ตอนที่ 9
พลังที่หลับใหล
หย่งสือกัดฟันกรอด มันพยายามทุ่มเททุกสิ่งที่มันได้เรียนรู้มาจากสำนักัฟ้ามาตลอดหนึ่งปีจนหมดสิ้น แต่ยังไม่อาจทำให้เสวี่ยิพ่ายแพ้ แม้บนร่างของเสวี่ยิจะเต็มไปด้วยร่องรอยาแ แต่เป็เพียงการาเ็ที่ผิวกายภายนอก หาได้โดนทำร้ายลึกถึงกระดูกเส้นเอ็น
...เ้าสวะเสวี่ยิทำไมมันถึงได้อึดยังงี้วะ
หย่งสือคิดพลางหอบหายใจพลาง
...หากปล่อยเอาไว้ต่อไปเช่นนี้ ย่อมไม่ดีแน่ เห็นทีข้าคงไม่อาจเลี่ยง จำต้องใช้ทักษะลับนั่นเสียแล้ว
หย่งสือสูดหายใจลึกเข้าจนเต็มปอด มันเตรียมจะใช้ทักษะลับที่ได้รับมาจากหลี่เปียว ทักษะผลาญโลหิต แม้จะรู้ว่ามีผลต่อการฝึกตนในอนาคต แต่อย่างไรพร์ของมันก็ไม่ได้สูงส่งอยู่แล้ว และหากเทียบกับการเสื่อมเสียหน้าในตอนนี้ ต่อให้แลกด้วยพลังฝึกตนหนึ่งปีมันยังยินดี
...ผลาญโลหิต ทันทีที่กลืนตัวยากระตุ้น หย่งสือก็ใช้นิ้วจิ้มสกัดเข้าไปเส้นลมปราณไป๋ฮุ่ยตรงกลางศีรษะ เส้นขนทั่วร่างลุกชูชันขึ้นในทันที ผิวกายที่ขาวผ่องของหย่งสือกลับกลายเป็แดงเข้มขึ้นในพริบตา เส้นเืในดวงตาแตกพร่าจนสองตาแดงก่ำ เมื่อเปิดใช้ทักษะมันจะมีเวลาอีกเพียงสิบถึงยี่สบลมหายใจเท่านั้น ก่อนที่ผลของทักษะผลาญโลหิตจะหมดลง
"เตรียมตัวตายซะ!!!" เสียงกร้าวดังสะท้านไปทั้งบริเวณ
ท่าหมัดจงอางฉกเหยื่อเหมือนเดิม แต่ความว่องไว และความรุนแรงกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เสวี่ยิไม่ทันที่จะได้ขยับเคลื่อนไหว หมัดของหย่งสือก็เข้าประชิดที่ด้านข้างของเขาซะแล้ว
เปรี้ยง!!!
กรอบ !
...เสียงกระทบกันของเืเนื้อดังสะท้านไปทั้งบริเวณ ก่อนที่เสียงกระดูกหักจะตามมา แขนขวาของเสวี่ยิกลายเป็ตกห้อยลง สีหน้าขาวซีดด้วยความเ็ป แต่ยังฝืนกัดฟันแน่นไม่ร้องโหยหวนออกมาเพราะความเ็ป
"มันยังไม่จบ" หมัดที่เคลื่อนถอยกลับไปแล้วของหย่งสือ วกม้วนกลับมาอีกครั้ง หมายจะฉีกกระชากที่จุดหัวใจ สังหารเสวี่ยิในการโจมตีครั้งนี้ให้จงได้
ชิงเคอเห็นท่าไม่ดีตระเตรียมที่จะโพพุ่งออกไปช่วยเหลือ แต่เมื่อสายตาของมันััเข้ากับดวงตาอันร้อนลวก และอันแน่นไปด้วยพลังสมาธิของเสวี่ยิ มันจึงชะงักเท้าเอาไว้ก่อน
...เด็กหนุ่มคนนี้ สมาธิมั่นคงยิ่งนัก แม้ยามเพลี้ยงพล้ำยังคงแน่วแน่ หากข้าเข้าไปช่วยเหลือโดยที่มันไม่ยินยอมพร้อมใจ อาจจะกลายเป็ส่งผลเสียต่อตัวมันเองในอนาคต
...ท่าคมเขี้ยวฉกเหยื่อของหย่งสือ ว่องไวกว่าเก่าเป็อย่างมาก แถมเพลงหมัดอสรพิษยังสามารถพลิกแพลงเปลี่ยนทิศทางการจู่โจมได้อีก เสวี่ยิจึงไม่มั่นใจว่าหากถลันตัวหลบออกไปด้านข้างจะรอดพ้นจากท่าสังหารนี้ได้ทัน เมื่อหลบไม่ได้ก็ต้องเสี่ยงกันดู เสวี่ยิกระทืบเท้ามั่นใช้เป็หลักยึด ก่อนจะหงายตัวล้มกลับหลัง พร้อมใช้เท้าอีกข้างยกดีดขึ้นฟ้าเพื่อปัดท่าจู่โจมของหย่งสือ
แต่หลังจากที่หย่งสือใช้ออกด้วยทักษะผลาญโลหิต ความว่องไวก็เพิ่มขึ้นอีกเกือบเท่าตัว ทำให้เสวี่ยิไม่ทันที่จะหงายหลังพ้น กรงเล็บที่งอเข้าหากันจนคล้ายปากของอสรพิษ ก็กวัดเกี่ยวลากผ่านหน้าอกของเสวี่ยิไป จนเกิดเป็เส้นโลหิตสายหนึ่ง พร้อมกระชากจนสร้อยหนังที่ห้อยติดกับจี้หยดน้ำหยุดล่วงลงพื้น
ความเ็ปจากาแลึก ทำให้ท่าเท้าที่ใช้หยั่งติดกับพื้นอ่อนแรงลง เสวี่ยิจึงไม่อาจทรงกายมั่น หงายหลังล้มฟาดลงกับพื้นอย่างแรง จนหญิงสาวบางคนที่ชมดูอยู่รอบ ๆ ทนไม่ได้ถึงกับเบือนหน้าหนี
ในตอนนี้ผู้ชมส่วนใหญ่พอจะคาดเดาเหตุการณ์ต่อมาได้ ว่าหย่งสือคงไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอย ต้องตามติดมาด้วยท่าโจมตีสังหาร บวกกับตอนนี้เสวี่ยิาเ็ล้มลง แถมตลอดมายังเป็ฝ่ายที่เสียเปรียบ จึงยากที่จะต่อต้านการโจมตีปิดฉากในครานี้
"เ้าสวะแกนับว่ายังโชคดี เพราะข้าจะไม่ฆ่าแกในตอนนี้ แต่จะทำให้แกพิการจนไม่อาจกลับสู่เส้นทางฝึกตนได้อีกตลอดกาล" สิ้นเสียงหย่งสือก็ทะยานเข้าใส่เสวี่ยิที่ยังคงนอนล้มลงในทันที
เสวี่ยิเมื่อล้มลงแล้วกลับไม่ได้ลุกขึ้นในทันที จนผู้คนต่างเข้าใจว่าเขาไม่สามารถลุกเคลื่อนไหวเพื่อหลบหลีกการจู่โจมของหย่งสือได้อีก แต่เหตุผลที่แท้จริงหาเป็เช่นนั้น แม้เสวี่ยิจะเ็ปจากาแ แต่แท้จริงาแส่วนใหญ่นั้นหาได้ลึกถึงกระดูก อาจเป็ด้วยระหว่างการต่อสู้หักหาญ เืลมของผู้ต่อสู้ล้วนสูบฉีดโดยแรง ทำให้โลหิตที่หลั่งไหลออกมาจากปากแผล นั้นสาดพุ่งแรงกว่ายามปกติมาก จนผู้คนที่เฝ้าดูล้วนเข้าใจผิดว่าเป็การาเ็สาหัส จึงต่างคาดเดากันไปเอง
แต่เหตุผลหลักที่เสวี่ยิไม่ได้ลุกขึ้นนั้น ล้วนมีสาเหตุจากความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นในร่างกายอย่างฉับพลัน ความร้อนลวกที่เสวี่ยิเคยรู้สึกได้มาก่อน ในระหว่างที่ทำการทะลวงผ่านจากพื้นฐานลมปราณขั้นที่หนึ่ง มาสู่พื้นฐานลมปราณขั้นที่สอง จู่ ๆ ก็ปะทุขึ้นในร่างกายของเสวี่ยิ และเมื่อความร้อนนั้นเคลื่อนผ่านไปที่จุดใดของร่างกาย ความเ็ปจากาแก่อนหน้า ก็ล้วนบรรเทาลงอย่างน่าอัศจรรย์
สุดท้ายเมื่อเสวี่ยิลองพยายามพุ่งสมาธิไปที่ความร้อนลวกนั้น ก็ดูเหมือนว่ามันเขาสามารถที่จะบังคับควบคุมมันได้ บวกกับหย่งสือที่เห็นเสวี่ยิล้มลงไม่ไหวติงจึงติดประมาท ะโลอยคว้างอย่างเด่นชัด หมายจะสะบั้นแขนซ้ายที่เหลืออยู่ข้างเดียวของเสวี่ยิให้ขาดออกจากร่างในการจู่โจมครั้งนี้ เสวี่ยิจึงได้แต่เสี่ยงวัดดวงดูสักครั้ง เพ่งสมาธิทั้งหมดไปที่แขนซ้าย ความร้อนลวกที่พวยพุ่งปะทุอยู่ภายใน จนเสวี่ยิรู้สึกได้ว่าเืภายในแขนซ้ายกำลังระอุเดือด เมื่อเห็นท่าจู่โจมของหย่งสือถนัดตา เสวี่ยิจึงไม่อาจรั้งรอ ยกแขนซ้ายขึ้นก่อนจะเหวี่ยงออกไปด้วยแรงทั้งหมดที่มี
ชิงเหอที่รอท่าอยู่ก่อน ก็สะอึกเท้าเคลื่อนไหวในบัดดล แต่ไมทันที่จะเข้าขัดขวางการปะทะพลันเกิดขึ้นก่อน หมัดของเสวี่ยิที่เห็นได้ชัดว่าจู่โจมออกทีหลัง กลับปะทุขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ไม่ทันที่หมัดจะถึงตัว ลมปราณร้อนลวกก็พุ่งทะยานกระแทกเข้ากับร่างของหย่งสืออย่างจัง
เสียงดัง...ตูม !!! สะท้านก้องไปทั่ว
ผู้ชมที่อยู่รอบข้างล้วนหัวหมุนมึนงง ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น รู้ตัวอีกทีก็พบว่าร่างของหย่งสือลอยละลิ่ว ปลิวกระเด็นไร้ทิศทางราวกับว่าวที่ขาดป่าน กระอักเืนองเป็ทางหมดสติไปก่อนที่จะมีชายในชุดบู๊ลอยมารับร่างของมันเอาไว้ไม่ให้ตกลงกระทบพื้น
ชิงเหอที่กะจะทะยานออกมาช่วยเสวี่ยิกลายเป็ว่าต้องรับบทบาทใหม่ในทันที เมื่อเขาไม่ทันที่จะไปถึงจุดหมายร่างของหย่งสือกลับลอยกระเด็นมาขวางในทิศทางที่เขากำลังพุ่งทะยานเข้าไปพอดี จึงได้แต่ยื่นสองมืออกรับร่างที่ไร้สตินั้นไว้ ก่อนจะวางนอนลงนาบกับพื้นถนน
"หนุ่มน้อยเ้าชนะแล้ว" ชิงเหอเอ่ยขึ้นด้วยเสียงฟังชัดหลังจากที่วางร่างของหย่งสือลงกับพื้น ซึ่งในระหว่างนั้นที่ชิงเหอประคองร่างของหย่งสือไว้เขาก็ลอบตรวจชีพจรของหย่งสือไปในคราเดียว ทำให้พอจะคาดเดาสาเหตุของการาเ็ได้ระดับหนึ่ง และมั่นใจว่าหย่งสือจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีกในเร็ว ๆ นี้
ทันทีที่สิ้นเสียงกล่าวยืนยันถึงชัยชนะของเสวี่ยิ ผู้คนโดยรอบที่มารอลงทะเบียน ต่างก็ส่งเสียงเฮสนั่น เพราะการที่เด็กหนุ่มซึ่งมีพลังด้อยกว่า สามารถเอาชนะผู้ฝึกตนที่เป็ถึงศิษย์นอกของสำนักัฟ้านั้น เป็เื่เหลือเชื่อสำหรับพวกมัน
แต่ในวินาทีถัดมาเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็เดินฝ่าฝูงชนออกมา ก่อนจะก้าวเท้าเดินตรงไปยังเสวี่ยิที่กำลังยันตัวเองขึ้นมาอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน เสื้อสีม่วงอ่อนหรูหราของเด็กหนุ่มที่ก้าวเท้าออกมาทำให้ผู้คนที่อาศัยในเมืองหยกม่วงล้วนจนจำได้ว่าผู้มาเป็ใคร บวกใบหน้าคมคายหล่อเหลาแฝงด้วยสง่าราศี ก็ทำให้หญิงสาวหลายคนส่งสายตาหวานไปให้ จนสถานการณ์โดยรอบพลิกเปลี่ยนจากเสียงโห่ร้อง กลับกลายเป็การซุบซิบกันของผู้คนแทนที่
"สหายเ้าลุกไหวไหม" จื่อฮุยยื่นส่งมือให้เสวี่ยิ เพื่อฉุดดึงเขาขึ้นมา
"ขอบคุณมาก" เสวี่ยิยิ้มตอบ "แต่ข้าลุกเองไหวอยู่"
แม้จะถูกปฏิเสธ แต่จื่อฮุยหาได้ใส่ใจ "ท่านาเ็น้อยกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก"
เสวี่ยิมองดูเด็กหนุ่มตรงหน้า และรับรู้ถึงความเป็มิตรอย่างเห็นได้ชัด "ฮา ข้าเองก็คิดว่าจะาเ็หนักกว่านี้เหมือนกัน" เสวี่ยิตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินตรงไปหยิบสร้อยคอที่ล่วงหล่นลงมาสวมใส่ แต่เพราะสายหนังนั้นขาดลง เขาจึงได้แต่กำมันเอาไว้ในมือ ก่อนจะเปลี่ยนเอามาพันไว้ที่รอบข้อมือแทน
ชิงเหอสะอึกขึ้นมายืนอยู่ที่ด้านข้างของของจื่อฮุย ก่อนจะถือวิสาสะใช้มือจับหมับเข้าที่ไหล่ของเสวี่ยิ
"ชิงเหอ เ้าอย่าได้เสียมารยาทกับสหายของข้า" จื่อฮุยตำหนิด้วยเสียงเข้ม
"ขอประทานโทษครับนายน้อย ข้าเพียงแต่จะช่วยตรวจอาการาเ็ของสหายน้อยท่านนี้เท่านั้น" ชิงเหอเอ่ยพร้อมกับส่งขวดยาให้จื่อฮุย
ก่อนที่ทั้งสองจะส่งคำใบ้บอกกันทางสายตา
"เมื่อเ้าหมดธุระแล้วก็ไปได้แล้ว"จื่อฮุยเอ่ยเสียงเรียบ
ชิงเหอรับคำก่อนจะทะยานหายไปในพริบตา แสดงให้เห็นถึงพลังฝึกปรือที่สูงส่งของมัน