เสียงหัวเราะแหลมปรี๊ดบาดหูพลันดังกึกก้องมาจากบนกำแพงเมือง!
ภายนอกตึกสมาคมนักสู้ สายตาคมกริบของไป๋จ่านตวัดขวับไปยังทิศทางนั้นในพริบตา
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือกลุ่มคนในชุดคลุมสีดำสนิทยืนตระหง่านอยู่บนกำแพงเมือง ทุกคนล้วนปลดปล่อยกลิ่นอายอันแข็งแกร่งดุดันออกมา!
ต่อให้เป็คนที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่ม ก็ยังมีปราณโลหิตไม่ต่ำกว่าระดับ 5!
ทว่า... กลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายชุดดำผู้เป็หัวหน้า กลับน่าสะพรึงกลัวจนเทียบชั้นได้กับไป๋จ่าน!
ขอบเขตกายาทองคำ!
ผู้มาเยือนคือยอดฝีมือขอบเขตกายาทองคำของแท้!
"พวกลัทธิเทพ์!" ไป๋จ่านจ้องเขม็งไปยังชายชุดดำตรงหน้า เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันดุจสัตว์ป่า แววตาเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและตึงเครียดสุดขีด
"จุ๊ จุ๊ จุ๊! นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าครูฝึกผู้สูงส่งแห่งค่ายอัจฉริยะ จะมาโผล่หัวอยู่ในสถานที่กันดารจนนกไม่วางไข่แบบนี้... อ้อ จริงสิ เผ่ามนุษย์มีอัจฉริยะระดับตำนานสีทองถือกำเนิดขึ้นนี่นะ การที่เ้าเสร่อมาอยู่ที่นี่ ก็ถือว่าอยู่ในความคาดหมายล่ะนะ"
ชายชุดดำผู้เป็หัวหน้าแค่นเสียงหัวเราะพิลึกพิลั่น ั์ตาสีเืแดงฉานคู่นั้นจ้องเขม็งราวกับสัตว์ร้ายกระหายเื สายตาของมันกวาดมองไปทั่วทั้งเมืองเหิงเฉิงอย่างเย่อหยิ่ง
"เจี๋ย เจี๋ย เจี๋ย! เมืองชายขอบอย่างเหิงเฉิง กลับบ่มเพาะอัจฉริยะระดับสีทองขึ้นมาได้ ช่างเป็เื่ประหลาดพิลึกพิลั่น! เกรงว่าโชควาสนานับพันปีของเมืองนี้ คงจะถูกสูบไปรวมอยู่ที่ตัวมันจนหมดเกลี้ยงแล้วกระมัง!"
"แต่น่าเสียดาย... วันนี้ไอ้เด็กเวรนั่นมีแต่ต้องไปลงนรกสถานเดียว!"
น้ำเสียงของชายชุดดำแปรเปลี่ยนเป็อำมหิตเย็นเยียบจับขั้วหัวใจ คลื่นพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวะเิปะทุออกจากร่างของมันอย่างเกรี้ยวกราด
ไป๋จ่านตวาดกร้าวเสียงหลง "บังอาจ! ที่นี่คืออาณาเขตของเผ่ามนุษย์ จะปล่อยให้พวกเดรัจฉานทรยศเผ่าพันธุ์อย่างพวกแกมาเห่าหอนได้ยังไง!"
สิ้นเสียงตวาด หอกยาวเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือของไป๋จ่านทันที ปลายหอกสาดประกายแสงเย็นเยียบสะท้านฟ้า ไอิญญาจางๆ ควบแน่นตลบอบอวลอยู่รอบตัวหอก
อุปกรณ์ิญญา!
สิ่งที่อยู่ในมือของยอดฝีมืออย่างไป๋จ่าน คืออุปกรณ์ิญญาระดับหนึ่งของแท้!
ในฐานะครูฝึกแห่งค่ายอัจฉริยะ ซ้ำยังเป็ถึงยอดฝีมือขอบเขตกายาทองคำ มีหรือที่เขาจะไม่มีของดีติดตัว!?
"ไปลงนรกซะ!"
ไป๋จ่านแผดเสียงคำรามลั่น แทงหอกทะลวงออกไปดุจัคลั่ง! ปลายหอกก่อตัวเป็วายุคลั่งกรรโชกแรง พุ่งบดขยี้เข้าใส่หัวหน้าชุดดำอย่างเกรี้ยวกราด!
ทว่าผู้มาเยือนกลับไม่มีทีท่าหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ดาบั์สีดำขลับพลันปรากฏขึ้นในมือของมัน กระแสปราณทมิฬหลายสายพันเกี่ยวหมุนวนอยู่รอบตัวดาบดุจอสรพิษ
"ไป๋จ่าน! คนอื่นอาจจะกลัวเ้า แต่ข้าไม่เห็นเ้าอยู่ในสายตาหรอกนะ!"
ชายชุดดำหัวเราะร่าอย่างอวดดี ฟาดฟันดาบั์สวนกลับไปหมายสับสะบั้นทุกสรรพสิ่งให้แหลกเป็ผุยผง!
ตูม!
อาวุธทั้งสองเข้าปะทะกันอย่างดุเดือดในพริบตา!
และในจังหวะที่ยอดฝีมือทั้งสองกำลังพัวพันกันอยู่นั้น สมุนชุดดำที่เหลือก็พากันเคลื่อนไหว พวกเขากระจายตัวออกไปทั่วทั้งเมืองเหิงเฉิง ราวกับฝูงค้างคาวกระหายเืในยามราตรี
แต่โชคยังดีที่สมาคมนักสู้ได้เตรียมการรับมือเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว!
ยอดฝีมือขอบเขตหลอมโลหิตทุกนายต่างะเิปราณโลหิตอันดุดันออกมาพร้อมเพรียงกัน! เสาปราณโลหิตสีแดงฉานพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าท่ามกลางความมืดมิด ราวกับเตาหลอมขนาดั์ที่แผดเผาอาบย้อมทั่วทั้งเมืองเหิงเฉิงให้สว่างโร่!
"ฆ่าพวกมัน!!"
นักสู้แผดเสียงคำรามลั่น ชูอาวุธในมือประจัญบาน พุ่งตัวเข้าห้ำหั่นเปิดศึกเืกับพวกลัทธิเทพ์อย่างบ้าคลั่ง!
ตัดกลับมาภายในห้องทำงานสมาคมนักสู้ หลิวขวงยืนหน้าดำคร่ำเครียดอารักขาอยู่เคียงข้างซูอวี่ ทว่าความร้อนรนในดวงตากลับพุ่งทะลักจนปิดไม่มิด หางตาของเขาคอยเหลือบมองเด็กหนุ่มอย่างกระวนกระวาย
ไอ้หนู! รีบๆ ตื่นขึ้นมาสักทีเถอะ! ขืนชักช้ากว่านี้ ฉันก็ไม่รู้จะปกป้องนายยังไงแล้วนะ! หลิวขวงได้แต่สบถพร้อมยิ้มขมขื่นในใจ
อันที่จริงเขาไม่ได้ขี้ขลาดหวาดกลัวพวกลัทธิเทพ์เลย สิ่งเดียวที่เขากลัวคือ... ฝีมือของตัวเองจะไม่มากพอที่จะปกป้องซูอวี่ต่างหาก!
ยิ่งไปกว่านั้น ซูอวี่คืออัจฉริยะศักยภาพระดับตำนานสีทอง! ต่อให้พลิกแผ่นดินหาทั่วทั้งแคว้นต้าเซี่ย ก็ยังหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร! ตัวตนระดับนี้... จะปล่อยให้มาตายอนาถอยู่ที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด!
และในขณะเดียวกัน จิตใต้สำนึกของซูอวี่กลับกำลังดำดิ่งลึกลงไปในห้วงทะเลแห่งสติสัมปชัญญะ!
ซูอวี่ลืมตาขึ้นมาด้วยความงุนงง เบื้องหน้าของเขามีเพียงแสงสีทองอร่ามเจิดจ้า ราวกับมิติแห่งนี้ได้กลายสภาพเป็มหาสมุทรสีทองคำขนาดั์!
นี่มันเื่บ้าอะไรกัน... ซูอวี่ขมวดคิ้วสับสนมึนงง
ทันใดนั้น สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับบางสิ่ง! ที่สุดปลายขอบของมหาสมุทรสีทอง คล้ายกับมีเรือนร่างอรชรของหญิงสาวผู้หนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ตรงนั้น
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด... ซูอวี่ถึงรู้สึกคุ้นเคยกับเงาร่างนั้นอย่างประหลาด แผ่นหลังนี้... ราวกับเขาเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...
ทว่ายังไม่ทันได้คิดอะไร ร่างเงานั้นก็เลือนหายวับไปอย่างรวดเร็ว!
สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาแทนที่ คือกระแสปราณสีเหลืองอ่อนสายหนึ่ง ลอยคว้างอ้อยอิ่งอยู่เบื้องหน้าหน้าอกของเขา
นี่มันคืออะไร... ใบหน้าของซูอวี่เต็มไปด้วยความฉงน
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ขยับตัว กระแสปราณสีเหลืองสายนั้นก็พุ่งทะลวงเจาะเข้าสู่ร่างกายของเขาโดยตรง!
ตูม!
วินาทีต่อมา ปราณโลหิตภายในร่างของซูอวี่ก็พลันเดือดพล่านปะทุขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง! มวลพลังเริ่มขยายตัวและแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวะโ!
พลังงานขุมนี้... ถึงกับสามารถยกระดับปราณโลหิตได้เลยงั้นเหรอ! ดวงตาของซูอวี่เบิกกว้างทอประกายวาบ!
ทันทีที่พลังงานลี้ลับขุมนี้แทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย มันกลับช่วยขยายขีดจำกัดปราณโลหิตของเขาให้พุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง! ยิ่งไปกว่านั้น ผลลัพธ์ของมันยังบริสุทธิ์และทรงพลังจนน่าเหลือเชื่อ
สรรพคุณของมันเทียบเท่าได้กับ 'โอสถหลอมไขกระดูก' ระดับสุดยอดเลยทีเดียว!
ซูอวี่ไม่รอช้า รีบทิ้งตัวนั่งขัดสมาธิลงกลางมหาสมุทรสีทองอร่ามทันที เขาปิดเปลือกตาลง และเริ่มต้นดูดซับสกัดพลังจากกระแสปราณสีเหลืองอ่อนสายนั้นอย่างตะกละตะกลาม!
ตัดภาพกลับมาที่โลกภายนอก
หลิวขวงยังคงปักหลักยืนคุ้มครองซูอวี่ราวกับรูปปั้นหิน ทว่าในเสี้ยววินาทีมฤตยูนั้นเอง!
เพล้ง!!
บานกระจกหน้าต่างห้องทำงานพลันะเิแตกกระจายกลายเป็ผุยผง!
สิ่งที่พุ่งทะลวงฝ่าเศษกระจกเข้ามา... คือเงาดำทะมึนสามสาย!
ร่างในชุดคลุมดำทั้งสามล้วนแผ่ซ่านกลิ่นอายอำมหิตและแกร่งกร้าวออกมาอย่างไม่ปิดบัง
ระดับการฝึกตนของพวกนี้... คือขอบเขตหลอมภายในอย่างไม่ต้องสงสัย!
ยอดฝีมือขอบเขตหลอมภายในถึงสามคน บุกจู่โจมพร้อมกัน!
เมื่อััได้ถึงกลิ่นอายคุกคามของศัตรูตรงหน้า แววตาของหลิวขวงก็แปรเปลี่ยนเป็เคร่งเครียดถึงขีดสุด!
ต้องไม่ลืมว่า... ตัวเขาเองก็เป็แค่ยอดฝีมือขอบเขตหลอมภายในคนหนึ่งเท่านั้น จะเอากำลังที่ไหนไปรับมือแบบหนึ่งต่อสาม!
มือสังหารแห่งลัทธิเทพ์จ้องเขม็งไปยังร่างของซูอวี่ที่กำลังนั่งขัดสมาธิไม่ได้สติ ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะวิปริตออกมา
"เจี๋ย เจี๋ย เจี๋ย! เกิดมาทั้งชีวิต ข้ายังไม่เคยได้ััรสชาติของการสับคออัจฉริยะสีทองมาก่อนเลยโว้ย! ไม่นึกเลยว่าคืนนี้... จะได้ทำความฝันให้เป็จริงแล้ว!"
"จุ๊ จุ๊ จุ๊! การได้เด็ดหัวอัจฉริยะสีทอง รางวัลตอบแทนจากลัทธิก็มากพอที่จะทำให้พวกเราทะลวงเข้าสู่ขอบเขตกายาทองคำ... หรืออาจจะพุ่งทะยานไปถึงขอบเขตเหินเวหาเลยด้วยซ้ำ!"
มือสังหารชุดดำทั้งสามพูดคุยหยอกล้อกันอย่างอวดดี ราวกับมองหลิวขวงเป็แค่อากาศธาตุไร้ค่า!
โดนหยามเกียรติซึ่งหน้าขนาดนี้ หลิวขวงโกรธจัดจนเส้นเืปูดโปน ะเิเสียงหัวเราะกราดเกรี้ยวออกมา!
"ก็แค่พวกหนูโสโครกจากลัทธิเทพ์ กล้ามาเห่าหอนอวดเบ่งต่อหน้าฉันงั้นเหรอ!"
"รนหาที่ตายนักใช่มั้ย!!"
หลิวขวงแผดเสียงคำรามลั่น ซัดหมัดขวาตรงออกไปสุดแรงเกิด! หมัดนั้นรวมเอาคลื่นไอิญญาผสานเข้ากับปราณโลหิตอันดุดัน ะเิอานุภาพป่าเถื่อนพุ่งเข้าใส่ศัตรูทันที!
มือสังหารลัทธิเทพ์ทั้งสามสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนจะแยกย้ายลงมือตอบโต้ในพริบตา!
"ข้าจะยันมันเอาไว้เอง! พวกเ้าสองคนรีบไปสับหัวไอ้เด็กนั่นซะ!"
ชายชุดดำคนหนึ่งะโสั่งการ ะเิไอิญญาปะทุขึ้นทั่วร่าง แล้วพุ่งตัวเข้าปะทะกับหมัดของหลิวขวงโดยตรง!
ส่วนมือสังหารอีกสองคนที่เหลือพยักหน้ารับคำอย่างรู้ใจ กระโจนทะยานพุ่งเป้าไปที่คอหอยของซูอวี่อย่างอำมหิต!
ทว่า... สิ่งที่ทำให้มือสังหารทั้งสองต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจก็คือ... ทั้งที่หลิวขวงถูกสกัดกั้นเอาไว้แล้ว แต่บนใบหน้าของเขากลับไม่มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย!
หนำซ้ำ... ยังแสยะยิ้มพิลึกพิลั่นราวกับกำลังดูงิ้วฉากเด็ด!
และในเสี้ยววินาทีที่พวกเขากำลังสงสัยอยู่นั้นเอง น้ำเสียงแหบพร่าของชายชราก็พลันดังก้องกังวานขึ้นมาในอากาศ!
"ในเมื่อถ่อมาถึงที่นี่แล้ว... งั้นก็ทิ้งชีวิตของพวกแกเอาไว้ซะเถอะ!"
ดวงจิตของมือสังหารทั้งสองสั่นสะท้านเฮือกในฉับพลัน! ขนลุกซู่ราวกับหนูท่อที่บังเอิญหันไปสบตาเข้ากับพยัคฆ์ร้าย!
ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าพวกเขา... คือชายชราเรือนผมขาวโพลนผู้หนึ่ง ที่ไม่รู้ว่าโผล่มายืนขวางอยู่หน้าซูอวี่ั้แ่เมื่อไหร่!
ชายชราสวมชุดคลุมสีเทาเรียบง่าย สองมือไพล่หลัง ั์ตาขุ่นมัวฝ้าฟาง ทว่า... ภายใต้สภาพอันแก่หง่อมนั้น กลับแผ่ซ่านคลื่นพลังกดดันระดับ 'ขอบเขตหลอมภายในขั้นสูงสุด' ออกมาบดขยี้มิติในห้องจนแทบปริแตก!
"แกเป็ใครวะ!!" ชายชุดดำร้องอุทานเสียงหลงด้วยความหวาดผวา
ชายชราเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากบางๆ มือขวาลูบเคราสีขาวของตัวเองอย่างใจเย็น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลัง...
"ประธานสมาคมนักสู้เมืองเหิงเฉิง... 'ต่งปู้เหวย'!!"