ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่207 รับโทสะของผู้อาวุโสเยว่เทียน

อี้เฉินติดตาม ผู้อาวุโสเยว่เทียนไปอย่างไม่ได้เกรงกลัวต่อโทสะของชายชราขั้นพลังเทวะแม้แต่น้อย พร้อมรับโทสะของชายชราที่อาจจะบ้าคลั่ง เผลอพลั้ง มือฆ่าเขาได้ทุกเมื่อ ชายชรานำพาอี้เฉินเข้าไปภายในคุกใต้ดินภายในจวนส่วนตัวของเขา



เหล่าจอมยุทธที่เห็นอี้เฉินเดินผ่านมา ต่างหน้ามืดทะมึนพวกเขาต่างรู้ข่าวร้าย เยว่ฉานนั้นได้จากไปอย่างสงบแล้ว เยว่ฉานนางเป็นเสาหลักของตระกูลเยว่ เหล่าผู้อาวุโสหลายคนหมายมั่นให้นางเป็นผู้ที่จะได้ครองแคว้นคนต่อไป ไม่คิดนางจะอายุขัยสั้นถึงเพียงนี้



แต่เมื่อพวกเขาได้ยินว่าหน้ากำแพงเมืองมีเหล่าอนุชนเหลือรอดกลับมาก็เริ่มกลับมามีความหวังคิดว่าเยว่ฉานจะรอดพ้นกลับมาได้ แต่เมื่อออกไปดูกลับไม่พบนางเป็นไปได้ สูงที่นางจะตายตกลงไปแล้ว



แต่เมื่อหลายๆ คนเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่างๆ ในวันนั้น เป็นไปได้ ที่นางเร่งรีบออกไปในตอนนั้น อาจจะออกไปช่วยชายหนุ่มผมขาวที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ก็เป็นได้


พวกเขาจึงเกิดโทสะเดือดดาลไม่น้อย เมื่อเห็นใบหน้าเด็กหนุ่ม คิดจะถามไถ่เรื่องราวของเยว่ฉานให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถามพวกเขาต่างพากันคาดเดาเป็นไปได้สูงที่นางจะตายตกไปแล้ว ไม่อย่างนั้นนางต้องกลับมาพร้อมกับชายหนุ่มคนนี้เป็นแน่



แต่ก็มีทหารบางคนอยากจะเข้าไปต่อยตีอี้เฉินสักทีสองที ให้หายแค้นเคืองในใจ เยว่ฉานเป็นเหมือนนางฟ้าในใจของพวกเขา แต่กลับมาตายตกเพียงเพื่อช่วยเหลือ ชายหนุ่มผมขาวที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ไร้ซึ่งชาติตระกูล จึงทำให้หลายๆ คนไม่เข้าใจในตัวของเยว่ฉาน พวกเขามองไม่เห็นความไม่ธรรมดาจากเด็กหนุ่มผมขาวแม้แต่น้อย จะมีดีก็แค่ใบหน้าที่ดูหล่อเหลา ก็เท่านั้น




...ทันทีที่อี้เฉิน มาถึงคุกใต้ดิน ผู้อาวุโสเยว่เทียนก็ออกคำสั่งออกมาโดยไว "ห้ามใครเข้าใกล้บริเวณนี้เด็ดขาดหากไม่ได้รับอนุญาตจากข้า"

เหล่าทหารที่ติดตามมา ต่างพยักหน้ารับแล้วเดินจากไปทันที พวกเขาหลายๆ คนยกยิ้มมาที่อี้เฉิน มองอี้เฉินด้วยสายตาเห็นใจ เหมือนอี้เฉินจะต้องเจอกับโทสะของชายชราเยว่เทียนตามลำพัง มีบางคนยกยิ้มเย้ยหยันมาที่อี้เฉิน ก่อนก้าวเดินออกไปภายนอกคุกใต้ดิน เฝ้ารอเรื่องสนุก ที่จะเกิดขึ้นกับตัวของอี้เฉิน



คุกแห่งนี้เป็นเพียงคุกใต้ดินเล็กๆ ภายในจวนเท่านั้น ภายในจึงมีห้องขังอยู่เพียง 2ห้อง อี้เฉินเดินเข้าไปนั่งภายในกรงขัง โดยไม่มีท่าทีหวาดกลัว เฝ้ารอชายชราไต่ถามเรื่องที่อยากรู้



ชายชรานั่งด้านบนโต๊ะสอบสวน ก่อนหยิบเหล้าในแหวนมิติมาดื่มกินอยู่นาน สายตาของเขามีโทสะอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยพูดคำใดออกมา อยู่นานสองนาน เหมือนชายชราผู้นำแคว้นเยว่ไม่อยากรู้ความจริงจากปากอี้เฉินอย่างไรอย่างนั้น
ก่อนที่ชายชราเยว่เทียนจะเอ่ยพูดพึมพำออกมา "หวังว่าการเสียสละของเจ้า มันคงจะคุ้มค่า"



ในยามค่ำที่ไร้ซึ่งแสงสีของดวงดาว ในวันนี้เขาไม่คิดว่า จะมาได้รู้ข่าวร้ายของหลานสาวเขาจากปากของชายหนุ่มที่เขาไม่ชอบขี้หน้าสักเท่าไหร่ เพียงตัวเขา ไต่ถามเด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า เขาก็จะรู้ความจริงทั้งหมด แต่ในใจของเขาพอที่จะคาดเดาได้บ้าง แต่ก็ไม่อาจรับความจริงได้ว่าเยว่ฉานหลานรักของเขาได้จากไปแล้ว



อี้เฉินเองเริ่มกลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง แต่ความโศกเศร้าภายในใจของเขายังไม่จางหายไปแม้แต่น้อย ภาพเก่าๆ ของเยว่ฉานรอยเข้ามาภายในหัวสมองของเขา อยู่บ่อยครั้ง มันทำให้ม่านตาเขามีน้ำใสๆ ไหลซึมออกมาไม่หยุด เวลาของพวกเขาสองคนที่อยู่ด้วยกันมีไม่มาก อยากจะย้อนกลับไปใช้ชีวิตกับคนที่รักให้นานกว่านี้อีกสักครั้ง แต่ก็ไม่อาจทำได้มีเพียงภาพในอดีตที่ถูกสลักลงไปภายในความทรงจำ ไม่อาจลบเลือนได้โดยง่ายในเร็ววัน



ชายชราที่กินเหล้าอยู่ครู่ใหญ่ๆ รวบรวมความกล้าเอ่ยถามอี้เฉินขึ้นมา "นางจากไปด้วยความเจ็บปวดทรมานหรือไม่"



อี้เฉินเงียบนิ่งไประยะหนึ่งก่อนเอ่ยพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไร้เรี่ยวแรงที่จะเดินต่อไป "นางยิ้ม จากไปด้วยความต้องการของนาง ท่านไม่คิดถามหรือว่านาง ตายเพราะสาเหตุใด"



ชายชรา ได้ยินคำพูดนั้นของอี้เฉิน ถึงกับเดือดดาลในทันใดพุ่งเข้ามาด้านหน้ากรงขังล้วงมือเข้าไปภายในกรงขังทันที มือพุ่งเข้าหาลำคออี้เฉินอย่างฉับพลัน ก่อนใช้นิ้วมือบีบคออี้เฉินที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กรงขังจนรอยเหนือพื้นห้อง อย่างแรงจนคอของอี้เฉินมีรอยช้ำ แต่อี้เฉินก็ไม่มีท่าทีขัดขืน ยอมรับโทสะของชายชราเยว่เทียน ถึงขนาดที่อี้เฉินกล้าพูดจา ยั่วโทสะของชายชราเยว่เทียน ที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่หวาดกลัว



ชายชราเริ่มที่จะลดโทสะลง เมื่อเห็นอี้เฉินกำลังจะขาดอากาศหายใจ ดวงตาเริ่มปิดสนิท เขาจึงปล่อยมือจากคอของอี้เฉิน ตัวเขารู้ดี หลานสาวของเขาคงไปช่วยอี้เฉินจนตายตกเป็นแน่ ตัวเขาไม่คิดเยว่ฉานจะยอมเสียสละ แม้กระทั่งชีวิตเพื่อเด็กหนุ่ม ที่ไม่รู้จะมีโอกาสได้เติบโตในภายภาคหน้าหรือไม่ ก่อนเขาจะถอนหายใจยาวออกมา "เจ้าช่างโอหังเสียจริง อยู่ต่อหน้าข้า เจ้าก็ยังไม่หวาดกลัวต่อความตาย"



อี้เฉินไอออกมาหลายครั้ง ยกมือลูบคอที่เต็มไปด้วยรอยช้ำจากแรงบีบของชายชรา "แล้วท่านเชื่อหรือไม่ หากเป็นตัวนางที่โดนโจมตีจุดตาย ข้าพร้อมจะพลีชีพเพื่อนาง เหมือนที่นางทำเพื่อตัวข้า"



ชายชรา เยว่เทียนเมื่อได้ยินคำพูดของอี้เฉิน ทำให้เขานิ่งอึ้งไป ถอยหลังไปหลายก้าวนั่งลงกับโต๊ะในทันใด "นี่คือเหตุผลของเจ้าสินะที่ตาม ข้ามาอย่างไม่หวาดกลัว คิดจะใช้ชีวิตของตัวเองเป็นเดิมพันงั้นหรือ ชีวิตของหลานสาวข้ามีค่ามากกว่าเจ้าแค่เพียงชีวิตเดียว พิสูจน์ให้ข้าเห็นสิที่หลานสาวของข้าสละชีวิตไป มันคุ้มค่าไม่ได้สูญเปล่า"



ทันทีที่ อี้เฉินได้ยินเหมือนชายชราจะเอ่ยคำพูดเหมือนฝากฝังตัวเขาอย่างไรอย่างนั้น ราวกับว่าให้เขาเป็นตัวแทนของเยว่ฉาน ทำให้เขาถึงกับพูดไม่ออก ไม่กล้าที่จะรับปากชายชราที่อยู่เบื้องหน้า "ข้าไม่อาจรับปากท่านได้ แต่ข้าจะใช้ชีวิตนี้ที่นางมอบให้ ให้ดีที่สุด"



เยว่เทียนระเบิดจิตสังหารออกมาท่วมท้นทั่วบริเวณ แม้แต่เหล่าจอมยุทธที่เฝ้ายามอยู่ภายนอกคุกใต้ดินยังใจสั่นสะท้าน กายาสั่นเทิ้มด้วยความหวาดหวั่น



...
ภายนอกคุกใต้ดิน หลายๆ คนต่างพากันคาดเดาเมื่อรับรู้ถึงจิตรสังหารของผู้ครองแคว้นเยว่ "หรือว่าเยว่เทียนจะลงมือกับไอ้เด็กหนุ่มผมขาวนั้นแล้ว"



ชายหนุ่มที่เฝ้ายามอีกคนยกยิ้ม ก่อนเอ่ยพูดตักเตือน"เจ้าอย่าพูดเสียงดังไป"



"แต่สีหน้าเจ้า มันฟ้องว่า เจ้ายินดีไม่ใช่หรือ"เหล่าทหารที่เฝ้ายามภายนอกต่างยินดีหากชายชรา ลงมือสังหารอี้เฉินลง เด็กหนุ่มคนนี้สร้างปัญหาให้คนแคว้นเยว่มาหลายครั้งหลายคราว ควรที่จะสังหารเด็กหนุ่มลงเสียที ไม่ให้เป็นเสี้ยนหนามในภายภาคหน้าอีกต่อไป


...




ชายชราเยว่เทียนที่ปล่อยจิตสังหารออกมา ข่มขู่ไปที่อี้เฉิน "เด็กหนุ่มเจ้าอย่าลืม ชีวิตของเจ้าเป็นของหลานสาวข้า หากเจ้าเดินในเส้นทางที่ผิดข้ามีสิทธิ์ฆ่าสังหารเจ้าลง"



"ข้าเข้าใจแล้ว ข้าเป็นหนี้ชีวิตคนตระกูลเยว่ หวังว่าจะมีสักวันที่ข้าได้ชดใช้มันให้กับพวกท่าน"




...หลังจากนั้นทั้งสองไม่เอ่ยพูดคำใดออกมาอีกเลย โทสะของชายชราเองก็ลดลงไปมาก นั่งดื่มเหล้าอยู่คนเดียวด้วยท่าทีกลับมาสงบนิ่งเย็นชา เหมือนเขาพอที่จะทำใจ ยอมรับการตัดสินใจของหลานสาวเขาเป็นครั้งสุดท้ายได้ ไม่คิดฉุดรั้งอี้เฉินอีกต่อไป หากฆ่าอี้เฉินไปก็มีแต่จะผูกชะตาแค้นกันเสียเปล่าๆ ความหวังของ เยว่ฉานก็จะพังทลายเช่นกัน



อี้เฉินเองก็กลับมาสงบนิ่ง นั่งกักตัวอยู่ภายในกรงขังดั้งเดิม ยามนี้เขายังไม่ได้รับอิสรภาพ แต่คงใช้เวลาไม่นานตัวเขาคงได้ถูกปล่อยตัวออกไป





...อยู่ๆ ภายในคุกใต้ดินก็สั่นไหวน้อยๆ ราวกับว่ามีฝีเท้าของหลายๆ คนกระแทกลงไปบนพื้นดินอย่างไรอย่างนั้น ถึงแรงสั่นจะไม่มากแต่รอบๆ ก็สั่นไหวไม่หยุด ทันทีที่ อี้เฉิน รับรู้ถึงแรงสั่นไหวน้อยๆ ตัวเขาถึงกับขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยพูดพึมพำออกมา "วันนี้มันวันอะไรกันแน่ เหตุใดมีแต่เรื่องต่างๆ เข้ามา"



แม้แต่ผู้อาวุโส เยว่เทียน ที่นั่งดื่มกิน อยู่ภายในคุกใต้ดิน เมื่อตัวเขาสัมผัสถึงแรงสั่นไหวได้ เร่งรีบออกไปภายนอกคุกใต้ดินในทันที "นี่ก็ยามดึกแล้วยังจะมีเหตุการณ์บ้าอะไรเกิดขึ้นอีก" เขา สบถ ด่าในใจทันทีเมื่อมีสิ่งที่มาขาดจังหวะกันดื่มกินของเขา

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน