“แต่เดิมข้านึกว่าเื่นี้เป็ความรับผิดชอบของคุณชายรอง”เสี่ยวฮวาฮวาเอ่ย...คำพูดนี้หากออกจากปากผู้อื่นฮูหยินแม่ลู่ก็คงนึกว่าผู้นั้นจะตำหนิบุตรชายคนรองของนางทว่านางหนูฮวาฮวาของนางบริสุทธ์ใสซื่อไร้เล่ห์เหลี่ยมใดเอ่ยปากถึงเื่ใดย่อมเป็จริงในเื่นั้นจึงรู้ว่าเสี่ยวฮวาฮวาถามตรงตามความหมายจริง ๆ ฮูหยินแม่สกุลลู่จึงถอนหายใจเบา ๆทั้งยังมีสีหน้าลำบากใจนิด ๆ ด้วย
“เดิมทีเ้ารองก็เป็คนรับผิดชอบพี่ชายของเขามาช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ไม่ควรจะต้องออกหน้าแต่ใครใช้ให้เ้าพวกซยงหนูนั่นเื่มาก ้านั่น้านี่ให้เ้ารองออกไปรับพวกเข้าที่เมืองอื่นไม่พอ ตอนที่เข้ามาในเมืองหลวงบังเอิญเห็นว่าเ้าใหญ่ออกมาช่วยสั่งการคนของสกุลลู่ให้ตรวจนับสินค้าของเราเข้าคลังไม่เกี่ยวกับสินค้าของขบวนพวกซยงหนูสักหน่อย องค์ชายอะไรสักอย่างของเ้าพวกนั้นกลับยืนยันเสียงแข็งว่าไม่้าติดต่อกับเ้ารองแล้วพวกเขาจะติดต่อค้าขายและคุยกับเ้าใหญ่เท่านั้น”
“อ่อ...เช่นนั้นข้าว่าเขาคงไม่ชอบใจเท่าไหร่นะเ้าคะ”เสี่ยวฮวาฮวาหมายถึงคุณชายคนโปรด หรือว่า “เ้าใหญ่” ที่มารดาของเขาเอ่ยถึง
“ก็ใช่น่ะสิ!”พูดแล้วฮูหยินแม่ก็ของขึ้น ตบโต๊ะฉาดใหญ่ถึงกับวางผ้าในมือลงหันมาทางเหมยฮวาอย่างครุ่นคิด
“เขาไม่สบอารมณ์มากข้าเองก็ไม่สบอารมณ์คนเถื่อนพวกนั้นทำเื่ไม่เป็เื่ให้มีเื่ขึ้นมาเช่นนี้ทำเอาลูกชายข้าทั้งสองคนต้องลำบากโดยใช่เหตุ นี่ลากเ้าใหญ่ไปด้วยเช่นนี้ข้าก็เกรงว่าจะเกิดเื่ลำบากกับเขา แต่ข้าเป็สตรีทำอะไรก็ไม่ได้ได้แต่นั่งรออยู่ตรงนี้...”
เสี่ยวฮวาฮวาฟังคำแล้วก็เหลือบมองผ้ากองใหญ่พลันก็รู้ทันทีว่าที่ฮูหยินแม่มานั่งเลือกผ้าแพรต่าง ๆในห้องโถงแทนที่จะในเรือนส่วนตัว ก็เพราะกำลังรอบุตรชายกลับมานี่เองเื่หลักคือรอบุตรชาย ส่วนเื่การเลือกผ้าก็เป็เพียงแค่หาอะไรทำคั่นเวลาเพื่อสงบจิตใจที่ว้าวุ่นอยู่
“คุณชายรองอยู่ในวังด้วยหรือไม่เ้าคะ”นางถาม
“เ้าใหญ่อยู่คนเดียวเ้ารองไปทำเื่รับสินค้าที่กำแพงเมือง ตอนนี้มีสินค้ารอบใหม่มาจากทางเหนือพี่สาวเ้าส่งมาให้ ขบวนส่งสินค้ารอบนี้ใหญ่มาก คาราวานยาวเกือบยี่สิบหลี่เ้ารองเลยต้องออกไปคุมงานเอง”
เหมยฮวาพยักหน้ารับเื่ที่พี่สาวหลันหลันไปทางเหนือแล้วเป็ผู้จัดหาสินค้าหลายอย่างให้สกุลลู่นางเองก็ทราบดีอันที่จริงสกุลลู่ก็มีคนคอยจัดหน้าสินค้าให้เป็ประจำอยู่แล้วแต่เพราะว่าพี่สาวของนางมักจะมีความคิดแปลกใหม่จึงหยิบจับและสรรหาสินค้าที่น่าจะขายได้ส่งมาจำหน่ายที่สุยโจวและเมืองหลวง
ตอนนี้ร้านสะดวกซื้อของหลันหลันมีหลายแห่งในแคว้นแล้วแต่มีเพียงแค่ที่สุยโจวและเมืองหลวงเท่านั้นที่ดำเนินการในลักษณะความร่วมมือทางการค้า ที่เมืองหลวงร่วมมือกับสกุลลู่ส่วนที่สุยโจวก็เป็ของร้านจู่เจียงตอนนี้ร้านจู่เจียงถูกโอนกรรมสิทธิ์ให้เป็ของพี่สาวจู่ผิงแล้วแต่ในด้านการดำเนินการต่าง ๆ ก็ยังเหมือนเดิมมีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการรับผลประโยชน์ตามบทบาทหน้าที่ แต่โดยรวม ๆแล้วก็พูดได้ว่าต่างขยันช่วยกันทำมาหากินเจริญรุ่งเรืองเป็หน้าเป็ตาให้กับสุยโจวเหมือนเดิม
“เช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะเข้าวัง”เสี่ยวฮวาฮวาคิดแล้วจึงเอ่ยออกมา
นางคาดว่าเื่นี้เกี่ยวกับคณะทูตต่างแดนเช่นนั้นทุกคนที่เกี่ยวข้องก็คงไปประชุมที่ท้องพระโรงแล้วนางเองไม่ได้อยู่ในสถานะที่เข้าไปในสถานที่เช่นนั้นได้แต่ถ้าเข้าไปในวังแล้วก็คงได้ข่าวอะไรบ้างกระมัง
“จริงสิเ้าเข้าไปในวังได้ เช่นนั้นเ้าก็ไปดูให้ป้าด้วยแล้วกัน” ฮูหยินแม่สกุลลู่ตาวาวนางรู้ว่าเสี่ยวฮวาฮวาทำงานเก่ง ในสายตาของนางเด็กสาวตัวน้อยนี้เป็ที่พึ่งได้
“ได้เ้าค่ะท่านป้าวางใจได้ ข้าจะรีบกลับมาหาท่านทันทีที่ทราบข่าวแล้วถ้าเป็ไปได้ก็จะกลับมาพร้อมกับคุณชายด้วย”
เมื่อเหมยฮวารับคำแล้วท่าทางของฮูหยินแม่สกุลลู่ก็สบายใจมาก...
“งั้นข้าไปล่ะนะเ้าคะ”เสี่ยวฮวาฮวาเอ่ยลา โดยลืมไปว่าตลอดเวลาที่คุยเื่สำคัญลืมไปเสียสนิทว่าควรแนะนำซานซานอายุห้าขวบให้ฮูหยินแม่รู้จักด้วยพอนางหันกลับมาก็เห็นเด็กน้อยยืนตัวตรงแอ่นพุงน้อย ๆ อย่างเชื่อฟัง
ท่ามกลางสายตามีคำถามจากหญิงรับใช้รอบห้องและ...ฮูหญิงแม่สกุลลู่ ซานซานก็ฉีกยิ้มกว้างแล้วคารวะรอบห้องพร้อมพูดว่า
“ไปจ้า”
ทุกคน : ….
“กุ๊ก”
เ้าไก่น้อยขานรับบ้าง
เหมยฮวา : …
จากนั้นทุกคนก็มองเด็กสาวตัวน้อยคนหนึ่งเดินนำหน้าแล้วมีซานซานห้าขวบเดินตามหลัง ปิดท้ายด้วยกุ๊กกุ๊กด้วยความรู้สึกยากจะบรรยาย
ฮูหยินแม่สกุลลู่: ….
เอาเถอะข้าเป็เพียงสตรีในเรือน ควรรับบทกระวนกระวายหาอะไรทำต่อไป
ว่าแล้วนางก็หันไปเลือกผ้าแพรอีกรอบ...
ด้านเหมยฮวาก็พาซานซานขี่ม้าจากจวนสกุลลู่ไปถึงพระราชวังแม้ว่าจวนสกุลลู่จะเป็จวนที่อยู่ในเขตพักอาศัยของคนร่ำรวยซึ่งอยู่ใกล้กับพระราชวังแต่ก็ยังต้องขี่ม้าไปอีกหนึ่งก้านธูปถึงจะไปยังประตูพระราชวังในระหว่างนั้นชาวเมืองหลวงหลายคนก็ได้ขยี้ตาเพราะคิดว่าตนเองตาฝาดไปหรือไม่ที่เห็นดรุณีน้อยใหญ่สองคนขี่ม้าแล้วที่บนหลังม้าที่อยู่ด้านหลังนางหนูซานซานก็ยังไก่อยู่หนึ่งตัวเกาะอยู่
...พวกข้าเห็นไก่ขี่ม้า...ไก่ขี่ม้าใช่หรือไม่!!...
นางหนูซานซานที่ไม่รู้ว่าตนสร้างความแตกตื่นไปทั่วนั้นกำลังมองเมืองหลวงอลังการงานสร้างอย่างตื่นตาตื่นใจสุดท้ายแล้วนางก็มาเงยหน้าตกตะลึงกับกำแพงพระราชวัง...
“อู้ววววฉูงงงงมากกกกกกกกกก” นางว่าแล้วก็ชี้กุ๊ก ๆ ดูพระราชวัง
ทหารเฝ้ากำแพงเมือง: ….
เหมยฮวาคว้าบัตร(ป้าย)เบ่งขึ้นมาป้ายของเหมยฮวาไม่เหมือนกัน แม้กระทั่งนางเองก็ยังไม่รู้ว่าป้ายที่ตนเองมีนั้นเหมือนบัตรผ่านทุกสถานที่ในวังเรียกว่าเป็ป้ายที่อลังการงานสร้างยิ่งกว่าพวกขุนนางผู้ใหญ่ได้รับเสียอีกทหารยามที่ทำหน้าปั้นยากเมื่อเห็นน้องไก่ ก็มองป้ายในมือเหมยฮวา สลับน้องไก่มองไปมองมาก็เบือนหน้าตัดใจ ให้ทั้งสองคนทั้งไก่เข้าไปในเขตวัง
ทหารเฝ้าประตู : ข้าออกเวรพอดีคงไม่เป็ไรกระมัง เกิดอะไรก็โยนให้พวกที่มาเข้าเวรต่อไปตอนนี้รีบเผ่นดีกว่า...
ฮวาฮวาย่อมไม่อาจนำม้าเข้ามาขี่ในเขตวังได้นางเอาม้าไปฝากไว้กับทหารแล้วก็นำซานซานน้อยและเ้ากุ๊กกุ๊ก เดินตามกันไปตั้งใจว่าจะไปหาคังกงกง หรือกงกงสักคนที่คุ้นเคยกันถามความแต่พอดีหันกลับมาก็เจอลู่จางเหว่ยกำลังรีบร้อนเดินมาพอดี...
นางอ้าปากจะทักแต่มองไปด้านหลังคุณชายคนโปรดไฉนจึงมีสตรีบ้าวิ่งเหวี่ยงแส้ตามมา...นี่มันคือสถานการณ์อะไรเนี่ย!!