พันเอกอีธาน เบรคเกอร์ คือหนึ่งในชื่อที่ทหารทุกระดับชั้นในกองทัพต่างรู้จักเป็นอย่างดี เขาเป็นหนึ่งในตำนานของกองทัพ ผู้ที่ผ่านสมรภูมิรบมาเป็นร้อย เขาเป็นดั่งดวงดาวที่เจิดจรัสแสงท่ามกลางความมืดมิดให้ทหารทุกคน แม้เขาจะมียศเป็นถึงพันเอก แต่เขากลับลงสมรภูมิรบด้วยตัวเองทุกครั้ง เขาไม่เคยให้ทหารภายใต้หน่วยของเขาออกไปรบโดยที่เขานั่งสบายใจอยู่ภายในห้อง ทุกสมรภูมิรบเขาจะออกนำและออกคำสั่งด้วยตัวของเขาเอง
ไม่ใช่แค่เชิงบุ๋น อีธานกลับมีความสามารถในเชิงบู๊อย่างไม่เป็นรองใคร นอกจากการที่เขาจะวางแผนการรบด้วยตัวเองแล้ว เขายังมีความสามารถในการต่อสู้ระดับสูงมาก ศิลปะป้องกันตัวแขนงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย เทควันโด มวยจีน กังฟู เขาสามารถใช้มันได้เป็นอย่างดี นี่ยังไม่นับความสามารถในการใช้อาวุธของเขา แทบจะไม่มีอาวุธชนิดไหนที่เขาไม่สามารถใช้ได้หรือถ้าหากไม่เคยใช้มาก่อนเขาก็สามารถเรียนรู้มันได้อย่างรวดเร็ว
ด้วยความฉลาดและการวางแผนเป็นอย่างดีทุกครั้งก่อนลงสนามของอีธาน ทำให้การทำภารกิจภายใต้การดูแลของอีธานประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากและแทบจะไม่เกิดความสูญเสีย แม้อาชีพทหารคืออาชีพที่ต้องเสียสละ แต่พวกเขาก็ยังเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่รักชีวิตของตัวเอง นี่จึงเป็นสาเหตุให้พลทหารแทบทุกคนอยากทำงานในหน่วยของอีธานเพราะพวกเขาเชื่อใจในตัวผู้นำคนนี้ ภายใต้การดูแลของอีธานพวกเขาจะกลับมาได้อย่างปลอดภัย
แต่ถึงยังไงก็ตามแม้ดาวจะจรัสแสงมากแค่ไหน วันใดวันหนึ่งมันก็ต้องดับลงไปอยู่ดี ในปัจจุบัน พันเอกอีธาน เบรคเกอร์ ผู้ที่เคยเป็นดั่งดาวที่จรัสแสงในอดีต กลับกลายเป็นเพียงแค่ทหารปลดประจำการที่พิการคนหนึ่งเท่านั้น
.
.
ณ ชนบทที่ห่างไกลแห่งหนึ่ง มีสองชายหญิงกำลังนั่งอยู่ที่ระเบียงบ้าน ที่รายล้อมไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ ฝ่ายหญิงสวมใส่ชุดสุภาพลายดอกไม้สีอ่อน เธอนั่งพิงเก้าอี้ไม้ที่กำลังโยกไปมาเบาๆ บรรยากาศรอบๆ ตัวเธอเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย
ส่วนฝ่ายชายกลับนั่งอยู่บนรถเข็นสำหรับคนพิการ แขนข้างหนึ่งของชายคนนี้ขาดหายไป แม้เขาจะมีขาทั้งสองข้างอยู่ครบ แต่ทว่ามันกลับไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลยแม้แต่น้อย
เขาทั้งสองคนทอดสายตามองไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้า ที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิด
“อีธาน คุณคิดอะไรอยู่เหรอ” แอนนาเอ่ยถามขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม
เมื่อได้ยินเสียงของแอนนา อีธานก็ได้ดึงสติของตัวเองกลับคืนมา พร้อมกับเอ่ยตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม
“ผมก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อยนั่นแหละ ที่รัก”
แม้อีธานจะตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้ม แต่แอนนารู้ดีว่า ความรู้สึกของอีธานไม่ได้เป็นไปตามอย่างที่อีธานแสดงออกมา เธอรู้ว่าอีธานนั้นรู้สึกยังไง
ในอดีตนั้นอีธานเป็นเหมือนกับชายในอุดมคติของผู้หญิงหลายๆ คน เขาเป็นชายหนุ่มที่มีเสน่ห์ รูปหล่อและยังเป็นชายชาติทหาร ความร้อนแรงของเขานั้นมากพอที่จะทำให้ผู้หญิงหลายคนถึงกับยอมพลีกายให้เขาด้วยความสมยอมพร้อมใจ
แต่อีธานกลับเป็นสุภาพบุรุษที่ดีคนหนึ่ง ถ้าหากเป็นชายอื่นย่อมใช้โอกาสนี้เพื่อที่จะควงสามงามมากมายขึ้นเตียงโดยไม่ลังเล แต่อีธานกลับไม่ทำมัน
ตั้งแต่ครั้งแรกที่อีธานได้พบรักกับแอนนา เขาก็ไม่เคยชายตามองหญิงสาวคนไหนอีก รักที่อีธานมีให้แอนนานั้นมั่นคงดั่งขุนเขาและไม่เคยแปรเปลี่ยน ตั้งแต่เขายังเป็นเพียงชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่ง จนกระทั่งเขามีตำแหน่งสูงใหญ่ในกองทัพ อีธานก็ยังคงรักแอนนาเหมือนวันแรกที่เขาได้ตกหลุมรักเธอ
แอนนาเป็นผู้หญิงที่ดีและน่ารัก เธอเป็นคนที่สดใสและมองโลกในแง่ดีเสมอ เธอเองก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่อีธานมีให้เธอและเธอเองก็ตกหลุมรักอีธานด้วยเช่นกัน
ชีวิตคู่ของทั้งสองดูเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดีทุกอย่าง จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์นั้น เหตุการณ์ที่ทำให้อีธานกลับกลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต
ด้วยลักษณะนิสัยของอีธาน เหตุการณ์ในครั้งนั้นมันส่งผลร้ายแรงถึงขั้นที่ทำให้อีธานเคยคิดอยากฆ่าตัวตาย แต่ท้ายที่สุดที่เขาไม่ได้ทำมันลงไปและใช้ชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้นั่นเป็นเพราะแอนนา
แอนนาเป็นคนที่คอยอยู่เคียงข้างเขาในวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต เธอคอยให้กำลังใจเขาและไม่เคยทิ้งเขาไปไหน แม้ว่าเขาจะกลายเป็นคนพิการก็ตาม จนกระทั่งในที่สุดความมองโลกในแง่ดีและความสดใสของเธอ ก็ทำให้อีธานกลับมาใช้ชีวิตได้อีกครั้ง
แอนนาก็รู้ดีว่าอีธานไม่ได้มีความสุขกับชีวิตที่เขาเป็นอยู่ในตอนนี้แม้แต่น้อย เขารู้สึกไร้ค่าและอับอาย ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และกลายเป็นภาระของคนที่ตนรัก แอนนารู้ว่าที่อีธานยังอดทนมีชีวิตอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะเธอ
แต่เธอกลับไม่เคยคิดรังเกียจอีธานแม้แต่น้อยที่เขากลายเป็นคนพิการ เธอเองก็เคยคิดเผื่อเอาไว้เช่นกัน ว่าวันหนึ่งอาจจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับอีธานเพราะอาชีพของเขามันต้องเสี่ยงและมีโอกาสสูงมากที่จะสูญเสีย
แอนนาไม่ได้มองเรื่องที่อีธานกลายเป็นคนพิการนี้เป็นเรื่องไม่ดีแม้แต่น้อย แต่เธอกลับมองมันให้เป็นโอกาส อย่างน้อยๆ เธอก็ยังมีเขาอยู่ เขายังมีชีวิตกลับมา ไม่ได้ตายในสนามรบ กลับกันถ้ากลายเป็นเธอที่เป็นคนพิการ แอนนาก็เชื่อว่าอีธานก็จะไม่ทอดทิ้งเธอไปไหนอย่างแน่นอน
“เดี๋ยวฉันจะไปชงชามาให้นะคะ” แอนนาเอ่ยขึ้นกับอีธานพร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่จะลุกเดินออกไป
อีธานมองดูคนรักของตนที่เดินหายเข้าไปภายในบ้านก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ เหตุผลเดียวที่เขายอมทนมีชีวิตอยู่ในตอนนี้ก็เพราะแอนนา ตั้งแต่แรกที่เขาได้รับรู้ว่าเขาจะกลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิตหัวใจของเขาก็แทบแหลกสลาย
เขาไม่ต้องการให้แอนนามาทนลำบากกับเขา คอยดูแลคนพิการอย่างเขาไปตลอดชีวิต ในตอนนั้นเขาจึงทำทุกวิถีทางให้เธอเกลียด ผลักไสไล่ส่งเธอออกไปจากชีวิตเขา อีธานอยากให้แอนนาไปอยู่กับคนที่ดีกว่าเขา คนที่ดูแลและปกป้องเธอได้ ไม่ใช่คนที่พิการแบบเขา เพียงแต่ว่า…
ไม่ว่าเขาจะทำตัวแย่แค่ไหน ผลักไสไล่ส่งเธอไปวันแล้ววันเล่า วันถัดมาเธอก็จะกลับมาหาเขาพร้อมรอยยิ้มเสมอ กำลังใจที่และความจริงใจที่เธอมอบให้เขา ทำให้เขาใจอ่อนและทำใจยอมรับความพิการของตัวเองได้ในที่สุด
แต่ถึงยังไงเขาก็ไม่ได้มีความสุขกับชีวิตที่เป็นอยู่เท่าไหร่นัก อดีตในตอนนั้นมันยังคงคอยตามหลอกหลอนเขาเสมอ ทุกวันนี้สิ่งเดียวที่ทำให้เขามีความสุขได้ก็คือแอนนาเท่านั้น
อีธานมองไปยังขาทั้งสองข้างของตนเอง ก่อนที่จะนึกย้อนไปถึงความหลังในอดีตบางอย่าง อดีตที่เขาไม่มีวันจะลืมมันได้ลง
.
.
.
เมื่อ 2 ปีก่อน
อีธานได้รับคำสั่งจากกองทัพอเมริกาให้มาปฏิบัติภารกิจลับบางอย่างในประเทศอัฟกานิสถานพร้อมกับทหารในสังกัดของเขาอีก 11 คน
ณ ห้องโดยสารเครื่องบินขนส่งทหารที่กำลังเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง
“นี่แมกซ์ นายคิดยังไงถึงได้เข้ามาร่วมกับทีมของเรา” ไอแซ็คเอ่ยถามขึ้นมา ไอแซ็คเป็นทหารที่ดูเคร่งขรึม เคราดกๆ และใบหน้าที่ดุดันของเขากลับทำให้เขาดูเหมือนผู้ร้ายในหนังซะมากกว่า แต่ถ้าได้รู้จักเขาจริงๆ จะรู้ไอแซ็คเป็นคนดีคนหนึ่งเลยทีเดียวและเขาก็เป็นคนที่อัธยาศัยดีที่สุดในทีมของอีธาน ที่คนส่วนใหญ่ในทีมสนิทกันได้ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะไอแซ็คนี่เอง
“ผมอยากทำงานกับผู้พันอีธานครับ” แมกซ์เอ่ยตอบขึ้นมา เขาเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งได้เข้าร่วมกับทีมของอีธาน
“โอ้ นายคงได้ยินเรื่องของผู้พันมาเยอะล่ะสิท่า? ไหนลองบอกให้ฉันฟังหน่อยว่าได้ยินอะไรมาบ้าง? ” ไอแซ็คเอ่ยถามขึ้นด้วยความสนใจ ซึ่งนอกจากเขาแล้ว สมาชิกอีกหลายคนบริเวณนั้นก็เงี่ยหูรอฟังด้วยเช่นกัน
พวกเขาอีก 10 คนนั้นเป็นเสมือนพี่น้องและเพื่อนของอีธาน ที่ร่วมรบด้วยกันมาอย่างยาวนาน พวกเขาเองก็อยากรู้เช่นกันว่าคนนอกจะพูดถึงอีธานว่ายังไง
“ในกองทัพ ต่างก็พูดกันว่า ผู้พันอีธานเป็นเหมือนวีรบุรุษของกองทัพ ภารกิจทุกอย่างที่เขาได้รับ เขาสามารถทำมันได้สำเร็จและภายใต้การบัญชาการและการวางแผนของเขา สมาชิกในทีมของเขาต่างรอดกลับไปหาครอบครัวได้ทุกคน นอกจากนั้นเขายังเป็นผู้ชายที่หล่อเหลา มีเสน่ห์และเป็นสุภาพบุรุษสุดๆ ใครๆ ก็บอกว่าเขาหล่อที่สุดในกองทัพ....ที่ฟังมาก็ประมาณนี้ครับ” แมกซ์เอ่ยขึ้นด้วยความภูมิใจประหนึ่งเหมือนว่าเขาเป็นผู้พันอีธานซะเอง
“อืม… ก็ฟังดูมีเค้าโครงความเป็นจริงอยู่บ้าง” ไอแซ็คทำท่าทางครุ่นคิด ขณะที่ใช้มือลูบเคราตัวเองเบาๆ
“มีอะไรไม่จริงเหรอครับ? ” แมกซ์ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ก็คนที่หล่อที่สุดในกองทัพคือฉันน่ะสิ ไม่ใช่ผู้พันอีธาน” ไอแซ็คตอบด้วยท่าทางมั่นใจ ทุกคนที่ได้ยินต่างหัวเราะขึ้นมา พวกเขาต่างก็รู้ดีว่าไอแซ็คเป็นคนที่มีอารมณ์ขันเป็นอย่างมากคนหนึ่ง
“...” แมกซ์
“ผู้พันมาแล้ว!!” สิ้นเสียง ทุกคนก็รีบยืนตัวตรง ทำความเคารพอีธานทันที ไม่นานนักก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินขึ้นมาบนเครื่อง ชายคนนั้นก็คืออีธานนั่นเอง
“ทำความเคารพผู้พัน”
“ตามสบาย” อีธานพูดขึ้น สิ้นเสียงของอีธานทุกคนในห้องโดยสารก็กลับไปจัดการสัมภาระของตนเอง อีธานมองไปรอบๆ อยู่ครู่หนึ่งก่อนที่สายตาจะไปหยุดอยู่ที่แมกซ์
“ร้อยเอกแมกซ์ เอดิสัน ใช่ไหม? ” อีธานถามขึ้นเมื่อเห็นสมาชิกใหม่ที่ไม่คุ้นเคยอยู่บนเครื่อง
“ใช่ครับผม” แมกซ์ยืนตรงพลางเอ่ยตอบออกไป
อีธานไล่สายตาสำรวจมองแม็กซ์อยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้นมา
“ไม่เลวนี่ ยังหนุ่มยังแน่น แต่กลับมียศเป็นถึงร้อยเอก”
“....” แมกซ์
“มีทีมตั้งมากมายในกองทัพ ทำไมนายถึงต้องการเข้าร่วมกับทีมของฉัน”
“เพราะผมอยากทำงานรร่วมกับผู้พันครับ” แมกซ์ตอบด้วยน้ำเสียงแน่วแน่
“อ้อ? ” อีธานเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะมองเข้าไปในดวงตาของแมกซ์
“...เอ่อ” แม็กซ์รู้สึกประหม่าเล็กน้อยที่โดนอีธานจ้องมองตนเอง ขนาดอยู่ต่อหน้านายพลเขายังไม่เคยรู้สึกประหม่ามาก่อน แต่ตอนนี้ภายใต้การจับจ้องของอีธาน แมกซ์รู้สึกเหมือนไม่สามารถหลบซ่อนอะไรอีธานได้เลย
อีธานทำท่าทางประหนึ่งบอกให้แมกซ์รู้ว่า ถ้านายยังไม่บอกเหตุผลจริงๆ ของนายละก็ นายได้มีปัญหาแน่ๆ แมกซ์กลืนน้ำลายตัวเองด้วยความฝืดคอก่อนจะเอ่ยต่อ
“ผมได้ยินมาว่า ทุกคนที่ได้ทำงานร่วมกับผู้พันสามารถมีชีวิตกลับมารอดปลอดภัยทุกคนครับ”
“นายกลัวตายสินะ? ” อีธานถามต่อ
“...” แมกซ์รู้จึกว่ามีหยดเหงื่อปรากฏขึ้นบนหน้าฝากของเขา ที่สำคัญตอนนี้มือเขามันเปียกแฉะไปแล้วและมันเกิดขึ้นทุกครั้งเวลาที่เขารู้สึกประหม่าเป็นอย่างมาก แต่จะให้เขาตอบออกไปได้ยังไงว่าเขากลัวตาย ในเมื่อเขามาเป็นทหารและทหารก็เป็นอาชีพที่ต้องเสียสละ
“ร้อยเอกแมกซ์ เอดิสัน ผมเป็นผู้บังคับบัญชาของคุณ ผมกำลังถามคุณอยู่และผมเป็นคนที่เกลียดคนโกหกมาก” ท่อนสุดท้ายของประโยคอีธานเน้นเสียงเป็นพิเศษ
แมกซ์รู้แล้วว่าถ้าหากเขาไม่ตอบความจริงออกไปได้มีปัญหาตามมาแน่ๆ เขาสูดหายใจรวบรวมความกล้าครู่หนึ่งก่อนตอบออกไป
“ใช่ครับ ผมกลัวตาย ผมต้องการมีชีวิตรอดกลับมาหาคนที่ผมรักครับ” แมกซ์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน เขาไม่มีความรู้สึกอายกับคำตอบของตัวเองแม้แต่น้อย
“ก็ดี” อีธานพยักหน้าเบาๆ
“!!? ” แมกซ์สงสัยกับท่าทีของอีธานเป็นอย่างมาก เขานึกว่าตัวเองจะโดนด่าทอว่าขี้ขลาดซะอีกที่รักตัวกลัวตาย
“ผมไม่ต้องการคนที่ไม่รักชีวิตตัวเองมาทำงานด้วย ขนาดชีวิตตัวเองยังไม่รัก แล้วจะไปรักพวกพ้องได้ยังไง”
ที่อีธานพูดเขาหมายถึง เขาไม่ต้องการคนที่เอะอะก็จะพลีชีพเพื่อชาติ คนประเภทนั้นเขาไม่อยากให้เข้ามาร่วมอยู่ในทีมเดียวกับเขา เพราะคนประเภทนี้บางครั้งจะชอบสละชีวิตของตนเองด้วยความไม่จำเป็น ทุกคนที่เข้ามาอยู่ในทีมของอีธาน อีธานจะมองพวกเขาเป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง เป็นครอบครัว เขาไม่อยากให้เกิดความสูญเสียภายในทีม ทุกคนภายในทีมของเขาไปเท่าไหร่ต้องกลับมาเท่านั้น
“ถ้าหากว่าคุณตอบผมว่าไม่กลัวตาย ผมคงไล่คุณลงเครื่องไปแล้ว เอาล่ะคุณไปนั่งประจำที่ของคุณ ส่วนรายละเอียดภารกิจ เดี๋ยวผมจะพูดให้ฟังระหว่างทาง” อีธานเอ่ยขึ้น
แมกซ์รับคำทีหนึ่งก่อนจะกลับไปนั่งที่ของตนเองซึ่งแม็กซ์นั่งติดกับไอแซ็ค เมื่อนั่งลงไปแมกซ์ก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ไม่ต้องคิดมากหรอก เขาก็ทำแบบนี้กับทุกคนที่ได้เจอเป็นครั้งแรกนั่นแหละ” ไอแซ็คเอ่ยขึ้น
“ทำไมเขาถึงไม่โกรธที่ผมบอกว่าผมรักตัวกลัวตาย? ” แมกซ์ถามขึ้นด้วยความสงสัย แต่ไหนแต่ไรมาทหารมักจะถูกปลูกฝังให้เสียสละพลีชีพเพื่อชาติ แต่ทำไมคำตอบที่เขาตอบออกไปกลับไม่ทำให้อีธานโกรธ
“เขามองเราทุกคนเป็นครอบครัวยังไงหล่ะ คงไม่มีใครอยากให้คนในครอบครัวตายหรอก จริงไหม? ”
แมกซ์ทำท่าทางเป็นเชิงเข้าใจก่อนจะมองไปที่อีธานด้วยความเคารพนับถือ
“เพราะแบบนี้ทุกคนภายในทีมถึงเชื่อใจเขาและปฏิบัติตามคำสั่งเขาโดยไม่มีข้อโต้แย้ง เพราะพวกเราเชื่อใจเขา เชื่อว่าเราทุกคนจะมีชีวิตรอดกลับมาหาครอบครัวของตนเองอย่างแน่นอน”
แมกซ์พยักหน้าตามที่ไอแซ็คพูด
“ผู้พันอีธานหล่อมากเลยนะครับ นี่ถ้าหากผมเป็นเขาคงลาออกจากทหารไปเป็นดารานายแบบแล้ว” แมกซ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดตลก
“เห็นเขาหล่อเหมือนดาราแบบนี้ หน้านายพลก็เคยโดนหมัดของเขาเสยมาแล้วนะ” ไอแซ็คเอ่ยขึ้น
“จริงเหรอครับ!? ” แมกซ์ถามขึ้นด้วยความตกใจ
“จริงสิ! เรื่องมันเป็นแบบนี้...”
“อะแฮ่ม!!” ขณะที่ไอแซ็คจะเล่าต่อ เสียงไอของอีธานก็ดังขัดขึ้นมา
ไม่นานนักนักบินก็นำเครื่องบินขึ้น เพื่อบินไปยังจุดหมายในการทำภารกิจของพวกเขา ซึ่งในระหว่างทางนั้นอีธานก็ได้อธิบายภารกิจให้ทุกคนภายในทีมได้รับรู้ หลังจากนั้นก็เป็นการพูดคุยกันของคนภายในทีม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการแนะนำตัวของแมกซ์น้องใหม่ในทีมซะมากกว่า
แต่จะมีใครรู้บางเล่าว่าภารกิจในครั้งนี้จะกลายเป็นดั่งฝันร้ายที่อีธานจะไม่มีทางลืมเลือนมันได้...
-------------------------------------------------------------------------------------------
อีธานคือใคร? จะเกี่ยวข้องกับ Enterprise อย่างไร?