กู้หนิงกับกู้อันมาถึงโรงเตี๊ยมก็กลับห้องของตัวเองเพื่อไปพักผ่อน แต่แล้วกู้หนิงก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ นางลืมชายชุดดำไปเสียสนิท
“เสี่ยวอัน” กู้หนิงมาเคาะประตูห้องน้องชาย
“พี่หญิงมีอะไรหรือขอรับ” กู้อันเดินมาเปิดประตูถามอย่างใ “หรือว่ามีคนลอบเข้ามาในห้องของท่านอีกแล้ว”
“ไม่มีใครเข้ามาในห้องของข้าทั้งนั้น แต่ข้าจะมาชวนเ้าเข้าไปในมิติ ไม่รู้ว่าป่านนี้ผู้ชายคนนั้นจะตื่นขึ้นมาแล้วหรือยัง”
ทางด้านชายชุดดำที่ถูกกู้หนิงจับให้เข้ามาอยู่ในมิติเวลานี้กำลังนั่งเคี้ยวหูหลัวโป[1] กินอย่างเอร็ดอร่อย
“ไอ้เ้าลูกสีส้มๆ นี่เรียกว่าอะไรกันนะ ลักษณะคล้ายหัวไชเท้า แต่เนื้อกรอบและหวานกว่ามาก อืม...ก็อร่อยดีเหมือนนะเนี่ย” ชายชุดดำนั่งกินหูหลัวโปไปหลายหัว “หืม...ทำไมข้ารู้สึกว่าพละกำลังของข้ามันเพิ่มขึ้นอีกแล้วเล่า”
“พี่หญิง ผู้ชายคนนั้นอยู่ที่ไหนหรือขอรับ”
ชายชุดดำได้ยินเสียงกู้อัน เขารีบะโเข้าหน้าต่างแล้วขึ้นไปนอนบนเตียง พอกู้หนิงกับกู้อันเดินเข้าห้องมาก็เห็นว่าชายชุดดำยังนอนอยู่ในท่าเดิม
“ฮู้...” กู้หนิงเป่าลมออกจากปากอย่างโล่งใจ “ข้านึกว่าเขาจะตื่นแล้วเสียอีก ต้องขอบคุณอาจารย์ที่สอนความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรให้เรา ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่รู้ว่าจะทำให้เขาหมดสติไปได้อย่างไร
“แต่ข้าว่าตอนนี้เราต้องหาอะไรให้เขากินสักหน่อยแล้วล่ะ ถึงแม้ท่านจะวางยานอนหลับแล้วให้เขานอนอยู่เฉยๆ แต่กว่าที่เราจะเดินทางไปถึงเมืองหลวงก็อีกตั้งหลายวัน ข้ากลัวว่าเขาจะนอนหลับแล้วตายไปแบบไม่รู้ตัวเสียก่อน”
“จริงด้วย ถ้างั้นก็ป้อนนมให้เขาดื่มก็แล้วกัน” กู้หนิงนึกถึงนมในตู้แช่ที่ห้างสรรพสินค้า แค่นึกถึงนมพาสเจอร์ไรซ์ขวดใหญ่ก็มาอยู่ในมือของนางแล้ว “เ้าช่วยป้อนให้เขาทีสิ”
กู้อันรับนมมาแล้วเทใส่ถ้วย ก่อนที่เขาจะใช้ช้อนตักนมแล้วป้อนให้กับชายชุดดำ ด้านชายชุดดำที่รู้ว่าของสิ่งนี้คืออาหารไม่ใช่ยาพิษ เขาก็กลืนสิ่งที่เรียกว่านมเข้าปากไปอย่างไม่มีพิรุธ และเ้าสิ่งนี้ก็ช่างหอมหวาน เป็รสชาติที่เขาไม่เคยกินมาก่อน ต่อให้มียานอนหลับผสมอยู่ เขาก็เต็มใจที่จะกลืนมันลงไป
กู้อันป้อนนมให้ชายชุดดำจนเสร็จ เขาจึงพูดกับพี่สาว “กว่าจะเดินทางถึงเมืองหลวง ข้าว่าผู้ชายคนนี้คงมีร่างกายแข็งแรงขึ้นมาก และวรยุทธ์ของเขาคงพัฒนาไปได้อีกหลายส่วนเป็แน่”
“นั่นสินะ แค่ได้เข้ามานอนพักในมิติก็ช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายได้แล้ว ยิ่งเขาได้กินอาหารที่อยู่ในมิติเข้าไปอีก วรยุทธ์ของเขาต้องพัฒนาขึ้นมากทีเดียว” กู้หนิงสังเกตรอยแผลเป็บนใบหน้าชายชุดดำ “แต่น่าแปลกที่รอยแผลเป็ไม่เห็นจะจางลงเลย”
ชายชุดดำคิดอยู่ในใจ ‘ใบหน้าของข้าสวมหน้ากากหนังมนุษย์อย่างดีไว้ ต่อให้เ้าตรวจสอบ เ้าก็ตรวจสอบไม่พบความผิดปกติหรอก’
“ใบหน้าถูกทำลายจนแทบจะไม่เห็นเค้าเดิม” กู้อันส่ายหน้า “ช่างเป็บุรุษที่น่าสงสารจริงๆ ถ้าใบหน้าอันหล่อเหลาของข้าต้องมีแผลเป็เยอะขนาดนี้... โอ๊ย...ไม่คิดดีกว่า แค่คิดก็รับไม่ได้แล้ว”
ชายชุดดำ ‘ไอ้หนู ถ้าเ้าได้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของข้า เ้าอย่าได้มาขอร้องให้ข้าไปเป็พี่เขยให้เ้าเลยเชียว’
“เขาเป็จอมยุทธ์และมีวรยุทธ์ดีเยี่ยม เขาไม่มาห่วงหล่อเหมือนเ้าหรอก” กู้หนิงบอกน้องชาย
“เก่งวรยุทธ์แล้วก็ต้องหล่อด้วยสิ ท่านไม่เห็นพระเอกในซีรีส์หรือไร แต่ละคนมีแต่เบ้าหน้าฟ้าประทาน สเปกของท่านก็เป็แบบนั้นไม่ใช่หรือ”
“สเปกของข้าคือคุณชายบอบบางและแสนอ่อนโยนต่างหาก อย่างพวกบัณฑิตหน้าใสอะไรทำนองนั้น”
“อย่างท่านเนี่ยนะชอบบัณฑิตหน้าใส” กู้อันส่ายหน้า “ข้าอยากไว้อาลัยให้ว่าที่พี่เขยเสียจริง หากท่านหาคนแบบนั้นมาแต่งด้วยจริงๆ เขาคงถูกท่านใช้แทนกระสอบทรายอยู่ทุกวันแน่”
“ใครบอกว่าข้าจะหาคนแบบนั้นมาเป็กระสอบทราย ข้าเป็วีรสตรีที่เก่งกาจ เพราะฉะนั้นข้าจะทำหน้าที่ปกป้องสามีด้วยตัวข้าเอง ยิ่งเขาน่าทนุถนอมมากเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งต้องดูแลเขาให้มากขึ้น” กู้หนิงทำหน้าชวนฝัน “ข้าต้องหาคนแบบนั้นให้เจอ หากไม่เจอ ชาตินี้ข้าจะไม่แต่งงาน”
“กลับไปท่านก็ให้ท่านพ่อหาคนแบบที่ท่าน้าให้สักคนสิ ให้ท่านโหวกู้ประกาศรับลูกเขยแต่งเข้าได้ยิ่งดี”
“พอเลยพอ เ้าก็ชวนข้าพูดนอกเื่ไปไกล” กู้หนิงรีบพูดขัดก่อนที่นางกับน้องชายจะพูดเรื่อยเปื่อยไปมากกว่านี้ “เสี่ยวอัน ระหว่างนี้เ้ามีหน้าที่เข้ามาเอานมให้เขาดื่มทุกวัน แล้วก็อย่าลืมผสมยานอนหลับให้เขาดื่มไปด้วยล่ะ”
“ขอรับพี่หญิง” กู้อันรับคำ
‘พวกเขาสองคนเป็บุตรที่ท่านโหวกู้ตามหามาหลายปีอย่างนั้นหรือ? เช่นนั้นพวกเขาก็เป็บุตรของท่านน้าหลินน่ะสิ ถ้าท่านแม่รู้ว่าท่านน้าหลินมีบุตรสาว ท่านแม่ต้องไปที่จวนโหวเพื่อทวงคำสัญญาเื่การแต่งงานอีกแน่ แต่ว่า...แม่นางกู้ชอบบัณฑิตอ่อนแอ เพราะฉะนั้นนางไม่มีทางชอบคนแบบข้าแน่นอน’ ก่อนที่ชายชุดดำจะหลับไปด้วยฤทธ์ยานอนหลับ เขานอนยิ้มด้วยความพอใจที่ตัวเองไม่ใช่บุรุษในแบบที่หญิงสาวชอบ แต่เขาไม่รู้เลยว่าในอนาคตข้างหน้า จะเป็เขาที่ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้แต่งงานกับนาง
สองวันต่อมากู้หนิงกับกู้อันก็ออกเดินทางจากเมืองอี้เพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง และก่อนที่พวกเขาจะไป พวกเขาก็ได้แวะไปที่ร้านขายเกี๊ยวของท่านลุงเป่า และเห็นว่ากิจการของท่านลุงเป่าขายดีขึ้นมาก อีกทั้งนักเลงทั้งสี่คนก็ขยันและตั้งใจทำงานกันดี
กู้หนิงให้สูตรอาหารกับลุงเป่าอีกสองอย่างคือซาลาเปาทอดน้ำและเสี่ยวหลงเปาแป้งบางที่ฉ่ำไปด้วยน้ำซุปอยู่ด้านใน เมื่อลุงเป่ารับสูตรมาก็ขอบคุณกู้หนิงเป็การใหญ่
เป่าจงที่รู้ว่าวันนี้กู้หนิงกับกู้อันจะเดินทางเข้าเมืองหลวง เขาตั้งใจหยุดงานหนึ่งวันเพื่อจะไปส่งสองพี่น้องที่ประตูเมือง
ส่วนนักเลงทั้งสี่คนไม่สามารถไปส่งเ้านายได้ พวกเขาได้แต่ยืนส่งเ้านายอยู่ที่หน้าร้านขายเกี๊ยว แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังทำเนื้อแดดเดียวไว้ให้เ้านายได้กินรองท้องระหว่างทาง แม้จะมีปริมาณไม่มาก แต่มันก็แสดงถึงน้ำใจ
กู้หนิงกับกู้อันไม่อยากเสียเวลา เมื่อร่ำลาทุกคนเสร็จ พวกเขาก็ออกเดินทางไปเมืองหลวงโดยไม่หยุดพัก ระยะทางจากเมืองอี้ไปถึงเมืองหลวงใช้เวลาแค่วันเดียว และก่อนที่จะถึงประตูเมืองหลวง กู้หนิงก็ได้พาชายชุดดำออกมาจากมิติ
“อาหู่ หยุดพักที่โรงพักม้าข้างหน้าก่อน” กู้หนิงบอก “พวกเราต้องหาที่พักเพื่อจะได้อาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า จะไปพบหน้าท่านพ่อทั้งที เ้าคงไม่อยากเห็นข้ากับเสี่ยวอันแต่งตัวมอมแมมหรอกนะ”
“ได้เลยขอรับ” เสี่ยวหู่บังคับรถม้าไปที่โรงพักม้าทันที
เมื่อถึงโรงพักม้า เสี่ยวหู่รีบบอก “ข้าจะเอาม้าไปกินหญ้าก่อนนะขอรับ พวกท่านต้องแต่งตัวให้ดูดีที่สุดเลยนะ เอาให้คนทั้งจวนโหวทึ่งไปเลย แต่พวกท่านก็หน้าตาดีอยู่แล้วนี่นา คงไม่ต้องแต่งอะไรมากหรอกมั้ง”
“ของมันแน่นอนอยู่แล้ว ข้ากับพี่หญิงต่างก็ได้ส่วนดีของท่านแม่มา ที่ผ่านมาเ้าเคยเห็นใครหน้าตาดีเท่าเราสองพี่น้องบ้างหรือยังเล่า” กู้อันพูดอย่างมั่นใจ
“อย่ามัวแต่โม้ เราเข้าไปจองห้องพักกันก่อน” กู้หนิงบอกน้องชาย
กู้หนิงกับกู้อันจองห้องพักแค่ห้องเดียวเพื่อจัดการธุระของตัวเอง และตอนที่พวกเขากำลังจะเดินทางต่อ กู้อันได้ไปแจ้งกับผู้ดูแลไว้ว่าเป็เพราะพวกเขารีบจึงจะเดินทางเข้าเมืองหลวงก่อน แต่มีญาติของพวกเขาคนหนึ่งยังนอนอยู่ในห้องพัก เมื่อญาติของเขาตื่นแล้วก็ให้โรงพักม้าจัดหารถม้าไปส่งญาติของเขาในเมืองหลวงให้ด้วย ส่วนจะให้ไปส่งที่ไหนก็ให้ผู้ดูแลสอบถามจากญาติของเขาได้โดยตรง
ชายชุดดำยืนอยู่ข้างหน้าต่างแล้วมองดูรถม้าของกู้หนิงกับกู้อันเคลื่อนออกไปจนลับตา ไม่นานก็มีชายชุดดำคนหนึ่งะโเข้าหน้าต่างมาแล้วคุกเข่า
“คุณชายรอง โปรดลงโทษที่ข้าทำงานบกพร่องด้วยขอรับ”
“ลุกขึ้นเถอะ เื่นี้ไม่โทษเ้า ต้องโทษพี่ใหญ่ที่ลอบกัดข้า” โจวหยุนเฉิงถามต่อ “แล้วท่านแม่เล่า เวลานี้นางเป็อย่างไร คงไม่ได้ถูกคนบ้านใหญ่รังแกใช่หรือไม่”
“เอ่อ...” ชายชุดดำทำท่าทางลำบากใจ
“ห้าวซี ข้าคิดว่าเ้าคงอยากถูกลงโทษแล้วจริงๆ”
ลู่ห้าวซีได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะของเ้านาย เขารีบพูด “่ที่ท่านหายไป ฮูหยินใหญ่ได้นัดคุณหนูท่านหนึ่งมาให้ท่านดูตัว เมื่อท่านมาตามนัดไม่ได้ และฮูหยินรองก็ให้คำตอบไม่ได้ว่าท่านหายไปที่ใด ฮูหยินใหญ่จึงสั่งให้ฮูหยินรองไปนั่งคุกเข่าในศาลบรรพชนหนึ่งวัน หลังจากนั้นก็สั่งให้ฮูหยินรองคัดบทสวดอีกหนึ่งร้อยจบขอรับ”
“ฮูหยินใหญ่ช่างสรรหาวิธีมาทรมานข้ากับท่านแม่ได้ดีจริงๆ รู้ทั้งรู้ว่าท่านแม่มีปัญหาที่ข้อมือ แต่นางก็ยังบังคับให้ท่านแม่คัดบทสวดถึงหนึ่งร้อยจบ นางคงอยากเห็นท่านแม่ของข้ากลายเป็คนพิการที่ใช้มือไม่ได้อีกแล้วกระมัง” โจวหยุนเฉิงยกยิ้มที่มุมปาก “ในเมื่อนางอยากให้ท่านแม่คัดบทสวดนัก ข้าก็จะให้นางไปท่องบทสวดที่วัดสักหนึ่งเดือนเลยเป็ไร”
“แต่ข้าว่าท่านต้องใจเย็นก่อนนะขอรับ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาเหมาะที่เราจะทำให้จวนเกิดเื่ขึ้นอีก” ลู่ห้าวซีเอ่ยเตือน
“ยังมีเื่อะไรที่ข้ายังไม่รู้”
“คุณชายใหญ่ไปมีเื่กับกู้ซื่อจื่อ ทั้งยังถูกกู้ซื่อจื่อเล่นงานกลับมาอย่างหนัก เวลานี้คุณชายใหญ่ยังลุกจากเตียงไม่ได้เลยขอรับ”
“กู้ซื่อจื่อ? กู้เยวี่ยนน่ะหรือ?” โจวหยุนเฉิงหัวเราะเสียงดัง “สงสัยว่าข้ากับตระกูลกู้คงมีดวงสมพงศ์กันจริงๆ กู้เยวี่ยนช่วยข้าระบายโทสะ ส่วนฝาแฝดคู่นั้นก็ช่วยข้าฟื้นฟูกำลังและทำให้วรยุทธ์ของข้าเพิ่มระดับขึ้นมาอีกถึงสามส่วน เห็นทีข้าคงต้องทบทวนเื่งานแต่งให้ดีเสียแล้ว”
ณ จวนสกุลกู้
รถม้าของกู้หนิงกับกู้อันจอดอยู่หน้าจวนสกุลกู้ได้สักพักแล้ว เมื่อทั้งสองเดินลงมาก็ถึงกับอึ้ง ตระกูลกู้มีบรรดาศักดิ์เป็ถึงโหวพระราชทาน ทั้งตำแหน่งโหวยังสืบทอดต่อได้ถึงสิบรุ่น ยังมีทหารม้าในสังกัดอยู่เกือบสองแสนนาย ชื่อเสียงและอำนาจขนาดนี้ แต่เหตุใดจวนถึงได้ทรุดโทรมเช่นนี้เล่า
ประตูบ้านก็แทบจะมองไม่เห็นว่ามันเคยเป็สีแดงมาก่อน กำแพงก็มีแต่รอยแตกที่คล้ายกับจะพังแหล่มิพังแหล่ คนเฝ้าประตูจวนก็ช่างแก่ชรา หากมีคนมาก่อกวนแล้วผู้าุโจะรับมือได้อย่างไร
“อาหู่ เ้าไม่ได้พาข้ากับพี่หญิงมาผิดที่หรอกนะ” กู้อันมองประตูจวนแล้วก็ทอดถอนใจ “ประตูบ้านของเราที่หมู่บ้านป่าหมอกยังแข็งแรงกว่านี้อีกมั้ง”
“ตอนที่ข้าไปถามทาง พวกเขาบอกว่ามันคือที่นี่” เสี่ยวหู่ชี้ไปเหนือประตู “พี่ใหญ่ดูสิขอรับ มีป้ายเขียนบอกไว้ชัดเจนว่านี่คือจวนโหว”
“เข้าไปข้างในกันก่อนเถอะ” กู้หนิงเดินไปหาคนเฝ้าประตู
“พวกเ้ามาหาใครรึ?” คนเฝ้าประตูชราถาม
“ท่านปู่ ข้ากับน้องชายมาขอพบท่านโหวเ้าค่ะ”
“ท่านโหวหรือ? ท่านโหวไม่อยู่หรอก น่าจะไปที่ค่าย”
“แล้วเวลานี้ข้าจะขอพบใครได้หรือเ้าคะ”
“ก็มีฮูหยินกับซื่อจื่อ”
“เช่นนั้นข้าขอพบพวกเขาได้หรือไม่เ้าคะ”
“ข้าตัดสินใจเื่นี้ไม่ได้หรอก ข้าต้องไปถามพ่อบ้านก่อน” คนเฝ้าประตูชรากำลังจะเดินเข้าข้างใน แต่มีเสียงหนึ่งะโหยุดเขา
“ตาเฒ่าหยุดก่อน!” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งรีบเดินเข้ามาแล้วยื่นกระดาษให้ชายชราหนึ่งแผ่น “นี่คือรายการสินค้าที่ข้ามาเรียกเก็บเงิน เ้าเข้าไปบอกเ้านายของเ้าด้วยว่าถ้าวันนี้พวกเขาไม่จ่ายเงินให้ข้า ข้าจะไปแจ้งทางการ”
“นายลุง ข้าสอบถามได้หรือไม่ว่านี่คือค่าอะไรหรือเ้าคะ”
ชายวัยกลางคนมองกู้หนิงก่อนที่จะตอบ “จะเป็ค่าอะไรไปได้อีก ก็เป็ค่าอาหารที่ส่งมาให้จวนโหวน่ะสิ นี่ก็ผ่านมาสามเดือนแล้วพวกเขายังไม่ยอมจ่ายเงินมาให้ข้าเลย จนตอนนี้ร้านค้าของข้าแทบจะไม่มีเงินทุนหมุนเวียนแล้ว”
กู้หนิงกับกู้อันได้แต่หันมาสบตากันอย่างไม่เข้าใจ จวนโหวของบิดาต้องยากจนขนาดไหนกัน แม้แต่ค่าอาหารก็ยังไม่มีจ่าย
____________________
[1] หูหลัวโป คือ แครอท