ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 471 : ใจกลางแดนรกร้าง

จารึกที่ 471 : ใจกลางแดนรกร้าง : ประตูสู่โบราณสถานบรรพกาล


กระแสพายุแม่เหล็กวิญญาณที่เคยคำรามกึกก้องประดุจเสียงกรีดร้องของอสูรร้าย บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นกระแสน้ำวนที่หมุนวนอย่างเป็นระเบียบ เมื่อมหานาวาดาราจักรผสาน 'แก่นผลึกดารา' เข้ากับค่ายกลหลัก ตัวเรือศิลาทมิฬก็กลมกลืนไปกับคลื่นพลังงานได้อย่างแนบเนียน ประหนึ่งปลาตัวใหญ่ที่กำลังแหวกว่ายทวนกระแสน้ำเชี่ยวอย่างเชี่ยวชาญ


บนดาดฟ้าเรือ ละอองปราณวิญญาณที่ถูกปล่อยออกมาจากระบบพฤกษาเซียนและดินบรรพกาล ห่อหุ้มร่างของมิตรสหายทั้งห้าให้อยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลาย แม้ภายนอกม่านพลังจะเต็มไปด้วยสายฟ้าสีม่วงเข้มและหลุมดำขนาดจิ๋วที่เปิดอ้าสลับปิด ทว่าภายในเกราะคุ้มกันกลับอบอุ่นและมั่นคงยิ่งกว่าดินแดนใดๆ


"แก่นผลึกดารานี้ ช่างมหัศจรรย์ยิ่งนัก" เย่วปิงอวิ๋นลืมตาขึ้น แววตาของนางสะท้อนภาพลวดลายดาราที่ซับซ้อน "มันทำหน้าที่ประดุจสะพานเชื่อมระหว่างค่ายกลของเรือ กับแรงโน้มถ่วงของพายุ ทำให้เราไม่ต้องใช้พลังปราณต้านทานแรงบีบอัดเลยแม้แต่น้อย"


"วิถีเต๋าของธรรมชาติ ย่อมต้องอาศัยกลไกของธรรมชาติในการสยบ" อาเจียก้าวเดินมาหยุดยืนที่หัวเรือ ชุดคลุมสีครามพัดพลิ้วตามแรงลมจางๆ พู่กันนิรันดร์ปฐมกาลในมือขวาทอประกายแสงสีเทาอ่อนๆ "เจ้าสัว... พิกัดที่เรากำลังมุ่งหน้าไป คือจุดใดในแผนที่ดาราจักร?"


"เรียนท่านผู้นำ จากแผนที่ของเถ้าแก่กู่หยวน จุดที่เรากำลังจะทะลวงออกไปนี้ ถูกขนานนามว่า 'หุบผาสูญญากาศ' ขอรับ" เสียงทุ้มต่ำของพยนต์เทวะดังกังวานขึ้น "ไม่มีผู้ใดในเขตรกร้างกล้าล่วงล้ำเข้าไป เพราะมีข่าวลือว่า แรงโน้มถ่วงที่นั่นสามารถฉีกกระชากดวงดาวให้กลายเป็นผงธุลีได้ในพริบตา"


"แรงโน้มถ่วงที่ฉีกกระชากดวงดาวงั้นหรือ..." รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากของอาเจีย "สำหรับผู้ที่ยังยึดติดกับมวลสาร ย่อมมองว่ามันคือหายนะ... ทว่าสำหรับผู้ที่เข้าใจความว่างเปล่า แรงโน้มถ่วงก็เป็นเพียงเส้นด้ายเส้นหนึ่งที่ถักทอจักรวาล"


ขณะที่อาเจียกำลังวิเคราะห์โครงสร้างมิติเบื้องหน้า เจ้าถุงเงิน ราชันมารมิติที่เกาะอยู่บนกาบเรือ ก็ส่งเสียงร้องแหลมเล็กด้วยความตื่นเต้น มันพ่นใยสีเงินเส้นบางเฉียบพุ่งทะยานออกไปข้างหน้า ใยนั้นสะท้อนภาพของบางสิ่งที่ถูกซ่อนอยู่หลังพายุหมุน


"เจ้านาย... ถุงเงินบอกว่า เรามาถึงแล้วเจ้าค่ะ!" องค์หญิงน้อยปรากฏตัวขึ้น ดวงตาสองข้างเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ "หลังพายุนั่น... ไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือ 'ซากโบราณสถาน' ขนาดยักษ์!"


สิ้นคำกล่าวขององค์หญิงน้อย มหานาวาดาราจักรก็พุ่งทะยานผ่านม่านพายุแม่เหล็กวิญญาณชั้นสุดท้ายออกสู่ความโล่งแจ้ง ทัศนียภาพเบื้องหน้าปรากฏแก่สายตาทุกคน ทำให้แม้แต่ฉินมู่หลางและเฟิงอวี้หรานยังต้องนิ่งงันไปชั่วขณะ


เบื้องหน้าของพวกเขา มิใช่หุบผาสูญญากาศที่ไร้ชีวิต ทว่ามันคือ 'ซากนครโบราณ' ลอยฟ้าที่ใหญ่โตมโหฬารยิ่งกว่าทวีปใดๆ ในโลกเซียน นครนั้นถูกสร้างขึ้นด้วยศิลาสีขาวนวลที่สะท้อนแสงดาวระยิบระยับ ทว่ามันถูกผ่าออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยพลังมหาศาลในอดีตกาล ชิ้นส่วนของนครลอยเคว้งคว้างอยู่ในห้วงอวกาศอย่างเป็นระเบียบ ประหนึ่งดวงดาวที่ถูกหยุดเวลาไว้กลางอากาศ


และที่ใจกลางของซากนครโบราณนั้น มี 'เสาหินศิลาสีเทา' ขนาดยักษ์เจ็ดต้น ปักค้ำยันความว่างเปล่ารอบด้าน บนเสาศิลาแต่ละต้น สลักลวดลายอักขระโบราณที่อาเจียไม่เคยเห็นมาก่อน ทว่ากลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด


"อักขระเหล่านั้น..." อาเจียรำพึง นัยน์ตาสูญตาทอประกายลึกล้ำ "พวกมันมิใช่อักขระที่ใช้สร้างศัสตราหรือค่ายกล ทว่าพวกมันคือ 'รากฐาน' ของการบัญญัติกฎเกณฑ์บรรพกาล!"


"ที่นี่คือที่ใดกัน?" หลินซิงเสวี่ยก้าวเข้ามาเคียงข้างอาเจีย กลิ่นอายของดินบรรพกาลในร่างนางสั่นพ้องกับศิลาสีขาวนวลของซากนคร "ข้าสัมผัสได้ถึงเจตจำนงที่เก่าแก่ยิ่งกว่าสำนักหมื่นอักขระ... เก่าแก่เสียจนประหนึ่งว่า ที่นี่คือจุดกำเนิดของวิถีเต๋า"


"นครบรรพกาลอักขระ..." อาเจียเอ่ยชื่อนั้นออกมาโดยสัญชาตญาณ ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่าหัวใจในอกเต้นเป็นจังหวะเดียวกับอักขระบนเสาศิลาทั้งเจ็ด "นี่คือสถานที่ที่ผู้สร้างอักขระคนแรก เคยใช้เป็นที่ประทับบัญญัติกฎแห่งจักรวาล... ไม่นึกเลยว่า มันจะซ่อนตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยวในเขตแดนรกร้างแห่งนี้"


"ระวังตัวด้วย อาเจีย" ฉินมู่หลางกระชับกระบี่ทัณฑ์สูญตาแน่น รังสีฆ่าฟันจางๆ แผ่ออกมาจากตัวเขา "สถานที่ระดับนี้ ย่อมต้องมีระบบป้องกันหลงเหลืออยู่ หรืออาจมีสิ่งมีชีวิตดาราจักรที่ดุร้ายยิ่งกว่ามังกร อาศัยอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง"


อาเจียพยักหน้ารับคำเตือนของสหาย "เจ้าสัว... นำเรือเข้าไปจอดเทียบท่าที่ลานพิธีการของนครโบราณ ซิงเสวี่ย อี้หราน มู่หลาง ตามข้ามา เราจะไปสำรวจว่า ความลับใดที่ถูกฝังกลบไว้ ณ ที่แห่งนี้"


"รับคำสั่ง!"


มหานาวาดาราจักรเคลื่อนตัวผ่านชิ้นส่วนศิลาสีขาวนวลที่ลอยเคว้งคว้างอย่างนุ่มนวล ก่อนจะร่อนลงจอดบนลานหินกว้างใหญ่หน้าเสาศิลาอักขระทั้งเจ็ดอย่างแม่นยำ รากพฤกษาเซียนทอดตัวลงยึดเกาะพื้นศิลาเพื่อความมั่นคง


อาเจีย เฟิงอวี้หราน และฉินมู่หลาง ทะยานร่างลงมาจากดาดฟ้าเรือ ยืนหยัดอยู่บนลานพิธีการโบราณ ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้นผิวศิลา คลื่นพลังงานโบราณก็กระเพื่อมแผ่ซ่านขึ้นมาตามข้อเท้า ทะลวงเข้าสู่ตันเถียนของพวกเขาโดยตรง!


เฟิงอวี้หรานสะดุ้งเล็กน้อย "พลังงานบริสุทธิ์อันใดกัน! มันไม่ได้ไหลผ่านเส้นชีพจรเหมือนปราณวิญญาณ ทว่ามันกำลัง 'ชำระล้าง' เจตจำนงในตันเถียนของข้า!"


"นี่คือปราณบรรพกาล... ปราณที่หลงเหลือจากการก่อกำเนิดอักขระสูญตาตัวแรก" อาเจียหลับตาลง ซึมซับกระแสพลังนั้นเข้าสู่ทารกวิญญาณสูญตา พู่กันนิรันดร์ปฐมกาลในมือสั่นสะท้านอย่างมีความสุข


ทว่า ในขณะที่พวกเขากำลังซึมซับมรดกอันล้ำค่าอยู่นั้น ลวดลายอักขระโบราณบนเสาศิลาทั้งเจ็ดต้น ก็พลันเปล่งแสงสีทองสว่างจ้าขึ้นทีละต้น ประหนึ่งการตื่นขึ้นของค่ายกลโบราณที่หลับใหลมานับล้านปี!


ครืนนนนน!


พื้นศิลาที่พวกเขาเหยียบย่ำเกิดการสั่นสะเทือน ชิ้นส่วนศิลาสีขาวนวลที่ลอยเคว้งคว้างรอบนครโบราณ เคลื่อนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็ว ก่อเกิดเป็นรูปร่างของ 'ประตูมิติขนาดยักษ์' ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเสาศิลาทั้งเจ็ด


และเหนือประตูมิตินั้น มีตัวอักษรโบราณสามตัวปรากฏขึ้น... อักษรที่แม้จะไม่เคยพบเห็น ทว่าสัญชาตญาณของอาเจียกลับอ่านมันออกได้อย่างชัดเจน


"หอคอย... บัญญัติฟ้า!" องค์หญิงน้อยอ่านออกเสียง น้ำเสียงของนางสั่นเครือด้วยความตื่นตะลึง


วิ้งงงงง!


ประตูมิติเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นความมืดมิดอันล้ำลึกที่อยู่ภายใน ทว่าจากความมืดมิดนั้น กลับมีแรงกดดันระดับมหาศาลแผ่ซ่านออกมา แรงกดดันที่บีบคั้นเจตจำนงให้ต้องคุกเข่าลงศิโรราบ!


"ดูเหมือนว่า... เจ้าของนครแห่งนี้ จะทิ้ง 'บททดสอบ' สุดท้ายไว้ให้ผู้ที่ครอบครองพู่กันปฐมกาล" อาเจียลืมตาขึ้น นัยน์ตาสูญตาทอประกายเด็ดขาด ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะไขความลับสูงสุด


"ถ้ามันคือบททดสอบ กระบี่ของข้า ก็พร้อมจะฟันฝ่าให้สิ้นซาก" ฉินมู่หลางชักกระบี่ทัณฑ์สูญตาออกจากฝัก รังสีแสงสีเทาพุ่งทะยาน


"ไปกันเถอะ" อาเจียก้าวเดินนำหน้า มุ่งตรงเข้าสู่ประตูมิติแห่งหอคอยบัญญัติฟ้า โดยมีมิตรสหายทั้งสองก้าวตามติดประกบอย่างไม่ห่าง


ราชันหมื่นอักขระและสหาย ได้ก้าวเข้าสู่เขตแดนบรรพกาล ที่ซึ่งความลับของการกำเนิดจักรวาล และต้นกำเนิดที่แท้จริงของวิถีอักขระ กำลังรอคอยการเปิดเผย!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน

มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
699K 1189
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
1.11M 1756
อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.38M 1499
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

นิยาย แฟนตาซี
150K 136
พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
295K 786
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
4.63M 2739
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810