโลกันต์ได้พุ่งตรงไปทางด้านหน้าราวกับเสาเพลิงแห่งความตายที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล!
ดวงตาของถังเฟยหู่ถึงกับเบิกกว้างเมื่อเห็นการโจมตีของอีกฝ่ายดวงตาสีม่วงที่กำลังใช้วิชาสายเลือดดวงตาได้จดจ้องการโจมตีนั้นอย่างละเอียดพร้อมกับนำเข็มกระดูกออกมาและใช้ออกด้วยกระบวนท่าดอกอิงฮวากั้นเมฆาเพื่อปกป้องร่างกายของตนเองและซินถงที่ด้านหลังทางด้านซินถงเองได้แปลงกายกลับเป็นร่างมนุษย์อีกครั้งพร้อมกับหยิบยันต์อาคมสีเหลืองอีกแผ่นออกมาเพื่อผสานเข้ากับกระบวนท่าของถังเฟยหู่เพื่อลดทอดพลังจากการโจมตีของอีกฝ่ายเสาเพลิงที่ปะทะเข้ากับมายาปราณของดอกอิงฮวาสีชมพูจนเพลิงกระจัดกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ!
เปลวเพลิงแตกกระจายออกราวกับกลายเป็นกำแพงเปลวเพลิงที่เผาทำลายทั่วทั้งบริเวณจนกลายเป็นเถ้าธุลีถังเฟยหู่ยังคงจดจ้องไปยังเปลวเพลิงเหล่านั้นอย่างไม่วางตาแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียวทางด้านซินถงเองก็พยายามช่วยต่อต้านอีกทั้งโคจรปราณเก้าเยือกแข็งออกมาอย่างหักโหมเพื่อหมายหักล้างธาตุไฟตรงหน้าไปด้วยอีกทาง
แต่ในขณะที่มือขวาของเขาใช้เพื่อควบคุมปราการลมปราณดอกอิงฮวาเพื่อป้องกันเปลวเพลิงมรณะตรงหน้านั้นมือซ้ายของเขาก็ได้ลดลงมาพร้อมกับใช้ปราณเก้าเยือกแข็งที่กำลังโคจรอยู่เป็นพื้นฐานและวาดออกสลับสับเปลี่ยนไปมาจนเกิดพลังธาตุอัสนีสะสมขึ้นจากรูปแบบการโคจรปราณในมือซ้ายพลังปราณสายฟ้าถูกรวบรวมเอาไว้ในฝ่ามือข้างนั้นเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ
ฝ่ามือมังกรอัสนีคลื่นมังกรอัสนี!!
ครืนนนน!!
ถังเฟยหู่ผลักมือซ้ายออกไปใส่ปราการลมปราณตรงหน้าในทันที!มายาปราณดอกอิงฮวาได้แตกกระจายออกไปเพราะฝ่ามือข้างนั้น! ฝ่ามือข้างนั้นที่ถูกผลักออกไปได้ส่งเสียงคำรามของอัสนีออกมาพลังปราณที่ถูกปล่อยออกไปได้กระแทกเข้ากับอากาศและกำแพงลมปราณอิงฮวาจนเกิดวงคลื่นอัสนีกระแทกออกไป!
วงคลื่นอัสนีผลักดันปราการปราณที่แตกออกไปทางด้านหน้าพร้อมกับเข็มหลายร้อยเล่มที่พุ่งตรงเข้าทำลายเสาเพลิงเป็นเส้นตรงการโจมตีของชายหนุ่มราวกับหอกแหลมคมที่พุ่งทำลายเสาเพลิงนั่นจนแตกกระจายและสร้างการโจมตีใส่อสรพิษเพลิงโลกันต์!
คุณชายหน้าหยกที่เห็นเช่นนั้นก็เผยรอยยิ้มออกมา เขาเพียงขยับพัดในมือออกเพื่อสั่งการอสรพิษเพลิงโลกันต์ก็ได้หุบปากของตนลงไปพร้อมกับเปลวเพลิงที่ยังเล็ดลอดออกมาจากช่องปากที่ปิดของมันมันได้งอตัวและขยับเคลื่อนไหวใช้เกล็ดสีแดงของมันในการับการโจมตีของอีกฝ่ายการโจมตีของถังเฟยหู่แทบจะไม่เป็นผลต่อเกล็ดสีแดงของหุ่นเชิดศพระดับห้าตนนี้แม้แต่น้อยและถึงแม้มันจะได้รับบาดเจ็บนั่นก็ไม่นับว่าเป็นการโจมตีที่สำเร็จอย่างแท้จริงเช่นกัน!
นั่นเพราะศาสตร์การเชิดศพคือการเปลี่ยนศพของสิ่งต่างๆให้กลับมามีชีวิตภายใต้การควบคุมโดยศาสตร์มรณะอย่างสมบูรณ์ไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีการทรยศ ไม่ต้องกินต้องดื่มไม่แม้แต่พวกมันจะรู้สึกเจ็บปวด!ตราบใดที่พวกมันไม่ถูกกำจัดอย่างสิ้นซากจนหมดกำลังไปเองก็ต้องทำให้พวกมันเคลื่อนไหวไม่ได้เท่านั้น!
อสรพิษเพลิงพลิกตัวกลับลงมาพร้อมกับชูคอขึ้นอย่างหยิ่งผยอง มันได้สลายการโจมตีของชายหนุ่มไปในพริบตาซินถงมองภาพตรงหน้าอย่างเคร่งเครียดเพราะนางทราบดีว่ายิ่งหุ่นเชิดศพอยู่ระดับที่สูงขึ้นมากเท่าใดก็เป็นภัยมากเท่านั้นอีกทั้งดูเหมือนว่าหุ่นเชิดศพอสรพิษเพลิงโลกันต์ตัวนี้ก็น่าจะมีสติปัญญาบ้างเล็กน้อยแล้ว
“เจ้ามีแผนหรือไม่?” ซินถงได้กล่าวถามออกมาขณะจดจ้องไปยังร่างศพ สายตาของนางยังเลื่อนไปสำรวจทางคุณชายหน้าหยกที่ยืนควบคุมอยู่เบื้องหลังอีกทั้งยังมีร่างศพอีกสี่ร่างที่ยังมิได้ลงมือ นางได้กระชับขวานสั้นในมือทั้งสองข้างเพื่อเตรียมพร้อมต่อสู้ซินถงโคจรลมปราณเก้าเยือกแข็งออกมาอีกครั้ง
ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้กล่าวออกมา“เหอะๆ ให้ข้าได้ลองบางอย่างเถอะ กระบวนท่าของอสรพิษตัวนี้น่าสนใจเป็นอย่างมาก” เขาได้กล่าวออกมาพลางคิดถึงเพลิงพิษที่ผู้อาวุโสถังจิวหลงแห่งตำหนักที่สองได้เคยอธิบายและสอนเขาเอาไว้ดูเหมือนว่าสิ่งที่เรียกว่าเพลิงพิษจะทำให้ผู้คนหวาดกลัวในสายเลือดตระกูลถังและทำให้ตระกูลของเขาได้ก้าวขึ้นสู่หนึ่งในห้าตระกูล!
ภาพที่อสรพิษเพลิงโลกันต์ได้ปลดปล่อยเพลิงโลกันต์ออกมานั้นได้วิ่งผ่านสายตาของเขาที่กำลังใช้วิชาสายเลือดดวงตาเขาได้เห็นทุกการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย ภาพทั้งหมดได้แล่นอยู่ในห้วงความทรงจำของเขาและตราตรึงอยู่ภายในนั้นชายหนุ่มได้สลายปลอกแขนกระดูกพิษในมือให้กลับกลายเป็นละอองปราณสีเขียว
ในพริบตานั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้บังคับละอองปราณสีเขียวเหล่านั้นให้รวมตัวกันกลายร่างเป็นอสรพิษมรกตจิตวิญญาณระดับสี่ของเขาดวงตาของชายหนุ่มเป็นประกายตื่นเต้นเมื่อมองตรงไปทางด้านหน้าในตอนนั้นเองที่เขาได้ทดลองทำตามสิ่งที่ตนเองคิดและรวบรวมจิตของตนเองสั่งการอสรพิษมรกตในทันที
ภายในความรู้สึกของเขาคล้ายกับเริ่มเข้าใจบางอย่างขึ้นเรื่อยๆ ราวกับการศึกษากระบวนท่าของอสรพิษเพลิงโลกันต์และการเห็นเพลิงพิษของถังจิวหลงในความทรงจำของเขากำลังทับซ้อนกันและเติมเต็มความเข้าใจของเขาในจังหวะเดียวกันนั้นเองที่ภายในร่างกายของเขาราวกับมีบางสิ่งบางอย่างคล้ายจะตื่นขึ้นมา
ในกายของเขานั้นพลังสายเลือดที่กลายพันธุ์ได้ขยับเคลื่อนไหวขึ้นพลังสายเลือดสีม่วงได้แปรเปลี่ยนไปกลับกลายเป็นสายเลือดของสกุลถังในพริบตาพลังสีม่วงที่แฝงไว้ในหลอดเลือดของเขาได้แปรผันกลายเป็นสีเขียวดวงตาทั้งสองข้างของเขาได้กลับกลายเป็นสีเขียวมรกตอีกครั้ง!ราวกับจิตใจของเขาได้เกิดความเข้าใจบางอย่างขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเป็นสัญชาตญาณที่แฝงเอาไว้ในสายเลือด!
ในพริบตานั้นเองที่อสรพิษมรกตเองได้ตอบสนองต่อสิ่งเหล่านั้น พลังของมันเพิ่มพูนขึ้นและปลดปล่อยรัศมีพลังพิษอันน่ากลัวออกมาในตอนนั้นเองที่อสรพิษมรกตได้อ้าปากของมันออก พลังพิษจากร่างของมันผสานเข้ากับพลังปราณจากร่างของมันในปากที่อ้ากว้างของมันได้เกิดการควบแน่นของพลังพิษที่ปล่อยออกจากต่อมพิษของมันเข้ากับพลังปราณที่ปล่อยออกมาจนเกิดแสงสีเขียวอันลี้ลับขนาดเล็กขึ้น
ในตอนนั้นเองที่เพลิงพิษแรกได้ถูกจุดขึ้น! เพลิงสีเขียวมรกตอันงดงามได้เกิดขึ้นในปากของอสรพิษมรกตเพลิงสีเขียวอันดูลี้ลับที่มีขนาดเล็กนั้นราวกับผสานเข้ากับบรรยากาศโดยรอบที่อึมครึมของห้วงมรณะได้ทำให้มันยิ่งดูน่าพิศวงมากยิ่งขึ้นและในพริบตานั้นเองที่อสรพิษมรกตได้ปล่อยเพลิงพิษนั้นออกไป!
เพลิงพิษพุ่งตรงออกไปทางด้านหน้าราวกับเสาเพลิงที่คล้ายกับการโจมตีของอสรพิษเพลิงโลกันต์เป็นอย่างมาก!คุณชายหน้าหยกที่เห็นเช่นนั้นก็ได้ขยับพัดสั่งการออกไปให้อสรพิษเพลิงโลกันต์โต้กลับในทันที!มันได้อ้าปากออกและปลดปล่อยเพลิงโลกันต์ที่เต็มไปด้วยพลังมรณะเข้ามาต่อต้านเสาเพลิงสองสายได้เข้าปะทะกันกลางอากาศแทบจะในทันที! เพลิงสองสายปะทะกันอย่างหักหาญโดยไม่มีใครยอมใคร!ราวกับห้วงมรณะได้ถูกแบ่งออกเป็นสองสีระหว่างสีเขียวและสีแดงเพลิง
อากาศโดยรอบราวกับจะถูกเผาไหม้ไปในแทบจะพริบตาเดียว! แต่ในที่สุดและเพลิงพิษที่มีพลังกัดกร่อนของพิษเริ่มที่จะต่อต้านเพลิงโลกันต์ได้ทีละน้อยแม้อสรพิษเพลิงโลกันต์จะอยู่ในขอบเขตระดับห้า แต่ในด้านคุณสมบัติของเพลิงยังไม่อาจเทียบกับพลังเพลิงของสกุลถังได้!
ในพริบตานั้นเองที่เพลิงสีเขียวได้กลืนกินเพลิงโลกันต์และพุ่งตรงไปปะทะเข้ากับร่างกายของอสรพิษเพลิงโลกันต์ในทันที!เพลิงสีเขียวได้ครอบคลุมร่างกายของอสรพิษเพลิงโลกันต์เอาไว้และเผาไหม้มันด้วยเพลิงพิษสุดร้ายกาจแต่คุณชายหน้าหยกเองก็ไม่ได้อยู่เฉยและขยับพัดวาดอาคมและปลดปล่อยลมพายุเพื่อดูดกลืนเพลิงสีเขียวออกจากร่างกายของหุ่นเชิดศพของตนและสลายเพลิงพิษทิ้งไป
ร่างกายของอสรพิษเพลิงโลกันต์ที่ปรากฏออกมามีรอยไหม้จำนวนมากและเกล็ดที่ดูหม่นหมองลงเพราะพิษที่แทรกซึมแต่ในตอนนั้นเองที่ร่างกายของมันได้ดูดกลืนเอาพลังปราณมรณะจากรอบด้านเข้าสู่ร่างกายของมันและฟื้นฟูร่างกายของตนเองด้วยความเร็วที่ตาสามารถมองเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้
ถังเฟยหู่หรี่ตามองภาพตรงหน้า“คิดไว้อยู่แล้วเชียวว่าคงไม่อาจกำจัดได้ง่ายดายปานนั้น แต่ก็นับว่าสามารถสร้างเพลิงพิษได้สำเร็จแล้วอาจจะสามารถนำมาเป็นใช้ร่วมกับอย่างอื่นเพื่อพิชิตมันได้”ในระหว่างที่เขากล่าวนั้นเองที่สายเลือดที่กลายพันธุ์ได้กลับกลายเป็นสีม่วงพร้อมกับดวงตาของเขา…