ตอนที่ 2 — เสียงกระซิบใต้ผิวน้ำ
แสงแดดยามสายลอดผ่านม่านกันความร้อนสีทึบของห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสามสิบห้า ตึกสำนักงานสถาปัตยกรรมทางสังคม ‘เน็กสัส กรุ๊ป’ บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบด้วยเครื่องปรับอากาศที่ตั้งอุณหภูมิไว้ต่ำกว่ายี่สิบองศาเซลเซียส กลิ่นหอมจาง ๆ ของกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอวลอยู่ในอากาศ ทว่ากลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย
เซบาสเตียน ในวัยสามสิบปลายๆ นั่งหลังตรงอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำสนิท ดวงตาคมกวาดมองเอกสารรายงานสถิติการย้ายถิ่นฐานและอัตราการก่ออาชญากรรมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติในเขตพื้นที่ชานเมืองรอบนอก ตัวเลขเหล่านี้ถูกพิมพ์เรียงรายอย่างเป็ระเบียบ แต่เมื่อนำมาวิเคราะห์เชื่อมโยงกันด้วยหลักจิตวิทยาเชิงลึก มันกลับซ่อนความผิดปกติบางอย่างที่ชวนให้ขนลุก
บนโต๊ะทำงานตรงหน้า หน้าจอแท็บเล็ตแสดงบทความวิชาการชิ้นหนึ่งที่กำลังเป็กระแสโด่งดังในหมู่นักวิชาการและผู้นำความคิด สาระสำคัญของบทความนั้นเชิดชูระบบจัดระเบียบสังคมอัจฉริยะที่สามารถพยากรณ์และ "ปรับแต่งพฤติกรรมมนุษย์" ให้สอดคล้องกับการพัฒนาเมืองได้อย่างไร้รอยต่อ โดยอ้างว่านี่คือวิวัฒนาการขั้นสูงสุดของการสร้างความสงบเรียบร้อยและลดความขัดแย้งในระดับมหาภาค
เซบาสเตียนขมวดคิ้วมุ่น นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนขอบโต๊ะเป็จังหวะช้าๆ ภายในใจรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่างที่อธิบายเป็คำพูดไม่ได้ ความรู้สึกนี้ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็สัญญาณเตือนภัยลึกๆ จาก "ฐานสติ" ที่เขาฝึกฝนมาอย่างยาวนานั้แ่สมัยอยู่บนชานเรือนกับอาจารย์เฉิน
เซบาสเตียน:
"มีบางอย่างผิดปกติ... ตัวเลขพวกนี้ไม่ได้สะท้อนธรรมชาติของมนุษย์ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนทั้งชุมชนพร้อมๆ กันในเวลาไล่เลี่ยกันแบบนี้ มันไม่ใช่เื่บังเอิญ และไม่ใช่การพัฒนาตามธรรมชาติอย่างแน่นอน..."
เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ สองครั้งดังขึ้น ก่อนที่ร่างของ ลูคัส ในชุดสูทธุรกิจเรียบร้อยจะก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือถือแฟ้มเอกสารหนาเตอะเดินตรงมาวางลงบนโต๊ะทำงาน
ลูคัส:
"เซบาสเตียน นายเห็นรายงานชุดล่าสุดจากเขตอุตสาหกรรมทางเหนือหรือยัง? เกิดเื่ประหลาดขึ้นที่นั่น... พนักงานระดับหัวกะทิสามสิบคน จู่ๆ ก็ยื่นใบลาออกพร้อมกันในชั่วโมงเดียว โดยอ้างเหตุผลเดียวกันอย่างกับถอดแบบออกมา และที่แปลกยิ่งกว่านั้นคือ พวกเขาพากันไปรวมตัวกันประท้วงบริษัทแม่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทุกคนต่างรักองค์กรและมีความสุขกับหน้าที่การงานดีๆ มาโดยตลอด"
เซบาสเตียนเงยหน้าขึ้นสบตากับลูคัส แววตาของเขาสะท้อนความจริงจัง
เซบาสเตียน:
"นายสังเกตเห็นอะไรไหมลูคัส? ความพร้อมเพรียงอย่างไร้เหตุผล... มนุษย์เรามี 'เชื้อต้นกำเนิดนิสัย' ที่แตกต่างกันเป็เอกเทศ การที่คนกลุ่มใหญ่จะแสดงพฤติกรรมรุนแรงหรือตัดสินใจครั้งใหญ่พร้อมกันได้ จะต้องมี 'ตัวกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม' ที่ทรงพลังมากพอที่จะไปจุดชนวนเชื้อตัวเดียวกันในตัวของพวกเขาพร้อมๆ กัน"
ลูคัสพยักหน้ารับช้าๆ หย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
ลูคัส:
"ใช่... และฉันส่งคนลงไปตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวพนักงานเ่าั้ใน่สามเดือนที่ผ่านมา ผลลัพธ์ที่ได้น่าใมาก ทุกคนต่างได้รับข้อมูลข่าวสารชุดเดียวกันผ่านอัลกอริทึมโซเชียลมีเดียเดียวกัน ป้ายประกาศโฆษณาในเส้นทางที่พวกเขาขับรถผ่านถูกเปลี่ยนข้อความกระตุ้นความรู้สึกในรูปแบบจิตวิทยาเชิงลึก และแม้แต่เพื่อนร่วมงานรอบตัวพวกเขาก็ถูกจัดฉากให้พูดประโยคกระตุ้นความระแวงซ้ำๆ ทุกวัน... นี่มันเหมือนกับการเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ชัดๆ"
บรรยากาศในห้องเงียบลงไปชั่วขณะ เสียงเครื่องปรับอากาศคำรามเบาๆ ราวกับพยายามกลืนกินเสียงพูดคุยของพวกเขาทั้งสองคน
เซบาสเตียนลุกขึ้นยืน เดินไปหยุดยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นทิวทัศน์ของมหานครเบื้องล่าง ตึกระฟ้าสูงตระหง่านนับร้อยหลังตั้งตระหง่านแข่งกันเสียดฟ้า ผู้คนนับล้านกำลังเดินขวักไขว่บนท้องถนนราวกับมดงานในอาณาจักรที่ถูกออกแบบไว้
เซบาสเตียน:
"เราเคยคิดว่าความเคยชินแย่ๆ หรือความชั่วร้ายในตัวมนุษย์เป็เื่ของจิตใจส่วนบุคคลที่เราต้องคอยสังเกตและใช้ความว่างสยบมัน... แต่ถ้าตอนนี้ มีใครบางคนกำลังใช้เทคโนโลยีและ AI เข้ามา 'เร่งความเข้มข้น' ของเชื้อต้นกำเนิดนิสัยเ่าั้ ผ่านการออกแบบสิ่งแวดล้อมรอบตัวอย่างแม่นยำล่ะ? ถ้าพวกเขากำลังใช้เครื่องมือนี้เปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็เครื่องจักรที่ถูกควบคุมทิศทางได้ตามใจชอบ... สังคมนี้จะกลายเป็อะไรไป?"
ลูคัสสูดหายใจเข้าลึก
ลูคัส:
"แล้วเราจะทำยังไงดี? องค์กรที่อยู่เื้ัเื่นี้มีอำนาจมหาศาลและซ่อนตัวอยู่หลังม่านดิจิทัล เราจะต่อสู้กับระบบที่มองไม่เห็นได้อย่างไร?"
เซบาสเตียนหันกลับมา รอยยิ้มบางๆ ที่เปี่ยมด้วยความมั่นคงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา แววตาสุกสกาวดั่งประกายไฟที่ไม่อาจถูกดับลงได้ด้วยความมืดมิดใดๆ
เซบาสเตียน:
"เราไม่ต้องไปต่อสู้กับระบบด้วยความโกรธหรือความพยายามที่จะทำลายมันหรอกลูคัส... สิ่งที่ AI และองค์กรเ่าั้ทำได้ แค่เพียงการส่งสิ่งกระตุ้นภายนอกเพื่อปั่นป่วนเชื้อต้นกำเนิดนิสัย แต่พวกเขาไม่มีวันแตะต้อง 'ฐานสติอันบริสุทธิ์' ที่อยู่ภายในจิตใจของมนุษย์ได้ หากเราสามารถปลุกผู้คนให้ตื่นรู้ ค้นพบวิธีใช้ 'ความแว๊บว่าง' เพื่อทำให้เชื้อร้ายเ่าั้ฝ่อแคระแกร็น... เกมการควบคุมนี้ก็จะพังทลายลงจากข้างใน"
เซบาสเตียนหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปหยิบเสื้อคลุมตัวเก่งขึ้นมาสวม
เซบาสเตียน:
"เราต้องลงพื้นที่... ไปหาความจริงที่ซ่อนอยู่เื้ัเขตทดสอบที่ 4 และตามหาเบาะแสของผู้อยู่เื้ัระบบ AI ตัวนี้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป"
ลูคัสพยักหน้าอย่างหนักแน่น ลุกขึ้นยืนเคียงข้างเพื่อนสนิท ความกลัวและความกังวลที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความมุ่งมั่นที่จะก้าวเดินออกไปเผชิญหน้ากับความมืดมิดในนามของ "ผู้ตื่นรู้" ที่แท้จริง