เมื่อเห็นท่าทีเขินอายของเถียนโหรวโหรวต้วนจื่อก็มั่นใจได้เลยว่า
แม่สาวน้อยคนนี้จินตนาการไปไกลเกินแล้ว!
"การรักษาอาการเท้าเคล็ดต้องอาศัยการกดจุดร่วมด้วยทั้งจุดจีเหมิน อิมเปา ฝูทู่ บนต้นขาล้วนมีความสำคัญตอนนี้จุดเหล่านี้ถูกกางเกงปิดบังไว้ การกดจุดผ่านสิ่งกีดขวางจะส่งผลต่อการรักษา"
"ตกลง... ตกลงเ้าค่ะ..."เถียนโหรวโหรวไม่ลังเลอีกต่อไป นางก้มหน้างุดๆเลิกขากางเกงขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนียมอาย
หากต้วนจื่อคิดจะฉวยโอกาสกับนางจริง ๆคงไม่จำเป็ต้องระมัดระวังเช่นนี้เพราะอีกฝ่ายเป็ถึงผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพลังฝีมือสูงส่งเพียงทำให้นางสลบก็สามารถทำอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา
ยิ่งกว่านั้นั้แ่ต้วนจื่อช่วยนำสัญญาขายตัวกลับคืนมา นางก็มอบหัวใจให้เขาไปหมดแล้วเขาคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต
หากต้วนจื่อ้าละก็ไม่ต้องพูดถึงแค่ให้ดู มากกว่านั้นนางก็ให้ได้เช่นกัน
"คุณชาย การกดจุดจะเจ็บไหมเ้าคะ?"
เมื่อเห็นเถียนโหรวโหรวกัดริมฝีปากและตัวสั่นเล็กน้อย ต้วนจื่อจึงส่ายหน้าเบาๆ "ไม่เจ็บหรอกออกจะสบายมากกว่า"
สิ้นเสียง เขาก็กระตุ้นพลังในร่างยกมือขึ้นแตะบนจุดจีเหมิน ควบคุมพลังอย่างระมัดระวัง
ไม่เจ็บเลยทั้งยังมีความรู้สึกอุ่นวาบแล่นผ่านหัวใจ ทำให้เถียนโหรวโหรวรู้สึกผ่อนคลาย
นางแอบชำเลืองมองต้วนจื่อพบว่าอีกฝ่ายกำลังกดจุดบนขาของตนเองอย่างตั้งใจท่าทางจริงจังนั้นช่างดูดีเหลือเกิน
หนึ่งนาทีต่อมา การกดจุดก็เสร็จสิ้น
ต้วนจื่อค่อยๆยกเท้าซ้ายของเถียนโหรวโหรวขึ้น เมื่อได้มองใกล้ๆปลายนิ้วเท้าเรียวยาวของหญิงสาวช่างงดงามไร้ที่ติ
"โหรวโหรวการกดจุดนี้จะช่วยเยียวยาอาการาเ็ที่เท้าและข้อเท้าของเ้าอย่างช้าๆต่อจากนี้ข้าจะนวดเท้าให้เ้า เพื่อช่วยให้เืลมไหลเวียนดีขึ้นและลดอาการบวม"
"เ้าค่ะ..." แม้เถียนโหรวโหรวจะไม่เข้าใจศัพท์เฉพาะที่ต้วนจื่อกล่าวแต่ก็พยักหน้าตอบรับ
เมื่อเห็นดังนั้น ต้วนจื่อก็ไม่รีรอผ่อนคลายกล้ามเนื้อ่บน กำมือหลวมๆ เคลื่อนมือช้าๆ สะสมพลังไว้ที่ฝ่ามือส่งแรงไปยังนิ้วหัวแม่มือ เน้นที่พื้นผิวนิ้ว ค่อยๆวางลงบนบริเวณเท้าของเถียนโหรวโหรวที่มีอาการบวม
เขาใช้วิธีนวด 'จื่อจ่างฉานทุยฝ่า' ที่คิดค้นโดยต่งเฟิ่งเซียนแพทย์แห่งป่าซิ่งหลิน ในสมัยโบราณ ต่งเฟิ่งร่ำเรียนวิชาแพทย์มาั้แ่เด็กเลื่อมใสในลัทธิเต๋า รักษาโรคโดยไม่คิดเงินทองเพียงแต่ขอให้ผู้ที่หายจากโรคร้ายปลูกต้นซิ่ง [1] ห้าต้นส่วนผู้ที่หายจากโรคร้ายเล็กน้อยให้ปลูกหนึ่งต้น
ไม่กี่ปีต่อมาก็มีต้นซิ่งนับหมื่นต้นกลายเป็ป่าที่เขียวชอุ่ม เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิที่ผลซิ่งสุกงอมก็จะสร้างกระท่อมเก็บผลซิ่งไว้
ผู้ที่้าผลซิ่งต่งเฟิ่งจะให้พวกเขานำข้าวมาแลกเปลี่ยน แล้วนำข้าวที่ได้ไปช่วยเหลือคนยากไร้และเลี้ยงดูนักเดินทาง
คำว่า 'เซียนแพทย์แห่งซิ่งหลิน'ก็มีที่มาจากเื่นี้นี่เอง!
เมื่อกล่าวถึงวิธีนวด 'จื่อจ่างฉานทุยฝ่า' วิธีการรักษานี้สืบทอดหลักการ 'นิ้วผ่านเส้นลมปราณ ฝ่ามือกดจุด' รวบรวมลมปราณไว้ที่ฝ่ามืออาศัยการเคลื่อนไหวของฝ่ามือ นำพานิ้วหัวแม่มืองอคลายทำให้เกิดพลังที่สลับหนักเบาอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับเส้นลมปราณและจุดบนเท้าจึงกระตุ้นการไหลเวียนของพลัง ทำให้เส้นลมปราณโล่ง ปรับสมดุลหยินหยางขจัดสิ่งชั่วร้าย
เนื่องจากพื้นที่ััของวิธี 'จื่อจ่างฉานทุยฝ่า' นั้นมีน้อย เน้นเฉพาะเจาะจงและมีการเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่องเป็จังหวะ จึงให้ผลลัพธ์ที่ดีและใช้งานได้จริงในการนวดเท้าแผนจีน
เห็นเพียงต้วนจื่อลูบไล้เท้าซ้ายของเถียนโหรวโหรวเบาๆราวกับลูบบนผ้าไหมที่เรียบลื่น ทั้งเร็วและช้า ทั้งหนักและเบา สลับกันไปมา
บางทีก็เกิดความเ็ปขึ้นบ้างเถียนโหรวโหรวจึงหลับตาลงเบาๆ เสียงร้องเบาๆลอดผ่านริมฝีปากสีชมพูที่เผยอขึ้นเล็กน้อย
เมื่อเวลาผ่านไป สีหน้าเ็ปของนางค่อยๆเลือนหาย กลับมีสีแดงเรื่อปรากฏขึ้นบนพวงแก้ม
ฝ่ามือของต้วนจื่อช่างแปลกประหลาดทุกครั้งที่นวดลงไป ความร้อนก็จะถูกดูดซับไปเล็กน้อย ยิ่งนวด เท้าก็จะยิ่งเบายิ่งเย็นสบาย
พร้อมกับการเปลี่ยนท่าทางในการนวดของเขาเถียนโหรวโหรวรู้สึกเพียงว่าเท้าซ้ายของตนสบายขึ้นเรื่อยๆความเ็ปที่ข้อเท้าก็ค่อยๆ หายไปโดยไม่รู้ตัว
สองนาทีต่อมา ต้วนจื่อแค่เปลี่ยนท่าทางเริ่มคลายมือออกเล็กน้อย เขาใช้นิ้วหัวแม่มือแตะเบาๆ บริเวณด้านนอกของปลายนิ้วชี้จากนั้นก็เริ่มนวดให้เถียนโหรวโหรวอย่างต่อเนื่อง
"อื้อ..." ความรู้สึกสบายที่ส่งมาจากเท้าทำให้จิตใจของเถียนโหรวโหรวเบาหวิวดุจว่าวที่ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าท้ายที่สุดก็ทนไม่ไหวส่งเสียงครางออกมา
หลังจากส่งเสียงออกไป นางก็หน้าแดงซ่านรีบหลบสายตา ไม่กล้าสบตากับต้วนจื่อ ตำหนิตนเองในใจว่าไม่รู้จักสงบเสงี่ยม
นอกห้องเมื่อต้วนเยว่เอ๋อร์ได้ยินเสียงครางที่ดังออกมาจากภายในก็ราวกับมีกลีบดอกทับทิมสองกลีบมาแปะอยู่บนแก้มทั้งสอง ใบหน้าแดงซ่านยิ่งกว่าเก่า
"ท่าทางจะเข้าที่เข้าทางแล้วน้องชายข้านี่ก็ช่าง..."
นางสูดหายใจเข้าลึกๆ ไม่แอบฟังอีกต่อไปแล้วเดินกลับไปยังห้องของตน
ภายในห้อง หลังจากนวดคลึงอย่างต่อเนื่องแล้วต้วนจื่อก็ใช้ฝ่ามือวาดเป็ครึ่งวงกลม ค่อยๆ ส่งพลังไปยังข้อเท้าของเถียนโหรวโหรวจากนั้นยกมือออกอย่างช้าๆ
"เรียบร้อย ตอนนี้ลองลุกขึ้นขยับดู"
"ขอบคุณเ้าค่ะ คุณชาย..."เถียนโหรวโหรวถึงกับหน้าแดงก่ำ เพราะความรู้สึกอิ่มเอมใจนางสวมรองเท้าอย่างเก้ๆ กังๆ
ทันทีที่เท้าแตะพื้นความรู้สึกเย็นสบายก็ถาโถมเข้ามา ราวกับเหยียบอยู่บนเมฆที่นุ่มนวล
"เอ๊ะ!" เถียนโหรวโหรวส่งเสียงออกมาด้วยความประหลาดใจหลังจากสวมรองเท้าเสร็จ ก็ลองก้าวเท้าเบาๆ สองสามก้าวนางพบว่าไม่เพียงแต่ไม่มีอาการหนักอึ้งเช่นก่อนหน้านี้หากแต่กลับมีความรู้สึกพลิ้วไหว
เมื่อก้าวเท้าไปเรื่อยๆจนมั่นใจแล้วว่าไม่มีอาการเจ็บใดๆ นางก็เผยสีหน้าตกตะลึง
อาการาเ็ที่เท้าที่รบกวนนางมานานหลายปียามนี้ต้วนจื่อรักษาให้หายแล้วจริงๆ!
เมื่อเห็นสีหน้าของเถียนโหรวโหรวเปลี่ยนไปต้วนจื่อจึงเดินเข้าไปถามด้วยรอยยิ้ม
"รู้สึกดีขึ้นมากแล้วไหม?"
เถียนโหรวโหรวหน้าแดงก่ำ เม้มริมฝีปากและพยักหน้า
"คุณชายขอบคุณท่านที่รักษาข้าเ้าค่ะ"
ต้วนจื่อตอบกลับอย่างไม่ลังเล"แน่นอนอยู่แล้ว เ้าก็เป็คนของข้าเหมือนกัน"
"!!!" ดวงตาของเถียนโหรวโหรวพลันเบิกกว้าง
"ขออภัยด้วย ข้าพูดเกินไปหน่อยเ้าเป็คนของพี่สาวข้าต่างหาก!"
"อ้อ..." เถียนโหรวโหรวรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ในขณะนั้นเองของเหลวบางอย่างก็ไหลออกมาจากจมูกของต้วนจื่อ
"คุณชายท่านเืกำเดาไหลแล้วเ้าค่ะ" เมื่อเห็นดังนั้นเถียนโหรวโหรวก็รีบหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดให้
"หรือว่าเมื่อครู่ข้าทำให้ท่านเกิดอารมณ์แล้ว?หากเป็เช่นนั้น ท่านก็ไม่ต้องทนแล้วเ้าค่ะอยากจะทำอะไรกับข้าก็ทำไปเถอะ ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้าเตรียมใจไว้แล้ว..."
"หยุด!" ต้วนจื่อขมวดคิ้วห้ามเถียนโหรวโหรวพูดต่อ
"เ้าอย่าคิดไปไกลที่ข้าเืกำเดาไหลก็เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่กดจุดให้เ้าข้าถ่ายเทพลังปราณไปมากเกินไป เมื่อขาดพลัง ร่างกายก็จะเข้าสู่สภาวะเย็นเมื่อร่างกาย้ารักษาสมดุล ก็จะสร้างพลังหยางเพื่อขับไล่ความเย็นเมื่อพลังหยางมากเกินไป ข้าก็จะร้อนใน เ้าเข้าใจหรือไม่?"
เถียนโหรวโหรวส่ายหน้า"ไม่เข้าใจเลยเ้าค่ะ!"
"..." ต้วนจื่อถึงกับไปไม่เป็
"ยังไงก็ตามที่ข้าเืกำเดาไหลไม่ใช่เพราะเื่อย่างว่า แต่เป็เพราะไฟในกายมันแรงเกินไป"
เถียนโหรวโหรวมองต้วนจื่อ แล้วกล่าวว่า"ถ้าอย่างนั้นคุณชายก็ให้ข้าช่วยดับไฟสิเ้าคะ"
"..."
ต้วนจื่อดันหน้าผากเถียนโหรวโหรวรำพึงกับตนเอง
"หรือว่าการกดจุดจะมีปัญหาทำให้ความคิดเ้าเปลี่ยนไป? ไม่สิวิธีการนวดของข้าไม่น่าจะมีพลังเช่นนั้นนี่นา?"
เถียนโหรวโหรวจับมือของต้วนจื่อไว้กล่าวอย่างจริงจัง "คุณชายข้าเต็มใจเ้าค่ะ ขอเพียงแค่ช่วยท่านได้ ข้ายินดีจะสละทุกอย่าง"
"ไม่ต้องข้าพักผ่อนสักหน่อยก็จะหายดีเอง เร็วๆ เข้า เ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ"
"ก็ได้เ้าค่ะแต่ถ้าท่าน้าอะไรก็อย่าลืมเรียกข้านะเ้าคะ..." เถียนโหรวโหรวก็มิได้รั้งรอเดินออกจากห้องช้าๆ แล้วปิดประตูลงเบาๆ
[ติ๊ง!ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ที่แสดงการนวดรักษา+การปฏิเสธสตรีที่เสนอตัว+การอดทนไม่ให้ใจเต้นตามอารมณ์ได้รับค่าเทียนซิ่ว +333!]
เมื่อเห็นเถียนโหรวโหรวจากไปแล้วต้วนจื่อก็ตบหน้าตนเอง
มีของดีที่ส่งมาให้ถึงที่ เหตุใดจึงปฏิเสธ?
เขาเป็คนมักมากในกามแท้ๆเหตุใดใน่เวลาสำคัญจึงทำตัวเป็คนดีไปซะได้?
ช่างน่าสมเพช!
"เครื่องหมายของคนมักมากคือการยอมตายเพื่อความใคร่ส่วนเครื่องหมายของคนบริสุทธิ์คือการยอมอยู่ด้วยความน่าเวทนาเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของตนเองดูเหมือนว่าข้าจะยังคงรักษาความบริสุทธิ์ของตนเองไว้ได้อย่างเหนียวแน่น"
ต้วนจื่อถอนหายใจ เดินเข้าไปยังห้องอาบน้ำเริ่มชำระร่างกาย
ไอน้ำลอยขึ้นมาราวกับขับเน้นให้เห็นถึงเรือนร่างที่บริสุทธิ์ราวกับน้ำนม
.........
สมาคมการค้าเยี่ยน ชั้นบนสุด
ร่างสองร่างกำลังสนทนากัน
เยี่ยนชุยเสวี่ยที่สวมใส่ชุดผ้าโปร่งบางกำลังเอนกายอยู่บนเก้าอี้หนังข้างกายคือเมิ่งซือซินในชุดสีแดงเพลิง
"ชุยเสวี่ยเ้าไม่ได้กำลังจัดการเื่เยี่ยนชุยเฟิงที่เป็ฏต่อตระกูลเยี่ยนหรือเหตุใดจึงมีเวลามายังสมาคมการค้าเยี่ยน?"
"เื่นั้นจัดการไปได้มากแล้วไม่จำเป็ต้องให้ข้าดูแลเป็พิเศษ" เยี่ยนชุยเสวี่ยยกถ้วยชาขึ้นมาจิบเบาๆ
"พี่เมิ่งได้ยินว่าคืนนี้ที่นี่มีเคล็ดวิชาขั้นเริ่มต้นยุทธ์ ระดับสุดยอดปรากฏขึ้นแถมยังถูกประมูลไปในราคาสูงถึงหลักล้าน จริงหรือไม่?"
เคล็ดวิชาขั้นเริ่มต้นยุทธ์ระดับสุดยอดนับเป็ของหายากที่มีราคาแพงในเมืองจื่อหรานปีหนึ่งจะมีสักเล่มสองเล่มก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว ส่วนใหญ่มักจะถูกเก็บไว้กับตัวไม่ค่อยมีใครเอาออกมาประมูลเท่าไร ด้วยคุณค่าอันสูงส่งเกินประมาณเคล็ดวิชาขั้นนี้จึงมิอาจตีราคาเป็ตัวเงินได้
เมิ่งซือซินขมวดคิ้วเล็กน้อย"นั่นเป็เื่จริงเคล็ดวิชากระบี่เล่มนั้นถูกประเมินโดยท่านเฟิงเฉินว่ากันว่าผู้เป็ชายหนุ่มลึกลับท่านเฟิงเฉินยังมองไม่ออกถึงพลังฝีมือของเขา เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนธรรมดา"
เยี่ยนชุยเสวี่ยเม้มปากเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
เฟิงเฉินมิได้เป็เพียงนักประเมินมูลค่าหากแต่ยังเป็ผู้ฝึกตนขั้นขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์ การที่เขาไม่สามารถมองทะลุได้บุคคลผู้นั้นจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
และสิ่งที่นางสนใจก็คือเหตุผลที่คนผู้นั้นนำเคล็ดวิชาขั้นเริ่มต้นยุทธ์ ระดับสุดยอดมาประมูล
"แล้วเหตุใดผู้มีพลังเช่นนั้นถึงต้องทำเช่นนี้ด้วย?"
"การที่คนตัวเล็กๆ ได้พบปะบุคคลสำคัญนี่ไม่ใช่เื่แปลกใหม่อะไร" เมิ่งซือซินหาวแล้วเอนกายลงบนเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน
"เมื่อปีกลายทางตะวันตกของเมืองหงหมี่ ก็เกิดการต่อสู้ระหว่างนักพรตขอบเขตนักรบลึกลับเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ห่างไปกว่าร้อยลี้ยังคงััได้ถึงแรงสั่นะเืในที่สุดจักรวรรดิเสรีจึงต้องยื่นมือเข้ามาไกล่เกลี่ยใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดจึงสามารถยุติเื่ราวลงได้"
เยี่ยนชุยเสวี่ยได้ฟังก็ตัวสั่นเทา
นักพรตขอบเขตนักรบลึกลับในทวีปเทพยุทธ์มีทั้งหมดเก้าขั้นนักพรตขอบเขตนักรบลึกลับถือเป็ผู้แข็งแกร่งอันดับห้าสามารถเทียบได้กับกองกำลังติดอาวุธของเมืองเล็กๆ ได้สบายๆ
"หากข้ามีพลังขั้นขอบเขตนักรบลึกลับปัญหาของท่านพ่อคงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป..."
ราวกับรับรู้ถึงเสียงกระซิบนั้นเมิ่งซือซินจึงปลอบประโลมว่า "ชุยเสวี่ยข้าได้ร้องขอให้คนจากจักรวรรดิเสรีสืบหาข่าวคราวของหญ้าิญญาทมิฬแล้วไม่นานก็คงได้ข่าวคราว อย่ากังวลไป ท่านลุงเยี่ยนเป็คนมีบุญคงไม่ยอมแพ้ให้แก่โรคร้ายนี้เป็แน่"
"พี่เมิ่ง ขอบคุณท่านมาก"เยี่ยนชุยเสวี่ยกล่าวคำขอบคุณด้วยความรู้สึกอบอุ่นหัวใจ
เมิ่งซือซินส่ายหน้ายิ้มๆ"เมื่อก่อนสกุลเมิ่งถูกหลายตระกูลรุมล้อมข้าเองก็ถูกตามล่าไปจนถึงหน้าผา ได้รับาเ็สาหัสหากมิได้ท่านลุงเยี่ยนช่วยเหลือละก็ ข้าคงไม่ได้มาอยู่ในโลกนี้แล้วการตอบแทนบุญคุณจึงเป็สิ่งที่ข้าต้องทำ"
ด้วยเหตุนี้หลายปีมานี้นางจึงคอยดูแลงานต่างๆ ของสกุลเยี่ยนในเมืองจื่อหราน หากมิใช่เพราะเหตุนี้นางคงกลับไปยังจักรวรรดิเสรี ช่วยเหลือครอบครัวเมิ่งดูแลกิจการไปแล้ว
"ก๊อกๆ ..."
ในขณะนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
เยี่ยนชุยเสวี่ยจึงกล่าวรับ"เชิญ"
สิ้นเสียง ประตูก็ถูกเปิดออกสวีคุนเดินเข้ามาอย่างสุภาพ
"สวัสดีขอรับ คุณหนูเยี่ยนคุณหนูเมิ่ง"
"มีอะไรหรือท่านคุน?" เมิ่งซือซินเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเป็ใคร
สวีคุนโค้งตัวเล็กน้อย"คุณหนูเมิ่ง ข้ามาเพื่อมอบสิ่งของให้คุณหนูเยี่ยนขอรับ"
สวีคุนหยิบตั๋วทองคำที่ต้วนจื่อให้ไว้แล้วยื่นให้เยี่ยนชุยเสวี่ย
"ท่านผู้นั้นได้ส่งมอบให้ข้าเพื่อส่งคืนให้กับคุณหนูกล่าวว่า 'ให้คืนสู่ผู้เป็เ้าของ' ขอรับ"
เยี่ยนชุยเสวี่ยจับจ้องสิ่งนั้นสองตาก็เบิกกว้าง
"ท่าน?!"
เมิ่งซือซินเลิกคิ้วถาม"ชุยเสวี่ย เ้ารู้จักคนผู้นั้นด้วย?"
"พี่เมิ่งเขาคือผู้ที่ช่วยข้าให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของเยี่ยนชุยเฟิงที่เชิงเขาจื่อหรานเ้าค่ะ"
"บังเอิญอะไรเช่นนี้" เมิ่งซือซินถึงกับอึ้งงัน
"เ้าบอกว่าเขาแข็งแกร่งเพียงขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับห้าแล้วเขาไปเอาเคล็ดวิชาขั้นเริ่มต้นยุทธ์ ระดับสุดยอดมาจากไหน?"
"ข้าเองก็ไม่ทราบเขาอาจซ่อนเร้นพลังของตนเองไว้" เยี่ยนชุยเสวี่ยเม้มริมฝีปากกล่าวกับสวีคุนอย่างร้อนรน"ตอนนี้เขาอยู่ที่ใด?"
สวีคุนตอบตามความจริง"หลังจากที่มอบตั๋วทองให้ข้าเขาก็ออกจากสมาคมการค้าเยี่ยนไปแล้วอีกทั้งท่านอาจารย์เฟิงเฉินยังสั่งห้ามไม่ให้ข้าสืบเื่ราวของเขาด้วยข้าจึงมิได้ตามไป"
"เช่นนั้นเอง..." เมื่อได้ยินดังนั้น เยี่ยนชุยเสวี่ยก็ดูผิดหวังเล็กน้อย
จากการได้พบกันในครั้งนั้นทำให้นางประทับใจในตัวเขามาก มิเพียงเพราะอีกฝ่ายช่วยเหลือนางหากแต่เป็เพราะการที่เขาปฏิเสธที่จะรับน้ำใจต่างหาก
ตลอดมานางถูกห้อมล้อมไปด้วยชายที่จ้องจะเอาอกเอาใจ หากแต่ชายผู้นั้นกลับแตกต่างออกไป
การมีอยู่ของเขา จึงเป็สิ่งที่พิเศษยิ่ง
นางกำตั๋วทองคำไว้ในมือ แล้วพึมพำว่า"โชคชะตาช่างเล่นตลกดีแท้"
เมิ่งซือซินแย้มยิ้ม"ชุยเสวี่ย วาสนาย่อมมีวันมาถึงมิแน่ว่าวันใดวันหนึ่งเ้าอาจได้พบกับเขาอีกครั้งอย่ามัวแต่ครุ่นคิดถึงเื่ในอดีต จนปล่อยให้โอกาสดีๆ หลุดลอยไปเล่า"
"ขอบคุณท่านมากที่เตือนสติข้าข้าใจร้อนเกินไป" เยี่ยนชุยเสวี่ยสูดหายใจเข้าลึกขจัดความคิดที่วุ่นวายออกไป
นางมองไปยังจันทร์กระจ่างที่สาดแสงส่องสว่างใบหน้างดงามจึงเด็ดเดี่ยวยิ่งขึ้น
ต้วนจื่อ ข้าจะต้องตามหาเ้าให้เจอ!
การผายปอด เ้ายังไม่ได้ทำให้ข้าเลย!
เชิงอรรถ
[1] ต้นแอปริคอต