บทที่ 5 ที่จริงฉลามขาวั์โง่มากเลยนะ
เยี่ยนลี่เฉิงเอาข้าวส่วนที่ตัวเองยังไม่ได้กินไปตรงหน้าร่างเล็กทันที
“อิงอิงตัวน้อย กินนี่สิ”
ฉินอิงอิงที่รู้สึกเสียใจเพราะถูกหลอกเงยหน้ามองพี่ชายผู้ให้อาหาร
“แงงง”
พี่ชายผู้ให้อาหารดีจังเลย!
เอาอาหารของตัวเองให้เธอกินด้วย
ถึงวาฬอ้วนตัวน้อยจะยังเด็ก แต่ก็รู้ว่าไม่สามารถมุ่งความสนใจไปที่พุงของตัวเองเพียงอย่างเดียวและปล่อยให้คนอื่นหิวโหยได้
สำหรับสัตว์สังคมอย่างวาฬอ้วน เวลามีอาหารก็จะแบ่งกันกิน
แม้วาฬอ้วนตัวน้อยจะรู้สึกว่ายังกินแมวน้ำได้อีกครึ่งตัว แต่เธอก็เลือกบังคับปากของตัวเองไว้
“อื้อ!”
พี่ชายผู้ให้อาหาร พี่ก็กินด้วยสิ ตอนนี้ฉันไม่กินแล้วก็ได้
ยังหิวอยู่สินะ!
ยังไงตอนนี้ก็ได้กินเยอะและกินอิ่มกว่าที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะตื่นขึ้นมากลางดึกน้อยกว่าสองครั้ง
เมื่อเยี่ยนลี่เฉิงมองอิงอิงตัวน้อยแล้วก็เข้าใจในทันทีว่าเธออยากกินมาก ดวงตาโตสีดำเป็ประกายแข่งกับกลิ่นหอมฟุ้งของข้าวสวยเป็ครั้งคราว แต่เ้าตัวเล็กก็ตั้งใจบังคับปากของตัวเองไม่ให้กิน มันทั้งอบอุ่นใจและน่ากังวลไปในคราวเดียวกันจริง ๆ
เขาผลักข้าวไปตรงหน้าของอิงอิงตัวน้อยอีกครั้ง
“อิงอิงตัวน้อย ก่อนอาฉินกลับมา พี่ลี่เฉิงกินไปแล้ว ตอนนี้ยังอิ่มมากอยู่เลย”
ฉินอิงอิงที่ซึมเล็กน้อยเบิกตาโตทันที “เอ๋?”
จริงเหรอ?
เหล่าวาฬเพชฌฆาตอ้วนไม่เคยรู้มาก่อนว่าอะไรคือการพูดโกหก พวกเขาจริงใจกันทั้งนั้น
หิวแล้ว ก็กิน
ไม่หิวก็เที่ยวเล่นในทะเล ข้ามมหาสมุทรกับฝูงและครอบครัว
เจอฝูงปลาผ่านมาก็แค่อ้าปากรอให้อาหารเข้ามาข้างใน
พวกเขาแยกย้ายกันตามอิสระ ดุร้ายและทรงพลัง ไม่ว่าพวกเขาจะรู้จักคำว่า ‘โกหก’ หรือไม่ อย่างไรเหล่าวาฬอ้วนก็ไม่คิดมากอยู่ดี
พูดโกหก?
มันจะมีประโยชน์อะไร?
แค่ทำตามใจก็จบแล้ว!
จากสายพันธุ์ของพวกเขา วาฬเพชฌฆาตมีรูปร่างดี กล้าหาญ และสามารถโจมตีได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังมีความสามัคคีอย่างยากจะหาใครเทียบได้ พวกฉลามขาวั์ไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเขาแม้แต่น้อย เว้นแต่เวลาเผชิญหน้ากับวาฬหลังค่อมจอมโฉดที่เกลียดกันมานานหลายปี พวกเขาไร้เทียมทานที่สุดเมื่ออยู่ในทะเล!
พูดได้เลยว่าที่จริงแล้วฉลามขาวั์โง่มาก
ตัวยาวซะเปล่า แต่ไม่มีสมอง สติปัญญาสู้เหล่าวาฬเพชฌฆาตอ้วนอย่างพวกเขาไม่ได้อย่างสิ้นเชิง
ไม่รู้ว่ามนุษย์คิดยังไง ถึงได้คิดว่าฉลามขาวั์พวกนั้นน่ากลัว
ชิ!
ไม่รู้เลยน่ะสิว่าตอนที่ฉลามขาวั์เจอวาฬเพชฌฆาตอ้วนอย่างพวกเขา ไอ้ขี้ขลาดนั่นจะว่ายหนีไปหลายพันกิโลเมตรอย่างจนตรอก
ฉลามขาวั์ที่หนีจากปากของวาฬเพชฌฆาตอย่างพวกเขาได้ ปกติแล้วจะเป็เพราะพวกเขาไม่ค่อยหิวมากหรือไม่ก็ไม่ค่อยอยากกินฉลามสักเท่าไหร่
ปกติตอนที่ลูกวาฬนมแปซิฟิกเจออาหาร จะนึกถึงครอบครัววาฬเพชฌฆาตและทำให้คิดถึงอย่างอดไม่ได้
ตอนที่คิดถึง ก็เปลี่ยนความโศกเศร้าให้กลายเป็ความอยากอาหารด้วย ว่าแล้วก็เริ่มกินข้าวอย่างเต็มปากเต็มคำ
เฮ้อ!
ไม่ถึงสามนาที เธอก็กลายเป็ลูกวาฬแปซิฟิกที่อ้าปากแล้วกลืนอาหารโดยไม่เคี้ยวอีกครั้ง
พริบตาเดียว ข้าวสวยหนึ่งถ้วยก็หายไปแล้ว
เยี่ยนลี่เฉิง “...”
ฉินอี้หาน “...”
ฉินอี้หานยื่นมือมาลูบพุงของอิงอิงตัวน้อยอย่างอดไม่ได้
พุงของเด็กน้อยนุ่มนิ่ม แถมยังกลมอีก
แต่เมื่อมองตาของเธอแล้ว เหมือนว่าจะยังอยากกินต่ออยู่ดี
ฉินอี้หานพูดออกมาอย่างยากลำบาก “อิงอิงตัวน้อย กินอิ่มแล้วใช่มั้ย?”
หลังจากนั้นอิงอิงตัวน้อยในอ้อมแขนของเขาก็ส่งเสียงร้องแบบเด็กที่ไม่ได้รับความเป็ธรรมออกมา
“แงง”
คนโกหก!
เธอกินไปเยอะเหรอ?
เธอกินไปเยอะงั้นเหรอ!?
นี่ยังไม่ถึงไหนเลยนะ!
เธอเป็ลูกวาฬนมแปซิฟิก ปริมาณอาหารสำหรับวัยสามขวบครึ่งคือโลมาตัวเล็กครึ่งตัว
แถมยังเป็โลมาที่อ้วนมาก ๆ ๆ ๆ ด้วยนะ!
ฉินอี้หานยอมจำนนในทันที
“กิน! เรามากินกันอีกเถอะ!”
ฉินอี้หานให้ข้าวของตัวเองกับฉินอิงอิงนานแล้ว ตอนนี้ยังจะกินอะไรได้อีก?
กับข้าวก็ไม่เหลือแล้ว
งั้นก็เสิร์ฟขนมอบและผลไม้หลังอาหารก็แล้วกัน
ฉินอิงอิงแสดงออกให้เห็นว่าอยากกินแต่เนื้อกับข้าวและไม่ได้สนใจผลไม้มากนัก
ของเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ แบบนั้น เป็ได้แค่เศษอาหารที่ติดตามซอกฟันนั่นแหละ
รอให้เธอโตขึ้นอีกหน่อยก็ติดตามซอกฟันไม่ได้แล้ว
ฉินอิงอิงจึงตั้งความหวังไว้กับพี่ชายผู้ให้อาหารด้วยสายตา
“งือ!”
พี่ชายผู้ให้อาหาร ตั้งใจหน่อยสิ!
วาฬอ้วนตัวน้อยอย่างฉันจะกินอิ่มรึเปล่าขึ้นอยู่กับพี่เลยนะ
เยี่ยนลี่เฉิงรู้สึกเหมือนว่าตัวเองจะเข้าใจความหมายของอิงอิงตัวน้อย
เขาลูบหัวอิงอิงตัวน้อยด้วยความอ่อนโยน
“อิงอิงตัวน้อยวางใจเถอะ พี่ลี่เฉิงต้องให้อิงอิงตัวน้อยกินจนอิ่มอยู่แล้ว”
เยี่ยนลี่เฉิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้เห็นใบหน้าที่มืดมนของอาฉินจากหางตา
ที่แท้อาฉินก็ไม่ได้มีแต่ใบหน้าที่เ็า เขามีใบหน้าที่เคร่งขรึมได้เหมือนกัน
แต่เยี่ยนลี่เฉิงไม่ได้ลืมว่านี่คือบ้านตระกูลฉิน อาฉินเป็พ่อของอิงอิงตัวน้อย
เขามองอิงอิงตัวน้อยที่ฉีกยิ้มจนเห็นลักยิ้มบนแก้มสีขาวนวลเมื่อได้รับคำตอบที่น่าพอใจ
ฉินอี้หานพูดเสริม
“อาฉินไม่ได้เลี้ยงอิงอิงตัวน้อยไม่ไหว แต่ตอนนี้อิงอิงตัวน้อยกับนายยังเด็ก หากกินมากไปจนท้องรับไม่ไหว จะทนไม่ได้เอา”
ฉินอิงอิงรีบยืดหลังจนท้องน้อย ๆ ที่บวมเป่งของเธอแบนราบ
ท้องของเธอใหญ่ขนาดนี้ จะยัดกับข้าวพวกนี้เข้าไปไม่ได้ได้ยังไง?
ท่าทางยืดพุงของเด็กน้อยที่มีเนื้อแน่นเป็ก้อนในอ้อมแขนฉินอี้หานเรียกได้ว่าน่ารักมาก เสื้อผ้าของเธอก็พองขึ้นเหมือนกัน
เด็กน้อยแสดงสีหน้าเหมือนกำลังจะบอกว่า ‘หนูยังกินวัวได้อีกหนึ่งตัว’ ฉินอี้หานกับเยี่ยนลี่เฉิงที่มองเห็นก็หัวเราะออกมาเสียงดังอย่างยากที่จะห้ามใจ
จากนั้นมื้อเที่ยงก็ผ่านไปทั้งแบบนี้
เยี่ยนลี่เฉิงกลัวอิงอิงตัวน้อยจะกินเยอะเกินจนรู้สึกไม่สบายจึงพาเธอออกไปเดินเล่นในสวน
ฉินอี้หานไม่สบายใจยิ่งกว่า เขาติดต่อแพทย์ส่วนตัว อีกเดี๋ยวจะพาอิงอิงตัวน้อยไปโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจร่างกายอย่างละเอียด
เด็กอายุสามขวบครึ่ง ทานอาหารในปริมาณเทียบเท่าผู้ชายจำนวนสี่ถึงห้าคน แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนไม่อิ่ม เป็เื่ที่ไม่น่าเชื่อเลยจริง ๆ
ในสวน เยี่ยนลี่เฉิงจูงมือเล็ก ๆ ของอิงอิงตัวน้อยเดินทอดน่องช้า ๆ
“อิงอิงตัวน้อยอายุสามขวบครึ่งแล้ว?”
ฉินอิงอิงพยักหน้าพร้อมตอบรับ “อื้อ”
เยี่ยนลี่เฉิงพบว่าั้แ่ที่อิงอิงตัวน้อยกลับมา คำที่ออกเสียงได้มีแค่สามคำคือ งือ อื้อ แง เหมือนว่าอีกฝ่ายจะยังพูดไม่ได้
แต่เด็กอายุสามขวบครึ่งไม่ควรเป็แบบนี้รึเปล่า?
เขาจูงอิงอิงตัวน้อยเดินไปข้างหน้า จากนั้นก็หยิบมือถือออกมาค้นหาข้อมูล
จากนั้นเด็กหนุ่มก็ค้นพบว่า โดยทั่วไปเด็กอายุสามขวบครึ่งสามารถแสดงความ้าของตนได้อย่างแม่นยำ เด็กบางคนพูดได้อย่างชัดเจน เยี่ยนลี่เฉิงจึงใจเย็นไม่ไหวแล้ว
อิงอิงตัวน้อยนุ่มนิ่มน่ารักชวนให้คนชื่นชอบขนาดนี้ ไม่ว่าจุดไหน ๆ ๆ ก็ดีกว่าคนอื่นทั้งหมด จะพูดไม่ได้ได้ยังไง?
แต่ถึงพูดไม่ได้ก็น่ารักมากอยู่ดี
ทว่าหากพูดได้ต้องน่ารักกว่านี้แน่
ดังนั้น พอเดินไปที่ศาลาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากน้ำพุ เยี่ยนลี่เฉิงจึงจูงอิงอิงตัวน้อยไปนั่งในศาลา
“อิงอิงตัวน้อยอยากพูดได้มั้ย?”
ฉินอิงอิงพยักหน้าอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
“งืออ!”
อยาก อยากสิ!
แต่ไม่รู้ทำไม ฟังพวกพี่คุยกันรู้เื่ แต่พูดอะไรออกมาไม่ได้
จริง ๆ เลย!
นี่มันไม่เป็ไปตามหลักวิทยาศาสตร์โดยสิ้นเชิง!
เมื่อเห็นสีหน้ากระตือรือร้นของอิงอิงตัวน้อย รอยยิ้มที่อ่อนโยนก็ปรากฏบนใบหน้าอันหล่อเหลาของเยี่ยนลี่เฉิง
เขาลูบหัวเล็กที่มีกลุ่มผมดกดำของอิงอิง เมื่อเห็นเธอกระพริบตา มองเขาด้วยตาที่เหมือนเม็ดองุ่นอย่างคาดหวัง หัวใจของเขาพลันอ่อนยวบ
“งั้นพี่ลี่เฉิงสอนอิงอิงตัวน้อยพูดตอนนี้เลยดีมั้ย?”
“อื้อ!”
ได้เลย!
เยี่ยนลี่เฉิงเห็นว่าอิงอิงตัวน้อยเข้าใจความหมายของเขา ก็รู้ว่าที่จริงฉินอิงอิงฉลาดมาก ฉลาดกว่าเด็กปกติทั่วไปด้วยซ้ำ
ส่วนเื่ที่ว่าทำไมพูดไม่ได้ ก็อาจเป็เพราะยังไม่มีใครเคยสอนเธอล่ะมั้ง?