บทที่ 39
บุกจวนเจ้าเมือง
“ หมายความว่าอย่างไรขอรับ!! ”อี้ชิงอุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนกตกใจ
เขานั้นมองเห็นท่านหมอผู้นี้มีวิชาแพทย์ที่ล้ำเลิศทำการหยุดโลหิตที่กำลังไหลได้ภายในพริบตาตอนแรกก็รู้สึกเบาใจแล้วโล่งใจแต่ในตอนนี้กลับรู้สึกวิตกกังวลเมื่อมองใบหน้าของหมอชราผู้นี้เต็มไปด้วยความตึงเครียด
“ เสี่ยวถงชีพจรอ่อนเป็นอย่างมากโลหิตจึงอยู่ที่ว่าหยุดลงแต่ว่าร่างกายได้รับบาดเจ็บเช่นนี้…” บนใบหน้าของหมอชราผู้นั้นยิ่งเต็มไปด้วยความตึงเครียด
ในตอนนี้เขากำลังใช้ความคิดทั้งหมดของตนเองเพื่อมองดูว่าจะรักษาอาการของผู้ที่อยู่ด้านหน้าอย่างไรดี
ก่อนสุดท้ายแล้วหมอชราตัดสินใจลุกขึ้นอย่างรวดเร็ววิ่งตรงไปยังบริเวณมุมห้องแล้วก็ทำการเปิดชั้นใส่ยานึงออกมานำยาเม็ดนึงแล้วก็วิ่งตรงมา
เขาได้ทำการนำยาเม็ดนั้นใส่เข้าไปภายในปากของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่ที่เตียง
“ นั่นมันอันๆกันขอรับ? ” อี้ชิงมองดูด้วยความสงสัยและความกังวล
“ ยาเดินเลือดลมมันน่าจะเป็นตัวยาเดียวภายในร้านพี่สามารถยึดสถานการณ์วิกฤตนี้ไปได้ ”แม้จะตอบออกมาเช่นนั้นแต่บนใบหน้าของหมอชายผู้นี้กลับไม่มีความยินดีเลยแม้แต่น้อย
มันราวกับว่าเรื่องที่เขานั้นทำลงไปมันเป็นเหมือนกับหนทางสุดท้ายแล้วมันก็เป็นเหมือนกับทางตันที่เขานั้นเดินทางมาถึง
เขาได้หันไปหาบุรุษที่อยู่ด้านหลัง “นี่มันเกิดเรื่องอันใดกันขึ้นเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?”
อี้ชิงเมื่อโดนเอ่ยถามออกมาเช่นนั้นเห็นอาวุโสผู้นี้เป็นสหายกับท่านลุงที่นอนอยู่ก็ได้เล่าความออกมาอย่างรวดเร็ว
เขาได้เล่ารายละเอียดตั้งแต่ในตอนที่เขานัดพบเจอเรื่องวุ่นวายแล้วเขาก็ได้ทำการไปช่วยเหลือท่านลุงผู้นั้นออกมาจากสถานการณ์ตอนนั้นจนสุดท้ายแล้วก็ได้นำพามาที่สถานที่แห่งนี้เพราะว่าท่านลุงได้รับบาดเจ็บเป็นอย่างมาก
หมอชราได้ฟังเช่นนั้นทำการพยักหน้าทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องราวตรงนี้“ เข้าใจแล้วเรื่องราวเป็นเช่นนี้เอง… ”
“ บุตรชายของเจ้าเมือง!!มันทำการลักพาตัวหนิงเอ๋อาร์ไปเมื่อประมาณสองวันก่อนแล้วก็พยายามบังคับให้นางเข้าพิธีแต่งกับมันเพื่อที่จะรักนางเป็นอนุ”
“ เสี่ยวถงข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเด็ดเดี่ยวเพียงนี้ถึงกับทำการถือดาบบุกเข้าไปเล่นงานพวกมันทั้งที่เจ้าเองก็เป็นเพียงแค่ช่างตีเหล็กธรรมดาธรรมดา ”ชายชราพูดอย่างตัดพ้อใบหน้าของเขาส่ายไปส่ายมาด้วยความหนักใจเมื่อได้เห็นสภาพของคนรู้จักที่นอนอยู่ด้านหน้า
“ ท่านหมอรู้จักกับท่านลุงผู้นี้อย่างนั้นหรือขอรับ?”
“ แน่นอน!!!รู้จักสิครอบครัวนี้มีเพียงแค่เสี่ยวถงแล้วก็บุตรสาวของเขาเท่านั้นรับหน้าที่เป็นช่างตีเหล็กอยู่บริเวณด้านหลังเมือง
เพราะว่าครอบครัวนี้ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากนักก็เลยทำการมาซื้อยาที่ร้านค้าอยู่เป็นประจำเลยรู้จักกันเป็นอย่างดี
อันที่จริงแล้วก็ควรจะเป็นครอบครัวธรรมดาธรรมดาที่ไม่มีเรื่องขัดแย้งเพียงแต่ว่าครอบครัวนี้แม้จะไม่ได้ร่ำรวยและไม่ได้มีชื่อแต่กลับมีอย่างหนึ่งที่เป็นของล้ำค่า”
เมื่อกล่าวออกมาถึงของล้ำค่าอี้ชิงที่กำลังยืนอยู่ก็ได้ทำการแสดงใบหน้าสนอกสนใจพลางเอ่ยถามออกมาอย่างรวดเร็ว“ ของล้ำค่าอันใดอย่างนั้นหรือขอรับ? ”
“ บุตรีของบ้านนี้อย่างไรล่ะหนิงเอ๋อร์แม้ว่านางจะเกิดมาเป็นลูกของช่างตีเหล็กที่ถือได้ว่าไม่ได้มีฐานะดีอะไรเป็นเพียงแค่ลูกสาวมันชนที่ไม่มีชาติตระกูลที่ดีแต่ว่านางกลับมีความงดงามหากผู้ใดเปรียบ
ความงดงามของดังกล่าวได้ว่างดงามที่สุดภายในเมืองแห่งนี้เลยไม่สิ!!! ไม่ใช่เพียงแค่เมืองแห่งนี้เท่านั้นเมืองบริเวณรอบรอบเองก็ไม่มีผู้ใดที่งดงามเท่านั้น ”หมอชราผู้นั้นทำการเล่าออกมาด้วยใบหน้าที่หนักใจ
หญิงสาวผู้นี้แม้ว่าจะไม่ได้มีชาติตระกูลที่ดีและไม่ได้มีฐานะที่ร่ำรวยแต่กลับมีรูปเป็นทรัพย์ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดเพราะแบบนั้นเลยโดนหมายปองเอาไว้ทั้งคุณชายของเมืองนี้และคุณชายของเมืองข้างๆ
อี้ชิงได้ฟังเช่นนั้นก็พยักหน้าเข้าใจในเหตุผลแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับพวกอิสตรีสักเท่าไหร่แต่ว่าเขานั้นพอจะเข้าใจเหตุผลในข้อนี้
แม้ว่าผู้คนนั้นมองว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระแต่เขานั้นกลับไม่เหมาะเช่นนั้นเลยบางครั้งสงครามก็เกิดขึ้นพสตรีการแย่งชิงและการต่อสู้ก็เกิดขึ้นเพราะสตรี
แม้ว่าภายในสถานที่แห่งนี้ไม่ว่าดินแดนใดๆสตรีล้วนแล้วแต่อยู่ใต้บุรุษแต่ว่าสตรีเองก็มีพิษสงในรูปแบบของสตรีทำให้ผู้คนสามารถสังหารกระบี่เข้าหากันได้ต้องแย่งชิงสตรีผู้นั้น
เพราะแบบนั้นตามความคิดของเขาถ้าสตรีผู้นั้นมีรูปโฉมงดงามจริงๆมันเองก็ไม่แปลกใจเลยที่จะกลายเป็นต้นตอของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้
“ หนิงเอ๋อร์นางเป็นหญิงสาวที่ดีไม่เพียงแค่มีรูปร่างที่งดงามและใบหน้าที่ราวกับแกะสลักแต่ว่านางเองก็มีนิสัยที่ขยันขันแข็งกตัญญูรู้คุณแม้ตัวของข้าไม่ใช่ญาติสนิทและก็ไม่ได้เป็นคนที่มีสายเลือดเดียวกันยังรู้สึกเอ็นดูนางเลย
เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นมันก็เป็นเพราะว่าบุตรชายของเจ้าเมืองนั่นมันพึงพอใจนางแต่ว่านางไม่ยอมเล่นด้วยสุดท้ายแล้วใช้อำนาจบีบบังคับส่งคนลักพาตัวนางเข้าไป
เห็นว่าในวันพรุ่งนี้จะทำการจัดงานตกแต่งรับเข้าเป็นอนุแม้ว่าสตรีจะไม่ยินยอม” ชายชราวัยเกือบเลขเจ็ดคู่นั้นทำการพูดออกมาด้วยอารมณ์เดือดพล่าน
เรื่องราวที่มันเกิดขึ้นแม้แต่ชายชราผู้นี้จะเหมือนไม้ใกล้ฝั่งแต่ว่าอารมณ์ที่อยู่ภายในใจที่มันโดนเหตุการณ์เช่นนี้ปลุกขึ้นมาก็ไม่แตกต่างอะไรกับวัยหนุ่มฉกรรจ์ที่เลือดร้อน
เขารู้สึกโมโหจริงๆยามที่นั่งอยู่ก็ยกเท้าของตนเองกระทืบลงไปที่พื้นหลายต่อหลายครั้งแสดงความโกรธเคืองออกมา
“ ในวันพรุ่งนี้หรือขอรับคงจะไม่มีทางหรอก ”อี้ชิงเอ่ยออกมาพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากบนใบหน้าของเขาในตอนนี้ราวกับว่ามีความจริงบางอย่างที่ตนเองนั้นทำการเก็บซ่อนเอาไว้
หมอชราผู้นั้นได้ยินคำพูดไม่เข้าหูหันมองอย่างรวดเร็วดวงตามองไปเห็นใบหน้าของบุรุษผู้นั้นทำการยกยิ้มที่มุมปากมันก็รู้สึกสงสัย “เจ้ายิ้มด้วยเหตุอันใด? ”
“ อาวุโสโปรดวางใจเถอะขอรับตอนนี้นายท่านของข้าทำการยื่นมือเข้าช่วยเรื่องนี้ไปชิงตัวคุณหนูผู้นั้นกลับมา ”อี้ชิงหลังจากที่ผ่านเรื่องราวและเหตุการณ์ภายในสมรภูมิรบมากับนายน้อยของตนเองเป็นเวลาหลายเดือน
ในตอนนี้เรียกได้ว่าเขานั้นเปลี่ยนความเชื่อมั่นที่ตนเองนั้นมีกับนายน้อยไปอย่างสิ้นเชิง
ตอนนี้มันเชื่อมั่นนายน้อยของมันอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะสามารถจัดการเรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ได้อย่างไม่ยากเย็น
…….
จวนเจ้าเมือง
สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ส่วนขนาดใหญ่มีพื้นที่กว้างขวางเป็นอย่างมากมันตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ใจกลางเมืองที่มีพื้นที่ต่อตารางวาราคาสูงลิ่วที่เรียกได้ว่าสมแล้วที่เป็นเจ้าเมืองการที่ทำการซื้อที่ดินภายในบริเวณนี้แล้วก็จัดสร้างเป็นพื้นที่ใหญ่โตเช่นนี้ได้คงจะบอกได้ว่ามันคงจะมีเงินทองร่ำรวยไม่ใช่น้อย
ภายในสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่พื้นที่จนขนาดใหญ่เท่านั้นพวกบ่าวไพร่และผู้คุ้มกันที่อยู่ภายในจวนแห่งนี้ก็เต็มไปหมด
ผู้คุ้มกันภายในชุมชนแห่งนี้ล้วนแล้วแต่เป็นชายร่างกายใหญ่โตกำยำมีไม่ต่ำกว่า100 คนพวกมันถืออาวุธแสดงใบหน้าตาเคร่งขรึมเดินไปมาอยู่ตลอดเวลา
เรียกได้ว่าภายในชุมชนขนาดใหญ่แทบจะไม่มีจุดใดเลยที่ไม่มีผู้คุ้มกันที่คอยอารักขาภายในสถานที่แห่งนี้เอาไว้
บริเวณด้านหน้าของประตูจวนมีร่างกายของคนผู้หนึ่งได้เดินผ่านเข้ามาอย่างง่ายดายมันไม่ใช่ใครอื่นบุตรชายของเจ้าเมืองแห่งนี้ คุณชายท่าทางหยิ่งทะนงผู้นี้เดินเข้ามาด้านในบริเวณด้านหลังของมันก็มีพวกมือปราบจำนวนมากคอยอารักขา
มันเดินเข้ามาพร้อมกับแสดงท่าทางที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดบนใบหน้าของมันตอนนี้เต็มไปด้วยความไม่พึงพอใจเดินเข้ามาด้านในก็หยุดเท้าของตนเอง 1 จังหวะยกเท้าขึ้นมาแล้วก็กระทืบลงไปที่พื้นอย่างรุนแรงเพื่อระบายอารมณ์แห่งโทสะที่อัดอั้นอยู่ภายใน“ บัดซบ!!! พวกเจ้าปล่อยมันหนีรอดไปได้อย่างไร!!! ”
“ ส่งคนออกไปตามหาหรือยัง!!! ”มันได้หันไปถามมือปราบที่อยู่ด้านหลัง
มือปราบที่อยู่ด้านหลังทำการก้มศีรษะแล้วก็ตอบกลับมาด้วยท่าทางที่นอบน้อม“ ส่งคนออกไปตามหาเรียบร้อยแล้วขอรับ ”
“ ดี!!!ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องลากตัวมันมาให้ได้!!! ”มันรู้สึกเจ็บแค้นใจยิ่งนักที่ตนเองไม่สามารถจับกุมคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเรื่องนี้ได้
ในขณะที่มันกำลังระบายอารมณ์อยู่ภายในพื้นที่ลานกว้างของจวนหารู้ไม่ว่าบริเวณจากจุดนั้นสามารถมองจากมุมสูงเห็นได้อย่างชัดเจน
บริเวณด้านข้างของจวนเจ้าเมืองห่างออกมาไม่มากนักมีอาคารสูง 3 ชั้น และบนอาคารสูง 3 ชั้นนั้นร่างของบุรุษสองคนกำลังยืนอยู่บนหลังคากระเบื้องถือว่าเป็นจุดสูงที่สามารถมองเห็นจุดนั้นได้อย่างชัดเจน
ทั้งสองทอดสายตามองยาวลงไปยังบริเวณจวนเจ้าเมืองที่ตั้งอยู่ด้านล่างหลี่หยางแสดงใบหน้าเรียบเฉยเย็นชา
เขามองเห็นท่าทางที่สุดแสนจะเกรี้ยวกราดของมันก็ได้อุทานออกมา“ มีอำนาจมีบารมีแต่ไร้สติปัญญา ”
“ พวกมันกำลังตามหาเจ้าอยู่เห็นที่แล้วเจ้าคงจะต้องสนองพวกมันให้ได้เจอเจ้าหน่อยแล้วหลันเซ่อไหวหรือไม่? ” หลี่หยางหันไปมองผู้ที่อยู่ข้างกายของตนเอง
หลันเซ่อยกยิ้มที่มุมปากเขาใช้มือของตนเองยื่นไปคว้าจับดาบขนาดใหญ่ที่อยู่ที่เอวแล้วก็ดึงมันออกมาส่วนมืออีก 1 ข้างยกผ้าสีดำปิดบริเวณครึ่งใบหน้าของตนเองท่าทางที่แสดงออกมาก็เป็นเหมือนกับตัวยืนยันได้อย่างชัดเจนแล้วว่าเขาพร้อมหรือไม่
หลี่หยางยิ้มด้วยความพึงพอใจก่อนจะกล่าว “ถ้าเช่นนั้นก็ไปกันเถอะ… ”
จบบท