เธอไม่กล้าถามมากแม้หนิงเสี่ยวซีจะไม่ต่อต้านเธอแล้ว แต่ก็ยังคอยระแวงอยู่เสมอ
หลังจากเล่นกับหนิงเสี่ยวซีไปหลายชั่วโมง กระทั่งคุณอาจางมาตามพวกเขาทานข้าวทั้งสองถึงเดินกลับที่พักอย่างอาวรณ์
โถงใหญ่ของโรงแรมตรงข้างหน้าต่าง เกาเหวินเกี่ยวผมลอนยาวสีน้ำตาลแดงไว้ข้างเดียวกันใบหน้าเผยยิ้มบางๆ ดูมีเสน่ห์จับใจ หนิงเส้าเฉินในชุดสูทสีเทาเข้มดูหล่อเหลาเกินคนดูจากอารมณ์แล้วทั้งสองคงกำลังคุยกันออกรส
“อา…หนิงเสี่ยวซี คุณเติมน้ำในหอยหลอดได้ยังไงเสื้อฉัน…อ๊า!” เสิ่นเป้ยอีหวีดร้องเรียกสายตาทั้งคู่ให้หันมองไป
เห็นเสิ่นเป้ยอีก้มหน้าลงบิดเสื้อตรงกลางอกตัวเองเพื่อรีดน้ำจนเสื้อเลิกขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบแวบๆก่อนเธอจะละมือออก เพราะเสื้อที่เปียกแนบไปกับลำตัวทำให้เห็นส่วนอวบอิ่มได้อย่างชัดเจน
ผู้ชายที่เดินสวนทางกันต่างก็ส่งสายตาหื่นกระหายมาทางเธอ
เกาเหวินจิบกาแฟน้อยๆดูไม่ออกว่าพี่เลี้ยงคนนี้ซ่อนรูปขนาดนี้หากไม่ใช่มีใบหน้าแบบนั้นเธอก็ชักจะสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้มาเพราะหนิงเส้าเฉินหรือเปล่า
เธอเผลอเหลือบมองไปยังหนิงเส้าเฉินแวบหนึ่งเห็นว่าเขาถอนสายตาและไร้สีหน้าใดๆก็เบาใจลง โทษตัวเองว่าคิดมากเกินไปเพราะดูจากฐานะและหน้าตาของเขาแล้วผู้หญิงแบบไหนกันล่ะที่เขาไม่เคยเจอ
“ป้า ฉันสั่งให้ป้าเทน้ำใส่ตัวเองหรือไง?” หนิงเสี่ยวซีพูดประชดหลังได้ยินเสียงหวีดร้องของเธอโง่จริงๆ!
“หนิงเสี่ยวซี เธอจะบอกว่าเธอไม่ได้ตั้งใจงั้นเหรอ?” ทั้งที่เขาเป็คนบอกให้ฟังเสียงหอยแท้ๆเธอถึงได้พลิกมันกลับมาอีกด้าน ร้ายั้แ่เด็กแบบนี้ไม่เหมือนเธอแน่ๆ
หนิงเสี่ยวซีไม่สนใจเธออีกใบหน้าเล็กไร้อารมณ์แต่กลับกระตุกยิ้มมุมปาก
“เสี่ยวซีดูเหมือนจะชอบพี่เลี้ยงคนนี้มากนะ…” เกาเหวินมองปฏิสัมพันธ์ของทั้งสองพลางหยิบช้อนคันเล็กคนกาแฟในมือเด็กคนนั้นไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์ใดๆ กับเธอมาก่อน ไม่ว่าเธอจะทำตัวดีแค่ไหนก็ตาม พอคิดถึงเื่นี้ก็อดเศร้าใจไม่ได้
ทั้งสองนั่งลิฟต์อีกฝั่งขึ้นไปชั้นบนฉะนั้นจึงไม่สังเกตเห็นหนิงเส้าเฉินและเกาเหวิน
หนิงเส้าเฉินไม่ตอบลุกขึ้นยืนคว้าเสื้อกันหนาวคลุมไหล่เกาเหวินไว้ “ไปกันเถอะ ไปทานข้าวกัน คุณก็น่าจะหิวแล้ว”
ภายในห้องหลังเสิ่นเป้ยอีเปลี่ยนเสื้อผ้าให้หนิงเสี่ยวซีเสร็จก็เดินตรงสู่ห้องอาบน้ำก่อนจะจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อ
เมื่อออกมาเห็นหนิงเสี่ยวซีกำลังกดเล่นบางอย่างลงโทรศัพท์มือถือของเธอเธอเดินไปแย่งมันมา “ใครให้เธอทำน้ำหกใส่ฉันไม่ให้ดูโทรศัพท์หรอกนะ”
หนิงเสี่ยวซีไม่สนใจคำพูดของเธอแต่อย่างใด แต่กลับถามออกมาแทน“ป้า ความจริงพ่อฉันเป็คนดีนะ ป้าไม่ลองพิจารณาดูหน่อยเหรอ?”
เสิ่นเป้ยอีวางโทรศัพท์ลงก่อนจะหยิบไดร์เป่าผมจากลิ้นชักข้างหัวเตียงออกมาเป่าผมให้หนิงเสี่ยวซี“ให้ชอบเหรอ? เหอะๆ พ่อของเธอเพอร์เฟกต์เกินไปฉันรักไม่ได้หรอก!” ว่าแล้วก็เจ็บแปลบที่หัวใจชีวิตเธอยังมีความรักได้อยู่ไหม?
วางไดร์เป่าผมลงแล้วสวมกอดหนิงเสี่ยวซี “จากนี้ไปมาเป็ลูกของป้า ได้มั้ย?”
หนิงเสี่ยวซีขมวดคิ้วมุ่น “นี่ป้าคลอดลูกฉลาดอย่างนี้ออกมาได้เหรอ?” แม้จะกล่าวด้วยน้ำเสียงปนดูถูกแต่เ้าตัวก็มุดหน้าซุกอกเธอ
หนิงเส้าเฉินย้อนกลับมาหยิบของพอดีขณะเดินผ่านห้องของทั้งสองก็ได้ยินบทสนทนานี้เข้า หัวคิ้วขมวดเป็ปม รักไม่ได้?ให้หนิงเสี่ยวซีเป็ลูกเธอ? พี่เลี้ยงคนนี้…แปลกๆ นะ
กระนั้น “ฮ่าฮ่า…หนิงเสี่ยวซีหยุดนะ ฮ่าฮ่า…” เสียงหัวเราะของหญิงสาวดังแว่วมาจากด้านในทันใดนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็เสียงของเด็กชาย “ฮ่าฮ่า…ฮ่าฮ่า…”
“ยังกล้าทำฉันอีกมั้ย?”
“ฮ่าฮ่า…ไม่…ฮ่าฮ่า ไม่กล้าแล้ว…ฮ่าฮ่า…”
แค่ฟังเสียงหัวเราะของทั้งคู่ก็รู้ได้ทันทีว่าเ้าตัวเล็กนี่มีความสุขมากซึ่งเขาไม่เคยเห็นมาก่อน
ความคิดในหัวย้อนกลับไปเมื่อห้าปีก่อนที่จู่ๆเด็กน้อยก็ถูกส่งมาอยู่กับเขาโดยคุณพ่อ บอกว่าเป็ลูกชายของเขา ซึ่งเขารู้ดีว่าเขาไม่เคยทำเื่แบบนั้นมาก่อนแต่เพราะมีหนังสือยืนยัน DNA กางอยู่ตรงหน้าทำให้เขาไม่สามารถปฏิเสธได้
แย่ไปกว่านั้นคือหลังจากคุณพ่อทิ้งเ้าเด็กนี่ไว้กับเขาแล้วสองสามีภรรยาก็หนีไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่ต่างประเทศหลายปีมานี้ต่อให้เขาคิดค้นหาวิธีมานับไม่ถ้วนก็ไม่อาจง้างปากของทั้งคู่ได้แถมยังเสียเวลาเสาะหาความจริงมาตั้งหลายปีเห็นได้ชัดว่าคุณพ่อคงจัดการมาอย่างดีทีเดียว
ฉะนั้นจนถึงบัดนี้ย่อมไม่รู้ชัดเจนสักทีว่าเด็กคนนี้เป็มาอย่างไรเป็เหตุให้เขาไม่รู้จะทำยังไงให้สมกับคนเป็พ่อยามอยู่ต่อหน้าอีกฝ่าย
ที่ผ่านมาเขารู้ว่าเขาไม่ถือว่ามีความสุข แต่เขาระอา!
“มานี่หน่อยสิ!” เขาโทรหาหลิวซวี่
เขาไว้วางใจหลิวซวี่เสมอฉะนั้นหนิงเส้าเฉินจึงไม่เคยถามถึงเื่เสิ่นเป้ยอีเลยสักครั้ง
“ฉันว่านายจะเกินไปแล้วนะฉันเพิ่งโอ๋เขาเข้าห้องได้นายก็โทรมาขัด ตัวเองไม่ได้ปลดปล่อยก็อย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อนสิ…” หลิวซวี่กระชากเนกไทบนคอด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์
หนิงเส้าเฉินมองข้ามเสียงโอดครวญของเขาไป “ไปสืบเื่ของพี่เลี้ยงคนนั้นให้ที”
หลิวซวี่ชะงักค้างไปครู่ นี่มันอะไรกัน?แต่ก็ตอบกลับไปตามความจริง
“อายุยี่สิบเจ็ด พ่อแม่ตายหมดแล้ว ยังไม่แต่งงาน ยังไม่มีลูก…”
“โสดเหรอ? มาเป็พี่เลี้ยง?” หนิงเส้าเฉินขมวดคิ้วพูดขัดหลิวซวี่
“คำถามนี้ฉันก็เคยคิดมาก่อน นายว่าเขาชอบนายหรือเปล่า? ก็เลย…” หลิวซวี่หมุนตัวกลับไปแสร้งมองหนิงเส้าเฉินด้วยสีหน้าตกตะลึงกลับถูกปากกาด้ามหนึ่งขว้างใส่แก้มขวา “เฮ้เพลามือหน่อยได้มั้ย? ฉันยังคาดหวังที่จะใช้ใบหน้านี้หาภรรยาและมีลูกอยู่นะ!”
แม้หลิวซวี่จะมีรูปร่างหน้าตาสะดุดจากคนทั่วไปแต่พอมายืนอยู่ข้างหนิงเส้าเฉินกลับถูกบดบังรัศมีไว้จนมิด
“เสน่ห์ของนายน่ะใช้ได้กับทุกเพศทุกวัย พอแล้วไม่ต้องถลึงตาใส่แล้ว ฉันก็แค่พูดไปงั้นแหละ”
เขาปรับท่านั่งใหม่อีกครั้งถึงปริปากกล่าว “ความจริงนายไม่ต้องคิดมากหรอกนะ ฉันเคยถามเธอแล้วเธอบอกว่าพ่อของเธอตายไปั้แ่ยังเด็กพอเธอจบมัธยมปลายแม่ก็เป็มะเร็ง เธอต้องดูแลแม่เลยไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัย แล้วคุณแม่ก็เพิ่งตายไปไม่นานเธออยู่ตัวคนเดียวไร้ที่พึ่งแถมยังไม่มีความสามารถอะไรอีก หน้าตาเหรอ…ฮึ่ม ก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่ชอบเด็กมากฉันเห็นเธอดูจริงใจดีแล้วเื้ัครอบครัวก็ใสสะอาดถึงได้พาเธอมา” หลิวซวี่เก็บท่าทีเล่นๆ นั่นไปแล้วอธิบายอย่างจริงจัง
เื่แบบนี้เขาก็ทำการสืบค้นมาเรียบร้อยแล้ว
หนิงเส้าเฉินละสายตามายังหน้าประตูอีกครั้งหรือว่าเขาจะระแวงเกินไปนะ? “อืมนายก็คอยดูให้ทีละกัน!”
อายุยี่สิบเจ็ดเท่ากันหรือ? เหอะนี่เขาคิดว่าเธอจะอายุสักสามสิบสี่สามสิบห้าเสียอีก
เห็นเขาทำท่าครุ่นคิดหลิวซวี่ก็เทไวน์แดงให้ตัวเองอีกแก้วยกขึ้นจิบคำหนึ่งถึงพูดต่อ “นายจะให้สืบเธอทำไม?ไม่ใช่ว่าเธอทำอะไรกับนายหรอกนะ?” ตามด้วยน้ำเสียงใเม้มปาก “หรือว่า นายสนใจเธอเหรอ?”
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/63f395e636c33abad663f9e74093f24d
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับ #readAwriteด้วยน้า