หนึ่งรัตติกาล

    หนึ่งรัตติกาล ตอนที่ 53 : สวีอวี้ซวงผู้ดื้อรั้น

    หานลี่เดินออกจากห้องสอบบทกวี โดยที่มีเหล่าศิษย์สายนอกมองอย่างประหลาดใจ 


    " ศิษย์คนเมื่อครู่ มิใช่ว่าผู้อาวุโสเจิ้งเพิ่งรับเข้าสำนักรึ " 


    " ใช่ เพราะภาพวาดนั่น " 


    " ภาพวาดอันใดรึ เจ้าเคยเห็นรึไม่ " 


    " มิมีผู้ใดพบเห็น ผู้อาวุโสเจิ้งม้วนเก็บภาพวาดแล้วเร่งจากไปอย่างรวดเร็ว จึงมิมีผู้ใดพบเห็น " 


    หานลี่เดินมายังประตูบานเลื่อน พลางชั่งใจว่าจะเิดเข้าไปดีรึไม่


    ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิด ประตูบานเลื่อนพลันเปิดออก " ครืด " 


    " เข้ามา " เสียงหนึ่งดังขึ้น 


    หานลี่พยักหน้าแลเดินเข้าไปในห้อง สองตาของเขากวาดมองทั่วห้อง " เป็นห้องสอบพิณ " หานลี่พึมพำ


    " เจ้าลองบรรเลงเพลิงพิณให้ข้าฟังที " หญิงชราเอ่ยที่อยู่ด้านในสุดเอ่ยออกมา 


    " ขอรับ " หานลี่เดินไปยังพิณตัวที่ว่าง พลางหย่อนกายลงนั่ง 


    สายตาของผู้เข้าสอบพิณทั้งหญิงชาย ต่างมองจ้องยังชายหนุ่มอย่างมิวางวาย 


    สายตาที่หยามเหยียดกวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า พลางเบ้ปาก 


    แม้นว่าชายหนุ่มจะเป็นศิษย์ของสำนัก แต่ก็เป็นเพียงศิษย์สายนอก มิมีค่าอะไรให้เมียงมอง 


    พวกเขาทั้งชายหญิงต่างมองหน้ากัน แลหยัดกายลุกออกจากห้องสอบพิณอย่างรวดเร็ว


    " อะไรกัน " หานลี่พึมพำ


    " ไร้มารยาท " หานลี่เอ่ยออกมา


    " แม้นพวกเจ้าจะมิอยากฟัง แต่พวกเจ้าก็ต้องจำใจฟัง เพราะนั่นคือแปดคุณธรรมของบัณฑิต " หานลี่เอ่ยออกมา


    " หากมองเป็นอื่นเมื่อพวกเจ้ากำลังจะดีดพิณ แลผู้ฟังมากมายลุกออกโดยที่มิยอมแม้นแต่จะเสียเวลาฟังเสียงพิณของพวกเจ้า พวกเจ้าจะรู้สึกเช่นใด " หานลี่เอ่ยออกมา


    " หากแม้นแค่นี้พวกเจ้ายังคิดมิได้ ก็อย่าได้หมายที่จะมาเหยียบยังที่นี่ " หานลี่เอ่ยออกมา


    เขาสูดหายใจเข้าลึก พลางยื่นเหยียดสองฝ่ามือวางทาบลงสายพิณ " แต๊ง " 


    เสียงพิณขานขับบรรเลงเพลงสวรรค์ ทั่วตำหนักสงบพลันแตกตื่น เมื่อยินเสียงพิณเสนาะหู 


    เหล่าผู้ชราทั้งหลายต่างหลับตาลง ซึมซับเอาเพลงพิณเพลงสวรรค์ ทั่วร่างของเหล่าผู้ชราพลันผ่อนคลาย 


    " วู๊มม " พลันมรรคาวิถีเลิศล้ำพร่างพรายออก เสียงสวดมรรคาวิถีดังแผ่วเบา สามพันมหามรรคาล่องลอยอบอวลทั่ว 


    " อืม " สวีอวี้ซวงพยักหน้าช้าๆ พลางเดินไปตามเสียงพิณ ในใจของนางนั้นเปี่ยมไปด้วยสุข สองตาหงส์ของนางหรี่ลงราวจันทร์เสี้ยว 


    " พี่หานคงปิดกายตนเองไว้เป้นแน่ เสียงพิณจึงต่างจากครานั้น " สวีอวี้ซวงพูดในใจ


    " ครานั้นย่อมเป็นที่กายไร้เทียมทานบรรเลงพิณ ข้าจึงได้รับวาสนาครั้งใหญ่ " สวีอวี้ซวงพูดในใจ


    " ครานี้แม้นมิใช่วาสนาใหญ่เช่นครานั้น แต่เท่านี้ก็มากมายเกินกว่าผู้ใดในใต้หล้าแล้ว " สวีอวี้ซวงพูดในใจ 


    " เต๋าของพี่หานลึกล้ำยิ่งนัก แม้นจะเพิ่งฝึกเต่าได้มินาน แต่ความเข้าใจเต๋ากลับลึกซึ้งยิ่ง " สวีอวี้ซวงพูดในใจ


    สองเท้าของนางหยุดอยู่ที่หน้าประตู สองตาหงส์มองยังร่างของชายหนุ่ม 


    สวีอวี้ซวงเบนสายตามองทั่วห้อง พบพานเหล่าผู้อาวุโสต่างสดับรับฟังเพลงพิณเพลงสวรรค์ 


    ใบหน้าของพวกเขาต่างอิ่มเอม ทั่วร่างเปล่งขาวเรื่อเรืองด้วยมรรคาวิถีโอบล้อม 


    สวีอวี้ซวงเดินไปยังชายหนุ่ม พลางหย่อนกายลงนั่งต่อหน้า นางหลับตาเข้าสู่การหยั่งรู้ 


    เนิ่นนานราวหนึ่งเค่อ เสียงพิณจึงยุติ หานลี่เปิดเปลือกตาขึ้น


    " หือ " หัวคิ้วของเขาพลันพุ่งเข้าชนกัน 


    " อวี้ซวง " หานลี่พึมพำ 


    ชายหนุ่มเพ่งมองยังอากัปของนาง พลางพยักหน้า " คงกำลังหยั่งรู้ " หานลี่พึมพำ


    " แต๊ง " เขาบรรเลงเพลงพิณอีกครา ครานี้เขาทดลองผสานพลังวิญญาณลงไปด้วย


    " แต๊งง " เสียงพิณพลันแปรเปลี่ยนเป็นหวีดหวิวกรีดร้องของวิญญาณ ผู้คนมากมายถึงกับสะท้าน


    เสียงที่เคยอื้ออึงทั่วตำหนัก พลันเงียบสงัดในทันใด 


    หนึ่งเค่อผ่านไป 


    หานลี่เปิดเปลือกตาขึ้น พลันฉีกยิ้มกว้างเมื่อพบสวีอวี้ซวงนั่งจ้องมองตน


    " พี่หาน " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมาด้วยเสียงอ่อนหวาน 


    " เจ้ามาที่นี่เพื่อสิ่งใด " หานลี่เอ่ยถาม


    " ข้ามาสมัครเข้าเป็นศิษย์เหมือนกับท่าน " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา


    " อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ 


    " เจ้าถนัดเรื่องใดรึ " หานลี่เอ่ยถาม 


    " มิถนัดสักอย่าง " สวีอวี้ซวงส่ายหน้าช้าๆ 


    " อืม " หานลี่พยักหน้า 


    " สำหรับเจ้าแล้ว แม้นมิมีสิ่งถนัดหรือเชี่ยวชาญ การที่จะเข้าเป็นศิษย์ของสำนักบัณฑิตยุทธ ย่อมมิยาก " หานลี่เอ่ยออกมา


    " เว้นเสียแต่ " หานลี่เอ่ยออกมา พลางเหลียวมองยังด้านข้าง 


    สวีอวี้ซวงเหลียวมองตาม สองตาหงส์ของนางพลันเบิกกว้าง " ท่านอาจุ้น " สวีอวี้ซวงพึมพำ


    " อวี้ซวง ใยเจ้าอยู่ที่นี่ " สวีจุ้นเอ่ยออกมา 


    " ข้า " สวีอวี้ซวงเม้มปากแน่น 


    " กลับไปได้แล้ว เพลิงพิณก็ฟังแล้ว พูดคุยก็พูดแล้ว " สวีจุ้นเอ่ยออกมา


    " ท่านอาจุ้นข้าอยากเข้าสำนัก " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา


    " มิได้ " สวีจุ้นส่ายหน้า 


    " สถานะของเจ้ามิอาจเข้าเป็นศิษย์ของที่นี่ได้ " สวีจุ้นเอ่ยออกมา


    " หากเจ้าอยากเข้าสำนัก อาจะพาเจ้าไปยังเมืองหลวงเทียนตี้ เพื่อเข้าสำนักหงส์สวรรค์ " สวีจุ้นเอ่ยออกมา


    " ข้ามิอยากไปที่เมืองหลวงเทียนตี้ " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา


    " อวี้ซวงเจ้ากลับไปก่อนเถิด " หานลี่เอ่ยออกมา


    " พี่หาน ท่านมิต้องการข้าแล้วรึ " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา สองตาหงส์ของนางพลันแดงก่ำ 


    " มิใช่มิต้องการเจ้า ข้านั้นต้องการเจ้าทุกคืนวัน " หานลี่เอ่ยออกมา


    " อืม " สวีอวี้ซวงพยักหน้าช้าๆ 


    " แต่เวลานี้สถานะการณ์ตึงเครียดยิ่งนัก " หานลี่เอ่ยออกมา


    " อืม " สวีอวี้ซวงพยักหน้า


    นางมิใช่คนโง่ หากฝืนรั้งที่จะอยู่ที่สำนักบัณฑิตยุทธ ผู้ที่ลำบากเห็นจะเป็นชายที่ตนรัก 


    " ก็ได้ ข้าจะกลับก่อน " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา พลางหยัดกายลุกยืน 


    หานลี่เร่งหยัดกายลุกยืน " ไปเถิด " หานลี่เอ่ย


    " ท่านอาจุ้น ห้ามท่านทำสิ่งใดพี่หาน " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา 


    " อึ้ม " สวีจุ้นพยักหน้า 


    " พี่หานข้าไปแล้ว " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา พลางพริ้วกายเดินออกจากไป 


    " เจ้าเป็นเพียงศิษย์สายนอก ใยจึงกล้าพูดคุยกับนาง " ชายหนุ่มผู้หนึ่งใบหน้าหล่อเหลาสวมชุดศิษย์หลักเดินเข้ามา


    " เหตุใดข้าจะพูดคุยกับนางมิได้ " ร่างสูงเอ่ยออกมา


    " เจ้า มิ มี สิทธิ์ " ชายหนุ่มเอ่ยออกมา


    " เฮอะ " หานลี่แค่นเสียง พลางมองเหยียดยังชายหนุ่ม


    " เจ้าเป็นตัวอะไร ใยจึงกล้าพูดจาเช่นนี้กับข้า " หานลี่เอ่ยออกมา


    " เจ้า " ชายหนุ่มกัดกรามแน่น 


    " ไอ้ชั่ว คุณชายเหวินอุตส่าห์ลดตัวลงพูดคุยกับเจ้า นับว่าเป็นวาสนาของเจ้าแล้ว " เสียงหนึ่งดังขึ้น


    " ไร้สาระ " หานลี่เอ่ยออกมาพลางโบกมือไปมา


    " ผู้อาวุโส เพลิงพัณเมื่อครู่ที่ข้าเล่น เป็นเช่นใดบ้างขอรับ ท่านมีสิ่งใดชี้แนะรึไม่ " หานลี่ร้องถามหญิงชรา 


    " ชี้แนะ ชี้แนะบ้าบออันใด เจ้าเล่นพิณได้ยอดเยี่ยมกว่าข้าเป็นไหนๆ ทั้งยังสามารถผสานพลังวิญญาณลงในเพลงพิณได้อีก เช่นนี้แล้วเจ้าสิควรที่จะเป็นผู้ชี้แนะข้า " หญิงชราร่ำร้องในใจอย่างบ้าคลั่ง


    " มันเกินที่ข้าจะทนได้ นี่มันหยามกันยิ่งนัก " หญิงชราร้องคำรามในใจ


    แม้นภายในจะร้อนรุ่มดั่งเพลิงผลาญ แต่ภายนอกกลับนิ่งสงบ 


    " ยังมีจุดด้อยอยู่บ้าง แต่หากท่วงทำนวงพอดิบพอดี จึงสามารถลืมจุดด้อยได้ " หญิงชราเอ่ยออกมา


    " เช่นนั้นแล้ว ข้าไปได้รึยัง " หานลี่เอ่ยออกมา


    " เจ้าจะไปที่ใดก็ไปเถิด " หญิงชราโบกมือไล่ 


    " ขอรับ " หานลี่พยักหน้า 


    หานลี่มองยังชายหนุ่ม พลางเหยียดยิ้ม แลเดินออกจากห้องสอบพิณ


    " ไอ้สาระเลว ข้าขอท้าประลองเป็นตายกับเจ้า " ลิ่วล้อผู้หนึ่งเอ่ยออกมา


    " เช่นเจ้ารึ " หานลี่เอ่ยออกมา พลางเหยียดยิ้ม


    คล้ายกับเรื่องหนึ่งรัตติกาล ที่คุณอ่าน