หานลี่เดินออกจากห้องสอบบทกวี โดยที่มีเหล่าศิษย์สายนอกมองอย่างประหลาดใจ
" ศิษย์คนเมื่อครู่ มิใช่ว่าผู้อาวุโสเจิ้งเพิ่งรับเข้าสำนักรึ "
" ใช่ เพราะภาพวาดนั่น "
" ภาพวาดอันใดรึ เจ้าเคยเห็นรึไม่ "
" มิมีผู้ใดพบเห็น ผู้อาวุโสเจิ้งม้วนเก็บภาพวาดแล้วเร่งจากไปอย่างรวดเร็ว จึงมิมีผู้ใดพบเห็น "
หานลี่เดินมายังประตูบานเลื่อน พลางชั่งใจว่าจะเิดเข้าไปดีรึไม่
ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิด ประตูบานเลื่อนพลันเปิดออก " ครืด "
" เข้ามา " เสียงหนึ่งดังขึ้น
หานลี่พยักหน้าแลเดินเข้าไปในห้อง สองตาของเขากวาดมองทั่วห้อง " เป็นห้องสอบพิณ " หานลี่พึมพำ
" เจ้าลองบรรเลงเพลิงพิณให้ข้าฟังที " หญิงชราเอ่ยที่อยู่ด้านในสุดเอ่ยออกมา
" ขอรับ " หานลี่เดินไปยังพิณตัวที่ว่าง พลางหย่อนกายลงนั่ง
สายตาของผู้เข้าสอบพิณทั้งหญิงชาย ต่างมองจ้องยังชายหนุ่มอย่างมิวางวาย
สายตาที่หยามเหยียดกวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า พลางเบ้ปาก
แม้นว่าชายหนุ่มจะเป็นศิษย์ของสำนัก แต่ก็เป็นเพียงศิษย์สายนอก มิมีค่าอะไรให้เมียงมอง
พวกเขาทั้งชายหญิงต่างมองหน้ากัน แลหยัดกายลุกออกจากห้องสอบพิณอย่างรวดเร็ว
" อะไรกัน " หานลี่พึมพำ
" ไร้มารยาท " หานลี่เอ่ยออกมา
" แม้นพวกเจ้าจะมิอยากฟัง แต่พวกเจ้าก็ต้องจำใจฟัง เพราะนั่นคือแปดคุณธรรมของบัณฑิต " หานลี่เอ่ยออกมา
" หากมองเป็นอื่นเมื่อพวกเจ้ากำลังจะดีดพิณ แลผู้ฟังมากมายลุกออกโดยที่มิยอมแม้นแต่จะเสียเวลาฟังเสียงพิณของพวกเจ้า พวกเจ้าจะรู้สึกเช่นใด " หานลี่เอ่ยออกมา
" หากแม้นแค่นี้พวกเจ้ายังคิดมิได้ ก็อย่าได้หมายที่จะมาเหยียบยังที่นี่ " หานลี่เอ่ยออกมา
เขาสูดหายใจเข้าลึก พลางยื่นเหยียดสองฝ่ามือวางทาบลงสายพิณ " แต๊ง "
เสียงพิณขานขับบรรเลงเพลงสวรรค์ ทั่วตำหนักสงบพลันแตกตื่น เมื่อยินเสียงพิณเสนาะหู
เหล่าผู้ชราทั้งหลายต่างหลับตาลง ซึมซับเอาเพลงพิณเพลงสวรรค์ ทั่วร่างของเหล่าผู้ชราพลันผ่อนคลาย
" วู๊มม " พลันมรรคาวิถีเลิศล้ำพร่างพรายออก เสียงสวดมรรคาวิถีดังแผ่วเบา สามพันมหามรรคาล่องลอยอบอวลทั่ว
" อืม " สวีอวี้ซวงพยักหน้าช้าๆ พลางเดินไปตามเสียงพิณ ในใจของนางนั้นเปี่ยมไปด้วยสุข สองตาหงส์ของนางหรี่ลงราวจันทร์เสี้ยว
" พี่หานคงปิดกายตนเองไว้เป้นแน่ เสียงพิณจึงต่างจากครานั้น " สวีอวี้ซวงพูดในใจ
" ครานั้นย่อมเป็นที่กายไร้เทียมทานบรรเลงพิณ ข้าจึงได้รับวาสนาครั้งใหญ่ " สวีอวี้ซวงพูดในใจ
" ครานี้แม้นมิใช่วาสนาใหญ่เช่นครานั้น แต่เท่านี้ก็มากมายเกินกว่าผู้ใดในใต้หล้าแล้ว " สวีอวี้ซวงพูดในใจ
" เต๋าของพี่หานลึกล้ำยิ่งนัก แม้นจะเพิ่งฝึกเต่าได้มินาน แต่ความเข้าใจเต๋ากลับลึกซึ้งยิ่ง " สวีอวี้ซวงพูดในใจ
สองเท้าของนางหยุดอยู่ที่หน้าประตู สองตาหงส์มองยังร่างของชายหนุ่ม
สวีอวี้ซวงเบนสายตามองทั่วห้อง พบพานเหล่าผู้อาวุโสต่างสดับรับฟังเพลงพิณเพลงสวรรค์
ใบหน้าของพวกเขาต่างอิ่มเอม ทั่วร่างเปล่งขาวเรื่อเรืองด้วยมรรคาวิถีโอบล้อม
สวีอวี้ซวงเดินไปยังชายหนุ่ม พลางหย่อนกายลงนั่งต่อหน้า นางหลับตาเข้าสู่การหยั่งรู้
เนิ่นนานราวหนึ่งเค่อ เสียงพิณจึงยุติ หานลี่เปิดเปลือกตาขึ้น
" หือ " หัวคิ้วของเขาพลันพุ่งเข้าชนกัน
" อวี้ซวง " หานลี่พึมพำ
ชายหนุ่มเพ่งมองยังอากัปของนาง พลางพยักหน้า " คงกำลังหยั่งรู้ " หานลี่พึมพำ
" แต๊ง " เขาบรรเลงเพลงพิณอีกครา ครานี้เขาทดลองผสานพลังวิญญาณลงไปด้วย
" แต๊งง " เสียงพิณพลันแปรเปลี่ยนเป็นหวีดหวิวกรีดร้องของวิญญาณ ผู้คนมากมายถึงกับสะท้าน
เสียงที่เคยอื้ออึงทั่วตำหนัก พลันเงียบสงัดในทันใด
หนึ่งเค่อผ่านไป
หานลี่เปิดเปลือกตาขึ้น พลันฉีกยิ้มกว้างเมื่อพบสวีอวี้ซวงนั่งจ้องมองตน
" พี่หาน " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมาด้วยเสียงอ่อนหวาน
" เจ้ามาที่นี่เพื่อสิ่งใด " หานลี่เอ่ยถาม
" ข้ามาสมัครเข้าเป็นศิษย์เหมือนกับท่าน " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
" เจ้าถนัดเรื่องใดรึ " หานลี่เอ่ยถาม
" มิถนัดสักอย่าง " สวีอวี้ซวงส่ายหน้าช้าๆ
" อืม " หานลี่พยักหน้า
" สำหรับเจ้าแล้ว แม้นมิมีสิ่งถนัดหรือเชี่ยวชาญ การที่จะเข้าเป็นศิษย์ของสำนักบัณฑิตยุทธ ย่อมมิยาก " หานลี่เอ่ยออกมา
" เว้นเสียแต่ " หานลี่เอ่ยออกมา พลางเหลียวมองยังด้านข้าง
สวีอวี้ซวงเหลียวมองตาม สองตาหงส์ของนางพลันเบิกกว้าง " ท่านอาจุ้น " สวีอวี้ซวงพึมพำ
" อวี้ซวง ใยเจ้าอยู่ที่นี่ " สวีจุ้นเอ่ยออกมา
" ข้า " สวีอวี้ซวงเม้มปากแน่น
" กลับไปได้แล้ว เพลิงพิณก็ฟังแล้ว พูดคุยก็พูดแล้ว " สวีจุ้นเอ่ยออกมา
" ท่านอาจุ้นข้าอยากเข้าสำนัก " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา
" มิได้ " สวีจุ้นส่ายหน้า
" สถานะของเจ้ามิอาจเข้าเป็นศิษย์ของที่นี่ได้ " สวีจุ้นเอ่ยออกมา
" หากเจ้าอยากเข้าสำนัก อาจะพาเจ้าไปยังเมืองหลวงเทียนตี้ เพื่อเข้าสำนักหงส์สวรรค์ " สวีจุ้นเอ่ยออกมา
" ข้ามิอยากไปที่เมืองหลวงเทียนตี้ " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา
" อวี้ซวงเจ้ากลับไปก่อนเถิด " หานลี่เอ่ยออกมา
" พี่หาน ท่านมิต้องการข้าแล้วรึ " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา สองตาหงส์ของนางพลันแดงก่ำ
" มิใช่มิต้องการเจ้า ข้านั้นต้องการเจ้าทุกคืนวัน " หานลี่เอ่ยออกมา
" อืม " สวีอวี้ซวงพยักหน้าช้าๆ
" แต่เวลานี้สถานะการณ์ตึงเครียดยิ่งนัก " หานลี่เอ่ยออกมา
" อืม " สวีอวี้ซวงพยักหน้า
นางมิใช่คนโง่ หากฝืนรั้งที่จะอยู่ที่สำนักบัณฑิตยุทธ ผู้ที่ลำบากเห็นจะเป็นชายที่ตนรัก
" ก็ได้ ข้าจะกลับก่อน " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา พลางหยัดกายลุกยืน
หานลี่เร่งหยัดกายลุกยืน " ไปเถิด " หานลี่เอ่ย
" ท่านอาจุ้น ห้ามท่านทำสิ่งใดพี่หาน " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา
" อึ้ม " สวีจุ้นพยักหน้า
" พี่หานข้าไปแล้ว " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา พลางพริ้วกายเดินออกจากไป
" เจ้าเป็นเพียงศิษย์สายนอก ใยจึงกล้าพูดคุยกับนาง " ชายหนุ่มผู้หนึ่งใบหน้าหล่อเหลาสวมชุดศิษย์หลักเดินเข้ามา
" เหตุใดข้าจะพูดคุยกับนางมิได้ " ร่างสูงเอ่ยออกมา
" เจ้า มิ มี สิทธิ์ " ชายหนุ่มเอ่ยออกมา
" เฮอะ " หานลี่แค่นเสียง พลางมองเหยียดยังชายหนุ่ม
" เจ้าเป็นตัวอะไร ใยจึงกล้าพูดจาเช่นนี้กับข้า " หานลี่เอ่ยออกมา
" เจ้า " ชายหนุ่มกัดกรามแน่น
" ไอ้ชั่ว คุณชายเหวินอุตส่าห์ลดตัวลงพูดคุยกับเจ้า นับว่าเป็นวาสนาของเจ้าแล้ว " เสียงหนึ่งดังขึ้น
" ไร้สาระ " หานลี่เอ่ยออกมาพลางโบกมือไปมา
" ผู้อาวุโส เพลิงพัณเมื่อครู่ที่ข้าเล่น เป็นเช่นใดบ้างขอรับ ท่านมีสิ่งใดชี้แนะรึไม่ " หานลี่ร้องถามหญิงชรา
" ชี้แนะ ชี้แนะบ้าบออันใด เจ้าเล่นพิณได้ยอดเยี่ยมกว่าข้าเป็นไหนๆ ทั้งยังสามารถผสานพลังวิญญาณลงในเพลงพิณได้อีก เช่นนี้แล้วเจ้าสิควรที่จะเป็นผู้ชี้แนะข้า " หญิงชราร่ำร้องในใจอย่างบ้าคลั่ง
" มันเกินที่ข้าจะทนได้ นี่มันหยามกันยิ่งนัก " หญิงชราร้องคำรามในใจ
แม้นภายในจะร้อนรุ่มดั่งเพลิงผลาญ แต่ภายนอกกลับนิ่งสงบ
" ยังมีจุดด้อยอยู่บ้าง แต่หากท่วงทำนวงพอดิบพอดี จึงสามารถลืมจุดด้อยได้ " หญิงชราเอ่ยออกมา
" เช่นนั้นแล้ว ข้าไปได้รึยัง " หานลี่เอ่ยออกมา
" เจ้าจะไปที่ใดก็ไปเถิด " หญิงชราโบกมือไล่
" ขอรับ " หานลี่พยักหน้า
หานลี่มองยังชายหนุ่ม พลางเหยียดยิ้ม แลเดินออกจากห้องสอบพิณ
" ไอ้สาระเลว ข้าขอท้าประลองเป็นตายกับเจ้า " ลิ่วล้อผู้หนึ่งเอ่ยออกมา
" เช่นเจ้ารึ " หานลี่เอ่ยออกมา พลางเหยียดยิ้ม