การอาณาเขต
ผู้ครองธาตุนภาและผู้ครองธาตุปฐพีต่างสาดพลังใส่กันจนทำให้บริเวณโดยรอบเสียหายเป็นวงกว้างเดือดร้อนถึงเหล่าคณาจารย์ของเซนเทียน่าฯ ที่อยู่ใกล้เคียงต้องออกโรงมาจัดการหลังจากสังเกตทั้งคู่มาพักใหญ่
“ทรีบาสนี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แล้วนะ” มาดามรีรีนโบกพัดสีม่วงไปมาอย่างร้อนใจเธอรับรู้ได้ตั้งแต่แสงของหอคอยหม่นหมองลงว่าจะต้องเกิดเรื่องใหญ่แต่ก็ไม่คิดว่าจะพบผู้ครองธาตุออกมาตีกันจนวุ่นวายขนาดนี้
“ฉันไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเนย่าแต่สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้ คือกางอาณาเขตกั้นไม่ให้ทั้งคู่กระจายวงกว้างไปมากกว่านี้กระแสพลังรุนแรงมาก อาจทำให้พวกมังกรเกิดการโกลาหลได้อีกทั้งอาจทำให้ทางฝั่งพวกมังกรไร้นายแตกตื่น” ทรีบาสครุ่นคิดตอนนี้พวกเขาออกมายืนออกันอยู่บริเวณสนามโรงเรียนเพราะเป็นทิศทางที่สามารถมองเห็นการต่อสู้ของทั้งคู่จากระยะไกลได้
“ข้าคิดว่าทุกคนควรต้องช่วยกันกางอานาเขตเวทย์ที่เริ่มกินวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ท่านคนเดียวคงทำไม่ไหวอย่างน้อยหากชนปราการอาณาเขตก็ยังสามารถกันพลังทำลายล้างพวกนั้นไม่ให้ไปไกลกว่านี้ได้หากพวกเราช่วยกันอาณาเขตปราการก็จะแข็งแกร่งขึ้น” โควอร์กออกความคิดบ้าง ไม่น่าเชื่อว่าเด็กมนุษย์คนนั้นจะถูกผู้ครองธาตุนภาอิงร่างจนมีพลังทัดเทียมกับผู้ครองธาตุดินที่เหมือนจะหายสาบสูญไปนานเช่นกัน
“ข้าว่าเซนเทียน่าดูแปลก ๆ ไปนะท่าน” ทรอยอาร์ที่มองไปรอบ ๆ ถึงกับถูแขนตัวเองเพราะไอความเย็นเริ่มก่อตัวหนาขึ้นและบรรยากาศโดยรอบก็วังเวงผิดแปลก
“ผู้ปกปักทิศตะวันออก เหมือนจะไม่อยู่” ซาร์เรียเดินเข้ามาสบทบเป็นคนเอ่ยตอบเธอลองไปที่หอคอยสีน้ำเงินมาแล้ว ก็พบความเสียหายที่เกิดขึ้น
“เขาตายอย่างนั้นหรือ” มาดามรีรีนหันกลับมาถามด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ดูเหมือนจะใช่ พลังผู้ปกปักอ่อนมากหอคอยสีน้ำเงินสีหม่นลงทันตา พลังจากผู้ปกปักตนอื่นก็ไม่สามารถรักษาดุลได้เป็นสัญญานว่ามีหนึ่งตนหายไป” อีรอสถอนหายใจ เขาเพิ่งพบกับรีสเมื่อไม่นานรีสแจ้งว่าเขาแบกผู้ปกปักทิศใต้กลับมาด้วยเพราะนางไม่ได้สติแต่ที่น่าเสียดายคือพวกเขามองไม่เห็นผู้ปกปักเหล่านั้น
“คงต้องให้พวกมังกรช่วยลงมือสร้างอาณาเขตเวทมนตร์เพราะลำพังพลังของพวกเราคงไม่สามารถกั้นอำนาจขนาดนั้นไม่ให้หลุดรอดออกไปได้” มาดามรีรีนเสนอ
“เชย์ตี้กับเอิร์นนิส สองผู้ครองธาตุของเบื้องบนและเบื้องล่างพวกเราคือส่วนกึ่งกลาง คงจะเข้าไปยุ่งด้วยไม่ได้ เตรียมความพร้อมอาจารย์ท่านอื่น ๆด้วย ให้ช่วยกันเสริมปราการเขตอย่าให้ทั้งคู่กระจายวงไปไกลมากกว่านี้” ทรีบาสออกคำสั่งให้ทุกคนได้เตรียมตัวหากเรื่องนี้นำพาไปถึงสภามังกรและสมาพันธ์ผู้ฟูมฟัก อาจจะต้องถูกสอบสวนอีกนาน
เมื่อทุกคนต่างแยกย้ายไปเตรียมภารกิจที่ต้องทำตามคำสั่งเหลือเพียงมาดามรีรีนที่ยืนเคียงอยู่กับทรีบาส เธอก็เอ่ยถามขึ้นเพราะไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าเท่าไร
“พวกเขามีความแค้นอะไรกันถึงต้องมาต่อสู้กันขนาดนี้โดยปกติแล้วผู้ที่เป็นใหญ่สุดในผู้ครองธาตุก็คือเชย์ตี้มิใช่หรือ”
“ด้วยอำนาจและหน้าที่แล้ว พวกเขาเสมอกันข้าก็ไม่เข้าใจความสัมพันธ์เหล่าผู้ครองธาตุเท่าไร แต่ตามที่เล่ากันปากต่อปากคือพวกเขาทั้งหมดเป็นเพื่อนกันและทำหน้าที่แตกต่างกันจึงไม่สามารถขาดใครไปได้เพราะจะเสียสมดุล คล้ายกับผู้ปกปักประจำทิศที่ถ้าใครหายไปที่เหลือก็ไม่สามารถทำหน้าที่แทนทิศนั้นๆ ได้นั่นแหละ” ทรีบาสตอบน้ำเสียงเครียด
“ถ้าเช่นนั้นก็น่าจะเรื่องใหญ่ไม่ใช้น้อยถึงขั้นลงมือจะฆ่ากันเช่นนี้” มาดามรีรีนถึงกับทอดถอนใจแม้พวกเขาจะอยู่มาเนิ่นนานก็ใช่ว่าจะรู้เรื่องราวของพวกที่อยู่ในโลกใบเดียวกันไปเสียทั้งหมด
“โรงเรียนจะพังไหมเล่าท่าน” ทรอยอาร์ซึ่งร่อนเจ้าซาร์ฟินที่ดูเหนื่อยหน่ายลงมาข้างๆ ทั้งสองตะโกนถามฝุ่นจากเจ้าตัวยักษ์จอมง่วงงุนถึงกับลอยฟุ้งไปทั่วจนมาดามรีรีนต้องเอาพัดขึ้นมาปิดจมูก
“ฉันสร้างปราการเวทย์คุมไว้แล้วพวกท่านไม่ต้องห่วง ในตอนนี้พวกเด็ก ๆเองก็ยังไม่รู้สถานการณ์เพราะถูกสะกดให้หลับอยู่หวังว่าการต่อสู้ของพวกเขาจะสิ้นสุดโดยเร็ว พวกเราก็คงทำได้แต่ป้องกัน” ทรีบาสสีหน้าเครียดขึ้นเขารู้สึกเป็นห่วงเด็กมนุษย์มาก แต่ที่ทำได้ตอนนี้คือได้แต่มองและรอคอย
“เรามีโอกาสจะได้คุยกับพวกเขาไหมท่าน” โคโวอร์กเอ่ยถามบ้างตอนนี้เขาอยู่บนหลังมังกรเตรียมพร้อมกับภารกิจแล้ว
“น่าจะยากนะ คงต้องรอให้เนย่ามีสติมากพอโชคดีแค่ไหนแล้วที่ฟื้น ก่อนหน้านั้นอยู่ในอาการกึ่งเป็นกึ่งตายมานานพอดูเลย” ซาร์เรียตอบแทนเธอเองก็พร้อมอยู่บนหลังมังกรเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
“รีบจัดการเถอะก่อนที่ทั้งคู่จะขยายวงกว้างไปมากกว่านี้” อีรอสเร่งก่อนจะพามังกรทะยานขึ้นสูงเพื่อสร้างปราการเขตครอบวงการต่อสู้ของสองผู้ครองธาตุไว้
อีกด้านหนึ่ง
ทางด้านเนย่าเมื่อเห็นว่าอาวุธที่ตนสร้างมีกำลังไม่พอที่จะหักล้างพลังของบดีดินได้ทำได้แค่เพียงเสมอจึงใช้พลังติดตัวของร่างขึ้นมาแทนหัตถามังกรถูกปลุกให้ตื่นแขนขวาขยายใหญ่ขึ้น เมื่อรวมกับเขาของมังกรอีกตนสภาพของมันก็ไม่แตกต่างจากปืนใหญ่ที่เตรียมกระสุนไว้จนพร้อม
ฝ่ามือที่เต็มไปด้วยเกล็ดหนาและกรงเล็บขยายขนาดใหญ่ขึ้น ก่อนจะกางออกแล้วยิงกระสุนพลังที่รุนแรงเข้าใส่ร่างของไทโซล์ความเร็วของมันทำให้บดีดินไม่สามารถหลบพ้นได้ทัน เฉี่ยวไปถูกขาขวาจนเลือดสีทองไหลเป็นทาง
“หึ...เข้าใจเล่นนะเชย์ตี้ อาศัยพลังของลูกมาใช้” บดีดินเหยียดยิ้มแม้จะบาดเจ็บแต่เรื่องมันต้องไม่จบแค่นี้แน่
ไม่มีเสียงใดตอบรับจากเด็กหญิงเธอหายตัวมาอยู่ด้านหลังไทโซล์ก่อนจะใช้กรงเล็บมังกรฟาดเข้าเต็มร่างของเขาจนร่างร่วงหล่นลงไป
แต่แล้วผ่ามือขนาดใหญ่ที่กำเนิดจากพื้นดินก็โผล่มารับร่างนายไว้ได้ทัน เนย่าพุ่งตามเข้าไปหมายจะทำลายให้สิ้น แต่ทว่าไทโซล์ก็หายวับไปในพริบตาก่อนผ่ามือนั้นจะรวบร่างเด็กหญิงไว้ในกำมือได้ในที่สุด
เนย่าดิ้นทุรนทุรายแต่พลังจากธรณีก็ไม่ปลดปล่อยร่างของเธอโดยง่าย ผ่ามือธรณีเริ่มแข็งตัวขึ้นเรื่อย ๆจนแปรสภาพเป็นหินในที่สุด
แต่แล้วมือข้างที่ไม่ได้ถูกรวบตรึงไว้ของเนย่า ที่โผล่พ้นร่องนิ้วของฝ่ามือหินออกมาก็สร้างกระแสพลังจนหินเริ่มร้าวจวนปริแตกเธอสามารถพลิกตัวหงายหน้ากลับมามองคนที่ลอยเหนือเธออยู่ได้
“ขนาดพลังของข้าแปรสภาพเป็นหิน เจ้ายังสามารถทำให้มันร้าวได้นะเนย่าถือว่าไม่เลวเลยสำหรับพลังมังกรของเจ้าที่ได้รับมา แต่ใช่เจ้าหรือเปล่านะที่ใช้พลังนี้ หรือพ่อของเจ้ากันแน่ที่กำลังบังคับให้เจ้าได้ทำอย่างใจเขาต้องการหือ?” ไทโซล์เหยียดยิ้มเมื่อเห็นท่าทีดิ้นรนขัดขืนของคนใต้ร่างที่ยังคงถูกฝ่ามือจากพลังของเขาตรึงเอาไว้
ดวงตาสีฟ้าส่องแสงเรืองอีกครั้งพลังของมังกรที่อยู่บนฝ่ามือของเนย่า มันย้ายสถานะมาอยู่บนหัวของเธอเขาแหลมโค้งสีดำขลับงอกยาวเอนลู่ไปด้านหลังเนย่าดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดเพราะถูกกระแสพลังของมังกรเปลี่ยนรูปร่าง
“บ้าน่า นั่นจะทำให้เนย่าเป็นมังกรรึไงกัน” เซนดรินที่ดูสถานการณ์อยู่ห่าง ๆสบถเมื่อพบว่าผู้ฟูมฟักของตนมีเขามังกรงอกออกมาและเธอก็เจ็บปวดมาก
“คงไม่ใช่หรอกพลังของพวกเราพยายามแยกส่วนกันออกมาเพื่อที่จะใช้เอาตัวรอดจากบดีดิน หัตนั่นถูกตรึงอยู่คงใช้อะไรไม่ได้พลังจากเขาของฉันจึงย้ายมาในตำแหน่งที่จะส่งพลังออกไปได้แทนน่ะสิ” ฮาร์มวิเคราะห์
“แต่ก็ไม่น่าจะทำให้เนย่าทรมานขนาดนั้น” เซนดรินรู้สึกขัดใจทำไมการถ่ายเทพลังถึงต้องทำให้เนย่าเจ็บปวดเช่นนั้นด้วย
“นายพูดเหมือนพลังมังกรของนายไม่ทำให้ร่างมนุษย์ของเนย่าทรมานอย่างนั้นแหละ” ฮาร์มหันไปตอบเสียงเรียบทำเอาเซนดรินถึงกับถอนหายใจเพราะมันก็เป็นเรื่องจริง
พลังมังกรที่ถ่ายทอดไปจากเขาของฮาร์มมันกลายสภาพเป็นเขาอยู่บนศีรษะของเนย่าแทนแม้จะยังไม่หลุดจากพันธนาการแต่ทว่าเขาสีดำขลับที่เพิ่งกลายสภาพมานั้น ก็จำแลงร่างเป็นภูติเงาขนาดใหญ่ไขว่คว้าร่างที่หลบการลอบทำร้ายของเธอได้อย่างหวุดหวิด
“เจ้าเล่ห์นักนะ” แต่แล้วไทโซล์ที่ถูกเงาภูติไล่ล่าก็พุ่งข้าหาร่างเนย่าก่อนจะบีบคอของเด็กหญิงไว้มั่นและทำลายร่างภูติเงาด้วยฝ่ามือเดียวที่สาดซัดพลังใส่จนสิ้น
“เผยร่างจริงของเจ้าสักทีเชย์ตี้ข้าเสียเวลากับเจ้ามามากพอแล้ว ออกมาถ้าไม่เช่นนั้นลูกของเจ้าก็จงตายซะ”มือหนาของไทโซล์รวบคอเล็กบีบบังคับแรงขึ้นสองมังกรพยายามเข้ามาช่วยเหลือเนย่าแต่ก็ถูกปราการพลังของบดีดินผลักออกไปอีกหน
“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครคิดจะควบคุมอะไรก็ได้อย่างนั้นรึ” บดีดินพยามที่จะดึงร่างจริงของเชย์ตี้ออกมาถึงขั้นยอมทำลายสิ่งที่พันธนาการ เนย่าอยู่จนมันแตกออกเป็นเสี่ยง ๆเนย่าดิ้นปัดป่ายเมื่อถูกมือใหญ่บีบเค้นลำคอจนเท้าลอยเหนือพื้น
แต่แล้วปีกคมก็กางสยายออกเบื้องหลังของเนย่าก่อนจะย้อนแทงสวนมาด้านหน้าจนร่างของบดีดินที่ถูกปีกคมราวใบดาบทิ่มแทงนั้นปล่อยมือจากลำคอเล็ก แล้วทรุดลงกับพื้นในที่สุด
แม้พลังหลาย ๆอย่างกำลังจะฉีกร่างเด็กหญิงเป็นชิ้น พวกมันถาโถมอยู่ภายในจนร่างแทบปริแตกเธอทำอะไรไปโดยไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย แต่ทว่าเมื่อคนตรงหน้าเจ็บเธอกลับหยุดมือ
“พอซะที ไม่!” เสียงของเนย่าตะโกนก้องคล้ายกับกำลังทะเลาะกับตนเองก่อนจะใช้หัตถ์มังกรตัดปีกทั้งสองข้างทิ้งอย่างไม่ใยดี แม้จะเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ตาม
ความเจ็บปวดที่ถาโถมทำเอาเด็กหญิงถึงกับกระอักเลือดออกมาอย่างยากจะควบคุมแหวนที่เธอสวมใส่อยู่กระพริบแสงสีฟ้าอมม่วงถี่ ๆ ก่อนจะค่อย ๆ กระจายละอองไอเข้าโอบร่างเนย่าไว้อย่างคิดถึงก่อนจะจางหายไป
เมื่อเจ้าของร่างรู้สึกตัวตื่นอำนาจการควบคุมของแหวนหรือดวงจิตต้นกำเนิดของเนย่าก็ถดถอย และยอมผละไปแต่โดยดีราวกับรับรู้ว่าเธอไม่ได้ต้องการที่จะทำร้ายใครแม้แต่น้อย
“พ่อคะ พ่อ!” เนย่ารู้ดีว่ากระแสพลังที่เข้ามาโอบกอดเธอนั้นคือส่วนหนึ่งของพ่อเธอจิตที่เกิดจากความเศร้าโศกเสียใจของเชย์ตี้ครอบงำเธอ แต่บัดนี้เธอตื่นขึ้นแล้ว และจะไม่เป็นเช่นนั้นอีก แม้จะเอ่ยเรียกรั้งไว้แต่ไอพลังแห่งจิตต้นกำเนิดก็เลือนหายไปแล้ว เนย่าจึงหันมาสนใจคนที่กำลังบาดเจ็บหนัก
“คุณไทโซล์ เจ็บมากหรือเปล่าคะ” เนย่าค่อย ๆคลานมาหาคนที่นั่งคุกเข่าเลือดโทรมกาย
“เนย่า” ไทโซล์เงยหน้ามองเด็กหญิงที่ดูเหมือนสติจะกลับมาครบถ้วนแล้วดวงตาสีเขียวมรกตของเธอทำให้บดีดินเผลอยิ้มน้อย ๆ อย่างแสนคิดถึงแต่ก็นึกเสียดายที่ก็จับเชย์ตี้มาแก้แค้นไม่ได้ ทั้งที่อยู่ตรงหน้าแล้วแท้ ๆ
“หนูรู้ว่าคุณรักแม่ของหนูมากแต่พ่อของหนูก็ทรมานไม่ต่างกัน พอเถอะนะคะ” เนย่าคุกเข่าเอื้อมมือสัมผัสคนตรงหน้า
“นี่เจ้ารู้หรือว่าทำไม...” บดีดินหอบหายใจอาวุธของเชย์ตี้ช่างร้ายกาจนัก
“ค่ะ หนูรู้” เนย่าพยักหน้ารับ
“พ่อเจ้าจะทรมานอะไร เชย์ตี้ทอดทิ้งเนลล่าจนเธอถูกทำร้ายจนตาย ส่วนเจ้าก็เกือบจะหาชีวิตรอดไม่คนอย่างเชย์ตี้มันไร้ความรับผิดชอบ” บดีดินตะโกนใส่หน้าเด็กหญิงด้วยความเดือดดาล
“พ่อหนูไม่เคยทอดทิ้งแม่เลยค่ะเพียงช่วงเวลาที่คุณมาพบ พ่อกลับมาไม่ทัน พ่อเสียใจมากที่ไม่สามารถช่วยแม่ได้พ่อหนูทำลายหมู่บ้านนั้นทั้งหมดทิ้ง จนถูกเทพผู้สร้างลงโทษ มิอาจปรากฏตัวได้ที่อยู่กับหนูตอนนี้คือจิตใจที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า พ่อเสียใจมากนะคะคุณไทโซล์ไม่ใช่สิ คุณเอิร์นนิส” เนย่าพยายามอธิบายน้ำตาคลอ
“ข้ายินดีกับเนลล่าเสมอ ข้ารู้ว่านางรักเชย์ตี้และเห็นข้าเป็นเพียงเพื่อนที่ดี ข้ายินดีกับนาง และเชย์ตี้ ที่ทั้งสองครองรักกันข้าจึงหายไปเพื่อรักษาแผลในใจของข้า จนกระทั่งตามมาพบเจ้าในวันที่คลอด แต่ข้าข้าช่วยแม่ของเจ้าไม่ได้ หัวใจข้าก็แตกสลายไม่แพ้กัน นางคือคนที่ข้ารักจนหมดหัวใจ” ไทโซล์อธิบายน้ำตาเอ่อนองความเสียใจไม่ว่าจะกี่ร้อยกี่พันปีเขาก็ไม่เคยลืมภาพเนลล่าที่สิ้นใจในอ้อมแขนของเขาเลย
“หนูเข้าใจค่ะ ตอนหนูหลับไปหนูได้พบกับพวกท่านในอดีต ภาพต่าง ๆ เข้ามาราวกับความฝัน แต่ฝันเหล่านั้นล้วนเคยเกิดขึ้นจริงหนูเองก็เสียใจที่ไม่สามารถช่วยใครได้เลย พ่อของหนูถูกลงโทษและจองจำเขาต้องกลับไปทำหน้าที่ทั้งยังเป็นนักโทษของที่ไหนสักแห่งในจักรวาลนี้การที่ยังพอมีจิตส่วนหนึ่งอยู่ในร่างหนูอยู่ นั่นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าท่านก็ไม่เคยทอดทิ้งหนูเช่นกันไม่เป็นไรนะคะคุณเอิร์นนิส ให้อภัยพ่อของหนูนะคะ เขาเองก็พยายามอย่างเต็มที่แล้ว” เนย่าพยามปลอบใจคนที่กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ทั้งอยากแก้แค้น ทั้งสงสาร ทั้งเจ็บปวดปนเปกันจนเขาทำอะไรไม่ถูก
“เนย่า เนลล่า พวกเจ้าช่างเหมือนกันจริง ๆ” บดีดินสบตาคู่สวยของเด็กหญิงแล้วยิ่งทำให้นึกถึงคนที่เขาเองก็รักไม่แพ้ใคร
“คุณเรเนรอส หน้าเหมือนแม่ของหนูมาก” เนย่ากุมมือของบดีดินแล้วลูบหลังมือเขาเบา ๆเธอถือโอกาสนี้รักษาบาดแผลของเขาไปในตัว
“ข้ายอมรับว่าตอนแรกอาจจะใช้เรเนรอสเพื่อคลายคิดถึงเนลล่าแต่สุดท้ายแล้ว ไม่มีใครแทนใครได้หรอกเนย่า ตอนนี้เรเนรอสเธอคือคนที่ดีที่สุดสำหรับข้าแล้ว” ระยะเวลาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมามันทำให้จิตใจเขาอ่อนลง แต่ก็ยังคงความแค้นต่อเชย์ตี้ไว้ไม่จางหายที่คนรักที่แท้จริงตายไป
“หนูขอบคุณแทนแม่หนูด้วยที่คุณมีความรักดี ๆเช่นนี้ให้ และยินดีกับคุณด้วยที่มีคนอยู่ข้าง ๆ อย่าโกรธพ่อของหนูเลยนะคะเชื่อว่าอีกไม่นานพวกคุณจะได้พบและปรับความเข้าใจกันค่ะ” เนย่ายิ้มให้คนตรงหน้าพร้อมกับลงมือรักษาเขาต่อไป
“อืม” บดีดินพยักหน้าให้
“เนย่า” รีสพุ่งเข้ามาเลียหน้าเลียตาเนย่าด้วยความคิดถึงกว่าเขาจะผ่านม่านพลังของเอิร์นนิสเข้ามาได้ก็แทบแย่เหมือนกัน
“พอแล้วน่ารีส ฉันฟื้นแล้วนี่ไง” เนย่ากอดคอของรีสไว้เพื่อให้รู้ว่าเธอปลอดภัยดีคิดถึงขนฟู ๆ ของรีสไม่น้อยเลย เพราะกว่าร่างนี้ของรีสจะหายดีก็ใช้เวลานานมาก
เมื่อเรื่องราวที่สองผู้ครองธาตุปะทะกันผ่านพ้นไปอาณาเขตที่เหล่าคณาจารย์สร้างขึ้นก็เลือนหาย เขตเวทย์ป้องกันคนอื่นเข้ามาขวางทางของเอิร์นนิสก็เลือนหายไปด้วย
“ยินดีด้วยนะเนย่าที่รู้เสียทีว่าพ่อแม่ของเธอคือใคร” ทรีบาสเดินเข้ามาร่วมยินดีเมื่อเหตุการณ์สงบลง
เนย่าที่กำลังประคองร่างของไทโซล์ฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็น ทรีบาสเดินมาหาแม้จะแอบน้อยใจอยู่บ้างที่ทรีบาสเลือกจะทิ้งเธอแต่เธอก็พอจะเข้าใจว่าหากเธอมาโลกนี้ในตอนนั้นเธออาจจะไม่ได้มีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้
“เขาใหม่เธอน่ารักดีนะ” ซาร์เรียเดินเข้ามาทักทายบ้างเธอรู้สึกสนใจเขาคู่ใหม่ของเนย่าเป็นพิเศษไม่น่าเชื่อว่าร่างของเด็กมนุษย์จะกักเก็บพลังของมังกรได้มากถึงเพียงนี้ แถมเป็นอาวุธที่ร้ายกาจถึงสองชิ้นที่ติดอยู่กับตัวผู้ฟูมฟัก
“อะ! เขาเหรอคะ อ้าว!ผมหนู” เนย่าปล่อยแขนของไทโซล์ก่อนจะยกมือขึ้นลูบเขาบนหัวไปมาไม่นะ เธอจะกลายเป็นแพะไปแล้วอย่างนั้นหรือ แถมผมครึ้งหนึ่งก็เป็นสีขาวมุกเช่นนี้ด้วย
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า” ฮาร์มเดินเข้ามาหาเนย่าก่อนจะลูบหัวเธอเบา ๆเขานั้นก็พรางหายไป
“ขอบใจนะ” เนย่ายิ้มบาง ๆ ให้คนตรงหน้าเหลือบมาอีกทางก็พบเซนดรินที่ยืนกอดอกนิ่วหน้าอยู่ราวกับจะคาดโทษเธอ
“เธอผลักฉันกระเด็นเลยนะรู้ตัวรึเปล่า” เซนดรินทำเสียงเข้มใส่
“ฉันไม่รู้ตัวนี่นา” เนย่าทำหน้ายุ่งตอบไป
“ไม่ทะเลาะด้วยแล้ว กลับหอคอยกันดีกว่าฉันเพิ่งฟื้น หิวมากเลย คุณบาร์รามคงจะมีของอร่อยรออยู่แน่ ๆ" เด็กหญิงฉีกยิ้มร่าเมื่อนึกได้ว่าเธอจะได้กินของอร่อยหลังจากหลับไปนานขนาดนี้
แต่แล้วเซนดรินก็คว้ามือเธอเอาไว้ก่อนสายตาทุกคนจ้องมองเด็กหญิงด้วยแววตายากจะอธิบาย ต่างเงียบกันไปชั่วอึดใจจนเด็กหญิงเลิกคิ้วถาม
“อย่าเพิ่งไปเลยนะ” เซนดรินเอ่ยรั้งด้วยสีหน้าลำบากใจ
“มีอะไรกันรึเปล่าคะทุกคน เรื่องผ่านไปแล้วถ้าหนูทำอะไรผิดพลาดหนูต้องขอโทษด้วยนะคะทุกคนอย่าบอกนะคะว่าหนูจะไม่ได้กลับไปเรียน” เนย่ายิ้มเฝื่อน สีหน้าอาจารย์และเพื่อน ๆเธอดูลำบากใจมากถ้ารินรินอยู่ในที่นี้บรรยากาศเช่นนี้เพื่อนของเธอคงร้องไห้เป็นแน่
“เนย่าจ้ะ เอ่อ!” มาดามรีรีนเดินแทรกผ่านฝูงชนเข้ามาด้วยสีหน้าลำบากใจมากกว่าใคร
“คะมาดาม?” เนย่าเอียงคอสงสัย
“ตุลาการไม่อยู่แล้ว เอ่อฉันหมายถึงบาร์รามของเธอ” มาดามพยายามอย่างมากเพื่อรวบรวมความกล้าที่จะบอกเด็กหญิงไป
“อาจารย์ให้เขาไปไหนหรือคะ” เนย่าหันไปถามทรีบาสที่ค่อย ๆผ่อนลมหายใจอย่างนึกสงสารคนตรงหน้า
“ยายหนู เธอลองมองไปรอบ ๆ นี่ก่อนเถอะ” เป็นชูม่าที่ค่อย ๆ แทรกการสนทนาขึ้นมาเขาหลบอยู่บนหลังของฮาร์มมาสักพักแล้ว แต่เหมือนยายหนูของเขายังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรจนเขานึกสงสาร
“บรรยากาศดูวังเวงจังนะคะ” เนย่าหันไปมองรอบ ๆเธอเพิ่งรู้สึกว่าอากาศรอบกายเย็นเยียบกว่าที่เคย จนเธอต้องยกมือขึ้นมาถูแขนสีหน้าทุกคนก็ดูหม่นเศร้า เมื่อสักครู่ยังยินดีที่เธอฟื้นกลับมาอยู่เลย
“บาร์รามตายแล้วนะเนย่า” ชีน่าเป็นคนตอบให้เรื่องกระจ่างขึ้นในเวลาเช่นนี้ยังไม่มีใครกล้าที่จะบอกเด็กหญิงเห็นทีจะต้องเป็นเธอที่ต้องบอกเสียแล้ว