ฝักที่8
การไปบ้านพี่สิงห์นั้นทำให้เขารู้สึกกังวลใจพอสมควรไม่รู้ว่ามารดาของว่าที่สามีจะเป็คนเช่นไรจะรังเกียจสะใภ้ที่เป็ผู้ชายอย่างตนหรือเปล่าแต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก
“พี่สิงห์แล้วบ้านของท่านอยู่ไกลจากที่นี่หรือไม่ขอรับ”
“ไม่ไกลหรอกเราเดินไปทางด้านหลังตลาดสักพักก็ถึงแล้วว่าแต่เ้าหิวข้าวหรือยังล่ะนี่มันก็เลยเวลามื้อเที่ยงมานานโขแล้วนะจะแวะกินข้าวในตลาดก่อนดีหรือไม่เ้าน้องชาย?”
“ไม่เป็ไรหรอกพี่สิงห์เดี๋ยวเราแวะหาซื้ออะไรเข้าไปกินกันที่บ้านของท่านดีกว่าข้าอยากให้ท่านแม่ของท่านได้ทานด้วยกัน”เขาอยากให้มารดาของพี่สิงห์ได้ทานอาหารดีๆด้วยกัน จึงได้เสนอไปเช่นนั้น
“อย่างนั้นก็ได้แต่ข้าไม่แน่ใจหรอกนะว่าท่านแม่จะทานมื้อเที่ยงไปหรือยังเพราะท่านมียาที่ต้องทานหลังมื้ออาหารด้วยสิ”
“จริงสิพี่สิงห์เราแวะรับหมอเก่งๆไปตรวจมารดาท่านด้วยดีมั้ยข้าว่าคนป่วยนั้นยิ่งได้รับการรักษาเร็วเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้นนะขอรับ”
“จริงด้วย!!!ข้ามันช่างเป็บุตรที่อกตัญญูจริงๆถึงได้ลืมเื่นี้ไปได้ขอบใจเ้ามากนะที่เตือนข้า”สิงห์โยกศีรษะเล็กอย่างเอ็นดูเขาดีใจที่ดินนั้นอุส่าห์คิดใส่ใจมารดาตนขนาดตนเองที่เป็บุตรยังเผลอลืมเื่นี้ไปเลย
ดินซื้อยาบำรุงห่อใหญ่สองห่อเพื่อนำไปเป็ของฝากมารดาพี่สิงห์และนำกลับให้บิดามารดาตนที่บ้านด้วยส่วนพี่สิงห์นั้นแยกไปสั่งอาหารเพื่อจะนำกลับไปกินกันที่บ้าน
“เ้าเด็กน้อยส่งของที่เ้าซื้อมาให้ข้าถือดีกว่านะแล้วนี่เ้าซื้ออะไรเสียเยอะแยะขนาดนี้เชียว”
“ข้าโตแล้วนะพี่สิงห์ไม่ใช่เด็กเสียหน่อยแล้วสมุนไพรพวกนี้มันไม่ได้หนักหรอกขอรับเราไปโรงหมอกันต่อเถอะขอรับ”ว่าที่สามีเนี่ยชอบมองว่าตนเป็เด็กอยู่เรื่อยเลยนี่เขาก็ย้ำไปหลายรอบแล้วนะ
พวกเขาเลือกมาที่โรงหมอของท่านหมอชราสมพลที่เขาร่ำลือกันว่าเป็หมอเทวดาเพื่อจะรับท่านหมอไปดูอาการของท่านแม่ของพี่สิงห์ในตอนที่พวกเขามาถึงนั้นท่านหมอยังติดตรวจคนไข้อยู่อีกหนึ่งคนจึงต้องนั่งรอท่านหมออยู่ชั่วครู่
ผ่านไปไม่นานนักท่านหมอสมพลพร้อมออกเดินทางแล้วพวกเราจึงเชิญท่านออกเดินทางทันทีโดยมีพี่สิงห์เป็ผู้นำทางอยู่ด้านหน้าสุดแล้วถัดมาจึงเป็ท่านหมอชราส่วนเขานั้นพยายามเดินช้าๆชมนกชมไม้ไปด้วยเพื่อให้ตำแหน่งการเดินของตนนั้นอยู่รั้งท้ายสุดพอเลยพ้นเขตตลาดมาแล้วผู้คนก็เริ่มที่จะบางตาขึ้นดินเหลียวมองไปรอบๆเมื่อเห็นว่าปลอดคนแล้วจึงเริ่มส่งพลังเวทย์แห่งการรักษาเข้าไปในห่อยาบำรุงทันทีละอองเวทย์สีทองเข้าปกคลุมและแทรกตัวเข้าไปในตัวสมุนไพรจนหมดสิ้นหลังการใช้เวทย์นั้นอาการครั่นเนื้อครั่นตัวก็บังเกิดขึ้นมาและก็หายไปในเสี้ยวนาทีซึ่งมันเป็ผลข้างเคียงจากการใช้เวทย์ของเถาวัลย์ิญญาแห่งชีวิต
“ท่านแม่ข้ากลับมาแล้วท่านแม่อยู่ไหนขอรับข้าพาท่านหมอมาตรวจท่านด้วยท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ”พี่สิงห์ส่งเสียงดังเรียกหามารดาตนเองั้แ่ที่เริ่มก้าวเท้าเข้ามาในรั้วบ้าน
“เ้าจะะโโหวกเหวกโวยวายทำไมห๊ะ!เรียกธรรมดาแม่ก็ได้ยินแล้วเพราะทำตัวเยี่ยงนี้ไงล่ะใครๆ เขาถึงคิดว่าเ้าเป็พวกนักเลงอันธพาลกันเสียหมดแล้วทีนี้ใครที่ไหนจะยอมให้บุตรสาวมาแต่งเป็ภรรยาเ้ากันล่ะสงสัยจะขึ้นคานเสียล่ะมั้งเ้าลูกคนนี้”
ดินได้ลืมไปว่าคนในโลกนี้นั้นหากมีอายุสิบห้าสิบหกก็จะแต่งงานกันไปเกือบหมดแล้วและพี่สิงห์เองก็อายุยี่สิบเอ็ดปีเข้าไปแล้วจริงๆ ก็เลยวัยที่ควรจะแต่งงานมีครอบครัวไปแล้วด้วยโชคดีที่พี่สิงห์นั้นยังโสดอยู่ไม่อย่างนั้นเขาคงอกหักั้แ่วันแรกเลยนะเนี่ย
“เฮ้อ~”ดินถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“เป็อะไรหรือเปล่าถึงได้ถอนหายใจเสียเสียงดังเชียวตัวแค่นี้มีเื่อะไรให้คิดมากกับเขาด้วยเหรอเราน่ะหืม?”
ดินเผลอถอนหายใจออกมาเสียงดังอย่างลืมตัวจนพี่สิงห์นั้นทักขึ้นมาจึงทำให้นึกขึ้นได้ว่ายังมีอีกหลายชีวิตยืนกันอยู่ตรงนี้ด้วยและกำลังมองมาที่ตนอย่างรอคำตอบ
เขานั้นเริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่อโดนสายตาทุกคู่จับจ้องมา“ข้า...ข้าก็แค่กังวลที่พี่สิงห์ยังไม่มีคนรักอย่างไรล่ะขอรับฮ่าฮ่าฮ่า”ดินรีบเปลี่ยนวิกฤตให้เป็โอกาสได้ทันท่วงทีเพื่อจะหลอกถามชายหนุ่มว่ามีคนรักแล้วหรือยัง
“อ่ะโด่ว!ข้ายังไม่เจอคนที่ถูกใจต่างหากล่ะหาก้าหานั้น..ไม่ได้เป็เื่ยากเลยสักนิดอย่างสาวๆ ที่โรงสีที่ข้าทำงานอยู่นั้นแต่ละคนก็มองข้าราวกับจะจับข้ากลืนลงท้องเชียวล่ะแน่นอนว่าพวกนางนั้นพร้อมที่จะเป็แม่ของลูกข้าทั้งนั้นแหละฮ่าฮ่าฮ่า” เ้าหนุ่มตัวโตช่างไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังโดนเด็กหน้าจืดหลอกถามอยู่
เมื่อดินได้ฟังว่าที่สามีพูดถึงสาวที่ทำงานก็ทำให้ดินอารมณ์ก็พุ่งปรี๊ดขึ้นทันทีสายตาส่องประกายแข็งกร้าวขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนที่เขาต้องพยายามควบคุมความหงุดหงิดและหึงหวงไว้อย่างสุดความสามารถ‘ฝากไว้ก่อนเถอะ!เ้าผู้หญิงพวกนั้น..ช่างกล้าคิดที่จะกินข้าวโพดหวานฝักใหญ่ของพี่สิงห์ข้าขอบอกเลยว่า..พวกเ้าจะไม่มีวันได้เห็นแม้แต่#ขนข้าวโพด#เพราะข้าจะกินมันไม่ให้เหลือแม้แต่ซากเลยล่ะอุ๊ว่ะฮ่าฮ่าฮ่า~’
“เชิญเข้ามาด้านในกันก่อนเถอะข้านี่ช่างเสียมารยาทจริงๆที่ให้แขกต้องยืนคุยกันเสียนาน”
หญิงวัยกลางคนที่น่าจะอายุมากกว่ามารดาตนพอสมควรหากแต่ใบหน้ายังคงความงดงามไว้อยู่มากคาดว่าสมัยที่อายุยังน้อยนางคงเป็หญิงที่งามมากคนหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัยแต่ถึงแม้ยามนี้นางจะดูยิ้มแย้มหากแต่ไม่สามารถซ่อนความอิดโรยจากอาการเจ็บป่วยเอาไว้ไม่ได้
นางมองมาที่ตนแล้วยิ้มให้อย่างผู้ใหญ่ใจดีคนหนึ่งเขาเห็นเช่นนั้นก็ค่อยเบาใจลงไปได้หนึ่งส่วน
“ท่านแม่เ้าตัวเล็กคนนี้ชื่อดินขอรับวันนี้เ้าหนูได้ช่วยข้าไว้หลายเื่เลยเดี๋ยวข้าจะเล่าให้ท่านได้ฟังทีหลังดินนี่ท่านแม่ศจีมารดาสุดสวยของพี่ชายเอง”สิงห์แนะนำให้มารดากับดินได้รู้จักกันระหว่างเดินเข้ามาภายในบ้าน
“คารวะท่านป้าข้าชื่อดินขอรับวันนี้ข้าเอายาบำรุงที่เป็สูตรลับของตระกูลข้าซึ่งมันจะช่วยเสริมฤทธิ์ยาที่ใช้ในการรักษามาฝากท่านป้าด้วยขอรับขอให้ท่านต้มดื่มทุกมื้อหลังอาหารไปควบคู่กับยาที่ท่านหมอจัดให้ข้ารับรองว่าท่านป้าจะรู้สึกดีขึ้นในทันทีหลังจากที่ได้ดื่มมันในครั้งแรกเลยล่ะขอรับ”ดินนั้นพยายามสร้างความน่าเชื่อถือให้กับยาบำรุงที่มีไอเวทย์แฝงอยู่ด้วยกลัวว่ามารดาของพี่สิงห์จะไม่ยอมดื่มมันเพราะไม่มีใครหรอกที่จะชอบกินยาขมๆเหม็นๆ จริงมั้ยล่ะไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่หากจำเป็ต้องกินยาก็จะกินเท่าที่จำเป็และยาบำรุงของเขาอาจจะถูกจัดเป็สิ่งยังไม่จำเป็ก็ได้
“หืม...มันดีขนาดนั้นเลยเหรอได้ฟังเ้าว่ามาขนาดนี้แล้วแม่ชักอยากจะลองต้มดื่มเลยล่ะขอบใจเ้ามากนะ”มารดาพี่สิงห์ได้ฟังคำอวดอ้างแล้วก็สนใจยาบำรุงห่อนี้ขึ้นมาทันที
“ท่านแม่มานั่งตรงนี้เถอะขอรับท่านหมอสมพลจะได้ตรวจอาการของท่าน”ดินและสิงห์ช่วยกันพยุงนางศจีไปนั่งที่โต๊ะรับแขกที่ตอนนี้มีท่านหมอนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
หลังจากท่านหมอชราผู้ซึ่งเป็หมออันดับหนึ่งของอำเภอนี้ได้ตรวจดูอาการจนเสร็จสิ้นก็มีสีหน้าไม่ดีนัก
“ยามที่เ้าออกกำลังหนักๆมักจะรู้สึกหน้ามืดหรือปวดแน่นหน้าอกแล้วบ้างครั้งก็ปวดจนลามไปที่แขนด้านซ้ายด้วยใช่หรือไม่?”ท่านหมอชราเอ่ยถาม
“เป็เช่นนั้นเ้าค่ะท่านหมอข้าเป็โรคอะไรหรือท่านหมอท่านบอกความจริงข้าเถอะหากมันร้ายแรงจนไม่อาจรักษาได้ข้าจะได้สะสางสิ่งที่ยังเป็ห่วงอยู่ให้เสร็จสิ้นเพื่อที่จะได้จากไปอย่างหมดห่วง”
สิงห์ได้ยินมารดาพูดเหมือนพร้อมจะจากไปความรู้สึกจุกแน่นในอกก็พลันเกิดขึ้น“ท่านแม่ทำไมท่านพูดเช่นนั้นข้าไม่ยอมให้ท่านเป็อะไรไปหรอกท่านจะต้องอยู่กับข้าไปอีกนานเลยล่ะขอรับ”
“เ้าลูกโง่คนเราเกิดมาแล้วก็ต้องตายกันทุกคนแม่ก็เช่นกันเพียงแต่ตอนนี้แม่ยังเป็ห่วงเ้ากับน้องเ้าในตอนนี้อยู่เท่านั้นเอง”นางรู้ดีว่าบุตรชายนั้นรักและเป็ห่วงตนแค่ไหนนางเองก็เป็ห่วงบุตรชายเช่นกันไม่รู้ว่าหากตนไม่อยู่แล้วจะกินอยู่กันอย่างไร
“เฮ้อ~อาการที่ข้าตรวจเจอเ้านั้นเป็โรคหัวใจบกพร่องไม่ผิดแน่และโรคนี้ไม่มียาใดรักษาได้น่ะสิแต่ข้าจะเขียนตำรับยาที่จะช่วยพยุงอาการไว้ให้ก็แล้วกันและเ้าต้องงดออกแรงหนักๆในทันทีหากรู้สึกเหนื่อยก็ให้พักเสียอย่าได้ฝืนเป็อันขาดหากเ้ายังอยากจะอยู่กับบุตรต่อไปนานๆแต่เ้าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานเท่าใดนั้นมีแต่์ที่จะตอบได้ข้านั้นคงจะช่วยเ้าได้เท่านี้แหละ”
หมอชราเองก็อยากจะช่วยรักษาอาการของคนไข้ให้ได้มากกว่านี้แต่โรคหัวใจคือความบกพร่องที่ตัวของอวัยวะนั้นเองซึ่งไม่สามารถรักษาได้ด้วยยาและการฝั่งเข็มยานั้นทำได้เพียงแค่พยุงอาการไม่ให้ทรุดลงเร็วเท่านั้น
“ได้เท่านี้ก็ดีแล้วล่ะเ้าค่ะข้าขอบคุณท่านหมอมากนะเ้าคะ”นางศจียิ้มให้ท่านหมออย่างเข้าใจ
“งั้นข้าคงต้องขอตัวกลับก่อนยังมีคนไข้รอข้าอยู่ที่โรงหมออีกมาก”หมอชราที่ยังแข็งแรงเกินอายุลุกขึ้นยืนแล้วหยิบฉวยล่วมยาขึ้นมาถือไว้
“เดี๋ยวข้าไปส่งขอรับท่านหมอ”สิงห์รีบลุกขึ้นเพื่อจะไปส่งท่านหมอกลับ
“เ้าอยู่ดูแลมารดาเ้าเถอะแล้วก็เอาตำหรับยานี้ไปส่งให้ร้านขายสมุนไพรจัดยาให้แล้วนำมาต้มให้มารดาเ้าดื่มในตอนที่ยังอุ่นๆหลังอาหารทุกมื้อ ข้ากลับล่ะ”ท่านหมอตบหลังชายหนุ่มเบาๆอย่างให้กำลังใจ
“ท่านหมอเดินกลับดีๆนะขอรับ” สิงห์เอ่ยส่งท่านหมออีกครั้ง
บรรยากาศในห้องรับแขกเงียบลงไปทันทีหลังจากที่ท่านหมอเดินทางกลับไปแล้วทุกคนต่างจมอยู่กับความคิดของตัวเองอยู่พักใหญ่
“เฮ้อ~พวกเ้ากินอะไรกันมาหรือยังล่ะแม่เห็นเ้าซื้ออาหารมาเยอะแยะเงินทองถ้ามีมากก็หัดเก็บไว้บ้างอย่านำมาใช้ฟุ่มเฟือยมากนักสิลูกเราไม่ได้มีฐานะเหมือนพวกเศรษฐีที่จะกินทิ้งกินขว้างหรอกนะแต่ถึงสามารถทำได้อย่างนั้นก็ต้องคิดถึงคนอื่นที่เขาไม่มีด้วยเอาส่วนที่มีมากของเราไปช่วยคนที่เขาลำบากจะดีกว่าจำไว้นะลูก”
“คำสอนของท่านแม่ข้าจะจดจำใส่ใจขอรับแต่ตอนนี้ข้าหิวแล้วล่ะั้แ่เที่ยงพวกข้ายังไม่ได้กินอะไรกันมาเลยขอรับแล้วท่านแม่ทานมื้อเที่ยงหรือยังขอรับ”
“ตายจริง!เ้าเด็กพวกนี้นี่นะป่านนี้แล้วก็ยังไม่กินมื้อเที่ยงกันอีกนี่ไม่ใช่เพราะว่าหิ้วท้องรอเพื่อมากินข้าวกับแม่หรอกนะหากใช่คงต้องมากินมื้ออื่นแล้วล่ะเพราะแม่กินไปเรียบร้อยแล้วพวกเ้าไปนั่งรอกันที่โต๊ะอาหารเถอะเดี๋ยวแม่จะเอาอาหารไปอุ่นให้ก่อนโตจนขนาดนี้แล้วยังไม่รู้จักดูแลตัวเองกันอีกมันน่าตีนักเชียว”
เขากับพี่สิงห์จึงช่วยกันประคองท่านเข้าไปในครัวของบ้านซึ่งเป็ทั้งห้องครัวและห้องรับประทานอาหารด้วยเหมือนกับที่บ้านของตน
“พวกเ้านี่มันกระต่ายตื่นตูมกันจริงๆเดินใกล้ๆ แค่นี้เองมันจะไปทันเหนื่อยอะไรกันพวกเ้าไปนั่งรอที่โต๊ะเถอะเดี๋ยวแม่จะจัดการเอาอาหารไปอุ่นให้เอง”นางส่ายหน้าอย่างระอาเ้าเด็กพวกนี้เนี่ยน๊าทำเหมือนกับนางเดินก้าวสองก้าวแล้วจะเป็ลมล้มพับไปเสียอย่างนั้นแหละ
“ให้ข้าทำให้ดีกว่านะขอรับท่านป้า”ดินรีบเสนอหน้าทันที
“ไม่เป็ไรหรอกลูกไปนั่งเถอะแล้วเรียกข้าว่าแม่เหมือนกับเ้าสิงห์เถอะลูก”นางยิ้มให้ดินอย่างเอ็นดูที่เด็กตัวเล็ก ดูกระตือรือร้นอาสาอยากช่วย
“ขอรับงั้นต่อไปข้าจะเรียกท่านป้าว่าท่านแม่แต่ท่านแม่ให้ทำเถอะขอรับเห็นข้าอย่างนี้แต่ปกติข้าก็ทำอาหารให้ที่บ้านทานกันบ่อยๆนะขอรับ” เขาไม่พลาดที่จะยกหางอวดตนในทันทีมารดาพี่สิงห์จะได้รู้ว่าหากพี่สิงห์แต่งงานกับเขารับรองว่าไม่อดตายแน่นอน
“ซักผ้ารีดผ้าและงานบ้านทุกอย่างข้าทำได้หมดเลยล่ะท่านแม่แล้วข้ายังเอาอกเอาใจเก่งด้วยนะขอรับ” เขาเริ่มโฆษณาชวนเชื่อทันทีเพราะความประทับใจแรกนั้นสำคัญที่สุด
หากเขาชนะใจแม่พี่สิงห์ได้แล้วการจะรวบหัวรวบหางพี่สิงห์นั่นไม่ใช่เื่ยากว่าที่สามีของเขานั้นภายนอกอาจจะดูเหมือนพวกกุ๊ยข้างถนนแค่กแค่ก.กกกเอ่อ...คือข้าหมายถึงพวกยากูซ่าอ่ะนะแต่พี่สิงห์ไม่มีทางจะตามทันมารยาที่เขามั่นใจว่าตนนั้นมีมากกว่าร้อยเล่มเกวียนแน่นอน
“หืมเก่งขนาดนั่นเชียวเหรอเนี่ยต่อไปสิงห์ก็สบายแล้วสิถ้ามีหนูดินอยู่ด้วย”ทำไมนางจะดูไม่ออกว่าเ้าเด็กหนุ่มคนนี้กำลังสนใจในตัวของสิงห์อยู่นางนั้นอาบน้ำร้อนมาก่อนพวกที่ใส่หน้ากากมากเล่ห์เหลี่ยมนั้นนางก็เคยพบเจอมาหมดแล้วจนเบื่อหน่ายที่จะสู้รบปรบมือจึงออกมาใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างนี้ยังสบายใจกว่ากันเยอะ
ตัวนางศจีเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับคู่ครองของบุตรชายขอแค่คนทั้งสองรักกันก็เพียงพอแล้วแต่ถ้าหากเก่งงานบ้านงานเรือนอย่างที่เ้าหนูคนนี้อวดอ้างสรรพคุณก็จะดีมากเพราะบุตรชายตนทำงานบ้านไม่เป็แม้แต่น้อยถ้าหากวันหนึ่งที่นางจากไปแล้วอย่างน้อยก็จะได้เบาใจไปได้ว่าเ้าลูกชายตัวโตที่เก่งแต่ใช้แรงงานจะไม่ลำบากนักยังไงตนก็เอาใจช่วยเ้าเด็กคนนี้ก็ขอให้เ้าชนะใจเ้าลูกทึ่มของตนได้ในเร็ววันก่อนที่ตัวนางนั้นจะฝืนสังขารเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป
“เ้าตัวเล็กจะมาอยู่กับพวกเราได้ตลอดที่ไหนกันล่ะท่านแม่คนเขาลูกมีพ่อมีแม่นะขอรับ”
เ้าลูกคนนี้ไม่ได้รู้เื่อะไรกับเขาเล๊ย~หากเ้าได้สังเกตเห็นสายตาของเ้าหนูดินตอนที่ฟังเื่แม่พวกสาวๆที่โรงสีแล้วล่ะก็เ้าจะได้เห็นแววตาของเสือร้ายหวงถิ่นที่พร้อมจะขย้ำผู้บุกรุกที่กล้าก้าวขาเข้ามาเลยล่ะเ้าหนูคนนี้ดูท่าจะขี้หึงขี้หวงน่าดูเชียวแต่ไม่เป็ไรเพราะลูกชายนางนั้นทนไม้ทนมือยิ่งกว่าแมลงสาบเสียอีกฉะนั้นไม่มีอะไรน่าห่วงหึหึหึ
“เ้าก็ลองไปพูดขอกับพ่อแม่ของหนูดินดูสิแม่ว่าพวกท่านจะต้องอนุญาติแน่ๆใช่มั้ยจ้ะลูกดิน”ดินได้ฟังคำของมารดาพี่สิงห์ก็หน้าแดงแปร๊ดอดสงสัยไม่ได้ว่าท่านแม่พี่สิงห์อาจจะรู้แล้วว่าเขาแอบชอบลูกชายของท่านแต่ถ้าเป็เช่นนั้นจริงก็แสดงว่าท่านก็ไม่ได้รังเกียจตนน่ะสิคิดได้อย่างนั้นก็ยิ้มหน้าบ้านเป็กระด้งทันที
“เดี๋ยวข้ารีบไปอุ่นอาหารพวกนี้ก่อนดีกว่าขอรับเดี๋ยวพี่สิงห์จะหิวไปมากกว่านี้”เขารีบถอยไปต้องหลักก่อน
“แหม~หนูดินนี่ช่างรู้ใจและเป็ห่วงลูกชายแม่เสียจริงนะจ๊ะหึหึหึ” นางศจีได้แต่ยิ้มขำกับอาการของเด็กหนุ่มที่เขินหน้าแดงหูแดงจนหยิบจับอะไรไม่ถูกผิดกับเ้าลูกชายที่แสนทึ่มที่มองนางอย่างงงๆ ว่ามีเื่อะไรที่ตลกนักหนามารดาถึงได้หัวเราะขันนัก
ดินติดเตาไฟอย่างคนที่ผ่านงานครัวมานานอย่างที่ได้คุยอวดเอาไว้หลังจากอุ่นอาหารจนร้อนแล้วก็ลองชิมดูก่อนว่ารสชาติเป็อย่างไรเมื่อเห็นว่ารสชาติจืดสนิทไม่มีความอร่อยแม้แต่น้อยจึงลงมือปรุงรสเพิ่มลงไป
“รสชาติไม่ดีเหรอลูกถึงต้องปรุงเพิ่มเช่นนั้น”
มารดาของสิงห์ที่นั่งมองอยู่ที่โต๊ะอาหารซึ่งอยู่ภายในห้องครัวอดถามขึ้นมาอย่างแปลกใจเสียไม่ได้เมื่อเห็นดินหยิบเครื่องปรุงอันโน้นอันนี้มาใส่เพิ่มลงไปในกระทะที่กำลังอุ่นอาหารอยู่
“ข้าว่ารสชาติมันจืดไปหน่อยน่ะขอรับปรุงรสนิดหน่อยจะอร่อยขึ้นขอรับท่านแม่”ดินตอบไปอย่างที่คิดส่วนมือก็ไม่ได้หยุดที่จะผัดๆคนๆ อย่างกับพ่อครัวมืออาชีพ
เมื่ออุ่นอาหารพร้อมปรุงรสชาติเสียใหม่จนเสร็จทุกจานแล้วก็เอาถ้วยมาคดข้าวในหม้อมาสองถ้วยกับถ้วยเปล่าอีกหนึ่งใบสำหรับท่านแม่ศจีพร้อมนำตะเกียบมาวางตรงหน้าของทุกคนแล้วจึงชวนทุกคนกินข้าวกัน
“อื้อฮือ~ผัดผักรวมจานนี้รสดีมากเลยขอรับท่านแม่ท่านลองชิมดูสิขอรับ”สิงห์ตักผัดผักขึ้นมากินก็เอ่ยชมออกมา พร้อมตักไปให้มารดาตนชิมด้วย
“อืม!รสชาติกลมกล่อมดีมาก”เมื่อนางชิมก็เป็จริงอย่างที่บุตรชายว่า
“จานนี้กับจานนี้แล้วก็จานนี้ก็อร่อยนะท่านแม่”สิงห์ตักชิมดูแล้วจึงเอ่ยปากชวนมารดาให้ลองตักชิม
“ที่เ้าว่ามานั้นมันหมายถึงทุกจานนะเ้าสิงห์หึหึหึ” นางยิ้มขำลูกชายที่จะพูดทำไมให้มันยาวแค่บอกว่าทุกจานก็จบแล้ว
“นั่นแหละท่านแม่เ้าตัวเล็กเนี่ยมีเสน่ห์ปลายจวักจริงๆอาหารที่เ้าปรุงมันอร่อยมากทุกอย่างเลยนะใครได้แต่งงานกับเ้าคงจะโชคดีมากแต่ว่าตัวแค่นี้จะไปปกป้องใครได้ล่ะเนี่ยฮ่าฮ่าฮ่า เ้าต้องกินเยอะๆจะได้โตเร็วๆ รู้มั้ยดิน”
“ถ้าอร่อยท่านก็ทานเยอะๆเดี๋ยวข้าตักให้นะขอรับ”ดินตักอาหารใส่จานให้สิงห์เสียจนพูนจาน
“อ่ะแฮ่ม!”นางศจีนั่งมองเด็กสองคนคุยกันไปมาก็อดที่จะแกล้งเ้าเด็กที่กำลังเอาอกเอาใจบุตรชายตนอยู่เสียไม่ได้
“เอ่อ~ท่านแม่ท่านลองซดน้ำแกงนี้ดูเดี๋ยวข้าตักให้ท่านลองชิมนะขอรับ”ดินรีบตักน้ำแกงที่อยู่ในหม้อไฟให้มารดาพี่สิงห์อย่างร้อนร้นเหมือนคนทำอะไรผิดสักอย่าง
“ใช่...ใช่...ท่านแม่น้ำแกงนี้ซดแล้วคล่องคอมากเลยขอรับท่านต้องลองเลยขอรับท่านแม่”สิงห์ผู้ไม่ได้รู้ความอะไรกับใครเขารีบแสดงความเห็นด้วยทันที
นางศจีอยากถอนหายใจให้กับความซื่อบื้อของบุตรชายเสียจริง
สิงห์นั้นเจริญอาหารในมื้อนี้มากจนกินข้าวคนเดียวหมดหม้อโดยไม่รู้ตัวส่วนคนที่สามารถปรุงอาหารได้ถูกใจชายหนุ่มตัวโตก็ยิ้มปลื้มอกปลื้มใจ
และใน่ที่ดินทำหน้าที่เก็บล้างทำความสะอาดครัวอยู่นั้นสิงห์ก็เล่าเหตุการณ์ในวันนี้มารดาฟัง...
“แม่ไม่ชอบเลยที่ลูกทั้งสองคนไปยุ่งเกี่ยวกับการพนันอย่างวันนี้แต่ก็ยังดีที่พวกเ้าทั้งสองยังคิดได้และตั้งใจจะเลิกเล่นการพนันกันได้แล้วสิงห์ต้องเตือนเ้าปืนลูกสมุนตัวดีของเ้าด้วยล่ะเดี๋ยวเกิดกลายเป็พวกผีพนันขึ้นมาจะแย่เอายังไงเ้าปืนมันก็เหมือนน้องของเ้าอีกคนนะ”
“ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วงเ้านั้นหรอกเ้าปืนน่ะถึงจะดูภายนอกเป็คนซื่อบื้อแต่แท้จริงแล้วก็เป็คนที่มีหัวคิดคนหนึ่งเลยล่ะขอรับ”
นางศจีอดที่จะมองหน้าเ้าลูกชายที่กล้าวิจารณ์คนอื่นว่าซื่อบื้อทั้งที่ตนเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่พอกันเลยทั้งลูกพี่ลูกน้อง
“พูดถึงน้องชายข้าก็ลืมเ้าเสือไปสนิทเลยข้าสั่งว่าให้อยู่ดูแลท่านแม่ตอนเช้าก็รับปากเสียดิบดีพอตอนนี้กลับหายจ้อยไปเสียนี่กลับมาเดี๋ยวข้าต้องลงโทษเสียหน่อยแล้ว”สิงห์คาดโทษน้องชายตนที่ตอนนี้อายุสิบสองขวบแล้วแม้จะไม่ใช่น้องชายแท้ๆแต่ก็เลี้ยงดูมาั้แ่ตัวยังแบเบาะทั้งท่านแม่และตนเองก็รักเ้าน้องคนนี้มากเหมือนสายเืเดียวกัน
เขาจำได้ว่าวันที่เจอเ้าเสือตอนนั้นตัวเขาน่าจะอายุประมาณเก้าขวบในระหว่างทางที่กำลังเดินทางไปรับจ้างแบกหามในตลาดเมื่อเดินมาถึงบ้านร้างก่อนถึงตลาดก็ได้ยินเสียงเด็กร้องทีแรกเขาก็คิดว่าโดนผีหลอกแต่ด้วยที่ตอนนั้นเป็่กลางวันแดดเปรี้ยงความกล้าเลยมีมากกว่าความกลัวจึงเปิดประตูบ้านหลังนั้นเข้าไปดูก็ได้พบเด็กทารกถูกทิ้งในสภาพที่ยังมีสายสะดือติดอยู่และกำลังนอนอยู่บนพื้นดินกลางแดดร้อนจัดแถมยังมีมดกำลังรุมกัดอยู่ทั่วทั้งตัวเป็ภาพที่น่าสลดใจมากผู้เป็แม่ต้องใจร้ายแค่ไหนกันนะถึงได้ทิ้งลูกเหมือนเช่นขยะชิ้นหนึ่งที่จะโยนทิ้งยังไงก็ได้
ตอนนั้นเขารีบเข้าไปอุ้มเด็กคนนั้นมาแล้วปัดมดออกอย่างเบามือที่สุดแล้วจึงถอดเสื้อมาห่อตัวเ้าเสือที่ยังเป็ทารกรีบวิ่งกลับบ้านอย่างไม่รู้เหนื่อยจำได้ว่าตอนนั้นตนะโเรียกมารดามาตลอดทางจนคนแถวนั้นตกอกใกันยกใหญ่
หลังจากเจอมารดาแล้วจึงเล่าเื่ย่อๆ ให้ท่านฟังก่อนที่ท่านจะรีบวิ่งพาทารกคนนั้นไปโรงหมอสิงห์เลยต้องวิ่งตามไปอีกรอบพอมาถึงโรงหมอเขาก็ทิ้งตัวลงไปนอนกับพื้นอย่างหมดสภาพโดยไม่สนใจว่าพื้นตรงนั้นจะสกปรกหรือไม่และกว่าที่เ้าเด็กทารกคนนี้จะผ่านขวบปีแรกไปได้นั้นช่างเหมือนลูกผีลูกคนสามวันดีสี่วันไข้แต่เมื่อผ่าน่นั้นมาได้แล้วก็แข็งแรงเหมือนเด็กปกติทั่วไปหลังๆมานี้ดูเหมือนจะแข็งแรงมากจนเหมือนวัวเหมือนควายเสียแล้ว
“แม่ไล่เ้าเสือให้ออกไปเที่ยวเองนั่นแหละแล้วเ้าไม่ต้องไปดุน้องหรอกปล่อยให้น้องได้ไปวิ่งเล่นมีเพื่อนเหมือนกับเด็กคนอื่นเสียบ้างแม่ก็ไม่ได้เป็อะไรเสียหน่อย”นางรีบอธิบายให้เ้าลูกชายตัวโตได้ฟังเดี๋ยวจะไปทะเลาะชายตัวเองอีก
“โธ่...ท่านแม่ทำอย่างนี้ไม่ได้นะขอรับหากเกิดอะไรขึ้นกับท่านตอนที่ไม่มีใครอยู่บ้านจะทำอย่างไรล่ะขอรับตอนนี้ข้ามีเงินแล้วข้าจะอยู่เฝ้าท่านเองก็แล้วกัน”สิงห์ไม่ยินยอมอย่างเด็ดขาดที่จะมารดาอยู่บ้านคนเดียว
“เฮ้อ~ตามใจเ้าแล้วกันแต่เงินทองหากมีแต่จ่ายออกไปก็มีแต่จะหมดลง่นี้ก็ถือว่าเ้าพักผ่อนไปก่อนก็แล้วกัน”นางศจีี้เีจะค้านในความตั้งใจของบุตรชาย
ส่วนดินนั้นถึงแม้มือจะกำลังทำความสะอาดห้องครัวอยู่แต่หูก็ฟังเื่ที่สองแม่ลูกนั้นกำลังคุยกันอย่างคนที่ชอบเสือ..กเฮ้ย!!!ไม่ใช่ล่ะ~เอาใหม่..เอาใหม่..ส่วนหูก็ฟังเื่ที่สองแม่ลูกกำลังคุยกันอย่างคนที่ชื่นชอบและให้ความสนใจเื่ราวของผู้อื่นมากกว่าของตัวเอง!!!ฟังแล้วดูดีขึ้นใช่มั้ยล่ะ
“อ้าว~ดินเสร็จแล้วเหรอลูกต้องขอโทษเ้าด้วยนะที่ให้แขกต้องมาเป็คนเก็บล้างทำความสะอาดแต่จะให้สิงห์เป็คนทำก็กลัวว่าจะมาพังครัวของแม่เสียมากกว่าน่ะหึหึหึ ขอบใจเ้ามากนะลูกดิน”
“มันไม่ได้ลำบากอะไรเลยท่านแม่เดี๋ยววันหลังข้าจะมาทำอาหารสูตรใหม่ๆให้ท่านแม่ลองชิมนะขอรับ”ดินรีบฉวยโอการที่จะได้มาทำความสนิทกับครอบครัวสิงห์ให้มากขึ้นอีก
“จริงนะ!...แล้วเ้าจะมาเมื่อไหร่ล่ะั้แ่พรุ่งข้าก็ไม่ได้ไปทำงานที่โรงสีแล้วล่ะจะอยู่บ้านกับท่านแม่ทั้งวันเลยเ้าจะมาเมื่อไหร่ก็ได้หรือว่าจะให้ข้าไปรับเ้าที่บ้านดีหรือไม่”สิงห์แย่งมารดาพูดเสียเองก็เ้าเด็กดินทำอาหารอร่อยน้อยเสียที่ไหนล่ะ
“ข้าก็ยังไม่แน่ใจเลยพี่สิงห์แต่ข้าจะมาทำอาหารอร่อยๆให้ท่านได้ทานแน่นอนขอรับข้าสัญญาเลย”เพราะตอนนี้เขายังมีภารกิจที่เกี่ยวกับชีวิตคนจำนวนมากยังไม่สามารถมาหมกตัวอยู่ที่นี่ได้นานๆ
“ไม่เป็ไรข้านั้นรอได้แต่ว่านี่ก็เริ่มจะเย็นแล้วบ้านเ้าอยู่ที่ไหนเดี๋ยวข้าไปส่งเ้านะ”สิงห์แอบเสียดายที่เด็กหนุ่มตัวเล็กอาจจะยังไม่มาในเร็วๆนี้ เพราะจากที่ได้คุยกันนั้นเขารู้ดีว่าเ้าตัวมีภารกิจที่ต้องรีบทำ
“เดี๋ยวข้ากลับเองดีกว่าพี่สิงห์อยู่ดูแลท่านแม่เถอะขอรับ”ดินจำต้องปฏิเสธไปเพราะเขาเองก็เป็ห่วงแม่พี่สิงห์เหมือนกันโรคหัวใจนั้นมันเอาแน่เอานอนไม่ได้หากมีโอกาสเขาจะแอบหาทางใช้เวทย์รักษาแม่พี่สิงห์โดยตรงซึ่งจะทำให้โรคนั้นหายขาดได้ทันทีแต่ตอนนี้ต้องดื่มยาบำรุงที่เจือด้วยไอเวทย์ไปก่อน
“ท่านแม่ดื่มยาบำรุงถ้วยนี้สักหน่อยนะขอรับ”ดินเทยาที่ต้มเอาไว้ก่อนที่จะเริ่มเก็บล้างทำความสะอาดห้องครัว
มารดาพี่สิงห์หันมายิ้มให้ก่อนที่จะรับถ้วยยาไปจิบดื่มทีละน้อยดินรอให้ท่านดื่มจนหมดแล้วจึงถามอาการหลังจากดื่มยาที่ผสมเวทย์ลงไป
“เป็อย่างไรบ้างท่านแม่รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่ขอรับ”
“แปลกมาก!หลังจากที่ดื่มไปแล้วความรู้สึกแน่นหน้าอกเหมือนจะหายไปเยอะแถมยังหายใจได้เต็มอิ่มมากขึ้นนับว่าเป็ยาวิเศษเลยล่ะขอบใจเ้ามากนะแม่ขออวยพรให้สิ่งที่เ้าหวังและกำลังพยายามทำอยู่จงสำเร็จตามที่เ้าปรารถนา”นางอวยพรทิ้งท้ายไว้อย่างมีนัยยะ
“ขอบคุณขอรับท่านแม่ได้รู้ว่าท่านดีขึ้นข้าก็เบาใจแล้วล่ะขอรับ”ดินไม่กล้าเงยขึ้นมองมารดาพี่สิงห์เพราะรู้สึกเหมือนท่านสามารถอ่านใจเขาออกไปหมดทุกอย่าง
“ท่านแม่ท่านนี่เก่งจังเลยรู้ได้อย่างไรว่าเ้าดินนั้นมีภารกิจต้องไปทำจริงๆนั่นแหละ ท่านต้องมีญาณวิเศษแน่ๆ”
“ใครจะไปทึ่มเหมือนเ้ากันล่ะ”
เ้าหนุ่มตัวโตกล้ามใหญ่ถึงกับทำหน้างงว่าเหตุใดมารดาต้องมาว่าตนด้วยนี่เขาทำอะไรผิดโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่าก็ไม่มีนะ หากมีแล้วล่ะก็คนฉลาด ๆ เช่นเขาย่อมต้องรู้สิจริงมั้ย!