หลังจากที่ครุ่นคิดและชั่งน้ำหนักถึงข้อดีข้อเสียต่างๆ อย่างรอบคอบและถี่ถ้วนแล้ว เฉิน ฮ่าวหราน ก็ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ เช้าวันต่อมา เขาจึงมุ่งหน้าตรงไปยังหอประกาศข่าวของตำหนักเมฆาครามอีกครั้งหนึ่ง เขารู้สึกได้ว่าตนเองไม่สามารถที่จะเสียเวลาอันมีค่าไปกับการทำงานดูแลสวนสมุนไพรที่ให้ผลตอบแทนเชื่องช้าเกินไปได้อีกต่อไปแล้ว หากเขาต้องการที่จะบรรลุเป้าหมายในการสะสม 50 แต้มมรดก เพื่อใช้ในการปลดล็อค "เทคนิคหลอมรวมเงาอัสนีขั้นต้น" อันเป็นกุญแจสำคัญสู่ "วิถีอัสนีเร้นเงา" ให้ได้โดยเร็วที่สุด เขาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาแต้มอุทิศของสถาบันให้ได้มากขึ้น เพื่อนำไปแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรที่จำเป็นต่อการฝึกฝน เช่น เวลาในการใช้ห้องฝึกพลังระดับสูงขึ้น หรือโอสถบางชนิด หรือเขาอาจจะหวังว่า การที่เขาออกไปทำภารกิจที่ท้าทายและอันตรายกว่าเดิมนั้น อาจจะไปกระตุ้นให้ระบบมรดกแห่งซวนหยวนมอบแต้มมรดกให้แก่เขาโดยตรงก็เป็นได้
เขายืนอยู่หน้ากระดานประกาศภารกิจระดับกลางอีกครั้ง แต่คราวนี้สายตาของเขาพิจารณารายการต่างๆ อย่างรอบคอบและละเอียดถี่ถ้วนยิ่งกว่าเดิม เขาทำการตัดภารกิจที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์และความต้องการของเขาออกไปก่อน เช่น ภารกิจที่ระบุว่าต้องทำเป็นทีม หรือภารกิจที่ต้องเข้าต่อสู้กับอสูรมายาโดยตรงในที่โล่งแจ้ง ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่เขาจะต้องเปิดเผยพลังหรือเคล็ดวิชาสายฟ้าที่แท้จริงออกมา
สายตาของเขาเลื่อนกลับมาหยุดลงที่ภารกิจเดิมที่เขาเคยให้ความสนใจเป็นพิเศษอีกครั้ง:
"ภารกิจ: รวบรวม 'ผลึกแสงจันทร์' จากภายในถ้ำหินงอกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (เงื่อนไข: จำเป็นต้องมีพลังในระดับ 2 ขั้นก่อลมปราณเป็นอย่างน้อย) - รางวัลตอบแทน: 10 แต้มอุทิศ/ผลึกแสงจันทร์คุณภาพดีหนึ่งชิ้น"
ภารกิจนี้ยังคงดูเหมือนจะเป็นภารกิจที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเขาในสถานการณ์ปัจจุบัน มันเป็นงานที่เขาสามารถทำได้ตามลำพัง โดยไม่ต้องพึ่งพาหรือยุ่งเกี่ยวกับผู้อื่น เน้นไปที่การสำรวจ การค้นหา และการใช้ความระมัดระวัง มากกว่าที่จะต้องเข้าต่อสู้ปะทะโดยตรง ความมืดมิดภายในถ้ำอาจจะเป็นอุปสรรคสำคัญ แต่เขาก็เชื่อมั่นว่า "จิตอัสนี" ของตนเองที่ได้ฝึกฝนมาบ้างแล้ว น่าจะพอช่วยในการรับรู้สภาพแวดล้อมและตรวจจับอันตรายได้ในระดับหนึ่ง และ "วิชาตัวเบาประกายสายฟ้า - ส่วนที่ 1" ที่เขาเพิ่งจะได้รับมาและฝึกฝนอยู่นั้น ก็น่าจะมีประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยให้เขาสามารถเคลื่อนที่ในพื้นที่ที่คับแคบหรือหลบหลีกอันตรายได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่ารางวัลตอบแทน 10 แต้มอุทิศต่อผลึกหนึ่งชิ้นจะดูสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน มันก็บ่งบอกเป็นนัยว่า การที่จะหาผลึกแสงจันทร์แต่ละชิ้นนั้นคงไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก และน่าจะมีความท้าทายหรืออันตรายบางอย่างซ่อนอยู่ในภารกิจนี้อย่างแน่นอน
'เอาล่ะ! ข้าตัดสินใจแล้ว! ข้าจะรับภารกิจนี้แหละ!' เฉิน ฮ่าวหราน ตัดสินใจขั้นสุดท้ายในใจอย่างแน่วแน่
เขาก้าวเท้าเดินไปยังโต๊ะรับภารกิจที่ตั้งอยู่ไม่ไกล แจ้งความประสงค์ของตนเองต่อศิษย์พี่ที่ทำหน้าที่ดูแลอยู่ด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและหนักแน่นกว่าครั้งก่อนๆ มากนัก "ศิษย์น้อง เฉิน ฮ่าวหราน หมายเลขประจำตัว สี่สิบแปด จากกลุ่มเมฆขาว ขอรับภารกิจ รวบรวมผลึกแสงจันทร์ จากถ้ำหินงอก ขอรับ"
ศิษย์พี่คนเดิมที่เคยรับเรื่องภารกิจดูแลสวนสมุนไพรของเขา เงยหน้าขึ้นมองเขาเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงตรวจสอบข้อมูลในม้วนบันทึก "เฉิน ฮ่าวหราน... อ้อ ศิษย์น้องที่ขยันขันแข็งในสวนสมุนไพรคนนั้นนี่เอง" ศิษย์พี่จำเขาได้ "เจ้าแน่ใจแล้วอย่างนั้นหรือว่าจะรับภารกิจนี้? ถ้ำหินงอกแห่งนั้น แม้จะยังคงอยู่ในเขตควบคุมดูแลของสถาบัน แต่ก็ขึ้นชื่อว่าลึก ลึกลับ และอันตรายพอตัวเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับศิษย์ในระดับก่อลมปราณช่วงต้นที่เลือกจะเดินทางเข้าไปตามลำพังเช่นเจ้า"
"ข้าแน่ใจแล้วขอรับ ท่านศิษย์พี่" ฮ่าวหรานยืนยันคำเดิมอย่างหนักแน่น ดวงตาฉายแววมุ่งมั่น "ข้าต้องการที่จะทดสอบความสามารถของตนเอง และต้องการที่จะสะสมแต้มอุทิศให้ได้มากขึ้นกว่าเดิมขอรับ"
"อืม... ดูเหมือนเจ้าจะมีความมุ่งมั่นตั้งใจดี" ศิษย์พี่พยักหน้าอย่างช้าๆ เมื่อเห็นแววตาที่ไม่สั่นคลอนของฮ่าวหราน เขาก็ไม่ได้ทัดทานหรือซักถามอะไรอีก "ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแน่วแน่แล้วก็ตามใจเจ้าเถอะ" เขายื่นม้วนหนังเล็กๆ ที่ดูเก่าแก่ และแผ่นป้ายภารกิจที่ทำจากไม้ไผ่สลักลายให้แก่ฮ่าวหราน "นี่คือแผนที่อย่างง่าย ที่ระบุตำแหน่งคร่าวๆ ของถ้ำหินงอกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับลักษณะของผลึกแสงจันทร์ รวมทั้งอสูรมายาที่อาจจะพบเจอได้ภายในถ้ำนั้น จงกลับไปศึกษาให้ดี และจำไว้เสมอว่า ความปลอดภัยของตนเองนั้นสำคัญที่สุด หากเจ้าพบเจอสิ่งที่คิดว่าตนเองรับมือไม่ไหว ให้ล่าถอยออกมาทันที อย่าได้ฝืนเป็นอันขาด"
"ศิษย์น้องเข้าใจและขอบคุณท่านศิษย์พี่มากขอรับสำหรับคำชี้แนะและความเป็นห่วง" ฮ่าวหรานรับม้วนหนังและป้ายภารกิจนั้นมา โค้งคำนับอย่างจริงใจ ก่อนจะเดินจากมาด้วยหัวใจที่เต้นแรงขึ้นเล็กน้อย นี่คือภารกิจเดี่ยวครั้งแรกของเขาในสถาบันแห่งนี้! ภารกิจที่จะพาเขาออกไปนอกเขตตำหนักที่คุ้นเคยเป็นครั้งแรก!
เขารีบเดินทางกลับไปยังห้องพักหมายเลข 12 ของตนเองทันที เพื่อเตรียมตัวอย่างละเอียดถี่ถ้วนที่สุดสำหรับภารกิจแรกที่เขาจะต้องออกไปเผชิญหน้าตามลำพังนี้ เขาคลี่แผนที่อย่างง่ายที่ได้รับมาออกศึกษา พบว่าถ้ำหินงอกนั้นอยู่ห่างจากตำหนักเมฆาครามพอสมควร ต้องใช้เวลาเดินทางด้วยเท้าอย่างน้อยเกือบครึ่งค่อนวัน ผ่านเส้นทางภูเขาที่ค่อนข้างจะซับซ้อนและไม่ค่อยมีผู้คนสัญจรผ่านนัก ข้อมูลในม้วนหนังยังได้ระบุถึงอสูรมายาที่อาจจะพบเจอได้ภายในถ้ำ เช่น 'ค้างคาวศิลา' (Stone Bat) ซึ่งมีขนาดใหญ่และสามารถใช้คลื่นเสียงในการโจมตีหรือรบกวนประสาทสัมผัสได้ และ 'แมงมุมผลึก' (Crystal Spider) ที่มีขนาดเล็กกว่า แต่สามารถพ่นใยที่เหนียวหนืดและอาจจะมีพิษอ่อนๆ ออกมาได้ ทั้งสองชนิดนี้แม้จะมีระดับพลังงานอยู่แค่เพียงระดับ 1 ช่วงปลาย หรือระดับ 2 ช่วงต้น เท่านั้น แต่การที่ต้องเผชิญหน้ากับพวกมันภายในถ้ำที่มืดมิดและคับแคบ ก็อาจจะทำให้พวกมันกลายเป็นศัตรูที่อันตรายและรับมือได้ยากยิ่งขึ้นไปอีก
เฉิน ฮ่าวหราน จัดเตรียมห่อสัมภาระของตนเองอย่างรอบคอบและรัดกุมที่สุด: น้ำดื่มสะอาดและเสบียงแห้งที่เพียงพอสำหรับสองถึงสามวัน, ชุดปฐมพยาบาลพื้นฐานที่มารดาเคยจัดเตรียมไว้ให้, เชือกป่านเส้นยาวและเหนียว, และที่สำคัญคือ หินจุดไฟและเชื้อเพลิงอย่างง่ายสำหรับใช้ในการสร้างคบเพลิงส่องสว่างในความมืด เขาลูบ หินสะกดอัสนี เม็ดเล็กที่ซ่อนไว้ในอกเสื้ออีกครั้ง มันให้ความรู้สึกเย็นสบายและช่วยให้จิตใจที่เริ่มจะตื่นเต้นของเขาสงบลงได้
จากนั้น เขาก็นั่งลงทบทวนเคล็ดวิชาต่างๆ ที่เขาได้เรียนรู้มาอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะ เคล็ดวิชาอัสนีบรรพกาล บทที่ 1 เพื่อให้มั่นใจในการควบคุมพลังงานพื้นฐาน, การผนึกเสียงสะท้อน เผื่อว่าอาจจะต้องใช้มันในการอำพรางเสียงฝีเท้าหรือกลิ่นอายพลังงานของตนเอง, และ วิชาตัวเบาประกายอัสนี ส่วนที่ 1 ซึ่งเขามุ่งหวังว่ามันจะเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยให้เขาสามารถเคลื่อนไหวภายในถ้ำที่อาจจะคับแคบได้อย่างรวดเร็ว หรือใช้ในการหลบหลีกอันตรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเขายังได้ลองฝึกการใช้ จิตอัสนี ในการ "มองเห็น" หรือ "สัมผัส" ถึงสภาพแวดล้อมในความมืดจำลองที่เขาสร้างขึ้นในใจด้วย
ความรู้สึกตื่นเต้นระคนความประหม่าเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขาอีกครั้ง นี่เป็นการก้าวเท้าออกจากเขตปลอดภัยของตำหนักเมฆาครามเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่เขาได้เข้ามาอยู่ที่นี่ มันคือบททดสอบที่แท้จริงของการเอาชีวิตรอด การปรับตัว และการใช้ความรู้ความสามารถที่เขามีในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือโอกาสอันดี... โอกาสที่จะได้รับแต้มอุทิศจำนวนมากกลับมา และบางที... อาจจะเป็นโอกาสที่จะทำให้เขาได้รับแต้มมรดกจากระบบด้วยก็เป็นได้ หากเขาสามารถทำผลงานหรือค้นพบสิ่งใดที่น่าสนใจภายในถ้ำแห่งนั้นได้
เช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนที่แสงตะวันแรกจะสาดส่องจับยอดเขาเทียนซวนอย่างเต็มที่ เฉิน ฮ่าวหราน ก็ได้ออกจากห้องพักหมายเลข 12 ของเขาไปอย่างเงียบเชียบ เขาไม่ได้แจ้งให้ผู้ใดทราบเป็นพิเศษ (เนื่องจากเขาได้แจ้งกับศิษย์พี่หลี่เฉิงเรื่องที่เขารับภารกิจอื่นแล้ว และจะไม่ได้มาช่วยงานที่สวนสมุนไพรเป็นการชั่วคราว) เขามุ่งหน้าออกจากเขตตำหนักเมฆาครามไปตามเส้นทางภูเขาที่ระบุไว้ในแผนที่อย่างเงียบเชียบและมุ่งมั่น
สายลมยามเช้าตรู่บนเทือกเขามังกรครามนั้นสดชื่น บริสุทธิ์ และเย็นสบายยิ่งนัก ไอหมอกจางๆ ยังคงลอยปกคลุมอยู่ตามยอดเขาและหุบเหวอยู่รำไร สร้างบรรยากาศที่ทั้งงดงาม ลึกลับ และแฝงไว้ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ เขาสูดอากาศอันบริสุทธิ์นั้นเข้าเต็มปอด ก้าวเท้าออกไปอย่างมั่นคง ดวงตาฉายแววแห่งความมุ่งมั่นระคนความระแวดระวัง มุ่งหน้าสู่ถ้ำหินงอกอันเป็นเป้าหมายของการเดินทาง... ภารกิจเดี่ยวครั้งแรกของเขาในฐานะศิษย์แห่งสถาบันเทียนซวน ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างแท้จริง!
(จบตอนที่ 41)