“เอาละ เหล่าว่าที่อัศวินผู้สูงศักดิ์มากันแล้ว ขอให้โชคดี!”
เจฟฟ์ะโประกาศเสียงดัง ขณะที่หานซั่วและคาลกำลังคุยกันอยู่
สิ้นสุดเสียงประกาศของเจฟฟ์ นักเรียนอัศวินในชุดสีต่าง ๆ กว่าสิบคนก็เดินผ่านประตูห้องรับรองเข้ามาพร้อมดาบอันประณีตงดงาม ส่วนใหญ่เป็เด็กหนุ่มวัยรุ่น น้อยมากที่จะเป็เด็กสาว
ระหว่างที่คัดเลือกเป้ามนุษย์ในห้องรับรอง พวกเขาพินิจพิจารณาด้วยสายตาดูถูก ทหารจะเป็พวกแรกที่สังเกตเห็นได้ง่ายที่สุด เพราะพวกนี้จะมีพละกำลังมากกว่าคนทั่วไป และมีประโยชน์มากที่สุดหาก้าประสบการณ์ใกล้เคียงการสู้รบจริง ๆ จึงไม่แปลกที่คนเหล่านี้จะกลายเป็ที่สนใจลำดับแรก ๆ เสมอ
กลุ่มทหารที่มีคาลเป็ผู้นำเป็คนกลุ่มแรกที่ถูกเลือก เมื่อพวกนักเรียนต่อรองราคาที่ยอมรับได้เสร็จสิ้น กลุ่มทหารก็ถูกพาไปยังลานฝึกซ้อม และคาลเป็หนึ่งในนั้น เขามองหานซั่วด้วยแววตาเศร้าสร้อยอยู่ห่าง ๆ ก่อนจะเดินออกไป
เพราะทหารเป็กลุ่มคนที่แข็งแรงที่สุดในหมู่เป้ามนุษย์ทั้งหมด และมีประโยชน์มากที่สุดสำหรับนักเรียนอัศวินเพื่อฝึกซ้อมการสู้รบเสมือนจริง หากนักเรียนอัศวินตัดสินใจจ้างละก็ เงินตอบแทนที่ได้รับก็จะมากกว่าคนธรรมดาที่ร่างกายกำยำล่ำสันเสียอีก
หลังจากเป้ามนุษย์ที่เป็ทหารถูกจ้างออกไปเป็พวกแรก ผู้คนที่ยังเหลืออยู่จึงเป็คนธรรมดาทั้งหมด และในหมู่คนเหล่านี้เอง พวกที่ร่างกายบึกบึนแข็งแรงจะถูกจ้างเป็ลำดับต่อไป
บางคนก็พยายามเบ่งกล้ามเนื้อ เพื่ออวดท่าทางแบบนักเพาะกายราวกับกำลังะโก้องว่า ข้า-แข็ง-แรง-นะ-กล้าม-ของ-ข้า-สุด-ยอด! พร้อมรอยยิ้มประจบประแจง มองไปยังเหล่าว่าที่อัศวินด้วยหวังว่าจะเป็ผู้ถูกเลือกและได้รับค่าจ้างงาม ๆ เป็การตอบแทน
ร่างกายของหานซั่วซึ่งดูธรรมดาอย่างสิ้นเชิง และถูกบดบังโดยเหล่าชายร่างสูงกล้ามโต ทำให้ยิ่งมองเห็นเขายากขึ้น หานซั่วกังวลเล็กน้อยเมื่อเห็นนักเรียนอัศวินเลือกเป้ามนุษย์และออกไปกันทีละคนๆ
ชายกล้ามโตสามคนยืนอยู่ล้อมรอบเขาคนละทิศ จนเขาแทบกลืนหายไปจากสายตาอย่างสิ้นเชิง พวกนักเรียนอัศวินคงมองเขาไม่เห็นด้วยซ้ำ ด้วยความกังวลในตอนนั้นเอง เขาจึงพยายามหาทางก้าวออกมาข้างหน้าให้ได้
“นี่ พ่อตัวใหญ่ ขอทางหน่อยสิ!”
หานซั่วใช้มือตบเบา ๆ ไปทีู่เาก้อนเนื้อความสูงสองเมตรที่อยู่ข้างหน้า พร้อมกับยิ้มให้อย่างเป็มิตร
ชายร่างบึกบึนมีผิวสีน้ำตาลแดง แผ่นหลังเป็กรอบล่ำสัน กล้ามเนื้อกระเพื่อมเป็มัดตลอดความสูงทั้งสองเมตร แบบนักเพาะกายที่หานซั่วเคยเห็นมาก่อน
เมื่อได้ยินหานซั่วพูด เขาหันมาและจ้องมองหานซั่วด้วยสายตาดุร้าย เขาเกร็งกล้ามเนื้อแขนส่วนบนจนโค้งนูนขึ้นราวกับูเาเนื้อก้อนเล็ก ๆ เขาหัวเราะอย่างเ็าด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะหันกลับไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
อะไรของมัน กล้ามใหญ่นักแล้วไงฟะ! หานซั่วหัวเราะอย่างเยือกเย็นในใจ ก่อนจะยื่นแขนซ้ายออกไปแตะที่เอวของชายผู้นั้นและออกแรงผลักไปข้างหน้าอย่างแรง
ตุบ ตุบ ตุบ!
ชายกล้ามโตหน้าคะมำและเซไปข้างหน้าถึงสามก้าวตามพลังการผลักที่รุนแรงของหานซั่ว
ห้องรับรองแออัดเพราะมีพวกูเาก้อนเนื้อยืนเบียดเสียดกันอยู่หลายคน ผู้คนรอบข้างจึงเซไปด้วยเมื่อถูกชายคนนี้กระแทกอย่างกะทันหัน พื้นที่ตรงหน้าหานซั่วเกิดความโกลาหลขึ้นทันที
“ให้ตายสิ แดเนียล เ้าคิดจะแหกกฎรึไง?”
ูเาก้อนเนื้ออีกคนที่โดนูเาก้อนเนื้อนามว่าแดเนียลเอาตัวกระแทกก็คำรามอย่างโกรธเกรี้ยวหลังจากทรงตัวได้แล้ว
“ไม่ใช่ข้า! เ้าเด็กที่อยู่ข้างหลังข้าต่างหาก!”
แดเนียลรีบแก้ตัวกับชายร่างั์ที่อยู่ข้าง ๆ หันมาจ้องหานซั่วอย่างดุร้ายก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
“เ้าหนู อยากรีบตายนักรึไง?”
ตอนนั้นเอง หานซั่วรีบฉวยโอกาสนี้ไสตัวออกไปครองตำแหน่งยืนที่ดีขึ้นตรงอีกฝั่งหนึ่งของห้องรับรอง เมื่อได้ยินแดเนียลพูด หานซั่วก็หัวเราะและยื่นแขนขวาออกไป ทำท่านักเพาะกายเลียนแบบที่แดเนียลเพิ่งทำไปเมื่อครู่ เขาเกร็งกล้ามเนื้อแขนท่อนบนและทำท่าทางราวกับจะบอกว่า ข้า-ก็-แข็ง-แรง-นะ! เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งและมองแดเนียลด้วยสายตายั่วโมโห
นักเรียนอัศวินจำนวนหนึ่งที่เดินเข้ามาใหม่ และกำลังจะเลือกเป้ามนุษย์ที่อยู่ด้านหลัง แต่แล้วพวกเขาก็ชะงักการจ้างและหันมามอง เพราะรู้สึกว่าเื่น่าสนใจบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น
หานซั่วตั้งท่าอย่างอวดดีเพราะเห็นเหล่านักเรียนอัศวินกลุ่มใหม่ที่เดินเข้ามา สภาพร่างกายของหานซั่วนั้นยากที่จะถูกเลือก การพยายามดึงความสนใจด้วยร่างกายหรือการคุยโวโอ้อวดก็น่าจะช่วยอะไรไม่ได้มาก ทางลัดที่เร็วที่สุดก็คือการใช้ความแข็งแกร่งเอาชนะูเาก้อนเนื้อที่นี่ให้ได้สักคน นักเรียนอัศวินจึงจะเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับตัวเขา
นอกจากนี้ แม้หานซั่วจะตั้งท่ายียวนกวนประสาทมากเพียงใด เขาก็ดูปัญญาอ่อนในสายตาคนอื่นอยู่ดี แต่ถ้าเป็ูเาก้อนเนื้ออย่างแดเนียลเป็ฝ่ายตั้งท่านี้ คงดูน่าข่มขวัญมากทีเดียว
และเมื่อหานซั่วผู้ผอมบางและสูงเพียงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเิเ พยายามวางมาดท่ามกลางูเาก้อนเนื้อ คนก็พูดเป็เสียงเดียวกัน ไม่เย้ยหยันก็เดาว่าตาย
“ฮ่า เ้าหนู เมื่อเ้าอยากตายนัก ข้าจะส่งเ้าไปที่ชอบ ๆ ให้เอง!”
แดเนียลไม่ได้มีสีหน้าบันดาลโทสะแต่อย่างใด ทว่าดูพอใจเสียมากกว่า เขาหัวเราะเสียงดัง ชูท่อนแขนที่หนากว่าขาของหานซั่วขึ้นมา และยื่นออกไปหมายจะจับตัวหานซั่วไว้
ในห้องรับรอง การต่อสู้มักเกิดขึ้นเมื่อเป้ามนุษย์พยายามทำตัวเด่นและดึงความสนใจจากนักเรียนอัศวินผู้ร่ำรวยและทรงอิทธิพล เป็ภาพที่มีให้เห็นจนชินตา แดเนียลจึงพอใจมากกว่าโกรธเกรี้ยวเมื่อเห็นการยั่วยุอย่างไม่เจียมตนของหานซั่ว ซึ่งก็เป็ไปตามแผนของเขาพอดี เขาก็จะได้ใช้เ้าเด็กนี่พิสูจน์ความโหดร้ายและป่าเถื่อนต่อหน้าเหล่านักเรียนอัศวิน
แต่พวกกล้ามโตอารมณ์ร้ายส่วนใหญ่ มักจะโตแต่ตัว แต่ไม่มีสมอง แดเนียลจึงไม่ฉุกคิดแม้แต่น้อยว่าหานซั่วในสภาพร่างกายเช่นนี้ ต้องใช้แรงขนาดไหนในการผลักก้อนเนื้อมหึมาอย่างเขาจนเซจนเกือบล้มแบบนั้น
คนรับใช้เจฟฟ์ที่ดูแลเื่การลงทะเบียน ทนไม่ไหวที่เห็นแดเนียลพุ่งเข้าหาหานซั่วจึงโพล่งะโออกไปโดยไม่ตั้งใจ
“แดเนียล เขาเป็เด็กรับใช้ของพวกนักเรียน เ้าทำร้ายเขาไม่ได้นะ!”
“โอ ข้าทำแน่!”
แดเนียลยิ้มตอบโดยไม่ลดความเร็วของมือขวาและยังคงเอื้อมไปหาหานซั่ว
เป้ามนุษย์บางคนที่เจตนาดี และนักเรียนอัศวินที่อ่อนโยนต่างมีสีหน้าเ็ป นักเรียนอัศวินหญิงบางคนถึงกับกรีดร้องด้วยความกลัว
เมื่อมือขนาดใหญ่ของแดเนียลกำลังจะทุบลงไปบนศีรษะของหานซั่ว ทันใดนั้นเอง ร่างกายของหานซั่วก็พุ่งหนีออกจากตำแหน่งที่เคยยืนอยู่ด้วยความรวดเร็ว ทำให้มือของแดเนียลคว้าได้เพียงอากาศว่างเปล่า
หานซั่วหัวเราะลั่น ราวกับเยาะเย้ยในความไร้ความสามารถของแดเนียล คราวนี้ หานซั่วยื่นแขนซ้ายออกมา เกร็งกล้ามเนื้อแขนท่อนบนอีกครั้งในท่าเดิม นิ้วชี้ขวาชี้ไปที่กล้ามเนื้อมัดเล็ก ๆ ที่แขนของตนเองและพยักหน้าให้แดเนียล สื่อความหมายอย่างชัดเจนแม้ไม่ได้พูดออกมาว่า ‘เห็นหรือไม่? ข้าแข็งแรงจริงๆ’
“โฮ่ เ้าเด็กนี่อวดดีจริงๆ!”
“กวนประสาทแบบนี้ ยั่วโมโหกันชัดๆ!”
“หึหึ ท่าทางจะเป็เด็กที่น่าสนใจไม่เบา!”
“…..”
เกิดเสียงเซ็งแซ่จากทั้งเป้ามนุษย์และนักเรียนอัศวิน เมื่อเห็นว่าหานซั่วรอดจากการถูกจับ ทั้งยังอวดดีและทำท่าพิลึกพิลั่น จึงยิ่งดึงดูดความสนใจของทุกคน แม้แต่นักเรียนอัศวินบางคนที่กำลังต่อรองราคาอยู่กับเป้ามนุษย์คนอื่น ยังต้องหยุดการสนทนาและพุ่งความสนใจมาที่หานซั่ว
“เ้าเด็กบ้า กล้าดีอย่างไรมาดูถูกข้า วันนี้ละ ข้าจะจัดการเ้า!”
ใบหน้าของแดเนียลแดงขึ้นอย่างเดือดดาล ราวกับกระทิงที่กำลังโมโหจัด นักเรียนอัศวินที่ยืนรายล้อมรอบตัวเขาเป็แหล่งเงินชั้นดี เมื่อถูกทำให้ขายหน้า ความกราดเกรี้ยวของแดเนียลจึงปะทุออกมา ดูจากสภาพของเขาตอนนี้ เขาคงจะลืมคำเตือนของเจฟฟ์ไปหมดแล้ว
เมื่อแดเนียลกล่าวจบพร้อมดวงตาที่ลุกเป็ไฟ สองมือกำหมัดแน่นดุจเหล็กและจ้องมองหานซั่วอย่างดุร้าย ชูขึ้นสูงหมายจะทุบหานซั่วให้าเ็รุนแรงมากกว่าแค่จะจับตัวเขาไว้
ในสายตาคนภายนอก หมัดของแดเนียลราวกับจะทุบพื้นดินให้แตกละเอียด ไม่ว่าจะทั้งความเร็วและพละกำลัง บอกชัดว่าคราวนี้แดเนียลโกรธจัด หากหานซั่วโดนหมัดนั่นเข้าละก็ หากไม่ตายในทันที ก็คงถึงขั้นเจ็บปางตาย
ผู้คนที่เห็นอกเห็นใจหานซั่วก่อนหน้านี้ เริ่มรู้สึกเป็ห่วงหานซั่วอีกครั้ง
เมื่อเห็นว่าการโจมตีใกล้ถึงตัว หานซั่วก็กดส้นเท้าและหมุนตัวหลบหมัดเหล็กของแดเนียลได้อย่างน่ามหัศจรรย์ เมื่อแดเนียลโจมตีได้เพียงอากาศที่ว่างเปล่าอีกครั้ง ร่างกายที่โถมไปตามแรงโจมตีทำให้เขาเซไปข้างหน้าพอควร เป้ามนุษย์ที่มุงดูอยู่บริเวณนั้นต่างผงะถอยไปด้วยความใ เกรงจะโดนลูกหลงไปด้วย
ส่วนหานซั่วก็ทำแขนโค้งเป็วงด้านหน้าลำตัว พร้อมกับกำหมัดและแอ่นเกร็งกล้ามอกให้พองขึ้น รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏที่มุมปาก ทำท่านักเพาะกายแบบกวนประสาทของเขาอีกครั้ง
เสียงร้องอย่างประหลาดใจดังเซ็งแซ่จากกลุ่มคนที่มุงดู นักเรียนอัศวินที่ตอนแรกตั้งใจเพียงมาดูการแสดงสนุก ๆ เริ่มพินิจพิเคราะห์หานซั่วอย่างจริงจังโดยไม่รู้ตัว การหลบที่สำเร็จครั้งแรกอาจเป็เพราะโชคช่วย แต่เมื่อหานซั่วยังสามารถหลบการโจมตีของแดเนียลที่เพิ่มทั้งความเร็วและพละกำลังของหมัดเหล็กได้สำเร็จอีกครั้ง ก็ไม่เรียกว่าโชคแล้ว
ขณะที่ทุกคนทั้งตกตะลึงและประหลาดใจ แดเนียลก็กลายเป็สัตว์ประหลาดกระหายเื ดวงตาแดงก่ำ เขาพุ่งตัวอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ราวกับกระแสลมที่มาพร้อมกับเสียงคำรามอันเกรี้ยวกราด สองมือยื่นออกไปหาหานซั่วหมายจะบดขยี้ให้แหลกเหลวไม่มีชิ้นดี
ทว่าหานซั่วยังคงหลบการโจมตีของแดเนียลได้เรื่อย ๆ ราวปาฏิหาริย์ ลื่นไหลราวกับปลา และความว่องไวก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่ระหว่างหลบ หานซั่วยังมีเวลาพักหายใจเพื่อทำท่าทางประหลาด ๆ ของนักเพาะกายได้อีกหลายท่า
ท่าทางของหานซั่วทั้งยั่วยุและอวดดีจนเกินทน!
“ไม่เลวเลย ท่าทางเยาะเย้ยนั่นไม่ซ้ำกันสักท่า ข้าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย!”
นักเรียนอัศวินหญิงคนหนึ่งอุทานด้วยความประหลาดใจ
“เ้าเด็กนี่แข็งแกร่งใช่เล่นแฮะ!”
นักเรียนอัศวินอุทานขึ้นเช่นกัน
“แดเนียลงานเข้าแล้วไหมล่ะ!”
ูเาก้อนเนื้อคนหนึ่งร้องออกมา
“…..”
ห้องรับรองทั้งห้องเต็มไปด้วยเสียงอึกทึกครึกโครมไปชั่วขณะ!
*************************