ท่านชายภาสกรเปิดลิ้นชัก แล้วนำแฟ้มมายื่นให้กับขจรได้ดู
ขจรเปิดไป พบภาพรถยนต์ที่เสียหายพังยับเยิน
“ วันนั้น พ่อของเธอเดินทางไปที่เขาใหญ่ ไม่รู้ว่าไปทำไม แต่ทางขึ้นเขามันมีทางโค้งอันตรายหลายจุด มีพรานที่เก็บของป่า ไปพบรถพ่อของเธอ ในสภาพเสียหายพังทั้งคัน อยู่ใต้หน้าผาใกล้ทางโค้งอันตราย ทางตำรวจบอกมาว่า พ่อของเธอขับรถเสียหลักตกเขา ทำให้เสียชีวิต ไม่มีกล้องวงจรปิดแถวนั้น ไม่มีใครเห็น หรือเป็นพยาน พ่อของเธอคอหัก ร่างกายมีสภาพบอบช้ำไปทั้งตัว นั่นคือการวินิจฉัยของ ทางตำรวจ แต่ในทางลับ ฉันจ้างนักสืบจากอังกฤษกับ คนไทยมาหลายคน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง พวกเขามีข้อสงสัยมากมาย เช่น
หนึ่ง บันทึกจากกล่องดำของรถเบนซ์สปอร์ตที่พ่อของเธอใช้ บันทึกความเร็วมาสม่ำเสมอ แต่ทำไมระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร อัตราความเร็วนั้นเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่ากว่าความเร็วปกติ
สอง หน้ารถที่ตั้งแต่กระจังหน้า มีรอยเหมือนชนของแข็ง ทำให้รถมีรอยบุบเข้าไปแบบผิดปกติ คล้ายกับ รอยของมือคนกระแทกใส่ฝากระโปรงรถ ซึ่งไม่มีทางที่จะชนหิน หรือ ต้นไม้ แล้วมีรอยแบบนี้
สาม ลักษณะศพพ่อของเธอเหมือนถูกหักคอจากข้างรถ มากกว่าที่จะตกเขาแล้วคอหัก
สี่ข้อสุดท้าย ตรงทางโค้งมีแผงกั้นเพื่อความปลอดภัย สูงถึง 1 เมตร แต่ไม่มีรอยถูกรถชนเลย เหมือนกับว่า รถของพ่อเธอ ลอยข้ามไปแล้วร่วงตกลงไปในเหว
พวกเขาเลยฟันธงว่า การตายของพ่อเธอน่าจะเกิดเหตุฆาตกรรม มากกว่าอุบัติเหตุ
ฉันพยายามสืบหาคนร้าย แต่ว่าหาได้พบเบาะแสพวกมันไม่ แม้กระทั่งสุรางคนางค์ก็หายไปด้วย”
ขจรระหว่างฟัง ก็ดูภาพถ่าย รถยนต์ที่พังยับ สภาพศพ และ เส้นทางรอบๆ ก็มั่นใจได้ทันที ว่าพ่อถูกมือสังหารที่มีพลังยุทธ์ ขวางหน้าเอาไว้ แล้วกระแทกรถจนพัง แล้ว มีคนอีกคนต่อยหน้าต่าง ด้านข้างคนขับ แล้วใช้มือหักคอท่านชายคชาธร แล้วมีจอมพลังยกรถเบนซ์สปอร์ต ทุุ่มตกเขาไป
ไม่รู้ว่า พ่อไปมีเรื่องกับ คนร้ายได้ยังไง ทำไมมันลงมือเหี้ยมโหดอย่างนี้ คงต้องรีบไปถามแม่สุรางคนางค์ แม่ต้องรู้เรื่องนี้แน่ๆ
ท่านชายภาสกรเปิดตู้เซฟออกมาให้ขจรดูของทั้งหมด ด้านในมีพวกสร้อยเพชร และ นาฬิกาหรู พร้อมกับ เงินสดและโฉนดที่ดินหลายแปลง แต่มีแหวนอยู่วงหนึ่งสะดุดตาขจรยิ่งนัก พอสัมผัสดู ก็รู้ว่าเป็นแหวนมิติ จึงเปิดออกดู พบกับอาวุธ และเสื้อผ้า ของสตรี และมีภาพถ่ายของท่านชายคชาธรกับ สตรีผู้หนึ่งขจรเห็นหน้าก็รู้ว่าต้องเป็นแม่ของเขา และยังมีภาพของ ผู้หญิงคนหนึ่ง ถ่ายเซลฟี่ร่วมเฟลมด้วย
“ นี่มันยัยป้าซินดี้ คนนั้นนี่ หรือว่าแกรู้จักกับ แม่ของเราด้วย”
ขจรหยิบรูปถ่ายที่มีอยู่เพียงภาพเดียวให้กับ ท่านชายภาสกรดู
“ ใช่นี่คือภาพแม่ของเธอ แต่อีกคนเป็นใครฉันไม่รู้จัก เธอเอารูปนี้มาจากไหนกัน?”
ขจรหยิบของออกมาจากแหวนมิติให้คุณชายภาสกรดู ซึ่งท่านชายพอรู้เรื่อง แผ่นหนังมิติ และ แหวนมิติมาบ้างแล้ว เลยไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากนัก
“ พรุ่งนี้ผมจะเคลียร์เรื่องงาน และ เรื่องเรียน เสร็จแล้วจะเดินทางไปหาแม่เพื่อรับกลับมาอยู่ด้วยกันที่ตำหนักริมน้ำนะครับ”
“ อืมดี ไม่ต้องห่วงถิงถิง ฉันดูแลเองได้”
ตอนเช้าขจรรีบไปที่ค่ายมวยสยามยุทธ์ เพื่อขอข้อมูลลูกค้า ที่ชื่อซินดี้
เพราะตอนนี้ค่ายครูยอดได้ปิดไปแล้ว มาดามเกรซเลยรับช่วงของลูกค้าต่อ
ขจรได้เบอร์โทร. มาก็รีบโทรหาซินดี้ทันที
“ คุณซินดี้ ผมขจรโทรมาจากค่ายมวยสยามยุทธ์นะครับ”
“ เธอนั่นเอง มีอะไรเหรอ?”
“ คุณซินดี้ รู้จักผู้หญิงที่ชื่อ สุรางคนางค์หรือเปล่าครับ”
“ ทำไมเธอคิดว่า ฉันต้องรู้จักคนที่ชื่อนี้ด้วย?”
“ ผมมีรูปถ่ายของคุณกับแม่ของผมครับ”
“ นี่เธอรู้แล้วเหรอ ว่าแม่เธอคือ พี่สุรางคนางค์?”
“ คุณรู้จักแม่ผมจริงๆ ด้วย”
“ มาหาฉันที่บริษัท ตามโลเคชั่นที่ฉันส่งให้ไป ฉันคงต้องบอกความจริงกับเธอเสียที”
ขจรได้รับโลเคชั่น ก็ขับรถไปที่ บริษัทของซินดี้ พอไปถึง เป็นโรงงานผลิตยาอมสมุนไพรแก้ไอ ตราพังพอน
ขจรถูก รปภ พาเข้าไปในห้องทำงานของผู้บริหาร ก็คือ คุณซินดี้นั่นเอง
“ นั่งก่อน”
“ ผมอยากรู้เรื่องของแม่ กับ การตายของพ่อ” ขจรกล่าวทันทีที่มาถึง
“ แม่เธอเป็นคนโลกเซียน มีชื่อว่าเซี่ยหลาน เป็นคนของสำนักวังเหมันต์ ถูกแต่งตั้งเป็นธิดาเทพ แต่วันหนึ่งมาทำภารกิจที่โลกมนุษย์ ได้พบกับ ท่านชายคชาธร ก็ได้ตกหลุมรักกัน จนสุดท้ายก็ให้กำเนิดเธอขึ้นมา และไม่ยอมกลับวังเหมันต์ ทำให้วังเหมันต์ส่งคนมาติดตามแม่ของเธอให้กลับไป เพราะแม่ของเธอนั้น ความจริงได้หมั้นหมายกับ องค์ชายปิงเฉียน โอรสของราชันหิมะปิงลู่ฉาน แต่สุดท้ายแม่ของเธอก็ถูกจับกลับไป โดยที่ฉันเป็นคนทิ้งเธอไว้กับหลวงตา ฉันเป็นศิษย์น้องของแม่เธอก็ไม่อาจทำอะไรได้มากนัก ถูกเจ้าวังส่งคนมาสะกดรอยฉันเอาไว้ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ฉันเองเลยไม่ได้ไปหาเธอเกรงว่าพวกเขาจะรู้และจับเธอไป และอีกอย่างแม่ของเธอก็ไม่อยากให้เธอเข้าไปในโลกเซียน กลัวว่าเธอจะเอาตัวไม่รอด ที่นั่นมีผู้มีพลังยุทธ์กันมากมาย และจิตใจโหดเหี้ยม ไม่มีกฏหมายที่จะคอยคุ้มครองเหมือนโลกมนุษย์แห่งนี้”
“ ผมอยากรู้ว่าใครเป็นสังหารพ่อของผม”
“ เฮ้อ...ฉันเองก็ไม่รู้ เพราะคนที่ส่งมาจากโลกเซียนนั้น มีทั้งจากวังเหมันต์ และคนของราชสำนักหิมะ ก็คงต้องเป็นสองกลุ่มนี้แน่ๆ แต่คนก็ตายไปนานแล้ว ฉันว่าเธออย่าไปยุ่งเกี่ยวด้วยเลย เอาแค่เรื่องของแม่เธอตอนนี้ก็ ลำบากมากแล้ว ฉันเป็นห่วงว่า หากท่านเจ้าวัง กับ ราชินีหิมะ บังคับให้แม่เธอต้อง อภิเษกจริงๆ ฉันเกรงว่าแม่เธอจะฆ่าตัวตายเสียก่อน”
“ ทำไมต้องบีบบังคับแม่ด้วย” ขจรคิดว่า แม่สุรางคนางค์ของตนอายุก็น่าจะ สี่สิบกว่าแล้ว ทำไมคนพวกนี้ไม่หาสาวๆ ที่วัยละอ่อนมาเข้าพิธีอภิเษกด้วย
“ เธอไม่เข้าใจ แม่ของเธอนั้นมีกายจันทราเหมันต์ ชายใดที่ได้ครอบครองร่างของแม่เธอ จะทำให้เขาคนนั้น บรรลุถึงพลังขั้นมหาเซียนได้โดยง่าย”
“ แต่แม่แต่งกับพ่อและมีลูกอย่างผมแล้ว พวกเขายังคิดจะเรื่องนี้กันอีกรึ?”
“ ดีที่พ่อของเธอเป็นมนุษย์ธรรมดา ไม่อาจรับพลังจันทราเหมันต์ได้ ดังนั้นพลังของแม่เธอก็ยังคงอยู่ในร่าง ไม่ได้หายไปไหน โชคดีตอนนี้ องค์ชายปิงเฉียน เก็บตัวฝึกฝน เพราะเขาใกล้จะบรรลุเข้าขั้นมหาเซียนแล้ว อีกไม่นานหากเขาออกจากการฝึกตน เขาต้องรีบจัดพิธีอภิเษกสมรสกับ แม่ของเธอแน่”
“ ผมจะไปหาแม่ ทางไหนสดวกที่สุดครับ”
“ ไม่ได้ เธอไปตอนนี้เท่ากับไปตายเปล่า แม้เธอจะฝึกฝนตนถึงขั้นราชัน พรหมยุทธ์แล้ว แต่พอเข้าไปดินแดนหิมะ เธอก็เหมือนกับพวกมดปลวก ให้พวกเขาเหยียบย่ำอยู่ดี”
“ ผมไม่กลัว ผมเอาตัวรอดได้ครับ” ขจรปล่อยพลังเทพอรหันต์ออกมา เพื่อให้ซินดี้รู้ว่าเขามีพลังแค่ไหน พอซินดี้สัมผัสได้ ถึงกับถูกกดดันไม่อาจเคลื่อนไหวได้
“ นี่เธอมีพลังแฝงของเทพเซียนองค์ใดกัน?”
“ ผมได้รับพลังอัฐิธาตุของท่านปรมาจารย์ตั๊กม้อครับ”
“ อ้า ถ้าเช่นนั้นก็พอมีโอกาส แต่ว่าการเข้าไปที่เรือนจำดอยน้ำแข็งนั้น พลังแฝงแค่นี้ยังห่างไกลนัก ฉันจะแนะนำให้เธอเข้าสำนักเหมันต์ แล้วพอสบโอกาสเธอค่อยหาทางขึ้นไปช่วยแม่ของเธอที่เรือนจำดอยน้ำแข็ง”
“ ขอบคุณ มากครับ”
“ นี่คือป้ายเหมันต์ ฉันเป็นศิษย์น้องของแม่เธอ มีหน้าที่เสาะหาศิษย์ที่มีฝีมือเข้าไปฝึกตนที่ สำนักวังเหมันต์ และยังนำส่งเสบียงอาหารจากโลกไปสู่สำนักอีกด้วย อีกสองวัน ฉันจะส่งเธอขึ้นไปที่โลกเซียนทางประตูทางผ่านของสำนักเรา เธอก็ไปกับคนของเรา ฉันจะให้พวกเขาพาเธอไปพบกับ ท่านอาจารย์ชิว เอาป้ายนี้ให้กับเขา แล้วเขาจะช่วยรับเธอเข้าสำนักเอง”
ขจรกลับไปที่มหาลัย เพื่อลาไปที่โลกเซียน
“ ไม่มีปัญหาสำหรับเธอ อาจารย์ท่านอื่นๆ อาจารย์จะไปรับรองด้วยตัวเอง แต่ว่ากับอาจารย์พิมพ์ลดานี่ เธอต้องไปขอด้วยตัวเอง ครั้งก่อนฉันไปขอให้ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น”
“ ครับ ผมจะไปคุยเอง นี่ครับ ยาเม็ดโฉมสคราญ ที่อาจารย์ขอเอาไว้”
ขจรยื่นกล่องยา ที่นำมาจากอุจาระของ เจ้าอสรพิษน้อย
“ นี่ใช่ไหม ที่พวกท่านหญิงทั้งหลาย กินเข้าไป”
“ ใช่ครับ หากว่าอยากให้ได้ผลทันที ผมจะช่วยกระจายตัวยาให้ไปทั่วร่างกาย แต่ว่า กินเองก็ต้องใช้เวลา 24 ชม. ตัวยาจะค่อยๆ กระจายเข้าไปในร่าง อาจารย์จะดูหนุ่มและแข็งแรงขึ้นอย่างแน่นอน นี่เป็นสูตรปรับปรุงของท่านอาจารย์เทียนครับ”
“ โอ้ สูตรของ อาจารย์เทียนเสียด้วย มันต้องเป็นยาที่สุดยอดแน่ๆ ขอบใจ ขอบใจจริงๆ”
อาจารย์หมอขอกลับไปบอกภรรยากับ ลูกที่บ้านก่อน ไม่อยากให้เห็นการเปลี่ยนแปลงฉับพลันเช่นนี้ ขจรก็เลยไปหาอาจารย์พิมพ์เพียงผู้เดียว
“ ไม่มีทาง ครั้งก่อนเธอก็หยุดเกินสามครั้งแล้ว”
อาจารย์พิมพ์ลดา สวนกลับแบบไร้น้ำใจยิ่งนัก
“ แค่เดือนเดียว เมื่อผมกลับมา อาจารย์ก็ทดสอบผมได้นี่ครับ หากผมทำคะแนนไม่ได้ตามที่อาจารย์กำหนดไว้ ผมยอมให้ไล่ออกเลยก็ได้”
“ มั่นใจเหลือเกินนะ ว่าตัวเองเก่ง แต่ฟังคำพูดของฉัน ไม่มีทาง ฉันไม่อนุญาตหากขาดเรียนเกินสามครั้ง ฉันจะไม่อนุญาตให้เธอเข้าสอบ”
ขจรนึ่งอึ้ง เริ่มเครียดทันที
“ อาจารย์ต้องการอะไรกันแน่ หากผมทำให้ได้ ก็จะทำให้ก็แล้วกัน”
“ อย่า มาต่อรองกับฉันแบบนี้ วิชาของฉัน มันต้องเข้าห้องแลป ทดลองตรวจสารเคมีต่างๆ พิสูจน์กันให้เห็นชัดๆ เพื่อเวลาตรวจหรือรักษาจะได้ไม่ผิดพลาด ฉันไม่ได้กลั่นแกล้งอะไรเธอเลยนะ”
“ ผมมีธุระสำคัญจริงๆ”
“ ธุระอะไร?”
“ ผมจะไปตามหาแม่”
“ เธอเป็นลูกกำพร้าไม่ใช่เหรอ?”
ขจรถอนหายใจ ไม่อยากตอบคำถามยืดเยื้อแบบนี้ กำลังคิดจะทำอย่างไรดี หากขอไม่ได้ ยอมดรอปเรียนไปเลยจะดีกว่าไหม ขจรส่ายหัว แล้วลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยว่า
“ เมื่ออาจารย์ไม่ยอม ก็ไม่เป็นไร ผมจะไปดรอป วิชาของอาจารย์เอาไว้ก่อนก็ได้ครับ” ขจรเอ่ยจบก็เดินจากไปในทันที ทำเอาอาจารย์พิมพ์ถึงกับตกใจ ไม่คิดว่าขจรจะไปแบบนี้
“ เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไป”
ขจรหันมามอง แต่ไม่พูดอะไร
“ ความจริงเรื่องนี้เราพอคุยกันได้ ฉันเองเคยได้ยินว่า คุณมียาเม็ดโฉมสคราญอะไรนั่น หากว่ามอบให้ฉันสักสี่เม็ด บางทีฉันอาจจะยอมก็ได้”
“ เม็ดเดียว” ขจรเอ่ยสั้นๆ
“ อะไร แค่เม็ดเดียว น้อยไป สามเม็ดก็แล้วกัน”
“ ให้ได้เม็ดเดียวเท่านั้น”
“ อะไร ของแบบนี้หาซื้อที่ไหนก็ได้ไหม สองเม็ดก็แล้วกันนะ” อาจารย์พิมพ์ลดาเริ่มเสียงอ่อนลงอย่างมาก
“ ยามันหายาก มีมูลค่ามากกว่าที่อาจารย์คิด ผมให้ได้เม็ดเดียว”
“ ขี้เหนียวเกินไปแล้วนะ ฉันมีพ่อ กับ แม่ ฉันให้แม่กินไปแล้วสวยเป็นสาว แล้วพ่อฉันก็จะกลายเป็นตาแก่เหมือนเดิม เห็นใจลูกอย่างฉันบ้างซิ”
“ ก็แบ่งเป็นสองส่วน กินกันคนละครึ่งเม็ด ก็ได้ไม่เห็นยากเลย จะเอาหรือไม่เอา”
ขจรยื่นกล่องยาออกมาไว้ในมือ อาจารย์พิมพ์รีบคว้ามาเก็บเอาไว้ในทันที
“ฉันเห็นแก่คุณที่กตัญญูตามหาแม่ เลยยอมให้นะเนี่ย”
“ กินเข้าไปแล้ว 24 ชั่วโมง ตัวยาจะออกฤทธิ์ คนที่กินต้องมีอายุ สี่สิบขึ้นไป หากคนที่อายุต่ำกว่านี้กินเข้าไป จะไม่ค่อยเห็นผลเด่นชัด แต่ว่าหากมีแผลบาดเจ็บ ยาเม็ดนี้จะช่วยรักษาบาดแผลให้หายเป็นปกติทันที”
ขจรเอ่ยจบก็เดินออกไป เพื่อบอกลากับเพื่อนๆ ต่อ……