พิษที่ใช้สังหารคุณชายถูกพบในห้องของไห่ต้ายลู่ฝู่คาดเดาว่าเธออาจเป็ภรรยาลับของคุณชายไห่
“เห็นว่าผู้ติดตามอาจพยายามโป้ปดปกป้องนางแต่เพราะเหตุใดจึงต้องปกป้องฆาตกร?” เจินจูเดินวนไปวนมา “ฟ่านเอ๋อท่านมีความเห็นประการใด?”
“เอ่อ...” ฉันคิดตาม“...ถามเ้าตัวคงไม่ยอมรับหรอก ลองถามพี่ชายของนางดูไหม?ตามปกติคนเป็พี่ชายมักจะหวงน้องสาว คงไม่ชอบใจถ้าต้องคบใครลับๆ ล่อๆน่าจะได้เื่มากกว่าถามผู้ติดตามหรือถามเ้าตัวเอง”
“ข้าพเ้ากลับเห็นว่าผู้ติดตามจะไล่ต้อนให้จนมุมง่ายกว่าแล้วไปเถอะ ถามไห่เซียนเซิงแล้วกัน” เจินจูกล่าวลู่ฝู่เรียกตัวฝ่ายนั้นขึ้นมาและบอกการสันนิษฐาน
“...พวกท่านอย่าได้ปรักปรำน้องเรา!”เขาตวาดลั่น
“แต่หลักฐานทั้งหมดตอนนี้ชี้ไปที่ไห่กูเหนียง”
“ต้ายเอ๋อไม่ได้ทำ!”เขายืนกรานคำเดิม
“แล้วเหตุไฉนจึงพบพิษในห้องนาง?”
“เพราะพวกเ้าปรักปรำนาง!”
“ไห่เซียนเซิงข้าพเ้าไม่รู้จักมักจี่กับผู้ใดแม้กับคุณชายไห่” ลู่ฝู่พูดด้วยความระอา“ทั้งสองท่านนี้เองก็เป็เพียงผู้ประกอบการค้าร่วมใคร่หาสาเหตุว่าคู่ค้าตนตายด้วยเื่ใด”
“เมื่อคืนท่านได้รับประทานหมั่นโถวหรือไม่ไห่เซียนเซิง?” เจินจูถาม
“ไม่!” อีกฝ่ายตอบเสียงแข็งแบบไม่มีความลังเล
“เช่นนั้นท่านอยู่ที่นี่กับข้าพเ้าสักครู่”เขาพูดต่อ ลู่ฝู่เดินลงไปด้านล่าง ฉันเลยเดินตามเขาไป
ไห่ต้ายอยู่ในสภาพไม่สู้ดีนักลู่ฝู่เข้าไปใกล้ เธอก็ถอยร่น ฉันเลยดึงไหล่ชายหนุ่มแล้วเสนอหน้าไปคุยกับเธอเอง
“ไห่ต้าย...” ฉันนั่งลงข้างกันเธอสะอื้นไม่หยุด ฉันเลยโอบไหล่เธอ“ถ้าท่านพูดความจริงยังพอช่วยผ่อนหนักให้เป็เบา”
“เรา...เราไม่ทราบเื่วางยาพิษเลย...”เธอปิดหน้าร้องไห้ อิงร่างเข้ามาหาฉัน ฉันก็ลูบแขนเธอ แต่ในหัวนี่ตีความประโยคของเธอไปแล้ว
“ไม่ทราบเื่วางยา...?” พอฉันเปรยขึ้นอีกฝ่ายก็ตัวแข็งทื่อ ท่าทางจะปล่อยไก่เสียแล้ว “เช่นนั้นท่านทราบเื่อะไร?”
“ไม่...ไม่ทราบทั้งสิ้น...”
“เสียงกุกกักที่ท่านได้ยินเล่าได้ยินจริงหรือเปล่า?”
“ข้าพเ้าได้ยินจริงๆ!ข้าพเ้ากลัวเหลือเกินว่าอาจเป็มุสิก...ข้าพเ้า...” เธอสะอึก“หรือมันอาจเป็เพียงเสียงฝีเท้าของกันเป่ยเซียนเซิง...เขาเป็จอมยุทธย่อมมีฝีเท้าประหลาด... โอ ข้าพเ้าช่างโง่เขลา...”
ก็เป็ไปได้ฉันไม่ได้สังเกตเวลากันเป่ยเดินเลยไม่รู้ว่าเธอพูดจริงแค่ไหน หรืออาจเป็หนูจริงๆอย่างที่เธอกลัว ฉันคิดอยู่สักพักว่าจะซื้อใจอีกฝ่ายคืนได้อย่างไรก็พูดขึ้น
“ไห่ต้าย เมื่อคืนท่านไม่หิวหรือ?”
“...เมื่อคืน...เมื่อคืนเกอเกอนำหมั่นโถวมาให้คุยอยู่สักพักก็จากไป”
บิงโก!
“เกอเกอของท่านใจดียิ่งนัก” ฉันพยายามซ่อนความตื่นเต้นไว้รู้สึกเหมือนความจริงอยู่ใกล้แค่เอื้อม ตะล่อมอีกสักนิด...
“ตามปกติ เกอเกอของเราอ่อนโยนยิ่งนัก”
ตามปกติเหรอ?แสดงว่าเขาไม่ได้อ่อนโยนตลอดเวลา ได้ยินเสียงถอนหายใจยาวจากคนข้างตัวดูหน้าเธอใจลอย ฉันนึกถึงสิ่งที่เจินจูถามไห่ชานและคงตั้งใจให้ลู่ฝู่ลงมาถามคนน้อง
“เกอเกอของท่านได้รับประทานหมั่นโถวด้วยหรือไม่?”
“รับประทานลูกหนึ่งก่อนจะยื่นอีกลูกให้ข้าพเ้า...แต่ข้าพเ้าไม่ใช่คนรับประทานทานมาก ก็เลย... ทานไม่หมด”
“หมั่นโถวที่เหลือไปไหนเสียแล้วแบ่งให้ข้าพเ้าได้หรือไม่? ข้าพเ้าหิวนัก ครัวปิดเพื่อสืบสวนหาพิษจึงสั่งอะไรทานไม่ได้”
“คือ...คือว่า...”
ฉันส่งสายตาให้ลู่ฝู่เขานำเนื้อหาการสนทนาขึ้นไปคุยกับเจินจู ได้ยินเสียงโวยวายมาจาก้าไห่ต้ายสั่นเป็ลูกสุนัข ฉันเลยคอยปลอบ
“จะขึ้นไปแล้วนะ”
เธอนั่งก้มหน้าเงียบฉันคาใจว่าเธอจะพูดอะไรหรือเปล่า แต่ก็ขึ้นไปหาสองหนุ่มที่ยังสืบคดีกันอยู่มาทันฟังประโยคท้ายของไห่ชานพอดี
“...กับแค่หมั่นโถว!”เขาตวาด
“แต่หมั่นโถวเป็...”
“คุณชายลูกเต่านั่นจะหมั่นโถวติดคอตายก็ไม่ใช่กิจธุระของข้าพเ้า!”
ทว่าลู่ฝู่อยู่คนเดียวเจินจูหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ครู่หนึ่งเขาก็เดินกลับมาพร้อมผู้ติดตาม
“ปกติคุณชายปล่อยให้เท้าตนเองย่ำทั่วห้องเช่นนี้หรือ?”เขาชี้ ฉันถึงเพิ่งสังเกตว่าถุงเท้าเขาดำมาก ถ้าเดินอยู่ในห้องคงไม่ดำขนาดนี้ผู้ติดตามก็อึกอักพูดอะไรไม่ออก “หากท่านพูดปดต่อหน้าข้าพเ้าและลู่เซียนเซิงท่านทราบผลที่จะตามมาหรือไม่?”
“...ข้าพเ้า...”
“ท่านอยู่ห้องด้านข้างไฉนบอกว่าไม่มีผู้ใดเข้าออกห้องคุณชาย?”
“ข้าพเ้า...เสียงเปิดประตูและกลอน...ของโรงเตี๊ยมนี้ดังยิ่ง...”
“ท่านไม่หลับไม่นอนทั้งคืนจนกระทั่งคุณชายดิ้นทุรนทุรายด้วยพิษท่านก็ไม่รู้สึกตัว ท่านตั้งใจฟังแต่เสียงประตู”
“ข้าพเ้าไม่ได้ยินเสียงคุณชายล้มลง!หากได้ยิน ต่อให้ต้องตายข้าพเ้าย่อมช่วยเหลือ!”
“ท่านอย่าได้กดดันมันมากนักพิษประเภทนี้ทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้ คาดว่าคุณชายเพียงล้มลงเฉยๆหลังรับประทานหมั่นโถว เป็ไปได้ยากที่จะเกิดเสียงดังจนผิดสังเกต”ลู่ฝู่ปรามเจินจูไว้ราวกับนัดคิวกันล่วงหน้าหนุ่มผมขาวถอนหายใจเฮือกหนึ่งและพยักหน้า
“นับว่าท่านยังมีโชคแต่การพูดความจริงไม่หมดเองก็คือการโกหก ท่านกำลังซุกซ่อนความจริงจากข้าพเ้าสารภาพมาเถอะว่าท่านให้ความจริงไม่หมดเพื่อปกป้องผู้ใด”
ไห่ชานถลึงตาใส่ผู้ติดตาม
“ไห่...ไห่กูเหนียง...”
“ตัวบัดซบ!”ไห่ชานต่อยผู้ติดตามคว่ำ จังหวะนั้นเขาก็ตัวแข็งเพราะโดนลู่ฝู่จี้จุดการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มรวดเร็วปานสายฟ้า แวบหนึ่งเขายืนข้างตัวเจินจูยังไม่ทันกะพริบตาก็เห็นนิ้วจี้ร่างของไห่ชานตัวแข็งแล้วเร็วขนาดนี้ขนาดกล้องสโลโมยังจับภาพไม่ทันเลยมั้ง
“ท่านรู้เห็น” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ“สารภาพมา แล้วข้าพเ้าจะตบคลายจุดให้ท่าน”
“พวกท่านมันลูกเต่า ลูกหมีหมา!”
ผู้ติดตามร้องไห้โฮสารภาพว่าความจริงคุณชายไห่และไห่ต้ายคบหากันแบบลับๆและนัดมาเจอกันที่โรงเตี๊ยมกลางทาง เขาถูกกำชับให้เก็บเป็ความลับและได้รับความไว้วางใจอย่างมากในหมู่ผู้ติดตามมีเขาคนเดียวที่รู้เื่นี้เขาเองก็ไม่รู้ว่ามีเื่ผิดใจอะไรกันถึงกับต้องฆ่าแกงคุณชายของเขาด้วยประกอบกับคืนนั้นเขารีบเข้านอนเพราะเกรงจะมีเสียงร่วมสวาททะลุมาถึงหู
“ไห่เซียนเซิง ท่านนำหมั่นโถวไปให้ไห่กูเหนียงและไห่กูเหนียงก็นำหมั่นโถวนั้นมอบให้แก่คุณชายไห่ที่เดินข้ามหลังคามาขออาหารว่างหมั่นโถวนั่นท่านได้มาจากที่ใด?”
“...” ไห่ชานเคี้ยวฟันอยู่นาน“เหตุไฉนคุณชายไม่สั่งเอาเล่า เสียเวลา”
“เกรงว่าแท้จริงคุณชายไม่ได้จะมาขอของกินแต่มาอยู่กับไห่กูเหนียงสองต่อสองเห็นหมั่นโถวเหลืออยู่ก็เลยช่วยกิน เพราะอย่างไรก็ดี ไห่กูเหนียงก็ไม่รับประทานอยู่แล้ว”
“...้าจะกล่าวสิ่งใด?”
“ผู้ใดเป็เ้าของพิษ?”เจินจูถามเสียงเข้ม แผ่ความกดดันออกมาจนลู่ฝู่ยังเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว
“ไม่ทราบ!” ไห่ชานตวาด
“โกหกรึ? ท่านทราบชัดๆ มองตาข้าพเ้าแล้วพูด!”
“ไม่ทราบ!”เขาถลึงตาใส่เจินจู ฉันกลัวเขาจะโดนต่อยเหลือเกินเลยพยายามดึงๆ ชายเสื้อไว้บ้างอย่าไปหาเื่อีกฝ่ายจนเกินไป
“ถ้าเช่นนั้น เราคงต้องพาตัวไห่กูเหนียงไป”ลู่ฝู่กระแอมทีหนึ่ง
“พาไปไม่ได้!”
“โธ่ เสียดายจริง ท่าทางคุณชายไห่จะเป็คนดี”ฉันแกล้งพูดดังๆ “ตัวข้ารึก็อุตส่าห์เชื่อว่าไห่กูเหนียงเป็คนดีน่ารักถึงขั้นจับมือถือแขนปลอบประโลมเสียนานที่แท้นางเป็ฆาตกร!”
“หุบปากเสีย ยาโถว!”แต่อีกฝ่ายยังโดนจี้จุดไว้เลยขยับไม่ได้
คาดไม่ถึงว่าเจินจูเตะผ่าหมากใส่เขาโดยไม่ลังเลหมอนี่เป็อะไรกับการตีไข่ชาวบ้านฟะ?! เดี๋ยวเจอเองแล้วจะรู้!
ชายหนุ่มผู้โชคร้ายร้องเสียงหลงลู่ฝู่ที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ยังหน้านิ่วด้วยความหวาดเสียวฉันเป็ผู้หญิงเลยไม่เคยััความเ็ปรวดร้าวของการโดนเตะผ่าหมากแต่ฉันเอามันไปเทียบกับประสบการณ์ปวดเม็นของตัวเองแทนและต้องนิ่วหน้าอีกคน
“ท่านต่อว่าภรรยาข้าพเ้าอีกสักครึ่งคำบอกลาบุตรในอนาคตของท่านได้เลย!” เจินจูตวาด ดวงตาทอประกายวูบไห่ชานรีบพยักหน้ารัวทว่ายังปากกล้า
“แต่...ไอ้คุณชายลูกเต่านั่น...มันไม่คิดคบหาต้ายเอ๋อเป็ภรรยาหลวงของมันอยู่แล้วพวกท่านมีสิทธิ์อะไรจะมาตัดสิน?!”
สองหนุ่มมองหน้ากันรู้ว่าใกล้ได้ตัวคนร้ายแล้ว
“พิษนั่นไม่ใช่ถูกๆเพราะมีเวลาระหว่างรับประทานกับออกฤทธิ์นาน กว่าจะรู้ตัว คนวางยาพิษก็หนีไปไกลแล้วท่านคงไม่คิดว่าลู่เซียนเซิงจะดื้อด้านเอาแต่ควานหาตัวคนวางยาในโรงเตี๊ยมเลยประมาทเลินเล่อนอนสบายใจเฉิบไม่ได้รีบจากไป แต่ก็ฉลาดอยู่...เพราะหากท่านเร่งเร้าให้ไห่กูเหนียงรีบออกจากโรงเตี๊ยมนางจะจับพิรุธท่านได้” เจินจูพูดขึ้นก่อน ฉันพูดหืมคำหนึ่งก็เงียบและฟังต่อ“ข้าพเ้ามิได้ทราบว่าคุณชายไห่เป็คนเช่นไรแต่ท่านก็ผิดที่วางยาพิษคนโดยไม่ได้สนใจจะถามความรู้สึกของน้องสาวท่านนางคงเสียใจเป็แน่แท้ที่คนรักตายด้วยน้ำมือคนในครอบครัว!”
“อย่างไรต้ายเอ๋อก็ปกป้องมันถ้ามันไม่ตาย ต้ายเอ๋อก็ต้องเป็ภรรยาน้อยไปชั่วชีวิต!ข้าพเ้าจึงต้อง—” เสียงไห่ชานขาดไปเจินจูหัวเราะในลำคอเมื่อวางเหยื่อล่ออีกฝ่ายสำเร็จ รู้ตัวว่าเขาชนะแล้ว
“บุคคลเืร้อนเช่นท่านไม่เหมาะเป็ผู้ใช้พิษเลยแต่ข้าพเ้านับถือความใจกล้าของท่านที่เอาพิษใส่อาหารเดียวกับที่ยกให้น้องสาวท่านรับประทานหากคืนนั้นนางหิวสักนิดคงไม่พ้นตายตกตามผู้ชายคนนั้นเสียแล้ว”
“...ข้าพเ้า...”
“ท่านนำหมั่นโถวไปที่ห้องของนางและรับประทานให้นางเห็นยกให้นางก้อนหนึ่งเพื่อให้นางอิ่ม ไม่แตะชิ้นที่เหลือในห้องระหว่างท่านอยู่ก็ใส่พิษลงบนหมั่นโถวและออกจากห้อง รอการมาถึงของคุณชายไห่แต่ดูท่าทางท่านจะเก็บกวาดไม่เรียบร้อย ทำพิษราคาสูงหกเรี่ยราดจนโดนจับได้ทีหลัง”
ไห่ชานถลึงตาใส่ผู้ติดตาม
“เ้า...! เ้าไม่ได้ให้การตามที่ตกลงกันไว้...”
ผู้ติดตามร้องไห้หนักกว่าเดิม
“ข้าพเ้าเป็หนี้บุญคุณท่านแต่เป็หนี้บุญคุณคุณชายไห่ยิ่งกว่า...!”
ใช้เวลาพักใหญ่ทีเดียวกว่าจะจัดการทุกอย่างเรียบร้อยสองพี่น้องไห่และผู้ติดตามถูกทางการพาตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม ลู่ฝู่หยุดยืนคุยกับเจินจูพักหนึ่ง
“สักวันเราจะได้พบกันอีกข้าพเ้ายังไม่ลืมข้อแลกเปลี่ยน” ชายสูงวัยกว่าพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินจากมา“แล้วข้าพเ้าจะซื้อประกันชีวิตจากตระกูลท่านด้วย ข้าพเ้ามีศัตรูมากหากเจ็บป่วยหรือตายตกอย่างน้อยมีเงินก้อนให้บิดามารดาหรือภรรยาในอนาคตได้ใช้สอย”
“ยินดีต้อนรับคู่ค้าใหม่เสมอ”เจินจูยิ้มแบบนักธุรกิจ คำนับส่งลู่ฝู่ออกจากโรงเตี๊ยม
“นายรู้ได้ไงว่าใครโกหก?” ฉันกระซิบถาม“เห็นจ้องเขม็งเชียว...จับผิดพวกนั้นอยู่เหรอ?”
“อือ... microexpression น่ะฉันไม่ได้มองเป็หรอก แต่ฝึกไปเรื่อยๆ ก็เริ่มจับทางได้แล้ว”
“ไมโครอะไรนะ?”
“สีหน้า การกระทำเล็กๆ น้อยๆของคนที่ถ้าไม่สังเกตก็ไม่เห็นมันเป็การตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกายเวลาเราพยายามพูดโกหกถึงพยายามควบคุมก็ควบคุมไม่ได้ คนที่หัดอ่าน microexpression ก็คือเครื่องตรวจเท็จเดินได้ดีๆนี่เอง”
ฉันอึ้งจนพูดไม่ออก หมอนี่...อะไรกันนี่ยิ่งรู้จักยิ่งมีแต่อะไรคาดไม่ถึงเต็มไปหมด
“ประทับใจเหรอ คุณภรรยา?” เขาถองฉันเบาๆ
“ก็นิดหน่อยอะนะ พ่อเชอร์ล็อก จู”
“เชอร์ล็อก จู? ฮะๆ!ฉันชอบนะ งั้นเธอก็เป็ฟ่าน เอช วัตสันน่ะสิ”
“ฟังดูแปลกๆ ไงไม่รู้แฮะ” ฉันหลุดหัวเราะ“เอาล่ะ เสียเวลามามากแล้ว หาอะไรกินแล้วเดินทางต่อเลยไหม?”
“ย่อมได้ ขึ้นไปเก็บของเลยไหมคุณภรรยา?เราจะดูแลเื่รถให้ท่านก่อน” เขาเปลี่ยนสรรพนามไม่รู้ว่ามันทำให้เรา...ดูสนิทสนมกันมากขึ้นรึเปล่านะ?
ฉันเก็บของรวดเร็วแต่งตัวเตรียมออกเดินทาง
โชคดีที่ดูเหมือนเราจะเป็ตัวประกอบในเื่ราวของคนอื่นจริงๆเลยเดินทางราบรื่นไม่มีปัญหา มาถึงที่พักใกล้ตึกตระกูลไห่ในเวลาหนึ่งวันฉันปวดก้นมากแต่อดทนไว้ พยายามขยับตัวบ่อยๆ จะได้ถ่ายน้ำหนักทั่วถึง
ไม่รู้ว่าเขาเพลียหรือไรแต่เจินจูนั่งหลับทั้งวัน ตื่นมาแค่ตอนหาอะไรกินกับตอนแวะห้องน้ำข้างทางแล้วก็หลับต่อ ฉันคิดว่าเขาคงใช้พลังสมองไปเยอะเลยไม่ว่าอะไร ไปๆ มาๆเขาก็ไหลมาซบฉัน
“เจินจู...?” เขาไม่รู้ตัวเลยแฮะตัวหนักเหมือนกันนะเนี่ย
“...”
ท่าทางจะเพลียจริง ฉันจับเขาให้พิงมาดีๆแล้วถอนหายใจทีหนึ่ง ผมเขาจักจี้แก้ม ััลมหายใจเข้าออกของอีกฝ่ายได้ตอนนั้นหัวใจก็เต้นผิดจังหวะไปนิดหน่อย
“...ฉันพึ่งนายอยู่นะ...” ฉันกระซิบเบาๆ“กลับบ้านแล้วจะเลี้ยงหมูกระทะสามมื้อเลย...”
“งึมๆ...” เขาส่งเสียงไม่รู้ว่าละเมอหรือตอบรับ