The Hill Of Death

    ตอนที่11. ชั้นเรียนปี2

    “ซือไห่ เธอทำคะแนนรวมทั้งหมดได้อย่างดีเยี่ยม แม้ว่าเธอจะไม่มีสีในการทดสอบแรก แต่นั่นไม่ใช่ตัวตัดสินว่าเธอจะไม่สามารถโลดแล่นในโลกใบนี้”


    “จำเอาไว้ว่าการเป็๲นักผจญภัยนั้นเวทย์มนต์ไม่ใช่ส่วนสำคัญที่สุด ขอเพียงพวกเธอมีความแน่วแน่และมั่นฝึกฝนอยู่เสมอ  พวกเธอก็สามารถเป็๲นักผจญภัยที่ยอดเยี่ยมได้”


    “เอาหล่ะ วันนี้เป็๲วันแรกของชั้นปีที่สอง ครูจะบอกถึงหัวข้อหลักที่พวกเธอจะต้องรู้”


    “ทุกคนคงจะทราบแล้วว่าสมาคมกิลด์โลกนั้นดูแลเหล่านักผจญภัยทั่วโลก หลังจากขึ้นปีสองแล้วพวกเธอจะได้รับอณุญาติให้เข้าหอสมุดของสมาคมกิลด์โลกได้  ในนั้นมีบันทึกเกี่ยวกับมอนสเตอร์และความรู้มากมายที่จะทำให้พวกเธอต้องทึ่ง”


    “ครูครับ แล้วพวกเราจะเข้าเมื่อไหร่ก็ได้หรอครับ”


    “ถูกต้องแล้ว มันคือสิทธิพิเศษเฉพาะนักเรียนปีสองเท่านั้น   เท่ากับว่าพวกเธอมีเวลาหมกตัวอยู่ในหอสมุดทั้งปี”


    “แน่นอนว่า พวกเธอก็สามารถทำภารกิจกิลด์โลกได้เช่นกัน เมื่อพวกเธอเก็บสะสมคะแนนจนเพียงพอ พวกเธอจะได้รับสัญลักษณ์บ่งบอกถึงแรงค์นักผจญภัย”


    “นอกจากการทำภารกิจจะทำให้พวกเธอได้รับคะแนนสะสมแล้ว ร่างกายของพวกเธอจะยังดูดซับเวทย์มนต์ได้รวดเร็วผ่านการผจญภัยและต่อสู้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปลุกพลังในขั้นต่อไป”


    “พวกเธอจะได้เป็๲นักผจภัยชั้นยอดหรือปุถุชนทั่วไปก็อยู่ที่พวกเธอจะเลือกเดิน  พวกเธอจะต้องหัดที่จะพึ่งพาตนเอง เพราะในโลกกว้างนั้นอันตรายและโหดร้ายกว่าที่พวกเธอคิดไว้มาก ถ้าพวกเธอไม่สามารถพึ่งพาตนเองให้รอดพ้นจากวิกฤตต่างๆได้  พวกเธอก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็๲นักล่า”


    “ สิ่งที่ครูจะพูดก็มีเพียงเท่านี้ โปรดจำไว้อีกอย่างว่าแม้พวกเธอจะเป็๲นักผจญภัยครึ่งตัวแล้ว แต่อย่าลืมว่าพวกเธอก็ยังเป็๲นักเรียนอยู่ หากมีสิ่งใดที่ไม่อาจกระทำได้หรือไม่เข้าใจ สามารถปรึกษาครูได้ทุกเมื่อ”


    “เอาหล่ะ ฉันหวังว่าเมื่อกลับเข้ามาในโรงเรียนอีกครั้ง พวกเธอจะสามารถปลุกพลังได้เมื่อเวลานั้นมาถึง ขอให้ทุกคนโชค


    ดี”

     

    “เฮ้ เสี่ยวซือ นายจะไปไหนหรอ?”


    “สมาคมกิลด์โลก นายจะไปด้วยกันไหม?"


    “ไม่หรอก ฉันมาคิดดูแล้วนักผจญภัยคงไม่เหมาะกับฉัน อีกอย่างฉันชอบที่จะปลูกข้าว พืชผัก ผลไม้มากกว่า มันทำให้ฉันสงบและมีความสุขเมื่อได้อยู่กับพวกมัน”


    “งั้นหรอกหรอ  ฉันคิดว่าเธอตัดสินใจได้ถูกต้องแล้ว แม่เคยบอกว่าคนเราต้องทำให้สิ่งที่ตนเองถนัด ที่สำคัญเราต้องชอบมันจากใจและมีความสุขในขณะที่ทำอยู่ ตอนนั้นฉันไม่เข้าใจคำพูดของแม่เลย  แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่เธอพูด ฉันก็เข้าใจขึ้นมาเลย ขอบใจเธอมากนะ”


    “ว่าแต่…เธอชื่ออะไรหรอ?”


    “เอ๋…นี่เราอยู่ห้องเดียวกันตั้งหนึ่งปีเลยนะ นายไม่รู้จักชื่อของฉันเลยหรอ!”


    “แหะๆ ขอโทษทีนะ พอดีว่าฉันหน่ะเอาแต่ฝึกต่อสู้เลยไม่ค่อยสนใจเ๱ื่๵๹อื่นเท่าไหร่ เอางี้ไหม ฉันจะเลี้ยงอาหารเธอสักมื้อเป็๲การขอโทษก็แล้วกัน”


    “เฮ้อ…ได้ ถ้างั้นฉันจะยกโทษให้เธอก็ได้”


    “แล้วเธอชอบกินอะไรหล่ะ?”


    “ฉันไม่ถนัดไปกินในร้านอาหารหรอกนะ  งั้นนายก็มาทานข้าวที่บ้านฉันสิ แม่ของฉันทำอาหารโบราณได้อร่อยมากเลยนะ”

     

    “ตอนนี้แม่ก็ไม่อยู่บ้าน เราก็ทำอาหารไม่ค่อยเป็๲ซะด้วย งั้นก็ไปกินข้าวที่บ้านของเธอก็น่าจะเป็๲ความคิดที่ดีเลยนะเนี่ย”


    “หืม…นายกำลังคิดอะไรอยู่หรอ  ทำไมต้องยิ้มเล็กยิ้มน้อยด้วย”


     “เปล่าไม่มีอะไรหรอก ฉันยินดีมากเลยหล่ะถ้าได้กินอาหารฝีมือของแม่เธอ”


    “งั้นหรอ!  เธอจะต้องติดใจอย่างแน่นอน  ไปกันเถอะ”

     

    หมู่บ้านเขต15 เป็๲หมู่บ้านเล็กๆมีไม่ถึงสองร้อยครัวเรือน นอกจากกำแพงที่ถูกสร้างอย่างแข็งแกร่งแล้วบ้านเรือนที่อยู่อาศัยแทบทั้งหมดล้วนเป็๲ไม้เก่าแก่ที่ใช้กันมานานหลายสิบปี  มีบ้านเพียงไม่กี่หลังที่สร้างด้วยคอนกรีต

     

    “้ที่นี่คือบ้านของเธองั้นหรอ?”


    “ทำไม มันเล็กไปงั้นหรอ พวกเราอยู่ด้วยกันแค่สองแม่ลูกจึงไม่จำเป็๲ต้องสร้างบ้านหลังใหญ่หน่ะ"


    “เปล่า ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น  ถ้าฉันดูจากเนื้อไม้พวกมันน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 30ปี ฉันคิดว่าอีกไม่นานบ้านของเธอคงจะถล่มลงมาแน่”


    “ใช่ แม่ก็บอกแบบนั้นเหมือนกัน แต่พวกเราสองแม่ลูกใช้ชีวิตสามัญ ไม่ได้มีเงินทองมากมาย แค่ซ่อมบ้านยังต้องเก็บเงินเป็๲เดือน ถ้าจะสร้างใหม่ทั้งหลังคงเป็๲ไปไม่ได้”

     

    “นั่นลูกพาใครมาด้วยหล่ะนั่น”


    “แม่คะ นี่คือเพื่อนที่โรงเรียนของหนูเอง วันนี้หนูชวนเขามากินข้าวด้วยกันค่ะแม่”


    “ลูกแม่สายตาแหลมคมจริงนะ  ไปหาพ่อหนุ่มรูปงามได้๻ั้๹แ๻่ยังเล็กแบบนี้ สงสัย…”


    “แม่คะ หนูรู้นะว่าแม่คิดอะไรอยู่  มันไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิด”


    “เอาหล่ะๆ แม่ไม่ได้คิดอะไรเลย มาเถอะๆ พาเพื่อนของลูกมานั่งที่โต๊ะสิ แม่กำลังจะเสิร์ฟอาหารแล้ว”


    “มาแล้วๆ  นี่คือต้มโค้งซี่โครงหมูป่า ผัดเผ็ดไก่ฟ้า นี่เลยของโปรดของลูกแม่ ยำทะเลเดือดโคตรปูม้า๾ั๠๩์”


    “ว๊าววว  พวกนี้ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลยครับ คุณป้าท่านเป็๲ยอดฝีมือด้านอาหารได้เลยนะครับ”


    “ฮ่าฮ่า พ่อหนุ่มน้อย เมื่อก่อนป้ามีฉายาว่าเชฟกระทะทองแห่งสยาม…”


    “แม่คะ มัวแต่คุยโม้เดี๋ยวกับข้าวเย็นหมดนะคะ”


    “จริงด้วย รีบกินกันเถอะ กินให้เต็มที่เลยนะ”

     

            20นาทีผ่านไป

     

    “ทำไมนายกินเยอะขนาดนี้หล่ะ  นายกินคนเดียวหมดได้ยังไง กระเพาะของนายมันต้องเป็๲หลุมดำแน่ๆเลย”


    “ขอบคุณสำหรับคำชม”


    “ฉันไม่ได้กำลังชมนายสักหน่อย”


    “คุณป้าครับ ผมไม่เคยทานอาหารที่มีรสชาติยอดเยี่ยมเท่านี้มาก่อน  ถ้าเปลี่ยนจากเนื้อสัตว์ธรรมดาพวกนี้เป็๲เนื้อมอนสเตอร์ ท่านคิดว่าจะสามารถทำให้พวกมันมีรสชาติอร่อยแบบนี้หรือเปล่าครับ”่


    “หืม…หนูน้อย ความคิดของเธอใช้ได้เลยทีเดียว แต่ป้าเป็๲แค่คนธรรมดาเท่านั้น ป้าก็ยากจน ไม่มีเงินไปซื้อเนื้อมอนสเตอร์มาทำอาหารกินหรอกนะ”


    “เ๱ื่๵๹นั้นไม่ต้องห่วงครับ  เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะมาหาป้าอีกครั้ง แล้วผมจะเอาเนื้อมอนสเตอร์มาให้คุณป้าได้ลองทำอาหารดู”


    “แล้วป้าจะรอนะ ตอนนี้พวกเธอก็ไปนั่งพักกันก่อนเถอะ ป้าจะไปทำงานบ้านต่อแล้ว”


    “เดี๋ยวผมช่วยนะครับป้า ผมมักจะช่วยแม่ล้างจานบ่อยๆ รับรองว่าผมจะไม่ทำให้จานของคุณป้าเสียหายแน่นอนครับ”


    “งั้นหรอ  เป็๲หนุ่มน้อยที่เก่งรอบด้านจริงๆเลยนะ”

     

    “เสี่ยวซือ นายจะไปหาเนื้อมอนสเตอร์ที่ไหนมาหรอ”


    “เ๱ื่๵๹นั้นง่ายมาก เพื่อนของฉันเองก็มีร้านอาหารเหมือนกัน  ที่นั่นมีเนื้อมอนสเตอร์มากมายให้เลือก…จริงสิพรุ่งนี้ฉันจะพาเพื่อนอีกคนมาด้วยได้ไหม”


    “ไม่มีปัญหาหรอกนะ แล้วเพื่อนของนายกินเยอะเหมือนกับนายหรือเปล่า?”


    “ฮ่าฮ่า ไม่หรอก เพื่อนของฉันกินน้อยมากๆเลย แม้ว่าจะตัวอ้วนไปหน่อยก็เถอะนะ”


    “นายหมายถึงเปาเปาน้อยหรอ”


    “ใช่ เธอก็รู้จักเปาเปาน้อยด้วยหรอ”


    “ไม่ได้สนิท แต่ก็พอจะรู้จักอยู่ เขาเป็๲คนตลกและอ่อนแอ แต่ก็น่ารักดีนะ”


    “ตลก อ่อนแอ น่ารัก มันคืออะไร?…”


    "คิดอะไรอยู่หรอ?"


    “เปล่า ไม่ได้คิดอะไรหรอก”


    “งั้นหรอ  ตอนนี้ก็เริ่มดึกแล้ว นายรีบกลับบ้านก่อนเถอะเดี๋ยวแม่ของนายจะเป็๲ห่วง”


    “อื่ม…งั้นฉันกลับบ้านก่อนนะ  แล้วเจอกันพรุ่งนี้”

     

    “นี่ เดี๋่ยวสิ นายยังไม่ได้ถามชื่อของฉันเลยนะ”


    “แล้วเธอชื่ออะไรหล่ะ?"


    “ฉันชื่อ ลีน่า ส่วนแม่ของฉันชื่อ จันทร์เพ็ญ”


    “ลีน่า จันทร์เพ็ญ ชื่อแปลกจังแฮะ”ซือไห่คิด…


    “งั้นลีน่า ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ”


    ...........