ตอนที่หนึ่งร้อยสิบเอ็ดกุหลาบงามย่อมมีหนามแหลม
“น่าหลันเมิ่ง ขออภัยท่านอ้าวป้าหม่าเดี๋ยวนี้และไปทานข้าวขมาท่านด้วยก็จะดีมากๆหุหุหุหุ”
น่าหลันซู่เหอบีบหนวดหร็อมแหร็มที่ขยับไปมาแบบหนู
เราจะมาบูลลี่หน้าตาของเขากันอีกสักพัก
แววตาดุจมุสิกของเขากลอกตาไปมาดีดลูกคิดรางแก้วว่าขอเพียงส่งน่าหลันเมิ่งแต่งงานไป หุงข้าวสารเป็นข้าวสุก ขุมทองมหาศาลของสกุลอ้าวจะไปไหนเสีย
แค่การกลอกตาแวบเดียว
น่าหลันซู่เหอก็คิดไปถึงการจะใช้ยาปลุกสวาทชนิดไหนแล้วแทนที่จะมองว่าความรักและการแต่งงานเป็นเรื่องการตัดสินใจอย่างอิสระของคนสองคน
แต่น่าหลันซู่เหอแนวคิด Asian dad ก็ยังแข็งแกร่งมองว่าการแต่งงานคือการสร้างพันธมิตรและผลประโยชน์ของตระกูล
อุหุหุหุ อุหุหุหุ
น่าหลันซู่เหอหลังจากกล่าวแล้วก็หัวเราะอย่างชั่วร้ายประกอบฉากราวกับกลัวคนไม่รู้ว่าคิดแผนชั่วอะไรเอาไว้
เขาคิดแผนที่ได้ผลมาตลอดในประวัติศาสตร์Cooked Rice “หุงข้าวสารเป็นข้าวสุก”นั่นเองสามารถกำจัดน่าหลันเมิ่งให้เป็นผู้หญิงอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน แถมได้เงินทองของอ้าวป้าหม่ามาสนับสนุนตนเองอีกอย่างนี้ตำแหน่งของการเป็นผู้อาวุโสใหญ่คงอยู่อีกมีกี่สิบปีแล้ว
อุหุหุหุ อุหุหุหุ
ผมทำท่าไม่สนการหัวเราะอย่างชั่วร้ายของน่าหลันซู่เหอได้ถึงไม่รู้ว่าเขาจะหัวเราะเรื่องอะไรแต่ไม่น่าจะใช่เรื่องดีแน่ๆ
แต่ท่าทางน่าหลันเมิ่งคงไม่ใช่คนใจเย็นเท่าผม
ร้อนแรงเหมือนกับเสื้อที่เธอใส่จริงๆ
ช่างเถอะ ผมก็สงสารเธออยู่หากอยู่กับคนอย่างน่าหลันซู่เหอทั้งวัน ผมคงกลายเป็นคนโมโหร้ายกว่านี้ก็ได้
แม้จะปล่อยให้แส้กลับไปที่มือของน่าหลันเมิ่งแต่นามูก็ยังตาเป็นสีฟ้าไม่คลายความระวัง
ผมก็ชื่นชมเขาในจุดนี้
ว่าน่าหลันเมิ่งที่มีพลังขั้นสร้างแก่นปราณนั้นไม่เท่าไร
แต่กับคนอื่นที่อาจจะมีพลังมากกว่านี้ผมก็อยากให้นามูถ่วงเวลาให้ผมได้สักวินาทีก็ยังดี
มันอาจจะตัดสินเป็นหรือตายได้ในหนึ่งวินาทีนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากศัตรูเป็นประเภทที่ชอบพูดจาหาเรื่องกันก่อนฆ่าก็จะถ่วงเวลาได้มากขึ้นไปอีก
“มิเป้นไรหรอกท่านผู้อาวุโส ผู้เยาว์ได้รับการเหลือบแลก็ดีใจแล้วเรามาจัดการธุระวันนี้ให้เสร็จกันก่อนเถิด ขออภัยแม่นางน่าหลันเมิ่งด้วยที่ต้องทำให้เสียเวลา”
ผมคารวะอย่างนอบน้อมพยายามหนีไปจากคนโรคจิตอีกคนของโลกใบนี้
น่าหลันเมิ่งนั้นโดนนามูสกัดการโจมตีไว้ก็จริง
แต่ก็รู้สึกแปลกใจในความหนักแน่นของอ้าวป้าหม่าว่าแตกต่างจากนายน้อยคนอื่นๆที่ตามติดเธอ
“ฮืม ซ่อนความหวาดกลัวได้ดีกว่าที่คิดนี่”
น่าหลันเมิ่งมองอ้าวป้าหม่าอย่างสนใจ
พยายามฟังเสียงชีพจรว่าอ้าวป้าหม่าตื่นเต้นหรือไม่แต่ค้นพบว่าเสียงชีพจรของอ้าวป้าหม่านั้นหนักแน่นเป็นปรกติเลยไมได้สนใจ
ทั้งที่หากเป็นอ้าวป้าหม่าเจอใครทำท่าปรกติในสถานการณ์ไม่ปรกติ
อ้าวป้าหม่าจะตีความว่าเป็นยอดฝีมือไว้ก่อนแต่น่าหลันเมิ่งไม่ได้คิดเช่นนั้น
“หามิได้แต่ผู้เยาว์ได้ยินชื่อเสียงของแม่นางน่าหลันมานานเลยเตรียมใจรับเหตุเปลี่ยนแปลงไว้ในระดับหนึ่ง อันว่าจากคำร่ำลือของกุหลาบงามย่อมมีหนามแหลมการไม่ได้ทำท่าน่าอายต่อหน้าท่านผู้อาวุโสน่าหลันซู่เหอและแม่น่างน่าหลันเมิ่งถือว่าเป็นเรื่องปาฏิหาริย์อย่างหนึ่งแล้ว”
น่าหลันเมิ่งเจออ้าวป้าหม่าที่กล่าวอย่างอ่อนโยนอย่างนั้นได้ส่ายศีรษะหมดความสนใจ
เธอคิดว่าผู้ชายที่แท้จริงควรจะมีความกล้าหาญและธาตุทระนงมากกว่านี้
ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนในแผ่นดินแนวคิดpatriarchy ปิตาธิปไตยก็แพร่ระบาดไปทั่วเพราะเบื้องลึกในใจของคนเราชอบความแข็งแกร่งเกลียดคนอ่อนแอ
“ถ้านั้นข้าไม่รบกวนท่านอ้าวป้าหม่าแล้ว”
น่าหลันเมิ่งคารวะและจากไป บิดกายไปมาในชุดสีแดงและรองเท้าส้นสูงท่ามกลางสายตาที่ชื่นชมของผู้เยาว์รุ่นหลังของสำนักประมูลว่าสะกดข่มอ้าวป้าหม่าคนของทางผู้อาวุโสได้
ทำให้อ้าวป้าหม่าหลงเสน่ห์ของเธอไปอีกคนสมกับเป็นผู้นำของเหล่าผู้เยาว์รุ่นหลังจริงๆ
ส่วนอ้าวป้าหม่าถอนหายใจดังเฮือกคิดว่าตนเองรอดไปได้อีกครา
หารู้ไม่ว่า น่าหลันซู่เหอหยิบหนวดหร็อมแหร็มของตนเองคิดแผนชั่วขึ้นมาได้!!!