ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

เล่มที่ 13 บทที่ 361 ทะลวงอีกครั้ง ดินแดนพลังปราณที่พังทลาย!

        แคร่ก แคร่ก แคร่ก!!!

        เสียงแตกหักมาจากบ่อน้ำโบราณแห่งความโกลาหล

        เย่เทียนที่กำลังเตรียมฝึกฝนอีกครั้งลืมตาขึ้น มองไปยังส่วนลึกของบ่อน้ำและขมวดคิ้วทันที

        “ดูจากรอยแตกในบ่อน้ำโบราณ คาดว่าที่นี่จะคงอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งเดือนเท่านั้น!” เย่เทียนประเมิน

        จากการคาดการณ์ของเขา ดินแดนพลังปราณปกติ เมื่อเปิดขึ้นมันจะคงอยู่ได้ราวครึ่งปีถึง 1 ปี และจากนั้นก็ต้องรอคอยเป็นเวลานานถึงจะเปิดขึ้นอีกครั้ง

        แต่ดินแดนพลังปราณนี้สามารถคงอยู่ได้แค่เพียงหนึ่งเดือนครึ่งเท่านั้น และหลังจากครบกำหนด มันจะแตกสลายหายไปอย่างสมบูรณ์

        “โชคดีที่เรามีทักษะเร่งเวลาและเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายานิรนาม ไม่เช่นนั้น เราคงไม่สามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายได้เลยสักครั้ง!” เย่เทียนถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

        ในขณะที่เหลือเวลาอีกเดือนหนึ่ง เขาต้องการจะทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 19 ให้จงได้

        เขามีพรสวรรค์ด้านเวลาและสามารถเร่งเวลาได้ 10 เท่า หนึ่งเดือนที่เหลือนี้เทียบเท่ากับสิบเดือนสำหรับคนอื่นๆ

        ก่อนหน้านี้เขาใช้เวลา 15 วันในการทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 18 และตอนนี้เขามีเวลาอีก 1 เดือน มันอาจจะเพียงพอให้เขาทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 19 ได้สำเร็จ

        เย่เทียนมองไปที่จักรพรรดิจันทราและพบว่าจักรพรรดิจันทรานั้นทำลายขีดจำกัดของร่างกายไปถึงครั้งที่ 14 แล้ว

        ด้วยความเร็วเช่นนี้ จักรพรรดิจันทราอาจจะสามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายได้ถึงครั้งที่ 16 ได้ก่อนที่ดินแดนพลังปราณนี้จะพังทลาย

        จากนั้นเขาก็มองไปที่เย่หยูน้องสาวของเขา และพบว่าความเร็วในการฝึกฝนของเธอเร็วมากเช่นกัน ตอนนี้เธอได้ทำลายขีดจำกัดของร่างกายเป็นครั้งที่ 6 แล้ว

        ต้องรู้ว่าก่อนจะเข้ามายังดินแดนพลังปราณ เย่หยูทำลายขีดจำกัดของร่างกายไปเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ตอนนี้เธอสามารถทะลวงขีดจำกัดของร่างกายมาถึงครั้งที่ 6 นี่แสดงให้เห็นว่าความก้าวหน้าของเธอรวดเร็วมากเพียงใด!

        เดิมทีเย่เทียนต้องการจะให้เย่หยูเข้ามาในขอบเขตทักษะเร่งเวลาของเขาเช่นกัน แต่สุดท้ายเขาก็ล้มเลิกความตั้งใจนั้นไป

        ยิ่งมีคนรู้เรื่องพรสวรรค์ด้านเวลาของเขาน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น ไม่ใช่ว่าเขาไม่ไว้ใจเย่หยู แต่จริงๆ แล้วมันไม่จำเป็น

        ตอนนี้ความเร็วในการฝึกฝนของเย่หยูรวดเร็วพอแล้ว การทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 2 ไปสู่ขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 6 ในคราวเดียว ไม่ว่าใครก็ไม่อาจจะจินตนาการถึงเรื่องนี้ได้

        อาจพูดได้ว่าเย่หยูไม่เคยได้สะสมประสบการณ์ในระดับจักรพรรดิเลย หากเขายังคงใช้ทักษะเร่งเวลาช่วยเธออีก บางทีเธออาจจะสามารถทะลวงขีดจำกัดของร่างกายได้มากกว่า 12 ครั้ง แต่นี่ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป

        ผู้ที่จะแข็งแกร่งและยืนหยัดอยู่ในจักรวาลได้ไม่ได้มาจากทรัพยากรที่มั่งคั่ง ภายใต้การคุ้มครองของเขา เย่หยูไม่เคยต้องเผชิญกับอันตรายหรือความลำบากใดๆ เลย

        หากเขายังคงยื่นมือช่วยเหลือเย่หยูต่อไป มันจะไม่ใช่ความหวังดี แต่เป็นการทำร้ายเธอโดยตรง

        ยกตัวอย่างเช่น ในหอบุตรแห่งสวรรค์ ในดาวสีเงิน พวกเขาไม่ได้สนับสนุนทรัพยากรให้แก่บุตรแห่งสวรรค์ แต่ให้บุตรแห่งสวรรค์พยายามด้วยตนเอง ไม่เช่นนั้นแล้วคำว่าบุตรแห่งสวรรค์ก็เป็นเพียงฉายาเท่านั้น!

        เย่เทียนต้องการให้น้องสาวของเขาพยายามแข็งแกร่งขึ้นด้วยตัวเอง ต่อสู้เพื่อทรัพยากรและเดินทางบนเส้นทางของตัวเอง เพราะตัวเขานั้นไม่สามารถอยู่ปกป้องเธอได้ตลอดไป

        แน่นอนสำหรับจักรพรรดิจันทรา เย่เทียนต้องช่วยเหลือเธอเป็นเรื่องปกติ ถึงจะอย่างไรพวกเขาก็เป็นสามีภรรยากัน อีกทั้งจักรพรรดิจันทราเองก็เคยผ่านความยากลำบากมา และมีประสบการณ์มากมาย แม้ว่าเธอจะยกระดับขอบเขตการบ่มเพาะอย่างรวดเร็ว เธอก็ยังมีรากฐานที่มั่นคง

        จากนั้นเย่เทียนก็ยังคงฝึกฝนต่อไป

        เวลาผ่านไปทีละนิด พลังงานแห่งความโกลาหลถูกปลดปล่อยออกจากบ่อน้ำโบราณลดน้อยลงเรื่อยๆ

        นอกจากนี้เย่เทียนและจักรพรรดิจันทราต่างก็ฝึกฝนภายใต้ทักษะเร่งเวลา พวกเขาดูดซับปราณแห่งความโกลาหลมากกว่าคนอื่นๆ หลายเท่า ซึ่งทำให้พลังปราณแห่งความโกลาหลของดินแดนพลังปราณถูกดูดซับไปอย่างรวดเร็ว

        ความเร็วในการฝึกฝนของคนอื่นๆ ค่อยๆ ช้าลงเรื่อยๆ

        “เกิดอะไรขึ้น ทำไมความเร็วในการฝึกฝนจึงช้าลง ฉันรู้สึกว่าปราณแห่งความโกลาหลก็น้อยลงเรื่อยๆ เช่นกัน!”

        “ดูนั่น มีรอยแตกมากขึ้นเรื่อยๆ ในบ่อน้ำโบราณ หรือว่ามันกำลังจะพังทลาย?”

        “พลังปราณแห่งความโกลาหลปะทุออกมาจากบ่อน้ำโบราณนี้ และตอนนี้บ่อน้ำโบราณนี้แผ่พลังปราณแห่งความโกลาหลออกมาน้อยลงเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าเราดูดซับพลังปราณแห่งความโกลาหลได้น้อยลงเช่นกัน!”

        “หากมันเป็นเช่นนี้ อีกไม่นานเราจะไม่สามารถฝึกฝนอยู่ที่นี่ได้แล้วอย่างนั้นหรือ?”

        “เฮ้อ สิ่งแวดล้อมที่นี่ยอดเยี่ยมนัก การไม่ได้ฝึกฝนในดินแดนพลังปราณต่อไปเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดอย่างแท้จริง!”

        “ฮี่ฮี่ ใครบ้างที่ไม่อยากฝึกฝนในดินแดนพลังปราณต่อ เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ฉันทำลายขีดจำกัดของร่างกายไปแล้วถึง 3 ครั้ง หากมีเวลามากกว่านี้บางทีตัวฉันอาจจะทะลวงกลายเป็นจักรพรรดิ 9 ดาราได้ด้วยซ้ำ!”

        จักรพรรดิหลายคนต่างรู้สึกกระวนกระวาย แต่ไม่นานพวกเขาก็สงบสติอารมณ์ลง จากนั้นก็เริ่มฝึกฝนต่อไป พวกเขาไม่ต้องการที่จะเสียเวลาสนทนากับใครอีก

        ในที่สุด ในวันนี้พลังปราณแห่งความโกลาหลก็เบาบางลงมาก บ่อแห่งความโกลาหลส่งสัญญาณคล้ายกับกำลังจะแตกสลายออกมา

        “จักรพรรดิทั้งหมดออกจากดินแดนพลังปราณเดี๋ยวนี้ ดินแดนพลังปราณกำลังจะพังทลายแล้ว!”

        เสียงของเย่เทียนก้องกังวานไปทั่วดินแดนพลังปราณ

        “อะไรกัน ดินแดนพลังปราณกำลังจะพังทลายงั้นเหรอ”

        จักรพรรดิที่อยู่ในดินแดนพลังปราณเริ่มตื่นตระหนก

        พวกเขาไม่คิดว่าเย่เทียนจะหลอกลวงพวกเขา เพราะอย่างไรก็ตามเย่เทียนไม่มีเหตุผลใดที่ต้องหลอกลวง

        นอกจากนี้ ทุกคนก็ยังสัมผัสได้ว่าพลังปราณแห่งความโกลาหลภายในดินแดนพลังปราณเบาบางกว่าแต่ก่อนมาก จักรพรรดิทั้งหมดจึงทยอยออกจากดินแดนพลังปราณทีละคน

        “ฮ่าฮ่า นายท่าน ข้าแปลงร่างได้แล้ว ข้าทำลายขีดจำกัดทางสายเลือดครั้งที่ 11 สำเร็จแล้ว!” เสี่ยวเซวี่ยกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้นขณะที่วิ่งไปหาเย่เทียน

        “โอ้ เสี่ยวเซวี่ย แกก้าวหน้าได้เร็วมาก แต่ตอนนี้ แกต้องรีบออกไปจากที่นี่พร้อมกับคนอื่นๆ ดินแดนพลังปราณกำลังจะพังทลายแล้ว!” เย่เทียนออกคำสั่ง

        “ตกลง!”

        เสี่ยวเซวี่ยพยักหน้าเป็นคำตอบ

        ทันทีที่เย่เทียนกล่าวออกมา เย่หยู จักรพรรดิจันทรา และผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิคนอื่นๆ ก็ทยอยออกจากดินแดนพลังปราณไป

        “ท่านพี่ แล้วคุณล่ะ” จักรพรรดิจันทราถามขึ้น

        เย่เทียนส่ายหัวแล้วพูดตามความจริง “ผมใกล้จะทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 19 สำเร็จแล้ว ก่อนที่ดินแดนพลังปราณจะพังทลายอย่างสมบูรณ์ ผมจะต้องใช้โอกาสนี้เพื่อทะลวงขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 19 ให้ได้ คุณไม่ต้องกังวล ผมจะกลับออกไปได้ทันเวลาอย่างแน่นอน”

        “ตกลง คุณต้องระวังให้มาก อย่าทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายเพียงเพื่อทำลายขีดจำกัดของร่างกายที่ 19...” จักรพรรดิจันทรากล่าวกำชับอีกครั้ง

        ไม่นานจักรพรรดิทั้งหมดก็ออกไป เหลือเพียงเย่เทียนที่ยังคงนั่งอยู่ถัดจากบ่อน้ำโบราณ

        ตูม!

        เย่เทียน ดูดซับปราณแห่งความโกลาหลของดินแดนพลังปราณทั้งหมดอย่างบ้าคลั่ง ปราณแห่งความโกลาหลจากทุกทิศทางถูกดึงดูดเข้าไปภายในร่างของเย่เทียน

        ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในดินแดนพลังปราณแล้ว ดังนั้นเย่เทียนจึงดูดซับปราณแห่งความโกลาหลได้มากยิ่งขึ้น

        แกร่ก แกร่ก

        อย่างไรก็ตาม รอยร้าวอีกสองรอยปรากฏขึ้นอีกครั้ง บ่อน้ำแห่งความโกลาหลเริ่มสั่นสะเทือน ซึ่งเป็นสัญญาณอย่างชัดเจนว่าโลกใบนี้กำลังจะพังทลาย

        เย่เทียนรู้ว่ามีเวลาเหลือไม่มากสำหรับเขาตอนนี้ เขาต้องใช้ประโยชน์จากเวลานี้เพื่อทำลายขีดจำกัดของร่างกายที่ 19 ของเขาให้ได้ มิฉะนั้นเขาจะไม่สามารถออกจากดินแดนพลังปราณได้ทันเวลา

        เวลาผ่านไปทีละนิด แม้จะเร่งเวลาขึ้น 10 เท่า เย่เทียนก็ยังรู้สึกว่าเวลานั้นผ่านไปเร็วมาก

        ในที่สุด เย่เทียนก็รู้สึกถึงคอขวดของขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 19

        “ทะลวง!”

        เย่เทียนรวบรวมปราณแห่งความโกลาหลที่เหลืออยู่ในดินแดนพลังปราณครั้งสุดท้าย เก็บไว้ในร่างกายของเขาแล้วกระตุ้นเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายานิรนาม

        เย่เทียนรู้ว่าเขามีโอกาสเพียงครั้งเดียว หากล้มเหลว ด้วยพลังปราณแห่งความโกลาหลที่มีอยู่ในดินแดนพลังปราณตอนนี้ มันไม่เพียงพอให้เขาทะลวงขีดจำกัดอีกครั้ง

        “ขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 19 ทะลวงไปซะ!!” เย่เทียนตะโกนก้องอยู่ภายในใจ

        แคร่ก!

        เสียงแตกดังก้องในหูของเย่เทียน

        ทันใดนั้น เขารู้สึกได้ถึงพลังอันไร้ขอบเขตหลั่งไหลออกมาจากร่างกายของเขา และปราณแห่งความโกลาหลที่เหลืออยู่ก็ช่วยเติมเต็มความต้องการของร่างกายอย่างรวดเร็ว

        ในเวลานี้ เขารู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังแข็งแกร่งขึ้นอีกขั้น ราวกับว่าร่างกายของเขากำลังวิวัฒนาการไปอีกครั้ง

        เห็นได้ชัดว่าเขาได้ทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 19 สำเร็จแล้ว

        “ฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุดเราก็ทำได้!!!” เย่เทียนตื่นเต้นมาก

        จะมีสักกี่คนในจักรวาลที่สามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายได้ถึงครั้งที่ 19?

        อย่างน้อย เย่เทียนก็ไม่เคยได้ยินว่าบุตรแห่งสวรรค์ในกาแล็กซีทางช้างเผือกคนใดทำลายขีดจำกัดของร่างกายถึงครั้งที่ 19 ได้เช่นเขา

        ก่อนที่เย่เทียนจะได้ทำความคุ้นเคยกับความแข็งแกร่งหลังจากการทะลวงผ่านระดับ บ่อน้ำแห่งความโกลาหลก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง

        “ไม่นะ ต้องรีบแล้ว!!”

        เย่เทียนเปิดใช้งานทักษะเคลื่อนย้ายพริบตาอย่างบ้าคลั่ง

        พรึบ พรึบ!!!

        หลังจากเคลื่อนย้ายครั้งแล้วครั้งเล่า เย่เทียนก็มาถึงประตูของดินแดนพลังปราณ

        ในเวลานี้ ทางเข้าของดินแดนพลังปราณก็เริ่มพังทลายแล้ว หากเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิทั่วไปคนอื่นๆ พวกเขาย่อมไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้ แต่เย่เทียนมีพรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับปลอม

        เขาใช้พรสวรรค์ด้านมิติสัมผัสถึงพิกัดของโลกหลักและเริ่มฉีกกระชากมิติทันที

        ตูม!!!

        เย่เทียนฉีกทางเข้าของดินแดนพลังปราณที่เริ่มพังทลาย และร่างของเขาก็ทะยานออกสู่โลก

        เศษเสี้ยวมิติที่ปั่นป่วนนับไม่ถ้วนเริ่มโจมตีเย่เทียน แต่ทั้งหมดถูกป้องกันโดยกำแพงมิติรอบตัวเย่เทียน

        ภูเขาคุนหลุน

        จักรพรรดิจันทรา เย่หยู และเสี่ยวเซวี่ย ต่างกำลังรอคอยเย่เทียนกลับออกมา