ทศกัณฐ์ เนบิวล่าแห่งยักษา

    บทที่ 36 สัญญาณที่กลับมา

            ผ่านไปไม่นานหลังจากช่วงเวลาสามปีแรกแห่งพันธมิตรระหว่างลังกาและรัฐบาลโลกโลกดูเหมือนจะเข้าสู่ยุคที่มั่นคงที่สุดเท่าที่เคยมีมาเครือข่ายดาวเทียมตรวจจับพลังงานโคจรอยู่รอบโลกอย่างต่อเนื่องเมืองต่างๆที่เคยเสียหายจากสงครามได้รับการฟื้นฟูจนกลับมามีชีวิตชีวามากกว่าเดิมเส้นทางการค้าระหว่างประเทศเติบโตอย่างรวดเร็วและลังกาเองก็กลายเป็นศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ของโลกยุคใหม่ทว่าในห้องควบคุมหลักของศูนย์ตรวจจับพลังงานใต้ดินลังกาแสงจากจอข้อมูลหลายสิบจอกำลังกะพริบอย่างเงียบงันนักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งกำลังตรวจสอบค่าพลังงานที่ปรากฏขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด“เดี๋ยวก่อน…ค่าตรงนี้มันอะไร” นักวิจัยคนหนึ่งพูดขึ้นพลางขยายภาพข้อมูลบนจอพลังงานเส้นเล็กๆที่แทบมองไม่เห็นกำลังปรากฏขึ้นในกราฟตรวจจับ“มันเหมือนกับ…สัญญาณรอยรั่วของมิติ” อีกคนตอบอย่างไม่แน่ใจนักวิทยาศาสตร์ทั้งห้องเงียบลงเล็กน้อยเพราะสัญญาณแบบนี้ไม่ปรากฏมานานกว่าสามปีแล้วหลังจากศัตรูจากต่างมิติหายไปอย่างลึกลับ

            ข้อมูลนั้นถูกส่งตรงไปยังห้องบัญชาการของลังกาในทันทีภายในพระราชวัง ทศกัณฐ์ ราม สีดาและมณโทกำลังประชุมกับอัสตราเมื่อสัญญาณเตือนปรากฏขึ้นบนโต๊ะโฮโลกราฟิกแผนที่โลกปรากฏขึ้นกลางห้องพร้อมจุดแสงเล็กๆที่กระพริบอยู่กลางมหาสมุทรด้านตะวันตก “นี่คืออะไร” ทศกัณฐ์ถามอัสตราขยายภาพข้อมูลทันที “พลังงานมิติระดับต่ำมาก” เธอกล่าว“ต่ำจนระบบเกือบจะไม่ตรวจจับมันได้” รามจ้องจุดแสงนั้นอย่างเงียบๆก่อนจะพูดช้าๆ“มันไม่ใช่การเปิดประตูมิติเต็มรูปแบบ” สีดาขมวดคิ้วเล็กน้อย “งั้นมันคืออะไร”มณโทตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เหมือน…รอยรั่วเล็กๆ” ห้องประชุมเงียบลงทันทีทุกคนรู้ดีว่ารอยรั่วของมิติไม่เคยเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ รามจึงถามต่อ“มันเกิดขึ้นที่เดียวหรือหลายจุด” อัสตราเลื่อนข้อมูลอีกชุดขึ้นมา“ตอนนี้พบเพียงจุดเดียว แต่สัญญาณนั้น…กำลังเพิ่มขึ้นช้าๆ” ทศกัณฐ์กอดอกก่อนจะพูด“สามปีที่ผ่านมาเงียบเกินไปจริงๆ” รามพยักหน้าเบาๆ “เหมือนพายุที่กำลังรวมตัว”

            ขณะเดียวกันที่ศูนย์บัญชาการรัฐบาลโลก ลักษณ์ก็ได้รับรายงานเดียวกันข้อมูลจากดาวเทียมถูกส่งมายังโต๊ะประชุมของเขาเช่นกันผู้บัญชาการหลายคนกำลังยืนล้อมรอบจอแผนที่ “ลังกาตรวจพบก่อนเราไม่กี่วินาที”เจ้าหน้าที่รายงาน ลักษณ์มองจุดพลังงานนั้นอย่างนิ่ง “มันเริ่มแล้วสินะ”เขาพึมพำเบาๆ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งถามทันที“ท่านคิดว่ามันคือการกลับมาของศัตรูจากต่างมิติเหรอครับ” ลักษณ์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ“ยังไม่ใช่การบุก” เขากล่าว “แต่เป็นสัญญาณเตือน”เขาหันไปมองท้องฟ้านอกหน้าต่างของศูนย์บัญชาการ “บางที…พวกมันอาจกำลังทดสอบอะไรบางอย่าง”

            ในเวลาเดียวกัน กลางมหาสมุทรห่างไกลจากเส้นทางการเดินเรือใดๆผิวน้ำทะเลที่สงบนิ่งเริ่มเกิดระลอกคลื่นเบาๆอากาศเหนือทะเลบิดเบี้ยวเล็กน้อยเหมือนกระจกที่กำลังสั่นสะเทือนจุดแสงเล็กๆปรากฏขึ้นกลางอากาศ มันเล็กมากจนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแต่พลังงานที่แผ่ออกมาจากมันไม่ใช่ของโลกใบนี้ และหลังจากสามปีแห่งความสงบเบาะแสแรกของศัตรูจากต่างมิติก็เริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้งอย่างเงียบงันราวกับเงาที่กำลังค่อยๆกลับมาโดยที่โลกยังไม่รู้ตัวว่าพายุครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

            ในช่วงหลายวันหลังจากการตรวจพบสัญญาณพลังงานมิติครั้งแรกเครือข่ายตรวจจับของโลกทั้งหมดถูกยกระดับเข้าสู่สถานะเฝ้าระวังแบบเต็มรูปแบบทันทีดาวเทียมตรวจจับพลังงานของรัฐบาลโลกและระบบตรวจจับมิติของลังกาทำงานประสานกันตลอด 24 ชั่วโมงข้อมูลจากทั่วโลกถูกส่งเข้าสู่ศูนย์บัญชาการทั้งสองฝ่ายอย่างต่อเนื่องบนท้องฟ้ารอบโลกดาวเทียมเฝ้าระวังจำนวนมากเริ่มปรับวงโคจรเพื่อโฟกัสไปยังจุดพลังงานกลางมหาสมุทรที่ตรวจพบก่อนหน้านี้

            ณ ศูนย์บัญชาการใต้ดินของลังกานักวิทยาศาสตร์และนักวิเคราะห์ข้อมูลกำลังจ้องมองจอภาพอย่างตั้งใจเส้นกราฟพลังงานที่เคยแทบเป็นเส้นตรงเริ่มกระเพื่อมเล็กน้อย “มันเพิ่มขึ้นอีกแล้ว”นักวิจัยคนหนึ่งกล่าวพร้อมขยายข้อมูลให้ใหญ่ขึ้น“ระดับพลังงานสูงขึ้นประมาณสองจุดสามเปอร์เซ็นต์ในช่วงหกชั่วโมงที่ผ่านมา”อัสตรายืนอยู่หน้าจอหลัก เธอพิจารณาค่าพลังงานอย่างเงียบๆก่อนจะพูดขึ้น“มันยังต่ำมาก แต่รูปแบบการเพิ่มขึ้น…มันไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ” ข้างๆเธอมณโทกอดอกมองข้อมูลด้วยสีหน้าครุ่นคิด “เหมือนมีบางอย่างกำลังพยายามเปิดช่องทางจากอีกด้านหนึ่ง”

            ในพระราชวังลังกาห้องประชุมยุทธศาสตร์ถูกเปิดใช้งานอีกครั้ง ทศกัณฐ์ ราม สีดา หนุมาน เมขลา สุครีพและไกรศรกำลังยืนล้อมโต๊ะโฮโลกราฟิกที่แสดงตำแหน่งของสัญญาณพลังงานกลางมหาสมุทร“มันยังไม่ใช่ประตูมิติเต็มรูปแบบ” รามกล่าวหลังจากดูข้อมูล“แต่มันกำลังค่อยๆเสถียรขึ้น” สุครีพขมวดคิ้วเล็กน้อย “พูดง่ายๆคือพวกมันกำลังพยายามเปิดประตูจากอีกฝั่งใช่ไหม” เมขลากอดอกก่อนจะตอบ“หรือไม่ก็ส่งอะไรบางอย่างผ่านรอยรั่วนั้นมา” หนุมานยิ้มบางๆแต่แววตาจริงจัง“สามปีที่ผ่านมาเงียบเกินไปจริงๆสินะ” ทศกัณฐ์มองจุดพลังงานที่กระพริบอยู่บนแผนที่ก่อนจะพูดขึ้นช้าๆ“ผมไม่เชื่อว่าศัตรูแบบนั้นจะหายไปเฉยๆตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”สีดามองภาพมหาสมุทรที่ปรากฏบนแผนที่ “แล้วเราจะทำยังไงต่อ” ทศกัณฐ์ยังไม่ตอบทันทีเขามองจุดแสงนั้นอยู่อีกครู่หนึ่งก่อนจะพูด “ส่งหน่วยลาดตระเวนไปตรวจสอบ”รามพยักหน้าเล็กน้อย “ผมจะไปเอง” หนุมานยกมือขึ้นทันที “งั้นผมไปด้วย”เมขลายิ้มบางๆ “ฉันก็เหมือนกัน” ไกรศรพยักหน้าเงียบๆ ส่วนสุครีพก็ยิ้มมุมปาก“ดูเหมือนทีมเดิมกำลังจะได้ออกงานอีกแล้ว”

            ในเวลาเดียวกันที่ศูนย์บัญชาการรัฐบาลโลก ลักษณ์กำลังดูข้อมูลเดียวกันจากจอโฮโลกราฟิกขนาดใหญ่ผู้บัญชาการหลายคนยืนรายล้อมโต๊ะประชุม “ลังกากำลังส่งหน่วยตรวจสอบแล้วครับ”เจ้าหน้าที่รายงาน ลักษณ์พยักหน้าเล็กน้อย “ดี” เขาตอบ“เราจะส่งทีมสนับสนุนไปด้วย” เขาหยุดพูดครู่หนึ่งก่อนจะเสริม “ประสานกับทางลังกาให้เรียบร้อยและกำชับทุกคนให้ระมัดระวังอย่างถึงที่สุด” ผู้บัญชาการคนหนึ่งถามทันที“ท่านคิดว่ามันจะพัฒนาเป็นการบุกรุกหรือไม่” ลักษณ์มองจุดพลังงานนั้นเงียบๆก่อนจะตอบ“ตอนนี้มันยังเป็นแค่เงา” เขากล่าว “แต่บางครั้ง…เงาก็เป็นสัญญาณว่ามีบางอย่างที่ใหญ่กว่ากำลังยืนอยู่เบื้องหลังมัน”

            กลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่คลื่นทะเลเริ่มหมุนวนเป็นวงกว้างอย่างช้าๆ บริเวณเหนือผิวน้ำอากาศเริ่มบิดเบี้ยวเล็กน้อยเหมือนภาพที่กำลังสั่นไหวจุดแสงเล็กๆที่แทบมองไม่เห็นเริ่มขยายตัวขึ้นทีละนิด แม้มันยังเล็กมากแต่พลังงานจากอีกมิติหนึ่งกำลังค่อยๆซึมผ่านเข้ามาในโลกใบนี้และในขณะที่หน่วยลาดตระเวนของลังกาและรัฐบาลโลกกำลังมุ่งหน้าไปยังจุดนั้นอย่างเงียบงันบางสิ่งจากอีกด้านของมิติก็กำลังค่อยๆพยายามก้าวข้ามมายังโลกใบนี้อีกครั้ง