ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    เล่มที่2 ตอนที่43 การใช้ชีวิตในแต่ละวัน ภาค1 (2)

             ผมกับยาเอะกล่าวลาฝ่ายแม่ที่ก้มหัวให้และรีมที่กำลังโบกมือแล้วแยกตัวมาจากตรงนั้น

             “ยาเอะ ผมมีเรื่องที่อยากลองทดสอบดูหน่อยน่ะ ได้ไหม?”

             “? ก็ไม่ขัดข้องหรอกนะเจ้าคะ......?”

             ผมพายาเอะเข้าไปใน “แพเรนท์” ร้านน้ำชาของคุณอาเอลทั้งๆ อย่างนั้น หลังจากสั่งอาหารผมก็ถามยาเอะหลาย ๆ อย่าง

             สิ่งที่ถามคือเรื่องบ้านของยาเอะ อย่างรูปแบบการสร้างจากภายนอกถามละเอียดไปจนถึงภายในโรงฝึก ถามถึงพวก หมาที่เลี้ยงไว้ สวนที่มีต้นซากุระอยู่รวมถึงเสาที่มีรอยบากวัดความสูงของพี่ชายด้วย

             ผมที่ถามไปเรื่อย ๆ จนเสร็จก็ค้นหา “บ้านของยาเอะ” ในแอปฯแผนที่พอทำแบบนั้นก็มีเข็มเล่มหนึ่งปักลงไปที่ส่วนหนึ่งของอีเซ่น ซึ่งอยู่ในทวีปตะวันออก

             ผมทำการขยายแผนที่ปรากฏว่าที่นั่นคือทิศตะวันออกของโอเอโดะแห่งอีเซ่น......ฮาชิบะ สินะ

             “สถานที่ที่เป็นบ้านเกิดของยาเอะเนี่ย คือฮาชิบะของโอเอโดะสินะ?ที่มีศาลเจ้าอยู่ใกล้ๆ น่ะ”

             “ใช่แล้วเจ้าค่ะ......แต่ทำไมถึงได้รู้มากขนาดนั้นล่ะเจ้าคะ?”

             ยาเอะมองผมด้วยหน้าตาตกใจ เยี่ยม ดูเหมือนจะสำเร็จแล้ว แอปฯเซิร์จนี่สามารถหาของได้ในขอบเขตทั่วโลกใช้การได้ดีเลย

             ก่อนหน้านี้แอปฯจะไม่สามารถแสดงให้เห็นคนหรือสัตว์ได้แต่ตอนนี้สามารถทำได้แล้วถึงจะไม่สามารถหาได้ถ้าไม่รู้รายละเอียดของเป้าหมายที่จะค้นหาก็เถอะ

             พอผมอธิบายให้ยาเอะฟัง เธอก็บอกว่าอยากให้ลองค้นหาพี่ชายดูผมก็เลยถามลักษณะเด่นบนตัวพี่ชายของยาเอะ ดูเหมือนจะมีแผลเป็นที่แก้มด้วยการค้นหานี่ก็สนุกดีแฮะ

             “อยู่ที่โรงฝึกน่ะ กำลังเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ นิดหน่อยด้วยคงกำลังฝึกอยู่มั้ง”

             “สมเป็นท่านพี่เลยเจ้าค่ะ”

             ยาเอะยิ้มพลางจ้องมองสมาร์ทโฟนที่ผมยื่นให้

             “ท่านพี่เป็นคนสงบเสงี่ยม แต่ว่า พอเป็นเรื่องดาบแล้วจะหมกมุ่นแบบไม่ลืมหูลืมตาเลยเจ้าค่ะเป็นคนที่ชอบดาบถึงขนาดลืมกินข้าวเชียวนะเจ้าคะ”

             ยาเอะพูดถึงเรื่องของพี่ชายด้วยท่าทางสนุก สายตาของเธอที่แฝงไว้ด้วยความคิดถึงกำลังมองเข็มที่ขยับอยู่บนหน้าจอ

             “ยาเอะคงชอบพี่ชายมากเลยสินะ”

             “......ใช่แล้วเจ้าค่ะ ทั้งแข็งแกร่งและใจดีข้าน้อยชอบท่านพี่ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนมากเลยเจ้าค่ะ”

             แค่เห็นก็รู้แล้ว ว่ายาเอะคิดว่าพี่ชายเป็นคนที่สำคัญมากขนาดไหน

             “จะว่าไป ท่านโทยะก็มีบางส่วนที่คล้ายกับท่านพี่อยู่นะเจ้าคะอย่างเรื่องที่เป็นคนสงบเสงี่ยม หรือเป็นที่ชื่นชอบของคนอื่น”

             “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้คล้ายกับท่านพี่ที่เธอชอบมากนะ”

             ผมดื่มน้ำในแก้วพลางยิ้มเจื่อน ๆถึงผมจะไม่ได้เก่งดาบแบบคุณพี่ชายก็เถอะ แต่ด้านนิสัยนี่มัน

             ยังไง ๆ อยู่นะ

             “ใช่แล้วเจ้าค่ะ ชอบมาก......”

             การพึมพำของยาเอะหยุดแค่ตรงนั้น พอเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมเธอก็หน้าแดงแจ๋แสดงอาการลนลานทันที

             “มะ ไม่ใช่นะเจ้าคะ!? ข้าน้อย แค่อยากจะบอกว่าท่านโทยะกับท่านพี่คล้ายกันเท่านั้นไม่ได้หมายถึงเรื่องที่ชอบมากก็คล้ายกันด้วย ก็ไม่ได้เกลียดหรอกนะเจ้าคะ แต่แบบว่า......ท่านพี่คือครอบครัว ใช่ ครอบครัวเจ้าค่ะ! ชอบแบบครอบครัว......ชอบ!? พะ เพราะงั้น อย่าเข้าใจผิดนะเจ้าคะ!?”

             ยาเอะพูดรัว ๆ เลยแฮะ ทำไมถึงลนลานขนาดนั้นกันนะไม่เข้าใจเลยการชอบคุณพี่ชายผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่ดีออก

             “ขอโทษที่ให้รอค่ะ”

             เมื่ออาหารเบา ๆ มากมาย (ส่วนใหญ่ยาเอะเป็นคนสั่ง) ถูกนำมาเสิร์ฟยาเอะจึงเริ่มกินโดยไม่พูดไม่จาและไม่สบตากับผมโดยที่ยังหน้าแดงแจ๋อยู่เช่นเดิมกินเก่งไม่เปลี่ยนเลยแฮะ......

             อาจจะอายเรื่องที่พูดออกมาว่าชอบคุณพี่ชายก็ได้มั้ง เอาเถอะเก็บเรื่องที่เธอเป็นบราค่อนไว้ในใจไปละกัน

             ◇ ◇ ◇

             หลังกลับมาที่โรงแรม “จันทราสีเงิน” พร้อมยาเอะ ผมก็ลองทดสอบอะไรเล็กน้อยที่ห้องของตัวเอง

             ในเมื่อสามารถเสริมเวทมนตร์ให้แอปฯได้ก็อาจจะสามารถทำอย่างอื่นได้อีกก็ได้

             อย่างเช่นเวทไร้ธาตุ【 ลองเซนส์】ที่สามารถส่งประสาทสัมผัสทั้งห้าไปยังสถานที่ที่ห่างออกไปได้ถ้าหากเสริมพลังนี้ให้กับแอปฯกล้องถ่ายรูปล่ะก็

             “【เอนแชนท์ : ลองเซนส์】”

             ยังไงก็ลองดูก่อนละกัน พอทำเสร็จสิ่งที่ปรากฏในทัศนวิสัยของผมคือภาพที่ฉายอยู่บนหน้าจอของแอปฯกล้องถ่ายรูปผมส่งประสาทการมองออกไปโดยใช้ความรู้สึกเดียวกับตอนใช้【ลองเซนส์】ส่งผลให้มองทะลุกำแพงไปเห็นห้องของลินเซ่ที่อยู่ถัดไปสองห้องได้ลินเซ่ไม่อยู่ ดูเหมือนจะไปข้างนอก จะว่าไปเห็นบอกว่าจะออกไปซื้อของกับเอลเซ่นี่นะ

             ผมมองหน้าจอของสมาร์ทโฟนที่กำลังฉายภาพภายในห้องของลินเซ่อยู่รู้สึกแปลก ๆ แฮะ ทัศวิสัยในหัวของผมถูกแบ่งออกเป็นหน้าจอส่วนบนกับหน้าจอส่วนล่างคือทัศนวิสัยจากสายตาจริง ๆ กับทัศนวิสัยของ【ลองเซนส์】

             ผมกดปุ่มถ่ายรูปบนสมาร์ทโฟน...... ถ่ายได้ด้วยสำเร็จแล้ว บนหน้าจอปรากฏรูปภาพห้องของลินเซ่อยู่

             หมายความว่าเท่านี้ก็สามารถถ่ายภาพระยะไกลได้แล้ว แถมยังสามารถถ่ายเข้าไปในห้องที่ปิดมิดชิดได้ด้วยบางทีถ้าใช้สิ่งนี้ก็อาจจะสามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้ด้วย ล่ะมั้ง

             เมื่อผมเบนสายตาขึ้นไปที่จอบนเพราะได้ยินเสียงเปิดประตูก็พบว่าลินเซ่กำลังเข้ามาในห้อง อ๊ะ กลับมาแล้วสินะ เอลเซ่เองก็คงกลับมาแล้วมั้ง

             ขณะที่กำลังคิดแบบนั้น ลินเซ่ก็เริ่มถอดเสื้อนอกออกตามด้วยปลดกระดุมเสื้อ ทำให้ผิวขาวเจิดจ้าปรากฏแก่สายตาของผม หวา!?

             ไม่ได้การ! ถึงจะเผลอไปแต่นี่มันไม่ต่างอะไรกับการถ้ำมองเลยไม่ใช่เรอะ! ผมลนลานคลาย【 ลองเซนส์】ทันที

             เกือบไปแล้ว...... แต่ถ้าได้ดูอีกซักหน่อยล่ะก็......อ้าว?......รู้สึกเสียดาย......งั้นเหรอ?

             ไม่นะ! ไม่ไม่! ถ้าความแตกล่ะก็ได้สูญเสียความเชื่อใจไปหมดแน่แบบนั้นก็แย่น่ะสิ!ความเชื่อใจที่สูญเสียไปครั้งหนึ่งแล้วมันนำกลับคืนมายากมากเลยนะการตัดสินใจของผมไม่ได้ผิดพลาด! ......น่าจะนะ ไม่สิ ถึงจะดูต่อทั้ง ๆอย่างนั้นก็คิดว่าความไม่แตกหรอก...... ถึงจะคิดแต่ก็......อึก

             “......คุณโทยะ อยู่รึเปล่าคะ?”

             “คะ คร้าบ!? มะมีอะไรเหรอครับ!?”

             หูของผมที่เริ่มรู้สึกกลัดกลุ้มได้ยินเสียงเคาะประตูตามมาด้วยเสียงของสาวน้อยที่ผมเพิ่งจะแอบมองอยู่เมื่อกี้ผมจึงลนลานซ่อนสมาร์ทโฟนไว้ในกระเป๋าไม่นานต่อมาลินเซ่ที่เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับมองหน้าผม

             “? เป็นอะไรไปคะ?”

             “เปล่า!? ไม่มีอะไรหรอก!ทะ ที่สำคัญกว่านั้น มีธุแร๊ะ-อะไรเหรอ?”

             กัดลิ้นซะแล้ว ใจร่ม ๆ ไว้สิตัวผม!

             “......วันนี้ ฉันไปเจอนี่ที่ร้านของเก่าก็เลยซื้อมาน่ะค่ะ แต่ว่า......”

             ลินเซ่ส่งของที่เหมือนกับม้วนหนังสือให้ผมภายในกระบอกไม้มีของที่เหมือนจะเป็นกระดาษหนังแพะม้วนอยู่ พอลองอ่านเนื้อหาก็พบว่ามันถูกเขียนด้วยตัวอักษรที่อ่านไม่เข้าใจ

             “นี่คือ?”

             “บางทีอาจจะเป็นคัมภีร์เวทมนตร์น่ะค่ะ เพียงแต่ตัวอักษรที่ใช้เขียนเป็นภาษาเวทมนตร์โบราณ ก็เลยมีบางส่วนที่อ่านไม่ออก......”

             งี้นี่เอง ก็เลยมาหาผมสินะ ผมหยิบแก้วที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาทันทีแล้วหยิบเหรียญเงินออกมาจากกระเป๋าสตางค์ แล้วสร้างแว่นตาโดยใช้【โมเดลลิ่ง】จากนั้น พอผมเสริม【รีดดิ้ง】เข้าไปในแว่นที่สร้างเสร็จด้วย【 เอนแชนท์】แว่นแปลภาษาก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์

             ถึงจะเป็นภาษาเวทมนตร์โบราณซึ่งแตกต่างจากภาษาภูตโบราณที่เคยทำให้คุณชาร์ลล็อตแต่ผมก็ไม่เข้าใจความแตกต่างของภาษาพวกนั้นหรอกนะ

             ผมส่งสิ่งนั้นที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ให้เธอพอลินเซ่ที่รับแว่นไปสวม เธอจึงเหมือนสาวน้อยวรรณกรรมดูแล้วเหมาะเอามาก ๆ เลยลินเซ่ที่เป็นแบบนี้ก็น่ารักเหมือนกันแฮะ

             เธอที่สวมแว่นแล้วกางคัมภีร์เวทมนตร์ออกมา แล้วลากสายตาอ่าน

             “......! สุดยอดเลยค่ะ ก็เคยได้ยินมาอยู่หรอก แต่อ่านได้ราบรื่นจริง ๆ ด้วยค่ะ”

             ลินเซ่ลากสายตาไปบนคัมภีร์พลางส่งเสียงด้วยความตกตะลึง

             “เขียนอะไรไว้บ้างล่ะ?”

             “หนึ่งในเวทโบราณ ดูเหมือนจะเป็นเวทธาตุน้ำค่ะ【 บับเบิ้ลบอมบ์】คงเป็นเวทสายโจมตีมั้งคะ”

             ลินเซ่อ่านคัมภีร์พร้อมกับครางออกมา ดูท่าจะมีประโยชน์นะถึงจะรู้สึกผิดที่แอบดูห้องของเธอ แต่ก็รู้สึกเหมือนได้ชดเชยให้นิดหน่อยแล้ว

             ถึงลินเซ่จะบอกว่าอยากลองทดสอบดูทันที แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาให้ลองแล้วจึงตกลงกันว่าพรุ่งนี้จะไปลองด้วยกัน วันนี้เธอจึงยอมตัดใจได้

             หลังลินเซ่ออกจากห้อง ผมก็รีบลบภาพห้องของลินเซ่ออกจากสมาร์ทโฟนทันทีไม่ได้ทำลายหลักฐานหรอกนะ แค่ไม่อยากโดนขนานนามว่าพวกถ้ำมองเท่านั้นแหละ

             แต่ว่า นั่นสินะ...... ลักขโมยด้วย【 แอปพอร์ต】ถ้ำมองด้วย【 ลองเซนส์】บุกรุกบ้านคนอื่นด้วย【 เกท】แอบถ่ายด้วย【 ลองเซนส์】กับแอปฯกล้องถ่ายรูป......รู้สึกว่าจะมีสกิลอาชญากรเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แล้วสิ

           
            ต้องระมัดระวังการกระทำอันน่าสงสัย ผมสาบานในใจแบบนั้น

     

    คล้ายกับเรื่องไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni) ที่คุณอ่าน