อี้เจ๋อเจี้ยน สยบมิติฟ้า ธิดาเทพยุทธ์ (จบ)

    106 ผู้บุกรุก

    “ข้าคิดว่าเจ้าจะปล่อยข้าแก่ตายในนั้นแล้ว” เสียงตัดพ้อจากน้องชายฝาแฝดกลับเรียกได้เพียงเสียงหัวเราะจากผู้เป็นพี่สาวเท่านั้น


    มู่เชียนและมู่เฉิงหลินเพิ่งก้าวออกมาจากกำไลมิติ  ชายหนุ่มได้สูดอากาศภายนอกอีกครั้ง รับรู้ถึงอิสระ ใบหน้าหล่อเหลาก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มยินดี  … หากอ้างอิงจากเวลาด้านในแล้ว เขาใช้ชีวิตอยู่ในมิติของพี่สาวมาเกือบหนึ่งปีเต็ม จึงสามารถบรรลุปราชญ์ยุทธ์ได้ในที่สุด..


    แม้จะนึกเสียใจที่ยามออกมาการประลองห้าแคว้นก็จบสิ้นลงแล้ว แต่เมื่อคิดได้ว่าหากเขายังดิ้นรนอยู่ด้านนอกนี้ อย่างน้อยคงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสามปีจึงจะบรรลุปราชญ์ยุทธ์ได้… ความเสียดายก็ลดน้อยลงไปจนแทบไม่เหลือ   


    เวลาด้านนอกเพิ่งผ่านไปเดือนเดียวเท่านั้น ไม่รู้หากตาแก่ทั้งหลายที่ตำหนักเซียนอัคคีเห็นเขาเข้าจะตกตะลึงมากเพียงใด


    “เจ้าจะกลับตำหนักเซียนอัคคีเลยใช่หรือไม่ ?” มู่เชียนถามน้องชายอย่างขบขัน เห็นดวงตาเปล่งประกายคู่นั้นของเขา  นางก็นึกรู้แล้วว่า มู่เฉิงหลินอดใจไม่ไหว อยากกลับไปแสดงฉากโอ้อวดที่สำนักแทบแย่แล้ว


    ขณะที่ชายหนุ่มจะพยักหน้ารับ หู่อู่กลับปรากฏตัวขึ้นเสียก่อน


    “เรียนนายหญิง  ด้านนอกมีคนกลุ่มหนึ่งมาตามหาท่าน … ทั้งยังอาละวาดทำลายกำแพงต้นตาข่ายสวรรค์… เรียกร้องให้ส่งตัวท่านและลูกแก้วบงการอสูรออกไป” น้ำเสียงของเขาเคร่งเครียด… ดูทีว่ากลุ่มคนที่มานั้นคงร้ายกาจไม่น้อย


    “ศิษย์น้อง..​แย่แล้ว.. !”  ไม่ทันที่มู่เชียนจะคิดสิ่งใด โม่เจี้ยนและฉวนสี่ก็ปรากฏตัวขึ้นหน้ากระท่อมของนางอย่างร้อนรนเช่นกัน มู่เชียนได้ฟังพวกเขาจึงรู้ว่าสถานการณ์ด้านนอกเลวร้ายกว่าที่นางคิดมาก


    หน้าทางเข้าสำนักใน… ปรากฏร่างคนชุดคลุมสีดำยี่สิบกว่าคน… รุมล้อมและโจมตีเข้าใส่ต้นตาข่ายสวรรค์ เสียงการต่อสู้ดังลั่นไปทั่วบริเวณ  ต้นตาข่ายสวรรค์อันร้ายกาจถูกทำลายจนเกิดเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ ขณะที่รากไม้ของมันถูกบางอย่างสะกดเอาไว้ทำให้ความสามารถในการโจมตีของมันหายไปถึงแปดส่วน


    เพียงสองส่วนที่พุ่งขึ้นมาได้ก็กลับถูกทำลายไปโดยผู้บุกรุกอย่างง่ายดาย ดาบปราณของพวกมันกวัดแกว่งไปทั่วอย่างไม่ใส่ใจ…ราวกับนี่เป็นเพียงการทำลายวัชพืชทั่วไปเท่านั้น 


    ศิษย์สายนอกหลายพันคน ถูกจับกุมเอาไว้ ร่างพวกเขานอนราบลงกับพื้นด้วยแรงกดดันจากผู้ฝึกตนที่เหนือกว่า  เพียงลมหายใจเดียวของคนเหล่านี้ก็สามารถสังหารศิษย์สายนอกทั้งหมดได้แล้ว  


    มู่เชียนมาถึงหน้าสำนักในที่สุด จางฟู่ถิงกำลังทุ่มเทปราณธาตุไม้เพื่อซ่อมแซมตาข่ายสวรรค์อย่างสุดกำลัง ในขณะที่เหล่าคณาจารย์ทั้งหลายรวบรวมปราณสร้างเป็นค่ายกลขนาดใหญ่ ป้องกันสำนักในไว้จากการโจมตีเหล่านั้น


    มองไปที่เหล่าผู้บุกรุก… พวกมันทั้งหมดล้วนอยู่ในระดับจ้าวยุทธ์ ทั้งยังเป็นผู้ใช้ปราณธาตุมืด…  ทำให้มู่เชียนรู้สึกแปลกใจอย่างยิ่ง


    “เหตุใดคนพวกนั้นจึงไม่ได้รับอิทธิพลจากภูติพฤกษา ?”  ภูติพฤกษานั้นมีความสามารถในการกดข่มปราณธาตุมืดทุกชนิด แม้แต่เยว่เทียนหงยังไม่อาจหลีกพ้นได้…​คนพวกนี้เห็นใครกันแน่ 


    ขณะที่คนด้านในกำลังพยายามปกป้องสำนักอย่างแข็งขัน เสียงร้องขอความช่วยเหลือจากเหล่าศิษย์สายนอกก็ดังระงม สร้างแรงกดดันให้กับเหล่าอาจารย์ทั้งหลายอย่างมาก 


    ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากช่วย ทว่าภูติพฤกษาที่อยู่ฝั่งสำนักในนั้นมีความสำคัญต่อแคว้นต้าหนานอย่างมาก ต่อให้คนทั้งสำนักต้องตายลงก็ต้องปกป้องภูติพฤกษาไว้ให้ได้…  ทว่าจ้าวยุทธ์ยี่สิบกว่าคนที่เบื้องนอกนั้น นับเป็นมหันตภัยใหญ่หลวง​​​ พวกเขาไม่รู้เลยว่าจะสามารถผ่านวิกฤตินี้ไปได้อย่างไร



    จางฟู่ถิงกำลังคิดถึงอนาคตอันมืดมนของสำนัก กลับเห็นมู่เชียนปรากฏตัวขึ้น… หัวใจชราพลันเย็นยะเยียบราวตกลงไปในน้ำแข็ง…. แท้จริงธิดาเทพยุทธ์มีความสำคัญเท่าใด หมู่ตึกพฤกษาของพวกเขาย่อมไม่อาจเทียบได้… 


    จ้าวยุทธ์ยี่สิบกว่าคนนี้ล้วนมีที่มาไม่ธรรมดา..  หากคิดจะทำลายทั้งแคว้นต้าหนานก็ยังไม่ใช่เรื่องยาก ไหนเลยจะมีเป้าหมายเรียบง่ายเพียงลูกแก้วบงการอสูรเท่านั้น ไหนจะคำเตือนของภูติพฤกษาที่ส่งถึงเขาไม่หยุดนั่นอีก…  คนเหล่านี้มีเบื้องหลังชั่วร้ายอย่างแน่นอน  หากให้พวกมันเห็นมู่เชียนเข้าย่อมเป็นเรื่องใหญ่แล้ว ชายชรารีบส่งสัญญาณให้หญิงสาวหลบไป ทว่าศิษย์หัวแข็งของเขาผู้นั้นกลับไม่ใส่ใจท่าทางร้อนรนของเขาแม้แต่น้อย


    “นายหญิง คนกลุ่มนี้ประหลาดมากข้าจะพาท่านหนีไปก่อน..”  หู่อู่เห็นด้วยกับการตัดสินใจครั้งนี้อย่างที่สุด   เขามองจุดที่น่าสงสัยออกอย่างรวดเร็วเช่นกันจึงไม่คิดเสี่ยงกับความปลอดภัยของเด็กสาว…​  คำสั่งของนายท่าน สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องปกป้องนางไว้ให้ได้…! 


    “มู่เชียนอยู่ที่ใด ให้นางออกมา มิเช่นนั้นข้าจะสังหารพวกมันทีละคน”   ศิษย์สายนอกที่นอนกองอยู่หน้าสำนักเริ่มถูกนำมาใช้เป็นตัวประกันแล้ว   ฝ่ามือของจ้าวยุทธ์ผู้หนึ่งสะบัดเข้าใส่ชายหนุ่มผู้หนึ่ง   ร่างของเขาพลันแตกกระจายกลายเป็นกลุ่มโลหิตไปอย่างง่ายดาย


    มู่เชียนเห็นแล้วก็ปรากฏสีหน้ามืดครึ้ม..  คนพวกนี้บอกฆ่าเป็นฆ่า…​เห็นได้ชัดเจนว่าไม่คิดเปิดโอกาสให้ต่อรองแม้แต่น้อย ในเมื่อพวกมันพุ่งเป้ามาที่นาง หากนางหนีไปเกรงว่าหมู่ตึกพฤกษาแห่งนี้คงนองไปด้วยเลือดเป็นแน่


    “ปีกอสนี…”​  ปลายเท้าเล็กเกิดประกายสายฟ้าสีขาวสุกสว่าง  ร่างบางก็พุ่งออกไปนอกค่ายกลทันทีด้วยความรวดเร็ว..​ นี่คือเคล็ดวิชาการเคลื่อนไหวที่นางเพิ่งฝึกฝนได้ไม่นานเพียงขั้นต้นที่ฝึกได้  ความเร็วก็ยังเหนือกว่าเคล็ดวิชาพันดาวตกไปนับสิบเท่าแล้ว  ชั่วขณะหนึ่งที่นางปรากฏตัวขึ้นแม้แต่เหล่าจ้าวยุทธ์ที่รายล้อมอยู่รอบด้านยังมองตามเงาร่างของนางแทบไม่ทัน มู่เฉิงหลินเห็นพี่สาวพุ่งออกไปก็ใจหายวาบ คิดจะพุ่งออกไปเช่นกัน ทว่าปราณสายหนึ่งของมู่เชียนกลับสะบัดมาใส่ ร่างของน้องชายปลิวถอยหลังไปไกลนับสิบจ้างก่อนจะร่วงลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง….  


    นางยังคงแสดงความรักต่อเขาด้วยการกระทำเช่นเคย  !


    มู่เชียนปรากฏตัวขึ้นข้างกายฆาตกรคนเมื่อครู่อย่างรวดเร็ว… จ้าวยุทธ์ผู้นั้นตกใจในการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของหญิงสาวจึงเผลอถอยหลังไปหลายก้าว เด็กสาวใช้ดาบแสงวายุฟาดเข้าใส่ชายผู้นั้น .. ปราณธาตุแสงและธาตุลมของนางถูกบรรจุลงไปเต็มเปี่ยม   การโจมตีครั้งนี้จึงทั้งรวดเร็วและรุนแรงอย่างมาก 


    ทว่าในเมื่อคู่ต่อสู้เป็นถึงระดับจ้าวยุทธ์ผู้หนึ่ง ไหนเลยจะสามารถสังหารได้ง่ายดายเพียงนั้น ในมือของมันปรากฏกระบี่ปราณมืดอันแข็งแกร่งขึ้น สามารถรับการโจมตีของนางไว้ได้ แต่นั่นกลับคือโอกาสให้นางลอบพิจารณาถึงปราณธาตุในกายของมัน มู่เชียนสะกัดหมื่นธาตุพิษอย่างง่ายๆ ด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะส่งลงไปในดาบแสงวายุ แล้วฟาดฟันออกไปอีกครั้ง… 


    ราวกับเป็นคนละฉากกับเมื่อครู่ ทันทีที่ดาบแสงวายุสัมผัสเข้ากับกระบี่ปราณธาตุมืด..  กระบี่ทรงพลังสีดำสนิทพลันสลายออกไปอย่างง่ายดาย พร้อมกับรัศมีดาบของเด็กสาวที่ฟันเลยไปถึงร่างในชุดคลุมสีดำ… ทว่าก่อนที่ร่างของมันจะแยกออกเป็นสองส่วน คนผู้นั้นกลับถอยร่างไปด้านหลัง ทำให้ดาบของหญิงสาวพลาดไปอย่างน่าเสียดาย  ทิ้งไว้เพียงรอยแผลลึกที่อกของมันเท่านั้น


    การโจมตีอันทรงพลังอย่างเหลือเชื่อนี้ ทำให้เหล่าผู้บุกรุกมองมาที่นางเป็นตาเดียว  หู่อู่รีบพุ่งตัวไปอารักขาอยู่ข้างกายนายหญิงของตนทันที ดวงตาชายหนุ่มมองอย่างเคร่งเครียดไปที่เหล่าจ้าวยุทธ์ยี่สิบกว่าคนเบื้องหน้า…  ปราณมืดระดับมหายุทธ์ของเขาถูกกดข่มจากภูมิพฤกษา ทำให้ลดระดับลงเหลือเพียงปราชญ์ยุทธ์ชั้นสูงเท่านั้น…  เขาจึงไม่นึกอยากสู้กับคนเหล่านี้แม้แต่น้อย…​​   


    ใครจะรู้ว่าทั้งนายท่านและนายหญิง ทั้งสองล้วนเป็นพวกบ้าระห่ำไม่กลัวตายทั้งสิ้น….  องครักษ์ผู้อาภัพเช่นเขา .. ไม่ว่าจะอยู่กับใครคงหนีไม่พ้นชะตากรรมถูกซัดจนสะบักสะบอม…


    “นายหญิง… ปราณธาตุมืดของข้าน้อยถูกภูติพฤกษากดจนต่ำเตี้ย… อาจช่วยท่านได้ไม่มากนัก…” หู่อู่เกรงว่ามู่เชียนจะลืมความจริงข้อนี้จึงย้ำขึ้นอีกครั้ง มู่เชียนเหลือบมองเขาแล้วก็นึกขึ้นได้ มือบางตบไปที่หลังของเขาครั้งหนึ่งราวไม่ตั้งใจ ทว่าปราณอี้เจ๋อลูกใหญ่กลับถูกส่งเข้าไปในร่างของหู่อู่…​  


    ชายหนุ่มรับรู้ถึงความรู้สึกจุกแน่นเล็กน้อย ก่อนปราณธาตุมืดที่กดไว้จะพลุ่งพล่านขึ้นในกายราวกับทำนบพัง.. ปราณระดับมหายุทธ์ของเขากลับมาแล้ว เขาเหลือบมองนายหญิงของตนอย่างตกตะลึง… 


    “ลงมือได้…!”  มู่เชียนไม่ใส่ใจสีหน้าตกตะลึงของเขา..  ทันทีที่เอ่ยปากให้สัญญาณ   ร่างบางก็พุ่งออกไปหาจ้าวยุทธ์ที่เพิ่งบาดเจ็บด้วยฝีมือตนเมื่อครู่ คิดจะซ้ำเขาให้ตายเป็นคนแรก เพื่อแก้แค้นแทนศิษย์ร่วมสำนักที่ถูกเขาสังหารเมื่อครู่


    “นางคือมู่เชียน…!”   เสียงตะโกนของหนึ่งในผู้บุกรุกดังขึ้น.. คล้ายสัญญาณให้คนทั้งหมดพุ่งเข้าโจมตีนาง ทว่าหู่อู่กลับปรากฏกายเข้าขวางพวกเขาไว้ก่อน ปราณระดับมหายุทธ์ระเบิดออก ทำให้จ้าวยุทธ์ยี่สิบกว่าคนนั้นกระเด็นออกไปจนสิ้น… 


    มู่เชียนทุ่มเทปราณธาตุพิษสร้างเป็นธนูเวทย์นับพัน โจมตีเข้าใส่จ้าวยุทธ์ผู้นั้น แม้เขาจะใช้เกราะเวทย์ต้าน แต่เมื่อถูกโจมตีด้วยธนูพิษเกราะอันแข็งแกร่งนั้นก็เริ่มสลายไป.. ที่สุดแล้วร่างของเขาก็ถูกธนูนับพันปักทิ่มแทงทั่วร่าง..  จ้าวยุทธ์ผู้หนึ่งเริ่มเปลี่ยนร่างกลายเป็นของเหลว สุดท้ายทิ้งไว้เพียงกองเลือดสีดำสนิทกองเล็กๆเท่านั้น 


    เหล่าศิษย์สายนอกและอาจารย์ทั้งหลายเฝ้ามองการต่อสู้อันน่าตื่นตะลึงด้วยสายตาตื่นตะลึง…​ ศิษย์ของสำนักตนสามารถมีชัยเหนือจ้าวยุทธ์ถือได้เป็นเรื่องที่เหลือเชื่ออย่างยิ่ง…   


    จ้าวยุทธ์นั้นคือตัวตนที่ยิ่งใหญ่เพียงใด อ้างอิงจากที่ทั้งแคว้นต้าหนานมีผู้สำเร็จจ้าวยุทธ์เพียงสองคนเท่านั้น นั่นคือเจ้าสำนักของเขา และจ้าวตำหนักเซียนอัคคี …  เพียงเท่านี้ก็สามารถคาดเดาได้แล้วว่า ผู้สำเร็จจ้าวยุทธ์นั้นคือจุดสูงสุดของปิรามิดอย่างแท้จริง…  


    ที่น่าตื่นตะลึงยิ่งกว่าก็คือ…. องครักษ์ของนางผู้นั้นดูเหมือนจะเหนือกว่าระดับจ้าวยุทธ์ไปอีก  ความหวังที่จะรอดชีวิตไปได้เริ่มบังเกิดขึ้นในใจของพวกเขาทุกคน… ทั้งหมดนี้ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากเด็กสาวแสนมหัศจรรย์ผู้นั้นทั้งสิ้น


    “หึหึ….”  เสียงหัวเราะน่าขนลุกพลันดังขึ้น… กระแสปราณอันรุนแรงพุ่งเข้าโจมตีค่ายกลที่ปกคลุมหมู่ตึกพฤกษาอยู่จนแตกกระจายสิ้น ต้นตาข่ายสวรรค์ที่กำลังเริ่มซ่อมแซมตัวเองอยู่นั้น พลันถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ  เหล่าอาจารย์ทั้งห้าที่กางค่ายกลอยู่นั้นถูกกระแสปราณตีกลับ ร่างทรุดลงกระอักเลือดอยู่กับพื้น


    มู่เชียนมองไปยังต้นกำเนิดของปราณมืดอันรุนแรงนั้น  ก็พบร่างในชุดคลุมสีดำสี่ร่างปรากฏขึ้น บนอกเสื้อของพวกเขามีตราสัญลักษณ์ดวงตาสีแดงปักอยู่อย่างโดดเด่น


    “ไม่คิดว่าราชาของเราถึงกับมอบองครักษ์หู่ผู้หนึ่งให้เจ้าเช่นนี้….  ทรงให้ความสำคัญกับเจ้ามากทีเดียว”  เสียงแหบแห้งที่เอ่ยออกมาจากหนึ่งในนั้น แฝงกระแสสังหารเต็มเปี่ยม


    หู่อู่เห็นคนทั้งสี่แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างมาก ร่างสูงถอยไปยืนข้างกายนายหญิงของตนอย่างรวดเร็ว


    “นายหญิงระวังด้วย  สี่คนนี้ …. คือระดับมหายุทธ์ !” 


    คล้ายกับเรื่องอี้เจ๋อเจี้ยน สยบมิติฟ้า ธิดาเทพยุทธ์ (จบ) ที่คุณอ่าน