ข้าไม่ควรมีอยู่

    ตอนที่ 28 : ระยะที่ไม่มีพื้นที่ให้ยืน

    หินแตกดังกรอบใต้ฝ่าเท้า
    ลู่เฉินก้าวออกจากลานทดสอบเก่าได้ไม่ถึงยี่สิบก้าว
    พื้นทางเชื่อมทรุดลงทันที
    ไม่ใช่การพังจากน้ำหนัก
    แต่เป็นแรงงัดจากด้านล่าง
    แผ่นหินแตกอ้าออก
    ร่างหนึ่งพุ่งขึ้นจากช่องนั้น
    ท่อนเหล็กฟาดเฉียงเข้าซี่โครงซ้าย
    แรงกระแทกหนักจนลมหายใจหลุดออกจากปอด
    ลู่เฉินเซถอย
    ส้นเท้าครูดหินเสียงแหลม
    ยังไม่ทันตั้งตัว
    ร่างที่สองและสามโผล่จากซากกำแพงซ้าย–ขวา
    ไม่มีคำเตือน
    ไม่มีสัญญาณ
    หนึ่งใช้มีดสั้น ใบหนา
    อีกคนใช้โซ่เหล็กเส้นยาว
    โซ่ฟาดต่ำ
    กวาดระดับเข่า
    มีดแทงซ้ำ
    เล็งท้อง
    ลู่เฉินยกขาซ้ายหลบ
    ปลายโซ่เฉือนผิวหนัง เลือดซึมทันที
    เขาบิดตัว
    หมัดซ้ายอัดใส่ข้อมือคนแทง
    เสียงกระดูกดังกรอบ
    มีดหลุดมือ
    แต่โซ่ไม่หยุด
    ฟาดซ้ำจากด้านหลัง
    แรงอัดส่งร่างลู่เฉินกระแทกผนังหิน
    หินแตกกระจายเป็นแถบ
    แรงสะเทือนแล่นเข้ากระดูกสันหลัง
    ยังไม่ทันตั้งหลัก
    ร่างที่สี่เข้ามาแทนทันที
    หอกสั้น
    ด้ามหนา
    ปลายลับด้าน
    แทงตรง
    ไม่เล็งหัว
    ไม่เล็งหัวใจ
    เล็งต้นขาซ้าย
    “มันรู้…”
    ความคิดผุดขึ้นพร้อมความเจ็บ
    ลู่เฉินบิดสะโพกไม่ทัน
    ปลายหอกเสียบผ่านเนื้อ
    เลือดพุ่ง
    ขาซ้ายทรุด
    เขายันพื้นด้วยมือซ้าย
    หมุนตัว
    ศอกซัดเข้าลำคออีกฝ่าย
    เสียงกระแทกดังทึบ
    ร่างล้ม
    ทั้งสี่ถอยพร้อมกัน
    ไม่หันหลัง
    เหมือนงานส่วนแรกจบลงแล้ว
    ลู่เฉินยืนหอบ
    เลือดไหลลงพื้นหินเป็นทางยาว
    แล้วเสียงฝีเท้าชุดใหม่ก็ดังขึ้น
    ไม่ใช่สี่
    หก
    คราวนี้มาเป็นแนว
    ไม่กระจาย
    ไม่ซ้อน
    ปิดทุกทางหนี
    ด้านหน้า
    ด้านข้าง
    ด้านหลัง
    อาวุธต่างกัน
    จังหวะต่างกัน
    แต่ตำแหน่งเหมือนถูกวัดไว้ล่วงหน้า
    และคราวนี้…
    มีคนหนึ่ง ไม่ขยับ
    ชายร่างสูงยืนอยู่บนขอบกำแพงด้านบน
    เสื้อคลุมสีเทาเข้ม
    แขนเสื้อพับขึ้น
    เขาไม่ถืออาวุธ
    แค่ยืนดู
    สายตานิ่ง
    เหมือนช่างที่ดูงานที่กำลังจะเสร็จ
    “อย่ารีบฆ่า”
    เสียงเขาไม่ดัง
    แต่ทุกคนได้ยิน
    “บีบพื้นที่ก่อน”
    กระบองเหล็กฟาดใส่ไหล่ซ้าย
    แรงเต็ม
    ไม่มีออม
    อีกคนเตะซ้ำที่เข่า
    ตรงจังหวะเดียวกัน
    ลู่เฉินล้มเข่าลง
    หอกแทงจากด้านข้าง
    เขาคว้าด้ามไว้
    ฝ่ามือบาด
    เลือดไหล
    แรงบางอย่างกระตุกขึ้นจากอก
    ไม่ใช่ความโกรธ
    ไม่ใช่ความกลัว
    เป็นแรงที่ ถูกบังคับให้ใช้
    “ยังไม่เลือกอีกหรือ”
    เสียงจากด้านบนดังลงมา
    “ถ้าไม่เปิด
    เจ้าจะยืนไม่ได้”
    ลู่เฉินกัดฟัน
    ถ้าไม่เปิด…
    ร่างจะพัง
    ถ้าเปิดมากไป…
    สิ่งที่ลุกขึ้น
    อาจไม่ใช่เขา
    เขาเปิด
    ไม่เต็ม
    ไม่ครึ่ง
    แค่คลายฝา
    แรงร้อนทะลักจากอก
    แทรกเข้าแขนขวา
    นิ้วกำแน่นเอง
    กล้ามเนื้อบวมตึง
    ความเจ็บหายไปครึ่งหนึ่ง
    แต่โลกเหมือนถูกดึงให้ช้าลง
    หมัดขวา—
    ครั้งแรกที่แขนนี้ตอบสนองเต็มแรง
    อัดเข้าหน้าอกคนถือกระบอง
    เสียงกระดูกยุบ
    ร่างกระเด็น
    ศอกซ้ายซัดใส่ขมับคนที่เข้าซ้อน
    ร่างล้มแน่นิ่ง
    แต่ทันทีนั้น
    มือขวากำแน่นเกินคำสั่ง
    เส้นเลือดปูด
    หัวใจเต้นหนักผิดจังหวะ
    “พอ”
    เสียงจากด้านบนสั่ง
    ทุกคนหยุดพร้อมกัน
    ถอย
    เหมือนเครื่องจักรที่ถูกปิดสวิตช์
    ชายบนกำแพงมองลู่เฉิน
    สายตาไม่ตื่นเต้น
    ไม่พอใจ
    แค่จดจำ
    “ระดับนี้
    ถือว่า ‘ยืนยัน’”
    เขาพูด
    “ไม่ใช่มนุษย์ล้วน”
    ลู่เฉินรีบปิดฝาพลัง
    แรงร้อนถอยกลับ
    แต่ความหนักยังค้างอยู่
    เขาทรุดนั่ง
    เลือดหยดใส่หินแตก
    ชายคนนั้นหันหลัง
    ก่อนหายไป เขาทิ้งท้าย
    “ครั้งหน้า
    จะไม่ใช่หน่วยคุมระยะ”
    “จะเป็นคนที่มาล่าจริง”
    ความเงียบกลับมา
    แต่พื้นทางเชื่อมพังไปแล้ว
    ลู่เฉินมองมือขวาที่สั่น
    มองรอยเลือดของตัวเอง
    เขาเข้าใจแล้วว่า
    จากนี้ทุกก้าว
    ไม่ใช่แค่ถูกมอง
    แต่ถูก “จดจำ”
    และเมื่อของบางอย่างถูกเรียกชื่อ
    ต่อหน้าคนที่รู้จักมันดี
    มันจะไม่ยอม
    กลับไปเงียบอีก


    คล้ายกับเรื่องข้าไม่ควรมีอยู่ ที่คุณอ่าน