นอกห้องบัญชาการ
ลูกน้องคนหนึ่งของแอคเนส มีใบหน้าที่ซีด เขาตั้งใจจะมาลาลาดิสด้วยแต่แล้วกลับต้องเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความกลัว เขารีบวิ่งหนีไปจากที่นั่นและพลันรีบไปส่งข่าวนี้ให้คามิวดุสรู้
*****
ณ เมืองชามิวลอส
อาโนอิทอสมาดูหัวรบนิวเคลียร์ที่ทิ้งให้พ็อตเก็ตมิติย้ายมา ตอนนี้หัวรบกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการขนย้าย
"หลังจากที่ย้ายสิ่งนี้มาเรียบร้อยแล้ว อุปกรณ์การรบเกือบทั้งหมดก็เกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว" อาโนอิทอสพูดด้วยเสียงที่พอใจ
พาเน่มองหัวรบนิวเคลียร์นั้นแล้วถาม "ฝ่าบาท ก้อนระเบิดนี้มีอานุภาพร้ายกาจกว่าแท่งเหล็ก 200 ลูกที่ท่านใช้เมื่อวันนั้นอีกเหรอเจ้าคะ?"
อาโนอิทอสพยักหน้า "ถึงแม้มันจะมีขนาดเล็กแต่แม่นางน้อยก็ไม่ควรจะประมาทมันนะ ภายในนี้ถูกอัดแน่นด้วยพลูโตเนียมและระเบิดไฮโดรเจนกว่า 10 กิโลตัน เพียงแค่ 1 กิโลตันก็มีอานุภาพเท่ากับระเบิด 1,000,000 ตันที่ถูกจุดพร้อมกันแล้ว อาวุธชิ้นนี้เป็นหัวรบระเบิดที่เอาไว้เพิ่มขีดจำกัดพลังทำลายล้างให้กับขีปนาวุธพวกนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่ติดมันเข้ากับจรวดมิสไซล์พวกนั้น จาก 200 ลูกที่ทำลายได้แค่บาเรีย ก็จะกลายเป็นมหาระเบิดที่ทำลายได้ทั้งเมืองใต้พิภพ"
หัวใจของพาเน่สั่นสะท้านด้วยความกลัว จากนั้นพลันมองเจ้าลูกบอลในมืออาโนอิทอสด้วยความนับถือ "แค่เจ้าลูกบอลเหล็กจิ๋วนั่นก็สามารถสร้างของที่อันตรายขนาดนี้ได้แล้วอย่างนั้นหรือ ฝ่าบาทเจ้าค่ะ ให้หม่อมฉันที่เป็นคนนอกเช่นนี้มารู้เรื่องนี้จะดีหรือเจ้าคะ?"
อาโนอิทอสสะบัดมือ "แม่นางน้อยไม่ต้องคิดมากไปหรอก พ็อกเก็ตมิติชิ้นนี้เป็นอุปกรณ์จากเผ่าข้าพเจ้า มันทำงานได้ด้วยการรับกลิ่นอายของข้าพเจ้าเท่านั้น หมายความว่ามนุษย์คนอื่นไม่สามารถแตะต้องหรือใช้งานได้ หากคนอื่นมาแตะมันก็จะเข้าสู่โหมดไร้ตัวตน ไม่อาจหยิบจับได้ ข้าพเจ้าไว้ใจแม่นางน้อย แม่นางน้อยจะรู้ไว้ก็ไม่เป็นอะไรหรอก" อาโนอิทอสว่าแบบนั้นจากนั้นก็เก็บพ็อกเก็ตมิติไว้ใต้ลิ้นชักในห้องควบคุมขีปนาวุธ พาเน่มองพ็อกเก็ตนั้นด้วยใบหน้าทึ่ง
"อาโนอิทอส!" ตอนนั้นเอง ขณะที่กำลังผวากับจินตนาการตอนที่อาวุธมหาประลัยชิ้นนี้ระเบิด พาเน่ก็ได้ยินเสียงชายหนุ่มคนหนึ่งที่แตกตื่นมาแต่ไกล
คามิวดุสมีใบหน้าที่มืดมนรีบเข้าพบอาโนอิทอส เมื่อมาถึงหน้าอีกฝ่ายแล้วเขาคุกเข่าลงแล้วก้มหัวขอร้อง "อาโนอิทอส! ช่วยข้าด้วย! มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแล้ว!"
อาโนอิทอสที่กำลังสาธยายความน่าเกรงขามของนิวเคลียร์แบบฟิวชั่นให้พาเน่ฟังอยู่ก็ถูกดึงออกจากความตื่นเต้นแล้วหันมองคามิวดุสอย่างแปลกใจ "ท่านคามิวดุส? มีอะไรอย่างนั้นหรือ?" ปกติคามิวดุสจะทำตัวเย็นชาและสงบสุขุมอาโนอิทอสไม่เคยเห็นอีกฝ่ายแสดงความกังวลแบบนี้จึงรู้สึกแปลกใจ
คามิวดุสบอก "คนของข้าที่กองปฏิวัติ ที่ข้าสัญญาว่าจะพามาหาเจ้า พวกเขา...พวกเขาถูกฆ่าตายแล้ว"
"ว่ายังไงนะ!" อาโนอิทอสตะลึง
แม้แต่พาเน่ก็อึ้งไป
คามิวดุสบอก "เจ้าลาดิส หัวหน้าของเราไม่ยอมให้คนของมันย้ายมาอยู่กับเรา มันจึงได้สังหารตัวแทนทั้งสองคนที่ปลุกระดมทุกคนแล้วโยนความผิดมาให้เรา ให้คิดว่าเราเป็นผู้สังหาร"
เมื่อได้ยินเช่นนี้สีหน้าของพาเน่ก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา สังหารพวกเดียวกันเองเพราะความเห็นแก่ตัว นั่นเลวร้ายมาก
"ตอนนี้พวกลาดิสแล่นเรือออกจากอ่าวแล้ว พวกเราจำเป็นต้องใช้เรือเพื่อที่จะตามพวกนั้นไป ดูจากจำนวนของพวกมันเราอาจจะต้องใช้เรือและทหารจำนวนไม่น้อย" กองปฏิวัติก็คือกองทัพของประชาชน สมาชิกของกองปฏิวัติทั้งหมดมีอยู่ไม่ต่ำกว่า 2 แสน ถ้าหากอาโนอิทอสคิดจะไปสู้กับจำนวนขนาดนั้นอาโนอิทอสจำเป็นต้องใช้เรืออย่างต่ำ 150 ลำและทหารติดอาวุธ 80,000-100,000 คน
จำนวนขนาดนั้น ยังไม่ใช่สิ่งที่ชามิวลอสมี
"อาโนอิทอส ข้าและลูกน้องพอจะมีเรือสำเภาประมาณ 50 ลำ เจ้ามีเท่าไหร่?" คามิวดุสถามออกไป
อาโนอิทอสเงียบ สักพักเขายกมือทั้งสองข้างขึ้นมาแล้วชูนิ้วทั้ง 10 นิ้ว "ชามิวลอสมีเรือทั้งหมด 10 ลำ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของคามิวดุสก็ซีด "ด้วยจำนวนเรือ 60 ลำ อย่างมากเราก็บรรทุกคนไปได้ลำละ 700 หมายความว่ากำลังพลที่เรามีก็มีแค่ 42,000 "
42,000 ต่อ 2 แสน ต่อให้มีปืนกลบาซูก้าหรืออะไรก็ตามก็ไม่ใช่จำนวนที่จะชนะได้
ใบหน้าของคามิวดุสซีด เป็นแบบนั้นถ้าส่งคนไปก็มีแต่ต้องตายอย่างเดียว หรือเขาควรจะขอยืมเรือจากตระกูลอิสคลีโรส ไม่ ตระกูลอิสคลีโรสไม่ใช่ตระกูลที่ทำธุรกิจทางทะเลหรือมีงานเกี่ยวข้องอะไรกับทะเลมาก อย่างมากพวกนั้นก็มีเรือ 2-3 ลำ หรือเขาควรจะส่งจดหมายไปต่อรองกับลาดิส ไม่ ลาดิสทำขนาดนั้นไม่มีทางที่จะยอมให้เรื่องที่ตัวเองฆ่าแอคเนสกับดอกอร์ความแตกแน่ คามิวดุสคิดอย่างเคร่งเครียด ไม่รู้ว่าควรจะพาตัวสหายจากกองปฏิวัติมายังไง
ตอนนั้นเอง อาโนอิทอสมองคามิวดุสที่กำลังเครียดด้วยใบหน้าแปลกๆ "ท่านคามิวดุส เหตุใดท่านจึงมีสีหน้าเครียดๆล่ะ? ไม่ใช่ว่าพวกเราสู้พรรคพวกเก่าของท่านไม่ได้สักหน่อย"
คามิวดุสมองอาโนอิทอสด้วยแววตาแปลกประหลาด "เจ้าหมายความว่าอย่างไรที่ว่าไม่ใช่สู้ไม่ได้? พวกเราไม่มีทางสู้ได้เลยต่างหาก ด้วยจำนวนที่ต่างกันขนาดนั้น ต่อให้มีปืนกลติดมือทหารทุกนายก็สู้จำนวนขนาดนั้นไม่ไหวหรอก รถถังไม่สามารถนำขึ้นเรือได้ ส่วนเครื่องบินรบของเจ้าก็ถูกทำลายทิ้งจนหมดแล้ว ทางเดียวที่เราจะชนะได้ก็มีแค่พึ่งจำนวนทหาร"
อาโนอิทอสเอียงคออย่างงุนงง "ทำไมท่านจึงได้พูดราวกับที่เรือของข้าพเจ้าไม่มีอาวุธชนิดระเบิดกับปืนกลหนักเลยล่ะ?"
เมื่อคำพูดของอาโนอิทอสคำนี้หลุดมา พาเน่และคามิวดุสก็มองอาโนอิทอสด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเครื่องหมายเควสชั่นมาร์ก ราวกับเหมือนพวกเขากำลังพลาดสิ่งใดไปบางอย่าง
อาโนอิทอสขยายความ "เรือของข้าพเจ้าไม่ใช่เรือสำเภาที่ไม่มีอะไร แต่สิบลำที่ข้าพเจ้ากล่าวเป็นเรือรบที่ทำจากเหล็กกล้า บรรทุกปืนใหญ่และขีปนาวุธซึ่งสามารถยิงได้จากระยะไกลโดยที่ไม่จำเป็นต้องให้ทหารลงไปสู้เอง นอกจากนี้เรือสองลำเป็นเรือดำน้ำก็มีตอปิโดติดไว้ด้วย ต่อให้มีแค่สองลำนั้นก็สามารถจัดการพรรคพวกของท่านได้ หากท่านระบุได้ว่าตัวหัวหน้าฝั่งนั้นนั่งเรือลำไหน"
เกลนและคามิวดุสอ้าปากค้าง
"ว่าไงนะ!"
"ข้าพเจ้าสร้างเรือพวกนี้ไว้นานแล้วแต่ไม่มีโอกาสได้ใช้สักที เดี๊ยวใช้รถลำเลียงให้ทหารช่วยกันขนมันไปที่อ่าว จากนั้นก็เตรียมทหารสัก 900-1,000 นายไปก็เพียงพอแล้ว"
อาโนอิทอสว่าแบบนั้นจากนั้นก็พาเกลนและคามิวดุสเดินเข้าไปฐานเก็บเรือรบและเรือดำน้ำพิฆาตไว้ ขนาดของพวกมันใหญ่กว่าเรือโจรสลัดเป็นสามเท่า
คามิวดุสอึ้ง
ในวันนั้นอาโนอิทอสให้คนขนเรือไปที่อ่าวพร้อมกับคามิวดุส
*****
ที่เรือโจรสลัดแห่งกองปฏิวัติ
ลาดิสได้บอกข่าวการตายของหัวหน้าหน่วย 1 และ 3 ให้ทุกคนๆฟัง เขาบอกมันให้ผู้คนที่คิดจะย้ายไปอยู่กับอาโนอิทอส บอกพร้อมแสดงหัวของสองคนนั้นให้ดู
ทุกคนๆที่ตอนแรกไม่อยากเชื่อ เมื่อเห็นหัวสองคนนั้นก็ต่างแปรเปลี่ยนความรู้สึกที่นับถือต่ออาโนอิทอสเป็นความเกลียดชัง
พวกเขาคิดว่าอาโนอิทอสจะแตกต่าง แต่สุดท้ายแล้วอาโนอิทอสก็เหมือนกับคนอื่น บางทีคามิวดุสกับสมาชิกกองปฏิวัติคนอื่นก็คงจะถูกบังคับให้อยู่ที่นั่นเพื่อล่อพวกเขาไป พวกเขารู้สึกผิดหวังที่เชื่ออาโนอิทอสแต่แรก
"พวกเจ้าอย่าเชื่อเจ้านั่น!" ตอนนั้นเอง เสียงของชายผู้หนึ่งที่คุ้นหูทุกคนก็ดังขึ้น
ทุกคนๆหันไปดูทางต้นเสียงก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบคามิวดุสปรากฏตัวบนเรือพวกเขาอย่างปริศนา
"ท่านรองหัวหน้า! ทะ ท่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!?"
คามิวดุสและทหารหลายนายพร้อมปืนกลเบาติดมือโผล่ขึ้นบนเรือลาดิส
ลาดิสหน้าซีด "นะ นี่เจ้า! คามิวดุส เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้ไง!"
มันไม่ง่ายที่จะลอบขึ้นเรือคนอื่นโดยไม่ให้ถูกจับได้กลางทะเลแบบนี้ แต่ถ้าหากใช้เรือดำใต้ผิวน้ำที่กะลาสีมองไม่เห็นมันก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย
คามิวดุสไม่ตอบคำถามของทุกคน เขาแค่บอกกับทุกคน "พวกเจ้า จงอย่าหลงเชื่อลาดิส ชายคนนี้กำลังหลอกพวกเจ้า แอคเนสและดอกอร์ไม่ได้ตายเพราะถูกอาโนอทิอสสังหาร แต่ตายเพราะถูกลาดิสสังหารต่างหาก!"
ลาดิสหน้าซีด "คามิวดุส! เจ้าพูดอะไร! แอคเนสและดอกอร์ถูกอาโนอิทอสสังหารต่างหาก! เจ้าจะก่อความวุ่นวายให้พวกเดียวกันเองทำไม!?"
สมาชิกกองปฏิวัติต่างคิดว่าคามิวดุสโดนอาโนอิทอสขู่บังคับให้สร้างความแตกแยก ทำให้ใครบางคนพูดขึ้น "ท่านรองหัวหน้า ตอนนี้ท่านกลับมาแล้ว ท่านก็ไม่จำเป็นจะต้องทำตามคำสั่งของอาโนอิทอสอีกแล้ว พวกเรารู้ว่าอาโนอิทอสเป็นคนลงมือ เพราะท่านลาดิสไม่มีวันสังหารพวกเดียวกันเองได้หรอก!"
คามิวดุสเผยใบหน้าที่มืดมน "เจ้าพวกโง่ ก็เพราะข้าเป็นอิสระอยู่ตอนนี้แล้วทำไมข้าจะยังโกหกอีกหากอาโนอิทอสบังคับข้าจริง พวกเจ้าคิดเรื่องนี้ออกคิดว่าข้าจะคิดไม่ออกรึ? ดูว่าใครกันแน่ที่โกหก พวกเจ้าคิดว่าข้ารู้ได้ยังไงว่าแอคเนสและดอกอร์ถูกสังหาร? นั่นก็เพราะหนึ่งในพวกเจ้าเห็นลาดิสเป็นคนทำและส่งข่าวมารายงานข้ายังไงเล่า!"
"อะ...อะไรนะ?" เมื่อคามิวดุสว่าแบบนั้นทุกคนก็อึ้ง
คามิวดุสหันไปมองที่ชายร่างเล็กคนหนึ่งจากนั้นตะโกนเรียก "ลูคัส!? เจ้าเห็นใช่หรือไม่ที่แอคเนสและดอกอร์ถูกลาดิสสังหาร?"
ชายร่างเล็กผู้หนึ่งค่อยๆเดินออกจากฝูงชน เขามีใบหน้าที่หวาดกลัว แต่เมื่อมองลาดิสมันก็ยิ่งหวาดกลัว เขาพยักหน้าและบอกความจริงกับทุกคน "ใช่ขอรับ ข้าเห็นท่านหัวหน้าสั่งให้ลูกน้องตนเองสังหารท่านแอคเนสและท่านดอกอร์ "
คามิวดุสพยักหน้า "เจ้าเห็นเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร?"
"ตอนนั้นท่านแอคเนสและท่านดอกอร์บอกว่าจะไปพบท่านหัวหน้าเพื่อขออนุญาตนำกำลังพลถอนตัวจากกองปฏิวัติมันใช้เวลานานเกินผิดปกติข้าจึงได้ไปดู ในตอนนั้นที่คนของท่านหัวหน้าปิดประตู ข้าแอบส่องผ่านช่องเล็กๆจากประตูเข้าไปข้างใน ข้าทั้งได้เห็นและได้ยิน เขาบอกว่ายอมรับไม่ได้ที่จะปล่อยให้พวกเราออกจากกองปฏิวัติ เขาจึงสังหารท่านแอคเนสและท่านดอกอร์แล้วป้ายความผิดให้เจ้าชายเพื่อให้เราภักดิ์ดีกับกองปฏิวัติเพียงฝ่ายเดียว"
เมื่อทุกคนได้ยินบอกแบบนี้ทุกนก็ตกตะลึง
นี่ไม่จริงใช่ไหม?
ทุกคนๆค่อยๆย้ายสายตาที่ไม่อยากเชื่อไปมองลาดิส ตอนนี้ลาดิสมีใบหน้าที่ขาวซีดมองลูคัสด้วยความย่ำแย่ เขาตวาด "ลูคัส! เจ้าอย่าโกหก! พวกเจ้าเชื่อคำพูดของเจ้าทรยศสองคนนี้ไม่ได้นะ! พวกมันกำลังหลอกพวกเจ้า พวกมันโดนอาโนอิทอสปั่นหัวให้พวกเราแตกแยกกัน! อาโนอิทอสต่างหากที่เป็นคนสังหารแอคเนสและดอกอร์!"
"ลาดิส...หากว่าอาโนอิทอสหรือทหารของเขาเป็นคนสังหารแอคเนสและดอกอร์ เช่นนั้นบาดแผลก็จะเป็นลอยเจาะไม่ใช่แผลถูกของมีคมตัดเช่นนั้นหรอกนะ"
ลาดิสเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็หน้าซีด
คามิวดุสบอก "เจ้าก็รู้ว่าอาวุธของชามิวลอสตอนนี้พัฒนาไปไกลจนพวกเราเลิกใช้ดาบกันไปนานแล้ว สิ่งที่เราใช้เรียกว่าปืน มันโจมตีด้วยดินประสิวและแผลที่ได้จากมันเป็นรูโหว่ ไม่ใช่รอยตัดด้วยดาบเช่นนี้"
เมื่อความจริงนี้ถูกเปิดเผยมันก็ได้สร้างความตระหนักให้สมาชิกกองปฏิวัติที่โดนหลอก สายตาพวกเขาค่อยๆเปลี่ยนเป็นเย็นชาขณะย้ายไปมองลาดิส
พวกเขาไม่อยากเชื่อว่าลาดิสจะสังหารพวกเดียวกันเองเพื่อความเห็นส่วนตัว
ลาดิสด้วยความบ้าคลั่ง เขามองคามิวดุสอย่างเดือดดาลแล้วชักดาบขึ้นมา ตะโกน "แล้วอย่างไร! ข้าสังหารแอคเนสและดอกอร์แล้วอย่างไร! ข้าคือผู้ก่อตั้งกองปฏิวัติแห่งนี้ขึ้นมา สมาชิกทุกคนต้องทำตามคำสั่งของข้า! พวกมันตายเพราะคิดจะทรยศก็สมควรแล้ว เจ้าเองก็ทรยศที่คิดจะแยกกำลังของเราออกไป! เจ้ามากับทหารแค่หยิบมือเช่นนี้นับว่าฆ่าตัวตายแล้ว คิดว่าจะพาใครกลับไปได้อย่างงั้นหรือ? เจ้าและพวกของเจ้าจะต้องตายที่นี่!"
สมาชิกในกองปฏิวัติที่คิดจะไปอยู่กับอาโนอิทอสคือสมาชิกจากหน่วย 1 และ 3 รวมเป็นจำนวน 50,000 นาย แต่สมาชิกอีก 150,000 นั้นอยู่ฝั่งกองปฏิวัติ ถึงจะมีจำนวนเท่ากันแต่ก็ไม่มีใครอยากให้เกิดความสูญเสียขึ้น ถ้าหากสองฝ่ายปะทะกันมันก็จะพินาศทั้งคู่ ทั้งคามิวดุสและอาโนอิทอสไม่ได้ปรารถนาเช่นนั้นเพราะอย่างนั้นจึงได้ส่งเรือรบพิฆาตมาที่นี่
คามิวดุสบอก "เจ้ายอมแพ้เสียเถอะลาดิส กำลังของเจ้าไม่อาจสู้วิทยาการของอาโนอิทอสได้" คามิวดุสว่าแบบนั้นจากนั้นก็ยกมือขึ้นให้สัญญาณบางอย่าง
ห่างไกลออกไป 10 กิโลเมตร จากกล้องส่องทางไกลบนเรือรบ J208 เมื่อทหารของอาโนอิทอสเห็นคามิวดุสให้สัญญาณ พวกเขาก็ปล่อยจรวดมิสไซล์ออกมาทันที
ไม่กี่วินาทีต่อมา เรือโจรสลัดลำหนึ่งก็ระเบิดแล้วจมลงใต้ทะเล
ลาดิสอึ้ง "นะ นี่เจ้าทำอะไร!"
คามิวดุสยกมือให้สัญญาณขึ้นอีกครั้ง แล้วบอก "ปล่อยคนที่อยากออกจากกลุ่มไป แล้วเราก็แยกทางใครทางมัน"
จากนั้นตอปิโดลูกหนึ่งก็ลอยมาใต้น้ำโดนเรือโจรสลัดข้างๆเรือลาดิส เรือลำนั้นระเบิดและคร่าชีวิตลูกเรือทั้งหมดไป
ทุกคนๆที่เห็นภาพนี้ต่างอึ้ง
ใบหน้าของลาดิสซีด
ท้ายที่สุดเมื่อไม่อาจต่อสู้กับเรือที่โจมตีจากระยะ 10 กิโลและจากใต้น้ำได้ ลาดิสก็ต้องยอมแพ้ เขาปล่อยสมาชิกที่อยากออกจากกองปฏิวัติไป
สมาชิกกองปฏิวัติกว่า 50,000 คนแล่นเรือของตนมุ่งหน้าสู่ชามิวลอส
ระหว่างทางมีสมาชิกบางคนกังวลว่าอาโนอิทอสจะเปลี่ยนใจ
แต่คามิวดุสก็บอกกับพวกเขา "อาโนอิทอสเป็นคนบอกว่าต้องการพวกเจ้าด้วยตัวเองเลย" นั่นจึงทำให้หัวใจของพวกเขาโล่ง
กลับมาที่อ่าวเรือดำ อาโนอิทอสยืนรออยู่ตรงนี้พร้อมด้วยทหารของเกลน เมื่อคามิวดุสกลับมาพร้อมเรือรบและเรือดำน้ำพิฆาตรวม 10 ลำ เขาก็แตะบ่าคามิวดุสเบาๆทีหนึ่งแล้วบอก "ไปทริปนี้ท่านและลูกน้องคงจะรู้วิธีขับเรือรบแล้วสินะข้าพเจ้าตั้งใจจะตั้งกองทัพเรือขึ้นมา ในกองกำลังเราเหลือท่านเป็นกลุ่มสุดท้ายที่ยังไม่ได้สังกัดทัพไหน ข้าพเจ้าจะมอบหมายให้ท่านและลูกน้องกองปฏิวัติทั้งหมดประจำกองทัพเรือนับตั้งแต่นี้ ท่านจะเป็นพลเรือเอกคามิวดุสผู้มีอำนาจสั่งการกองทัพเรือทั้งหมดและจะป้องกันระวังพวกใต้พิภพที่จะขึ้นมายังชายฝั่งนี้"
อาโนอิทอสบอก
คามิวดุสหันมองอาโนอิทอสอย่างเคลือบแคลง "เจ้าเอาจริงหรือ?"
อาโนอิทอสยิ้ม "ท่านไม่ต้องสงสัยหรอก หันไปดูสีหน้าของลูกน้องท่านก่อน พวกเขาได้คำตอบแล้วนี่"
คามิวดุสหันหน้าไปมองสมาชิกกองปฏิวัติ 50,000 คน ตอนนี้ดวงตาพวกเขาเป็นดาวประกายราวกับตื่นเต้นที่จะลองขับเรือรบ และยิ่งตื่นเต้นที่มองตอปิโดและมิสไซล์ที่ใช้ถล่มเรือลาดิสได้ในพริบตานั้น ที่จริงตั้งแต่ตอนเห็นครั้งแรกพวกเขาก็อยากลองใช้มาโดยตลอด
คามิวดุสถอนหายใจแล้วยิ้มออกมา เขามองอาโนอิทอสแล้วจับมืออีกฝ่าย "ตกลง"